มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ย่อเรื่อง "กรรม"




หลวงพ่อว่าเราไม่ตายวันนี้ ก็ตายพรุ่งนี้ มีอะไรไว้ก็เอามาเผยแพร่ให้หมด นี่ก็เป็นเรื่องกรรม คนไม่รู้จะได้เอาไปใช้ประโยชน์ คนรู้แล้วก็เอาไว้ทบทวน

กรรมคือเจตนา กรรมเป็นคำกลางแปลว่าการกระทำ เป็นกรรมดีก็ได้ เป็นกรรมชั่วก็ได้ การกระทำกรรมเกิดขึ้นได้ทางกาย วาจา และแม้กระทั่งเกิดทางใจ คือ มีความคิดดี หรือไม่ดีก็เป็นกรรมแล้ว แต่แน่นอนว่าการกระทำกรรมที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งกาย วาจาและใจ ย่อมมีผลรุนแรงกว่าการคิดเพียงอย่างเดียว กรรมต้องมีเจตนา ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่าเจตนาคือกรรม" ทุกครั้งที่กรรมเกิดขึ้นย่อมเก็บสะสมไว้ในจิต พร้อมมีการปรุงแต่งให้เมื่อมีโอกาส ถ้าเป็นกรรมชั่ว ความฟุ้งซ่านของจิตอาจนำมาซึ่งวิบากกรรมที่เร็วกว่าเวลาอันควร จึงเป็นเรื่องน่ากลัวมาก กรรมทำแล้วต้องมีผลแก่ผู้กระทำเสมอ เหมือนเราตบมือเป็นกรรม เสียงที่มาจากการตบมือคือวิบากกรรมนั่นเอง จะทำกรรมโดยไม่ให้มีวิบากกรรมไม่ได้เด็ดขาด เพราะเป็นสภาวธรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ผู้ฆ่าสัตว์ย่อมต้องการให้สัตว์นั้นมีอายุสั้น มีความเจ็บปวด ผลจากเจตนานั้นย่อมเข้าหาตัวผู้กระทำโดยอัตโนมัติ คือมีอายุสั้น ตายไปเกิดเป็นสัตว์นรก เปรตหรืออสุรกายแล้วแต่กรณี พระพุทธองค์จึงทรงตรัสว่า "เรามีกรรมเป็นของเรา เราเป็นผู้รับผลของกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ทำกรรมอันใดไว้ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น"

ประเภทของกรรมพอจะแยกโดยสังเขปได้ดังนี้

1. กรรมนำเกิด (ชนกกรรม) คือ จิตที่ถือปฏิสนธิใหม่อาศัยกรรมเป็นผู้นำเกิดในทุคติหรือสุคติแล้วแต่อำนาจกรรม ไม่สามารถเลือกเองได้ตามใจชอบ ส่วนรูปที่เกิดใหม่เรียก "กรรมชรูป" ต้องอาศัยกรรมเป็นผู้สร้างเช่นกัน เช่น หน้าตาสวยงามมาจากการทำสมาธิ หรือริษยาอาฆาตทำให้หน้าตาไม่งาม เป็นต้น ไม่สามารถเลือกได้เช่นกัน

2. กรรมพี่เลี้ยง (อุปัตถัมภกกรรม) มีหน้าที่คอยอุปถัมภ์ค้ำจุน เป็นกรรมที่ช่วยอุดหนุนชนกกรรมให้มีโอกาสส่งผลได้ตลอดรอดฝั่ง ทารกบางคนแม้ได้อารมณ์ดีมาเกิดในครรภ์มารดา แต่เกิดมาต้องลำบากเพราะอดีตทำทานมาน้อย เป็นต้น

3. กรรมเบียดเบียน (อุปปีฬิกกรรม) มีหน้าที่คอยเบียดเบียนแทรกแซงผลจากกรรมดีหรือกรรมชั่ว มิให้เจริญงอกงาม เช่น กำลังมีความสุขกับลาภยศสรรเสริญสุข มีกรรมตัดรอนให้กลายเป็นคนเจ็บป่วยหรือพิการ เป็นต้น

4. กรรมตัดรอน (อุปฆาตกรรม) เป็นกรรมที่ทำหน้าที่ตัดรอนกรรมที่ให้ผลอื่นๆ หยุดการสืบต่อแห่งขันธ์ 5 ที่เกิดจากกรรมอื่นๆ เช่น ตัดชนกกรรมไม่ให้มีโอกาสส่งผลต่อไป เช่น ทารกที่คลอดใหม่ต้องตายลง โดยไม่มีโอกาสเสวยผลบุญจากกรรมพี่เลี้ยง หรืออาจไม่ตายแต่พอโตขึ้นมาอยู่ดีๆ เกิดตาบอด เป็นต้น

การให้ผลของกรรม จะให้ผลเรียงตามลำดับดังนี้

1. ครุกรรม เป็นกรรมหนักมีกำลังมากจึงให้ผลก่อน กรรมอื่นไม่สามารถตัดรอนได้ จะให้ผลทันทีในชาติหน้าถัดจากชาติปัจจุบัน ครุกรรมฝ่ายอกุศลได้แก่ อนันตริยกรรม 5 คือ ทำสงฆ์ให้แตกร้าว ทำร้ายพระพุทธองค์จนถึงห้อพระโลหิต ฆ่าพระอรหันต์ ฆ่ามารดา ฆ่าบิดา และยังรวมความเห็นผิดที่เป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิ เช่น เห็นว่าไม่มีกรรมไม่มีผลของกรรม สัตว์บุคคลตายแล้วสูญ เป็นต้น ส่วนครุกรรมฝ่ายกุศลเช่น การทำสมถภาวนาจนได้รูปฌานหรืออรุปฌาน เป็นต้น

2. อาสันนกรรม ได้แก่ กรรมที่กระทำหรือระลึกถึงเมื่อใกล้จะตาย ให้ผลรองจากครุกรรม อารมณ์ที่เกิดขึ้นใกล้ตาย ย่อมทำให้ระลึกถึงวิถีจิตได้ง่าย จึงให้ผลก่อนกรรมอื่น

3. อาจิณกรรม ได้แก่ กรรมที่ทำอยู่เป็นประจำ ให้ผลรองจากอาสันนกรรม ดังนั้นแม้ท่านทั้งหลายจะหมั่นกระทำดีอย่างไรก็ตาม ถ้าแม้นก่อนตายมีอารมณ์อกุศลเข้าแทรก ย่อมจะทำให้ไปเกิดในทุคติภูมิได้ (แต่อำนาจของกรรมดี มีอำนาจเป็นกรรมตัดรอนทำให้พ้นจากทุคติภูมิได้ในเวลาอันสั้น)

4. กตัตตากรรม (กรรมเล็กน้อย) เป็นกรรมที่ไม่ครบองค์เจตนาไม่มีบุพพเจตนาหรือมุญจเจตนา

โดย อาจารย์ประพันธ์ [23 ส.ค. 2544 , 21:11:43 น.] ( IP = 203.145.30.29 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1

ขออนุโมทนากับ ดร.ประพันธ์อย่างยิ่งค่ะ


โดย ดอกแก้วค่ะ - [23 ส.ค. 2544 , 22:39:08 น.] ( IP = 203.170.157.3 : : 203.170.157.3 )


  สลักธรรม 2

ขออนุโมทนากับ ดร.ประพันธ์อย่างยิ่งค่ะ


โดย ดอกแก้ว - [23 ส.ค. 2544 , 22:43:49 น.] ( IP = 203.170.157.3 : : 203.170.157.3 )


  สลักธรรม 3



ขอแรงกรรมที่ทำจงดลผล
ให้ศิริท่วมท้นพ้นปัญหา
มีชีวิตครองสติได้นานา
ปรารถนาสิ่งใดสมใจเทอญ

เทพธรรมครับผม

โดย เทพธรรม - [23 ส.ค. 2544 , 22:49:41 น.] ( IP = 203.170.157.3 : : 203.170.157.3 )


  สลักธรรม 4

ทางอาจารย์ประพันธ์ได้กล่าวถึงเรื่องกรรมและการให้ผลของกรรมไว้อย่างละเอียด ท่านดอกแก้วได้คติธรรมเรื่องกรรมไว้อย่างดี จึงขอแสดงทัศนะเรื่องนี้ไว้สาธุชนพิจารณาบ้าง
กรรม คือการกระทำ
การกระทำทุกอย่าง ย่อมส่งผลให้คุณได้ บุญหรือบาป ขึ้นอยู่กับการกระทำกรรมของคุณว่า
เป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว
แต่จะได้รับผลของกรรมมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของเจตนาและเหตุและผลที่ทำให้เกิด
กรรมนั้นเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ซับซ้อนและมีเงื่อนไขเกี่ยวเนื่อง
กันหลายประการ แม้ว่าใน หลักฐานจะกล่าวถึงเรื่องกรรมและการส่งผลไว้ให้เป็นข้อพิจารณาก็ตาม
แต่ก็เป็นหลักพิจารณาโดยรวมที่กล่าวไว้โดยกว้างๆเท่านั้น ดังนั้นการ
พิจารณาเรื่องกรรมกันแบบตรงไปตรงมาเพียงแค่ใช้เจตนาเป็น
กฏเกณฑ์ตายตัว แต่เป็นเพราะต้องพิจารณาถึงผู้รับผลการกระทำด้วยและ
ถึงองค์ประกอบโดยรวมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจริงๆเสียก่อนแล้วจึงจะ
ตัดสินลงไปได้ ที่จริงไม่ต้องไปคิดไกลถึงขั้นนั้นก็ได้ เพียงมาคิดถึง
ตัวบทกฏหมายที่เราใช้และยอมรับกันโดยทั่วไป ก็ยังต้องมีการพิจารณา
ในประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วยเลย มิฉะนั้นคงเป็นการไม่ยุติธรรมกับ
บุคคลทั่วไปที่ประสบเคราะห์กรรมจากผู้กระทำผิดโดยประมาทแต่กลับ
ลอยนวล เพียงเพราะอ้างเหตุไม่เจตนาเพียงอย่างเดียวก็พ้นผิดได้

ท่านที่ตอบปัญหาธรรมมักจะไม่ระวังมีการสรุปประเด็น
ความคิดเห็นที่เสี่ยงต่อความผิดพลาดเช่นนี้อีก เพราะหากมีผู้เข้าใจผิด
และนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ย่อมก่อให้เกิดผลเสียโดยตรงต่อตัวเขา
เองและต่อสังคมได้ และที่กล่าวอย่างนี้ก็ไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น
เพราะเรื่องของกรรมเป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นพุทธวิสัยเป็นอจินไตรย

มีพุทธพจน์รับรองเรื่องเจตนาเป็นกรรมว่า
เจตนาหัง ภิกขเว กัมมัง วะทามิ แปลว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรา(พระพุทธเจ้า)กล่าว
เจตนา ว่าเป็นกรรม
ในธรรมบท มีตัวอย่างอยู่เหมือนกันยกมาเป็นอุทกว่า

มีผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง เป็นพระโสดาบัน แต่สามีเป็นนายพราน
ทุก ๆ วัน สามีจะใช้ให้นางจัดเครื่องมีฆ่าสัตว์ให้
นางก็จัดให้ตามสามีบอก
ชาวบ้าน(รวมทั้งพระบางองค์)ทราบเรื่องนี้เข้า
จึงทูลถามพระพุทธองค์ว่า พระโสดาบันยังทำปาณาติบาต
อีกหรือ (ฆ่าเองหรือสนับสนุนให้ฆ่า ผิดศีลเท่ากัน)

พระพุทธองค์จึงตรัสถามนางในที่ประชุมว่า
ขณะที่นางเตรียมเครื่องมือฆ่าให้สามีนั้น นางมีความตั้งใจ
หรือเจตนาในอารฆ่าด้วยหรือไม่ นางทูลว่าไม่ได้คิดเลย
คิดแต่ว่าทำงานตามที่สามีสั่งให้สมบูรณ์เท่านั้นเอง

พระพุทธองค์จึงตรัสรับรองว่า นางไม่ได้ประกอบปาณาติบาต
เพราะการกระทำที่ไม่ประกอบด้วยเจตนานั้น ไม่จัดเป็นกรรม

2. ความตั้งใจจะทำอะไรก็ตาม เป็นกรรมทั้งนั้น แต่เป็นมโนกรรม
ถ้ามโนกรรมนั้นถูกแสดงออกทางกาย ก็เป็นกายกรรม
ถ้าแสดงออกทางวาจา ก็เป็นวจีกรรม
ส่วนข้อ 2 นั้น ย่อมมีผลมากแน่นอน เพราะเป็น
มโนทุจริตกรรมโดยตรง เพราะเกิดจากความพลักดันของ
กิเลสภายใน ย่อมมีบาปมากตามความหมายทางพุทธศาสนา
เพราะจะเป็นต้นตอของบาปกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

โดย อาศรมบำเพ็ญบุญบารมี [24 ส.ค. 2544 , 10:37:51 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 5

กรรม


ใครทำใครได้ ทำมากได้มาก ทั้งดีทั้งชั่ว

http://abhidhamonline.org/kamma.htm

โดย srman [27 ส.ค. 2544 , 13:41:27 น.] ( IP = 203.155.70.253 : : )


  สลักธรรม 6

๗. การให้ผลของกรรม เป็นเรื่องอจินไตย
ไม่ควรคิดอย่างไร ?


"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ด้วยพระเองว่า….
"กมฺมวิปาโก ภิกฺขเว อจินฺเตยฺโย น จินฺเตตพฺโพ ย? จินฺเตนฺโต อุมฺมาทสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อสฺส"
…อง.จตุกก. ๒๑/๑๑๐-๑๑๑ (พระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี -ปี ๒๕๓๐)…แปลว่า

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย การเผล็ดผลวิบากของกรรม
เป็นเรื่อง อจินไตยไม่ควรคิด เพราะว่าไปคิดเข้า
ก็จะพึงเป็นผู้มีส่วนบ้า มีส่วนลำบากใจ"
ดังนี้.

ถามว่า เพราะเหตุไรจึงตรัสไว้เช่นนี้เล่า?
ตอบว่า เพราะเรื่องพิศดาร เกี่ยวกับการให้ผลกรรมนี้
ไม่ใช่วิสัยที่คนอื่น จะพึงนึกคิดเอาได้ จะพึงอนุมานเอาได้
หรือแม้จะใช้ตาทิพย์ของตนตรวจสอบเอาได้ เป็นวิสัยของ
พระสัพพัญญูพุทธเจ้าเท่านั้น เพราะพระพุทธเจ้าเท่านั้น
ที่จะทรงจำแนกกรรมแต่ละอย่าง ที่แต่ละคนทำไว้อย่างละเอียดได้
ผู้ใดยกตนเป็นผู้รู้แนะนำผู้อื่นว่า ท่านประสบสุข ประสบทุกข์อย่างนี้ๆ
เพราะได้ทำกรรมอย่างนี้ๆ ไว้ตั้งแต่ครั้งนั้น อย่างนี้เป็นต้น
ผู้นั้นเท่ากับยกตนเสมอพระพุทธเจ้าทีเดียว

อนึ่ง เพราะเหตุที่เรื่องกรรม เรื่องผลของกรรม เป็นเรื่องสลับซับซ้อน
พ้นวิสัยของความนึกคิด ตามประการที่กล่าวแล้วนี้เอง
การที่ผู้ใดทำกรรมชั่วอย่างใดอย่างหนึ่งเอาไว้ แล้วคิดจะหลีกหนี
อำนาจของกรรม โดยการซ่อนตัวอยู่ในถ้ำก็ดี หรือในที่อื่นๆก็ดี
ที่คิดว่าจะปลอดภัยจากอำนาจของกรรมนั้น หากว่ากรรมนั้น
พร้อมเพรียงด้วยปัจจัยอื่นได้โอกาศที่จะเผล็ดวิบากของตน
สถานที่ที่เข้าไปซ่อนตัวหลีกหนีกรรมนั้น หาช่วยให้เขาพ้นจาก
อำนาจของกรรมชั่วนั้นไม่ เพราะเหตุนั้น จึงตรัสไว้ว่า

น อนฺตลิกฺเข น สมุทฺทมชฺเฌ
น ปพฺพตาน? วิวร? ปวิสฺส
น วิชฺชเต โส ชคติปฺปเทโส
ยตฺรฏฺฐิโต มุจฺเจยฺย ปาปกมฺมา

…ขุ.ธ. ๒๕/๔๑. (พระไตรปิฎก ฉบับเดียวกัน)…

แปลว่า
บุคคลผู้ทำชั่วไว้ หนีเข้าไปกลางหาวก็ไม่พ้นจากกรรมชั่ว
หนีเข้าไปกลางมหาสมุทรก็ไม่พ้นจากกรรมชั่ว หนีเข้าไปยัง
ซอกเขาก็ไม่พ้นจากกรรมชั่ว เขาดำรงอยู่ในภูมิประเทศใดแล้ว
พ้นจากกรรมชั่วได้ ภูมิประเทศนั้นหามีไม่ ดังนี้

…ก็ตรัสไว้แน่นอนแล้วว่า กรรมชั่วมีผลเป็นทุกข์เท่านั้น…
การสะเดาะเคราะห์ ให้พ้นจากความทุกข์เดือดร้อนที่เป็นผล
แห่งกรรมโดยการกระทำใด โดยมีผู้อื่นชี้แนะจึงไม่มีทางเป็น
ไปได้อย่างแน่นอน หากเพียงกระทำได้ ด้วยการบำเพ็ญบุญ
มีการให้ทานตักบาตร ให้ชีวิตสัตว์ สมาทานศีล ๕ ศีล ๘ เป็นต้น
การกระทำเช่นนี้ แม้จะเป็นของไม่แน่นอนว่า จะช่วยทำความทุกข์เดือดร้อน
ที่มีอยู่ให้เบาบางไปหมดไปก็ตาม ก็ยังเชื่อว่าเป็นการสร้างโอกาสที่ดีกว่า
เพราะว่ากรรมดีที่ทำใหม่นี้ อาจจะได้โอกาสเป็น อุปปีฬิกกรรม
เบียดเบียนผลวิบากของกรรมชั่วให้เบาบางลงไปได้
และในขณะเดียวกันก็เป็น อุปถัมภกกรรม ส่งเสริมกรรมดี
ที่ทำมาแล้วในอดีต ให้มีโอกาสเผล็ดผลได้มากขึ้น
ซึ่งทั้งสองประการนี้ เป็นการผ่อนคลายบรรเทาความทุกข์ความเดือดร้อน
และให้ประสบความสุขสวัสดีได้ การบำเพ็ญบุญ จึงเป็นหนทางเดียวของ
การสะเดาะเคราะห์ ไม่ใช่ทางอื่นที่ชี้แนะโดยอาจารย์ใดที่ตนนับถือแนะนำ

ความเป็นอจินไตยแห่งการเผล็ดวิบากของกรรม ก็มีนัยดังพรรณามานี้…

จบ

คัดลอกและตัดตอน จากหนังสือ "รวมเรื่องกรรม"
โดยอาจารย์ ไชยวัฒน์ กปิลกาญจน์
มูลนิธิปราณี สำเริงราชย์ จัดพิมพ์เผยแผ่ ครั้งที่ ๔
(จากหน้า ๒๒๘-๒๓๓)

โดย คนแก่ [3 ก.ย. 2544 , 11:48:41 น.] ( IP = 161.200.130.141 : : 161.200.130.141 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org