มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พิมพวดีสื่อวิญญาณ...ตอนที่ ๑




พิมพวดีสื่อวิญญาณ โดยนายแพทย์อาจินต์ บุณยเกตุ
เรื่องเป็นอย่างไร เท็จจริงแค่ไหน ผมกำลังจะเล่าให้คุณฟัง ณ บัดนี้


ประมาณช่วงกลางปี พ.ศ. 2504 ปีฉลู ได้มีหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ฉบับหนึ่ง
ซึ่งมักจะตีพิมพ์เรื่องเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ เกี่ยวกับจิตวิญญาณ และเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
รวมทั้งเรื่องอภินิหารต่างๆ เป็นหนังสือที่ดังระยะหนึ่งในสมัยนั้น
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้พาดหัวข่าวว่า “วิญญาณของเด็กมาช่วยรักษานายแพทย์ใหญ่”


ที่จริงผมไม่ใช่แพทย์ใหญ่ ไม่มีใครแต่งตั้งให้ผมเป็นที่กรมกระทรวงใด แล้ววิญญาณเด็กก็ไม่ได้มารักษาผม

หนังสือพิมพ์นี้ได้ตีพิมพ์ต่อเนื่องกันประมาณสองอาทิตย์ พร้อมทั้งพิมพ์รูปถ่ายของผมลงประกอบในข่าวนั้นด้วย ทำให้ฮือฮาไปทั่วบ้านทั่วเมือง โดยเฉพาะญาติพี่น้องเพื่อนฝูงที่พอจะทราบเรื่องเลาๆ บ้าง ได้ซื้ออ่านเป็นการใหญ่ รวมทั้งพระคุณเจ้าบางองค์ ซึ่งพระคุณเจ้าหลายรูปยังมีชีวิตอยู่และท่านได้นำเรื่องราวของผมไปตีพิมพ์ในหนังสือธรรมะ

ท่านเจ้าคุณรูปนี้เดี๋ยวนี้ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดโสมมนัสวิหาร ท่านก็นำเรื่องของผมไปเขียนด้วยเหมือนกัน

อันที่จริงเรื่องที่ปรากฏกับผมนั้นมีไม่มาก ไม่มีอภินิหารมโหฬารอย่างที่ได้พิมพ์ไว้นั้นเลย ทีนี้เมื่อเล่ากันต่อๆ ไปปากต่อปาก ก็สาวความยาวออกไป จนผมอ่านแล้ว นี่เรื่องของผมหรือใครกันแน่ เพราะมันออกจะเกินเรื่องของความจริงไปเยอะ


เหตุที่ผมจะนำเรื่องนี้มาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง เพราะในปลายปี 2529 ต่อกับวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2530

คณะพรรคสูงอายุหลายท่านซึ่งผมขออนุญาตเอ่ยนามของท่านไว้ ณ ที่นี้ คือ คุณหญิงวัลลีย์ วีระปีย์, พล.ร.ต.ประจวบ และแพทย์หญิงอำภิกา พงกล้า, คุณสมบัติ คงจำเนียร, และ ม.ร.ว.ทอศรี ภรรยา ศ.จ.น.พ.สมบัติ สุคนธพันธ์ แห่ง ร.พ.ศิริราช, พ.พ.สมพงษ์ บุรุษรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. พล.ต.กมลพิจิตร คดีพล, คุณเสนาะ นิลกำแหง อดีตเสรีไทยสายอังกฤษ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองและอีกหลายท่านรวมทั้งผมด้วย

ได้จัดคณะท่องเที่ยวสูงอายุไปพักผ่อนทางเหนือพร้อมกันก็แวะเล่นกอล์ฟกันทุกสนามที่ผ่านได้แก่ จ.นครสวรรค์ จ.พิษณุโลก แม่เมาะ จ.ลำปาง และสุดท้ายที่ จ.เชียงใหม่ สมาชิกที่ได้ไปเที่ยวกันคราวนี้ร่วมสามสิบคน อายุรวมกันเห็นจะกว่า 1,640

เราออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 9 ธ.ค. และกลับกรุงเทพตอนค่ำวันที่ 2 ม.ค. เลยปีใหม่หนึ่งวัน และในปี 30 – 31 ก็ประพฤติกันแบบนี้อีก ไม่รู้จักเบื่อหน่ายกันบ้างหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ

โดย เซิ่น...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2545 , 00:20:31 น.] ( IP = 203.170.128.89 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในระหว่างเดินทางทั้งไปและกลับ ในรถทัวร์ที่เช่าเขาไปเพื่อบรรเทาง่วงเราก็เฮฮากันไป สนุกสนานกันไป ซึ่งหนุ่มสาวคงหาว่าเราเชยเต็มที เพราะมีนิทานเก่าๆ เอาออกมาเล่ากัน

เพลงที่ร้องกันในรถก็โน่น เอาเพลงของพรานบูรณ์ ของจำรัส สุวคนธ์ ของท่าน ม.ล.พวงร้อย นานๆ ทีจึงจะมีเพลงปัจจุบันสักเพลงสองเพลง อย่างดีก็จะมีของครูเอื้อ นานๆ ก็มีของดนุพล แก้วกาญจน์ สุชาติ ชวางกูร สักเพลงสองเพลง ซึ่งถ้าหากเจ้าตัวมานั่งฟังอยู่ด้วย คงจะพูดว่า อนิจจัง เพลงของเราเป็นอย่างนี้ไปแล้วหรือนี่


เป็นอันว่าการท่องเที่ยวเล่นกอล์ฟก็ได้สิ้นสุดลงที่สนามเชียงใหม่ พอวันที่ 2 ม.ค. เพราะก็เดินทางกลับออกจากเชียงใหม่ราวๆ 8 นาฬิกา พอรถออกไปได้หน่อยก็ประพฤติอย่างขาไปอีก

ทีนี้พอถึงนครสวรรค์หลังอาหารกลางวัน ซึ่งเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่เจ้าเก่านั่นแหละ เราก็ออกเดินทางต่อ พรรคพวกในคณะต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ จึงขอให้คุณหญิงวัลลีย์บอกผมว่า ขอฟังเรื่องวิญญาณที่ผมพบในรูปของเด็กหญิงพิมพวดี ที่ยังติดอยู่ในใจ หลายๆ คน หลายคนที่ได้อ่านเรื่องของผมที่ท่าน

ศาสตราจารย์เอียน เฟลมมิ่ง นักวิญญาณศาสตร์มาสัมภาษณ์ผมแล้วนำไปพิมพ์เป็นเรื่องหนึ่งในหนังสือของท่านเผยแพร่ในอเมริกา เมื่อราวๆ พ.ศ. 2506 หรือ 2507 ก็สนใจและรวมทั้งบางท่านที่เคยอ่านหนังสือรายสัปดาห์ฉบับนั้นด้วยว่าเป็นจริงอย่างไร

ทุกคนในรถเงียบสงบ อย่างฟังปาฐกถาที่น่าฟัง ในเมื่อผมได้พูดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ได้กับตัวผม ไม่ว่าจะพูดที่ไหนกี่สิบกี่ร้อยครั้งก็อย่างนี้ ผมจึงเริ่มเล่าเรื่องว่า


ผมได้ป่วยด้วยโรคปวดประสาทสมองเส้นที่ห้า (ประสาทสมองมีสิบสองคู่) เริ่มเป็นมาตั้งแต่วัยรุ่นอายุราวๆ 16-17 ปี

ตอนนั้นพอดีเกิดสงครามอินโดจีนและก็เป็นเรื่อยมาระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นๆ หายๆ โดยมีอาการปวดประสาทด้านขวาตั้งแต่เบ้าตาขึ้นไปถึงกลางกระหม่อม ปวดอยู่ซีกเดียว ตอนนั้นยังเป็นหนุ่มแน่นอายุยังน้อย อาการก็ไม่ค่อยทรมานรุนแรงมากนัก กินยาแก้ปวดแรงๆ ก็พอบรรเทาไปได้

เคยขอให้อาจารย์ที่ศิริราชตรวจท่านก็บอกว่าสายตามีส่วนช่วยให้ปวดได้เพราะสายตาไม่ดี ผมก็เลยสวมแว่นตามาตั้งแต่อายุ 20 ปี จนถึงบัดนี้


สรุปว่าผมป่วยด้วยโรคนี้มานานเป็นสิบๆ ปี ตอนที่เป็นนายแพทย์ผู้อำนวยการที่จังหวัดภูเก็ตก็ยังเป็น ตอนไปศึกษาต่อที่อเมริกาก็เป็นทั้งสามปี แพทย์ที่อเมริกาชวนผ่าตัดผมก็ยอม แต่พอจะผ่ามันก็เกิดหายปวด เพราะเป็นๆ หายๆ หมอที่นั่นก็เลยไม่กล้าผ่า

พอศึกษาจนจบก็กลับมารับราชการต่อตามโรงพยาบาลอีกหลายแห่ง ตอนปี พ.ศ. 2504 ผมเป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ ฝ่ายวิชาการ เกิดปวดมากจนทนไม่ไหว ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชตอนนี้เอง

โรคนี้ไม่รู้สาเหตุ แต่เดี๋ยวนี้ คุณหมอสิระ บุณยะรัตเวช หัวหน้าศัลยกรรม ร.พ.รามาธิบดี ผู้เชี่ยวชาญทางศัลยกรรมสมองและประสาท ท่านผู้นี้เอง ที่รักษาผมหายขาด ด้วยการฉีดยาเข้าในสมอง ไปทำลายต้นตอของประสาทเส้นนี้ ให้หมดสภาพไปเลย

ท่านบอกว่า หนึ่งในสาเหตุของโรคนี้ คือเส้นโลหิตในสมองเส้นหนึ่งไปเบียดสมองเส้นที่ห้านี้ เมื่อเส้นโลหิตขยายตัวตามจังหวะการเต้นของหัวใจ มันก็จะเบียดกระตุ้นเส้นประสาทนี้ทุกที คนโบราณเรียกว่า “ลมตะกัง” หมอปัจจุบันเรียกว่า “ไมเกรน” หรือ “ติ๊ดเตอลารูไทรเจมินัลนิวราลเจีย” เป็นชื่อเดียวกัน การรักษายากมาก


ตอนปี พ.ศ. 2504 นั้น คุณหมอสิระยังไม่กลับจากการศึกษาต่อจากอังกฤษ ท่านเรียนจบสำเร็จเป็นราชบัณฑิตในวิชาศัลยศาสตร์ แห่งประเทศอังกฤษ ท่านกลับมาตอน พ.ศ. 2507 หรือราวๆ นั้น

ท่านศาสตราจารย์ น.พ.อุดม โปษกฤษณะ เป็นผู้รักษาผม มี ศ.จ. น.พ.วิชัย บำรุงผล แห่งภาควิชา ศัลยกรรมและ ศ.จ. น.พ. สมบัติ สุคนธพันธ์ ฝ่ายโรคทางยามาร่วมด้วย ทั้งสองท่านเหล่านี้เป็นเพื่อนกัน ก็เลยตั้งใจมากเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่หาย

ผมได้ถูกรับตัวไว้เพื่อตรวจละเอียด และรักษาที่ตึกวิบูลลักษณ์ ชั้นล่าง ห้องที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้เสียแล้ว ได้รับการดูแลเยียวยารักษาอย่างดีจากครูบาอาจารย์และเพื่อนฝูง แต่อาการปวดประสาทก็รุนแรงแทบจะผูกคอตายไปหลายหน

โดย เซิ่น...นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2545 , 00:31:02 น.] ( IP = 203.170.128.89 : : )


  สลักธรรม 2

อนุโมทนาค่ะ แล้วจะติดตามอ่านต่อนะค่ะ

โดย เล็ก [4 ธ.ค. 2545 , 08:05:32 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )


  สลักธรรม 3

พร่งนี้คงได้อ่านต่อไช่ไหมค่ะพี่เซิ่น

โดย MASHIMA [4 ธ.ค. 2545 , 16:16:16 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )


  สลักธรรม 4



ขอบคุณค่ะ จะคอยติดตามนะคะ

โดย ทวีพร [5 ธ.ค. 2545 , 06:13:13 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : )


  สลักธรรม 5

รอติดตามตอนต่อไปอยู่นะคะ พี่เซิ่นขา...

โดย ซาโยจัง [7 ธ.ค. 2545 , 20:08:16 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 202.183.157.192 )


  สลักธรรม 6

เพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่านอย่างสบายใจ
ขอบคุณมากค่ะ ..จะตามไปอ่านตอนๆไปจนจบเลยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [9 ธ.ค. 2545 , 12:12:43 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org