มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ของฝากจากอาจารย์






ของฝากจากอาจารย์



เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ หลังจากที่อาจารย์บุษกร ไปพบแพทย์ตามนัดแล้ว ตกบ่ายท่านได้แวะไปที่มูลนิธิ..(คงจะเป็นห่วงว่า พวกลูกศิษย์อยู่กันอย่างไร)


ในฐานะที่เป็นครูผู้ให้มาโดยตลอด แม้จะเหนื่อย-ไม่สบายมากเพียงไร ท่านก็อดไม่ได้ที่จะสอนเมื่อได้พบลูกศิษย์
และทุกครั้งข้อธรรมที่ท่านสอนล้วนเป็นประโยชน์ต่อพวกเราทั้งสิ้น …



ครั้งนี้ก็เช่นกันเป็นข้อคิดที่เตือนให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท
จึงขอนำมาฝากสมาชิกทุกๆ ท่าน (หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยด้วย เพราะเมื่อฟังแล้วก็สรุปเอาจากความเข้าใจของตนเอง)



ท่านเริ่มด้วยความรู้สึกของท่านหลังจากที่ผ่านจากการเจ็บป่วยในครั้งนี้ ซึ่งอาจจะเป็นอารมณ์ที่พวกเราๆ ก็เคยประสบ แต่เพราะขาดปัญญา และยังไม่รู้จักชีวิตตนเองอย่างถูกต้อง เราจึงไม่ได้เกิดความรู้สึกเช่นท่าน


ท่านบอกว่าป่วยคราวนี้นานมาก หลังผ่าตัดอาการดูเหมือนจะดีขึ้น แต่แล้วก็กลับทรุดลงหลังจากที่เป็นหวัด และมีการไออย่างหนัก ที่น่ากังวลมาก คือ อาการชาที่เกิดขึ้นที่เท้า จนบางครั้งไม่มีความรู้สึกที่เท้าเลย…
ท่านยอมรับว่ามีช่วงหนึ่งที่ท่านรู้สึกกลัวมาก กลัวจะเป็นอัมพาตแล้วไปสอนธรรมะ ไม่ได้ ที่สำคัญท่านกลัวว่าจะไม่สามารถสานต่องานของพ่อได้ และกลัวไปจนถึงว่าผู้ที่ดูแลอยู่จะทอดทิ้งหากท่านเป็นอัมพาตไป เพราะคงไม่มีใครที่อยากจะดูแลผู้ป่วยไปตลอดชีวิต



…ตอนนั้นเองที่ทำให้ท่านรู้ว่า
…ที่เราคิดว่ายอมรับวิบากนั้น แท้ที่จริงแล้ว เรายอมรับวิบากแบบจนตรอก แถมเป็นตรอกที่มืดด้วย เพราะเมื่อจนตรอกก็หมายความว่าไม่มีทางที่จะไปแล้ว
อย่างเราๆ …ที่ไม่มีทางไป เพราะถ้ายังขืนไปอีก ก็คือต้องตกเหว


ซึ่งผิดกับพระอรหันต์ ท่านก็จนตรอก ไม่มีทางไป (ไม่มีชาติที่จะไป)แล้ว
แต่ของท่านนั้นเป็นตรอกที่สว่างแล้ว สามารถมองเห็นทุกอย่างได้ด้วยตาปัญญา

(สำหรับพวกเรานั้น…คงเป็นประเภทจนตรอกในที่มืดแล้ว ตาก็ยังมืดบอด ไม่สามารถมองเห็นความจริงได้ เพราะถูกมิจฉาทิฏฐิครอบงำ)



ท่านให้ข้อคิดฝากไว้กับทุกๆ คนว่า จงยอมรับเถอะว่า เรายังมีมิจฉาทิฏฐิอยู่
เพราะตราบที่บุคคลใดยังไม่ได้ “นามรูปปริเฉทญาณ” ผู้นั้นย่อมมีมิจฉาทิฏฐิ
ทั้งนี้ สัมมาทิฏฐิจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อได้ญาณที่ ๑ ในโสฬสญาณ คือ นามรูปปริเฉทญาณ


และประการสำคัญ พระพุทธเจ้าที่อุบัติขึ้นมาในโลก ที่ว่ามีมากมายเท่าเม็ดทรายนั้น ทุกๆ พระองค์ก็มีพุทธประสงค์เป็นอย่างเดียวกันคือ รื้อขนสัตวโลกไปให้พ้นจากทุกข์
และเป็นที่แน่นอนว่า เมื่อพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น ย่อมรื้อสัตว์ขนสัตว์ไปได้จำนวนหนึ่ง แต่ในคนเหล่านั้น… ไม่มีเรา
สิ่งเหล่านี้ ย่อมพิสูจน์ตนเองได้แล้วว่า ครุกรรมฝ่ายดีนั้น …เราไม่มีแน่นอน


แต่ถ้าถามว่า ครุกรรมฝ่ายชั่วล่ะ…แน่นอนเราต้องมี
(ที่ได้ทำมาแล้วในชาติก่อนๆ ซึ่งตอนนี้อาจจะยังเสวยผล เป็นวิบาก ด้วยเศษกรรมที่ยังมีอยู่)

เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือ อารมณ์ก่อนตาย



เพราะในเรื่องของความตายนั้น เป็นเรื่องที่เราไม่รู้ ๔ อย่าง คือ
๑. ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไร
๒. ไม่รู้ว่าจะตายที่ไหน
๓. ไม่รู้ว่าจะตายเพราะ(โรค)อะไร
๔. ตายแล้ว จะไปเกิดที่ไหน

โดยเฉพาะข้อ ๔ นี่แหละ…ที่น่ากลัวมาก ตายแล้วจะไปไหน !
ซึ่งจะไปเกิดที่ไหนนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับอารมณ์ก่อนตาย
เพราะอารมณ์ก่อนตายนั่นเอง ที่เป็นตัวกำหนดการเกิดให้กับเราว่า จะเกิดในสุขคติ หรือ ทุคติ เป็นสัตว์ประเภทไหน และในภพภูมิใด



แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่า อารมณ์ใด และกรรมชนิดไหนจะมาปรากฏให้กับเราในมรณาสันนกาลที่เกิดขึ้นในขณะก่อนตายนั้น
ดังนั้นการตายนั้นจึงเป็นสิ่งที่น่ากลัว ในเมื่อเราเรียนรู้มาว่า กรรมที่จะมาให้ผลเป็นอันดับแรกตอนจะตายนั้น คือ ครุกรรม
แล้ว ครุกรรมฝ่ายกุศลนั้น เราไม่มี มีแต่ครุกรรมฝ่ายอกุศล (ที่เราทำมาแต่ชาติใดก็ไม่ทราบ ยังหลงเหลือเป็นเศษกรรมอยู่ จึงมีกำลังอ่อน)


รองลงมาคือ อาสันนกรรม คือ กรรมใกล้ตาย เราก็ไม่อาจทราบได้เลยว่า ขณะนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา (ตำราบางเล่มเขียนว่า รองลงมาคือ อาจิณกรรม)

ฉะนั้น กรรมที่เราน่าจะหวังและพึ่งได้ จึงควรเป็น อาจิณกรรม คือ กรรมที่เรากระทำบ่อยๆ
ฉะนั้นเราจึงควรกระทำกุศลอาจิณกรรมให้เกิดขึ้นบ่อยๆ เพื่อจะได้มาปรากฏเป็นอารมณ์ให้กับเราก่อนตาย

โดย วยุรี [5 ธ.ค. 2545 , 21:24:32 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 21

อนุโมทนากับทุกท่านด้วยค่ะในกุศลที่ได้กระทำทุกประการค่ะ

โดย เล็ก [6 ธ.ค. 2545 , 12:27:32 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )


  สลักธรรม 22



อนุโมทนาในกุศลของทุกๆท่านอย่างมากเลยค่ะ

และขอขอบคุณ อ.วยุรีเป็นอย่างมากที่ได้สรุปธรรมะมาให้ได้อ่านและเก็บสาระประโยชน์อีกครั้งหนึ่งค่ะ


โดย ทวีพร [6 ธ.ค. 2545 , 15:48:18 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : )


  สลักธรรม 23

มาร่วมอนุโมทนาด้วยค่ะ ขอบพระคุณกับกุศลของอ.วยุรีนะคะ ที่นำความรู้สึกที่ดีๆมาฝาก และยังนำอารมณ์ที่ดีๆมาฝากอีกด้วย
เบื้องหลังภาพที่น้องกิฟนำมาฝากนั้น.. ให้ความรู้สึกที่พิเศษจริงๆ และนี่แหละค่ะ คือ อาจารย์ของพวกเรา ขอบูชาใจท่านสุดหัวใจเช่นเดียวกัน

โดย หมออุ๊ [6 ธ.ค. 2545 , 17:56:16 น.] ( IP = 202.57.179.200 : : )
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org