| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ของฝากจากอาจารย์
สลักธรรม 1
ท่านอาจารย์อุปมาอารมณ์ก่อนตาย ที่สามารถทำให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่า
เสมือนปลาสวาย (ให้นึกถึงครั้งที่พวกเราไปเลี้ยงอาหารปลาที่วัดพระลอย สุพรรณบุรี) ที่มีอยู่มากมายเต็มไปหมด บางตัวก็ดูสวยแข็งแรง แต่บางตัวก็พิการ ปากเบี้ยว ฯลฯ ซึ่งเวลาที่เราโยนอาหารให้กับปลาเหล่านี้ ถ้าเราโยนขนมปังลงไป ๑ ก้อน ก็จะมีปลาเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ฮุบเอาขนมปังนั้นเข้าไปได้ ก็เหมือนกับการตาย กรรมทั้งหลายที่เราได้กระทำมานั้นมีมากมายเสมือนกับปลาสวาย
บอกไม่ได้เลยว่า ขนมปังที่โยนลงไปนั้น ปลาตัวใดจะฮุบมันได้ ?
และ หากจะเปรียบไปแล้ว ขนมปังที่เราโยนให้ปลากินนั้นมี ๒ ประเภท ประเภทหนึ่งเป็นขนมปังที่ขึ้นรา ส่วนอีกประเภทหนึ่งเป็นขนมปังใหม่
(ขนมปังขึ้นรา เปรียบเสมือนอกุศล ส่วน ขนมปังใหม่เปรียบเสมือนกุศล)
จงจำไว้ว่า เรามีหน้าที่ผลิตขนมปังใหม่ตลอดเวลา เมื่อเอาขนมปังใหม่โยนลงไป ไม่ว่าจะเป็นปลาตัวใดกระโดดขึ้นฮุบ มันก็ได้ขนมปังใหม่
เช่นเดียวกัน ที่เรียนมาว่า อารมณ์ก่อนตายมี ๓ ประเภทคือ
- กรรม ได้แก่ เจตนา ๒๙
- กรรมนิมิต ได้แก่รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และสภาพที่รู้ได้ทางใจที่เกี่ยวด้วยการกระทำของแต่ละบุคคล ที่ตนเคยได้กระทำแล้วด้วยกาย วาจา ใจ
- คตินิมิต ได้แก่ นิมิตเครื่องหมายอารมณ์ที่จะนำไปสู่ภพภูมิใหม่
อารมณ์ทั้งสามนี้ต่างก็เกิดจากอำนาจของกรรมที่เรากระทำมานั่นเอง
หรือสรุปได้ว่า กรรมที่เรากระทำมาแล้วมีมากมายนับไม่ถ้วนทั้งภพชาตินี้ และที่ผ่านๆ มา จึงเป็นเสมือนปลาสวายในแม่น้ำ
หากเราโยนขนมปังที่ใหม่ลงไป ปลาก็ย่อมได้ขนมปังใหม่ ซึ่งนั่นหมายถึงอารมณ์ก่อนตาย จะเป็นอารมณ์ประเภทใดชนิดใดก็ตามย่อมเป็นกุศล เพียงอย่างเดียว
ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า ตายแล้วย่อมไปเกิดสุขคติ
ไม่เพียงแค่ฝากข้อคิดเท่านั้น แต่การกระทำของท่านอาจารย์ในวันนั้น เสมือนกับว่า ท่านได้ทำตัวอย่างให้พวกเราได้เห็นว่า ท่านผลิตขนมปังใหม่อยู่ตลอดเวลา
เพราะนับตั้งแต่ท่านลงจากรถ ทุกสิ่งที่ท่านพูดออกมานั้น ล้วนเป็นข้อธรรมที่กระตุ้นเตือนให้เราย้อนกลับมาสำรวจชีวิตที่ผ่านมาของตนเอง
เห็นท่านอาจารย์แล้ว ทำให้เกิดความตั้งใจว่า ต่อไปนี้เราจะพยายามทำอาจิณกรรม ในสิ่งที่ดีๆ นับตั้งแต่การคิด การพูด และการกระทำ
ท่านยังย้ำกับพวกเราว่า เราควรจะ
จงรัก ต่อ อาจิณกรรม
ภักดี ต่อ อาจิณกรรม
และเห็นค่า ของ อาจิณกรรม
วันนั้นท่านยังได้ยกตัวอย่างบุคคลท่านหนึ่ง ที่ท่านรู้สึกประทับใจในคุณธรรมของเขาเป็นอย่างมากมาก หลังจากที่ได้โต้ตอบผ่านกระทู้ธรรม ท่านผู้นั้นก็คือ คุณวุฒิชัย
ซึ่งอาจารย์ได้นัดหมายให้มาพบ เพื่อทางมูลนิธิจะได้มอบของบรรณาการให้
อาจารย์บุษกรบอกว่า ท่านถือว่าบุคคลผู้นี้มีอุปการะคุณต่อท่าน เพราะเขาได้แสดงให้เห็นว่า สิ่งอันเป็นเป้าหมายของอาจารย์นั้นบรรลุผล ในเมื่ออาจารย์เป็นผู้สานต่อ งานชีวิต อันหมายถึง พระอภิธรรมทีสอนให้คนรู้จักชีวิตที่แท้จริง สืบต่อจากท่านอาจารย์บุญมี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอาจารย์บุญมีได้เคยกล่าวไว้ว่า
... กระผมพยายามเดินเคาะประตูบ้านท่านซ้ำแล้วซ้ำอีก
เพื่อจะได้ออกมารับรู้เรื่องราวของชีวิตของตนเอง และจะได้พาตนเองไปสู่สันติสุขได้
.. แต่เคาะเท่าใดก็ช่างมีคนน้อยเต็มที ที่จะออกมาหาแสงสว่างของชีวิต
ผมพยายามเต็มที่ แต่ก็จนใจกับพวกดื้อทั้งหลาย
และแม้ท่านอาจารย์เทพธรรมเองก็เขียนความรู้สึกลงในกระทู้ว่า
ครับ..ผมเสียงที่ก้องกังวานในจิตของผมไม่ได้เกิดขึ้นอย่างธรรมดาแต่ก่อน
แต่มันเกิดขึ้นบนการงานที่ผมกำลังเจริญเดินตามท่านอาจารย์(บุญมี)อยู่ครับ
ผมไม่เพียงทำหน้าที่เคาะประตูเท่านั้น แต่ผมยังขออนุญาตเข้าไปเสนอสินค้าที่มากมายด้วยกำไรชีวิต (ไม่ใช่ผมเก่งหรือมีความสามารถกว่าท่านอาจารย์นะครับ) แต่ผมทราบว่า คนสมัยนี้ชอบความสะดวกตนเป็นที่สุด ไม่อยากลงทุนออกมาเท่าไหร่หรอกครับ ถ้าเทียบกับ พ.ศ. 2510 - 2534 ช่วงระยะนั้นถึงดื้อก็ยังมีดีครับ
แต่มาครานี้ซิครับดื้ออย่างไร้เหตุผล หมดท่า ที่จะมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นผู้ว่าง่ายมากๆเลยครับ
ผมจึงได้แต่ อดทนเดินหาเพื่อนร่วมทางต่อไปอย่างไร้คู่กรรมครับ
แต่มาบัดนี้ได้มีคุณวุฒิชัย เปิดประตูออกมาแสดงตัวว่า เป็นผู้ที่ต้องการรับรู้เรื่องราวของชีวิตที่ท่านอาจารย์บุญมีได้นำมาเสนอ
นอกจากนั้นยังยอมรับกำไรชีวิตที่ท่านเทพธรรมได้นำมาให้แล้ว
คำที่อาจารย์บุษกรที่บอกกล่าวให้ท่านอาจารย์บุญมีได้รับทราบ และร่วมอนุโมทนากับงานกุศลครั้งนี้ เรียกน้ำตา และความปีติใจจากลูกศิษย์ได้ทั่วหน้า
โดย วยุรี [5 ธ.ค. 2545 , 21:38:08 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )
สลักธรรม 2
ยิ่งตอนที่ท่านอาจารย์พูดว่า
๑ ปีที่ผ่านมา แม้จะมีความเหน็ดเหนื่อยจากการงานเพียงใด ขอเพียงแค่ ๑ คนทีหันเหชีวิตมาสนใจกับการศึกษาพระอภิธรรมอย่างจริงจัง เพียงแค่นี้ท่านก็พอใจแล้ว
(ซึ่งคุณวุฒิชัยเป็นบุคคลหนึ่งที่ก้าวเข้ามาที่เต็นท์มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ และได้รู้จักอาจารย์บุษกร เมธางกูร เป็นครั้งแรกในงานสัปดาห์วันวิสาขบูชา ณ ท้องสนามหลวง)
บัดนี้ท่านได้เห็นความตั้งใจจริงของคุณวุฒิชัยที่มีความปรารถนาจะเรียนรู้พระอภิธรรม แม้จะมีอุปสรรคทั้งเวลา การงาน ฯลฯ จึงต้องขอศึกษาจาก CD ด้วยตนเอง หากมีปัญหาใดๆ คงจะถามท่านอาจารย์ผ่านกระทู้ธรรมแห่งนี้
พวกเราลูกศิษย์ทุกๆ คน ที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์เวลานั้น ต่างมีความปีติยินดี และขอเอาใจช่วย เพราะมีความมั่นใจว่า ด้วยจิตใจที่มีความตั้งมั่น และแน่วแน่ของคุณวุฒิชัย คงจะเป็นปัจจัยช่วยทำให้อุปสรรคต่างๆ มลายไปสิ้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจในพระอภิธรรมได้สมตามความปรารถนาของท่านทุกประการ
ท้ายสุดของวันนั้น ท่านอาจารย์ได้รวมรวมกุศลที่ท่านได้กระทำมาทั้งหมด กราบถวายเป็นราชสักการะแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ที่จะถึงนี้
คำกล่าวของท่านอาจารย์ในวันนั้น ล้วนสร้างความปีติโสมนัสให้กับพวกเราเป็นอย่างยิ่ง
ท่านไม่เพียงผลิตขนมปังใหม่ให้กับท่านเท่านั้น แต่ท่านยังให้พวกเราร่วมผลิตขนมปังใหม่ไปพร้อมๆ กับท่านด้วย
ผู้เขียนมีความรู้สึกว่า ขนมปัง(กุศล)ที่พวกเราทำในวันนั้น นอกจากจะใหม่แล้ว ยังหอมน่ารับประทานด้วย
และถ้าเราพยายามผลิตต่อๆ ไป ให้เป็นอาจิณกรรม รับรองว่า เมื่อถึงเวลาที่โยนให้ปลา ไม่ว่าจะเป็นปลาตัวใดฮุบไป .เป็นอันว่าหายห่วงได้
จนมาถึงวันนี้ (๕ ธันวาคม ๒๕๔๕) แม้ว่าจะไม่ได้ไปร่วมกุศลกับสมาชิกทุกๆ ท่านที่วัดพระแก้วเช่นปีก่อนๆ
ก็ได้นึกถึงเรื่อง ขนมปัง ซึ่งเป็นข้อคิดของฝากจากอาจารย์
จึงแต่งตัวเหมือนสมาชิกทุกท่าน คือใส่เสื้อทองแดงสีเหลือง นั่งผลิตขนมปังอยู่หน้าคอมฯ เพื่อนำมาฝากทุกๆ ท่านในวันนี้
ด้วยความหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงสร้างประโยชน์ให้กับท่านผู้ที่เข้ามาอ่านได้ไม่มากก็น้อย
กุศลใดๆ ที่พึงบังเกิดจากการเขียนครั้งนี้
ข้าพระพุทธเจ้า พสกนิกรผู้เป็นข้าบาทของแผ่นดิน
ขอกราบถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย
ขอพระองค์ทรงพระชนมายุยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นางสาววยุรี สุวรรณอินทร์
แล้วขออาราธนา พ่อผู้เป็นร่มใจ และ พ่อผู้ให้ร่มเงา
เพื่อให้ข้าพเจ้าได้ใช้ชีวิตอยู่ใน ร่มธรรม
คือ
หลวงพ่อเสือ และ พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร
จงได้โปรดมาร่วมอนุโมทนารับกุศลที่ข้าพเจ้าผู้เป็นลูกได้กระทำเพื่อถวายท่านทั้งสอง
เนื่องใน วันพ่อด้วยเทอญ
โดย วยุรี [5 ธ.ค. 2545 , 22:01:40 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )
สลักธรรม 3
ขอขอบคุณมากค่ะ ที่เข้าใจในเจตนาที่มีให้ต่อทุกๆท่านด้วยใจนี่ก็เพิ่งกลับจากไปเฝ้ารับเสด็จ และเข้าไปร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรมาค่ะ
อยากบอกและเล่าให้ฟังว่าดีใจแค่ไหนแต่รอน้องกิ๊ฟดีกว่านะค่ะ เพราะเพลียมากๆค่ะ กลับมาก็ตรวจงานนี่ละค่ะ และความรู้สึกว่าตนเองยังเป็นผู้ป่วยก็เพิ่งโผล่มานี่ละค่ะสวัสดีค่ะ..โดย อ.บุษกร เมธางกูร [5 ธ.ค. 2545 , 22:21:47 น.] ( IP = 203.170.129.235 : : )
สลักธรรม 4น้องกิ๊ฟก็เพิ่งกลับมาจากพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรเหมือนกันค่ะ
มีเรื่องมาเล่า..เพียบเลย...
แต่วันนี้มาดูรูปกันก่อนดีกว่านะคะ..
เสร็จภารกิจที่คั่งค้างแล้วจะกลับมาเล่าให้ทราบค่ะ..
มาดูรูปที่เริ่มตั้งแต่เบื้องหลังกันเลยนะคะ
....ส่งสมาชิกเป็นตัวแทนเข้าไปจองพื้นที่เป็นการล่วงหน้าค่ะ ....มาถึงวันพระแก้วกันตั้งแต่ตีห้า ..ยืนเกาะลูกกรงประตูจนเกือบเจ็ดโมงเช้า ..ดูแทบไม่ออกเลยค่ะว่าที่เกาะประตูเกาะผนังกันอยู่นั้น..คนหรือจิ้งจก ..เพราะมือเหนียวกันเหลือเกินแถมยังนิ่งสนิทไม่ยอมเดินไปเดินมากันเลย
..แต่คนไปยืนรอจองคิวบอกมาว่า ไม่เป็นไร ...สู้ตายค่ะ... ขอให้ตนเองและคณะโดยเฉพาะอาจารย์บุษกรผู้จุดประกายไฟรักในแผ่นนี้ให้กับพวกเราทุกคนนั้น
ได้มีโอกาสเข้าไปกล่าวคำถวายพระพรด้วยปากของตนเอง และกระแสเสียงนั้นได้กระทบไปกับพระกรรณของพระเจ้าอยู่หัวฯ..เพียงเท่านี้ก็ปลื้มเหลือล้นหายเหนื่อยแล้วค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [5 ธ.ค. 2545 , 23:07:47 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.107 )
สลักธรรม 5จองที่ได้แล้วค่ะ....
ศาลา ๑๑ (กลุ่มที่เสื้อเหลืองๆนั่นแหละค่ะ)โดย น้องกิ๊ฟ [5 ธ.ค. 2545 , 23:17:15 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.157.123 )
สลักธรรม 6พี่ดอกแก้วก็มาแล้วค่ะ..ใส่เสื้อ "เรารักในหลวง" เหมือนเมื่อวาน..แต่คนละตัวกันนะคะ...เพราะได้รับแจกใหม่สำหรับผู้หญิงแถวหน้าๆ
โดย น้องกิ๊ฟ [5 ธ.ค. 2545 , 23:19:01 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.157.123 )
สลักธรรม 7รับเสด็จเสร็จเรียบแล้ว และกล่าวคำถวายพระพรอย่างชื่นใจแล้ว ก็พากันไปร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรค่ะ
พี่ดอกแก้วเดินนำขบวนจูงมือพวกเราไปยืนอยู่ด้านหน้าเวทีกันเลย
โดย น้องกิ๊ฟ [5 ธ.ค. 2545 , 23:22:46 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.157.123 )
สลักธรรม 8คุณหมอมาลียังหายป่วยค่ะ แต่ก็ทนเสียงรบเร้าของพี่ดอกแก้วไม่ไหว ..ปลดสายน้ำเกลือทิ้งแล้วก็ข้ามฟากจากศิริราชมาร่วมพิธีจุดเทียนชัยด้วยค่ะ
ดูแววตาของทุกท่านซิคะ...โดยเฉพาะพี่ดอกแก้วน่ะช่างเป็นประกายแวววาวจริงๆ ....งานนี้ต้องไปกระซิบก่อนนะคะว่าคิดอะไรอยู่โดย น้องกิ๊ฟ [5 ธ.ค. 2545 , 23:35:47 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.157.123 )
สลักธรรม 9คาดว่าขณะนี้พี่ดอกแก้วคงตั้งจิตอธิษฐานอยู่นะคะ
เพราะนิ่งอยู่นานเลย แล้วก็มองตรงไปเฉพาะที่พระบรมฉายาลักษณ์เท่านั้นโดย น้องกิ๊ฟ [5 ธ.ค. 2545 , 23:38:09 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.157.123 )
สลักธรรม 10พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรเริ่มขึ้นแล้วค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [5 ธ.ค. 2545 , 23:39:26 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.157.123 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |