มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พิมพวดีสื่อวิญญาณ...ตอนที่ ๒




คืนหนึ่งเวลาประมาณสองทุ่มเศษๆ โรคปวดประสาทมาเอาผมอีก ทีนี้ปวดดิ้นเลย พยาบาลจะให้กินยาฉีดยาตามแพทย์สั่งไว้ก็ไม่สงบ

เมื่อเป็นเช่นนั้นผมก็นอนหลับตาเอามือกุมขมับข้างที่ปวดแล้วก็ภาวนาบริกรรมพุทโธ ๆๆๆ ทำอานาปานัสสติไปเรื่อยๆ ที่ผมทำแบบนี้ได้เพราะเมื่อปี พ.ศ. 2500 ผมบวชพระที่วัดราชาธิวาส หนึ่งพรรษา วัดนี้เป็นวัดวิปัสสนากรรมฐาน

ผมก็ได้รับการอบรมเรื่องนี้มาด้วย พอทำสมาธิวิปัสสนาสักครู่อาการปวดก็สงบลง มันก็เป็นเช่นนี้คือ ปวดสักพักแล้วก็บรรเทา พอสงบผมก็สงบจิตทำสมาธิต่อไป


ประมาณสามทุ่มเศษๆ ผมก็หลับตาเห็น… เด็กหญิงคนหนึ่งมายืนอยู่ข้างเตียง ก็ลืมตาถามภรรยาและพยาบาลพิเศษที่เฝ้าอยู่สองคนนี้ว่า

“ใครมา?..”
ได้รับคำตอบว่า “ดึกแล้ว…ไม่มีใครมาหรอก”

ผมก็หลับตาเข้าสมาธิต่อ พอสักครู่ก็เห็นชัดว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง รูปร่างอ้วนเหลือกำลัง อ้วนยังกับเป็นโรคชนิดหนึ่ง แต่หน้าตายังเด็ก มายืนอยู่ข้างเตียง เธอแต่งตัวด้วยชุดของโรงพยาบาล

เมื่อเห็นเช่นนั้น ผมก็เอ่ยปากออกถามว่า.. “หนูเป็นใคร มาทำไมที่นี่…”

ผมพูดออกมาดังๆ เพื่อให้สองคนนั้นได้ยิน รวมทั้งคุณใบ กล้าหาญ ซึ่งรับราชการอยู่ที่โรงพยาบาลสงฆ์จนทุกวันนี้ และไปเฝ้าผมอยู่ด้วย


ภรรยาผมมาเขย่าแขนแล้วพูดว่า …
“เธอ นี่อยู่นี่ๆ” ก็คงคิดว่าผมป่วยมากจนเพ้อ ผมก็บอกว่า “ไม่ได้เพ้อ หรือเสียสติอะไรหรอก…” “แต่ว่ามีใครเห็นไหม หนูอ้วนมานั่งอยู่ข้างเตียงนี่..” สองคนนั้นตอบว่า “ไม่มีใครอีกแล้ว…”

ผมสังเกตเห็นว่าทั้งสองคนนั้นขยับตัวเข้ามาชิดกัน ภรรยาทำท่าจะสวดมนต์หรือพนมมือไหว้พระปลกๆ แต่ผมก็ยังข้องใจเพราะหนูคนนั้นยังนั่งอยู่อย่างสงบเสงี่ยม !

ผมก็เลยพูดออกมาดังๆ กับภรรยาและพยาบาลในห้องว่า “จะคุยกับหนูคนนี้นะ ช่วยจดๆ จำๆ ไว้ด้วย” แล้วผมก็ถามด้วยเสียงดังๆ ว่า “หนูเป็นใคร… มาทำไมในห้องนี้ ?”


แม่หนูตอบว่า “หนูเคยป่วยในห้องนี้และตายในห้องนี้เมื่อประมาณสองปีมาแล้ว”

ภรรยาผมคอยฟังและคอยจด .. “อ้อ ! หนูเคยมาป่วยที่ห้องนี้ .. หนูเป็นอะไรตาย?” “ป่วยด้วยโรคอ้วนตายค่ะ”

ภรรยาและพยาบาลช่วยกันจดใหญ่ “หนูเป็นลูกหลานใครกันจ๊ะ?” “ตาหนูเป็นพระยาค่ะ” ชื่อของท่านขึ้นต้นด้วยตัว “อ” ลงท้ายด้วย “สิริ” ผมทวนคำพูดของเธอดังๆ ให้ได้ยินกันทุกคน

“งั้นหนูก็เป็นหลาน…” ผมพยายามนึก สักครู่ก็นึกออกแล้วพูดออกมาว่า “หลานเจ้าคุณอัชราชทรงสิริ ใช่ไหมล่ะ”


หนูคนนั้นก็ตอบว่า “ใช่ค่ะ คุณอาเก่งมาก” “แล้วพ่อของหนูล่ะ”

“คุณอาไม่รู้จักหรอกค่ะ” ผมถามต่อไปว่า “หนูมีพี่น้องกี่คน” “มีสามคนค่ะ หนูเป็นผู้หญิงคนเดียว”

ผมทบทวนคำพูดดังๆ ทุกคำ เพื่อให้ผู้ที่กำลังฟังได้ยินด้วย

“หนูมานี่มีประสงค์อะไรจ๊ะ” “หนูมีเพื่อนคนหนึ่ง เขาเสียชีวิตเมื่อปีกลายที่ตึกเด็ก เขาบอกว่าเขาเป็นลูกคุณอาเมื่อชาติที่แล้ว เขาอยากจะมาหา และมาช่วยคุณอาให้หายป่วยจากโรคนี้ เขาให้หนูมาบอกคุณอาก่อนค่ะ”


จากนั้นแม่หนูอ้วนก็หายไป หายวับไปเลย ผมก็ลุกขึ้นนั่งเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้ภรรยากับพยาบาลฟัง พยาบาลคนนั้นตื่นเต้นมากพลางบอกกับผมว่า พรุ่งนี้เช้าจะไปถามหัวหน้าตึก ขอค้นประวัติและขอทราบว่า ที่ตึกนี้และห้องนี้เมื่อประมาณ ปี 2502 มีเด็กผู้หญิงถึงแก่กรรมที่ตึกนี้ ห้องนี้หรือเปล่า เพราะเธอแปลกใจและสนใจมากที่ผมพูดกับแม่หนูคนนั้นเป็นเรื่องเป็นราวตั้งนาน…

จากนั้นผมก็เข้านอน โดยไม่ลืมภาวนาบริกรรม พุทโธ ๆๆๆไปด้วย

โดย เซิ่น...นำมาฝาก [7 ธ.ค. 2545 , 00:46:42 น.] ( IP = 203.170.141.160 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ประมาณห้าทุ่มคืนเดียวกันนั้นเอง ด้วยอาการปวดประสาทอย่างรุนแรง ทำให้ผมตื่นขึ้นมาอีก แต่สองคนที่อยู่ในห้องหลับไปแล้ว

ตอนนี้เงียบสงัดแต่ผมนอนกุมขมับ กุมศีรษะด้านขวาอยู่คนเดียวด้วยความปวด ที่ออกจะรุนแรงเอาการอยู่ ผมก็ได้ยินเสียงแว่วๆ ที่หูว่า “เธอ พ่อเธอนอนอยู่นี่ยังไง..เข้ามาซิ”


ผมลืมตาขึ้นมาก็ไม่เห็นมีอะไร… แต่พอหลับตาก็ได้ยินเสียงขึ้นอีกว่า “เข้ามาซิ เข้ามาเถอะ”

ผมลืมตาขึ้นอีกที ทีนี้เห็นเด็กสองคนเข้ามายืนข้างเตียงผม คนหนึ่งอ้วน ก็คนเก่า อีกคนหนึ่งอยู่ในวัย 12 ขวบ หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู เธอเดินมาข้างเตียงผมแล้วพูดว่า “พ่อ หนูมาช่วยพ่อ”

ผมจึงเรียกภรรยาและนางพยาบาลให้ตื่น แล้วถามว่า “เห็นเด็กผู้หญิงสองคนตรงนี้ไหม เด็กๆ มายืนอยู่ที่นี่แน่ะ”

พยาบาลเปิดไฟในห้องสว่างพรึ่บ แล้วบอกว่า “ไม่เห็นมีใครมาซักคนนี่คะ”

“มีซิ มีแม่หนูสองคนมาเยี่ยม แล้วก็ยืนอยู่ตรงนี้ นี่ไงล่ะ..” พลางผมก็ยื่นมือออกชี้ไปที่ตัวเด็ก..

คุณใบยกเก้าอี้มาสองตัวให้แขกที่มองไม่เห็นนั่งข้างเตียงทันที


ภรรยาผมกับพยาบาลตื่นขึ้นนั่ง ขยับตัวเข้ามาชิดกัน แล้วทั้งสองก็พนมมือทำท่าสวดมนต์อีกรอบ หนูอ้วนยืนอยู่สักครู่แล้วก็ลาไป “คุณอาคะ หนูไปก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็หายวับไปทันที เหลือแต่แม่หนูตัวเล็กคนเดียว

ตอนนี้เธอนั่งบนเก้าอีกข้างเตียงนอนผม ข้อศอกสองข้างเท้าที่นอนยันคางไว้ แล้วถามว่า… “คุณพ่อปวดศีรษะมากหรือคะ” ผมตอบว่า “ตอนนี้ปวดมากจ๊ะ”

เธอยื่นมือข้างหนึ่งมากุมหรือกดศีรษะ ด้านที่ปวดของผมไว้แล้วบอกว่า “สักครู่จะทุเลา” ต่อจากนั้นสักพักอาการก็สงบ

ผมจึงถามเธอว่า “หนูเป็นใคร แล้วทำไมมาเรียกว่าพ่อ” ตอนนี้สองคนนั้นเริ่มจดอีก “ชาติที่แล้วหนูเป็นลูกของพ่อ” ผมก็ทวนคำพูดของแม่หนูว่า “อ้อ ชาติที่แล้วหนูเป็นลูกของพ่อ”


ต่อไปนี้เป็นคำสนทนาของผมกับเด็กผู้หญิงคนนั้น โดยผมถามดังๆ และทวนคำตอบดังๆ เช่นเคย

“ชาติก่อนนี้ หนูเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง” “เป็นผู้หญิงค่ะ”
“หนูเป็นอะไรตายในชาติก่อน” “หนูไปเล่นน้ำแล้วไถลลื่น และตกน้ำตาย”
“หนูตายที่ไหน” “ตกน้ำตายที่โรงโม่”

ผมไม่รู้จักท่าโรงโม่ จึงถามเธอว่า
“โรงโม่อยู่ที่ไหน”
“ก็แถวๆ ท่าเตียนนี่แหละ ไม่ไกลเท่าไหร่”

“ตอนที่ตกน้ำตายหนูอายุเท่าไหร่” “ก็สิบกว่าขวบค่ะ”
“ชาติก่อนนี้พ่อเป็นอะไร” “ชาติก่อนนี้พ่อรับราชการในรัชกาลที่ 3 เป็นผู้คุมนักโทษและราชมัล”

“ราชมัลเป็นอย่างไร พ่อไม่รู้จัก”
“ราชมัลเป็นผู้คุม เป็นคนลงโทษนักโทษ ทรมานนักโทษ รวมทั้งประหารชีวิตนักโทษด้วย”

ผมได้ฟังแล้วตกใจมาก เพราะชาตินี้ผมไม่เคยเบียดเบียนใคร ไม่ชอบการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอย่างใดทั้งสิ้น
แล้วจึงถามแม่หนูนั้นว่า

“ที่พ่อป่วยนี้ ป่วยมานานเป็นเพราะอะไร แล้วเมื่อไหร่จะหาย”

เธอตอบว่า “ป่วยเพราะกรรมเก่าที่ทำไว้แต่ชาติก่อน พ่อมีหน้าที่เกี่ยวกับนักโทษ ควบคุมลงโทษ ทรมานเขา กรรมก็ตามมาสนองในชาตินี้”

ผมแย้งว่า “ก็ทำตามหน้าที่ ลูกบอกว่าหน้าที่คือควบคุมทรมานเขา เราไม่ทำเราก็ผิด”


แม่หนูตอบว่า “ครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่งรูปร่างอ้วนใหญ่ สูงดำ ถูกคดีว่าฆ่าชาวบ้านตาย ทำทารุณต่างๆ แก่ราษฎร ความจริงนั้นเขาไม่ได้ทำ แต่ชาวบ้านมารวมหัวกันใส่ความเขา

พระอัยการก็คุมตัวมาลงโทษ สอบถามเขา เขาไม่ได้ทำก็ไม่รับ ราชมัลก็คือพ่อ ได้ลงโทษเขา จับเขาเข้าขื่อเข้าคา ตอกเล็บแล้วเอาเครื่องมือมาบีบขมับเขา บีบขมับจนเขาสลบเพราะความเจ็บปวด

เขาก็ไม่รับว่าเป็นผู้ร้าย พ่อก็ลงโทษบีบขมับเขาอีก เพื่อให้เขารับสัตย์ว่าเป็น เขาก็ไม่รับ ในที่สุดก็ทนทรมานไม่ไหวก็ขาดใจตาย

ก่อนตายเขาผูกใจอาฆาตพยาบาทไว้ว่า จะจองเวรไปทุกชาติจนกว่าจะหมดเวร ตอนนี้ กรรมมาตามทันอย่างเต็มที่แล้วจึงได้ป่วยเช่นนี้”

ผมทวนคำพูดของแม่หนูน้อยทุกอย่าง ภรรยาผมและพยาบาลนั่งจำและจดไว้ทุกคำพูด


ผมจึงถามต่อไปว่า “เมื่อไหร่จะชดใช้กรรมนี้หมดเสียที” แม่หนูตอบว่า

“พ่อทำไว้มาก ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว กรรมก็สลับกันไป กรรมดีทำให้พ่อเกิดมาอย่างนี้ กรรมชั่วก็ตามมาสนองอย่างนี้”

“แล้วเมื่อไหร่จะหมดบาปหมดกรรม” “อีกสี่ปี” แม่หนูตอบ
“พ.ศ. 2508 พ่อถึงจะหมดกรรมนี้ แล้วจึงจะหายป่วย”

ภรรยาผมนั่งฟังอยู่ตลอดก็ขอให้ผมถามว่าเมื่อชาติก่อนเธอเป็นอะไร แม่หนูตอบว่า “คุณแม่เมื่อชาติก่อนนี้เป็นแม่ชี บวชเป็นแม่ชีถือศีลกินเพลอยู่วัดใต้” ผมก็ไม่ทราบว่าวัดใต้ไหน


แม่หนูบอกว่า “เวลาผมปวดประสาทมากๆ ให้นึกถึงเธอ เธอจะมาช่วยให้บรรเทาเบาบางลง” แล้วก็เอามือมากุมศีรษะข้างที่ปวด พลางก็พูดว่า “พรุ่งนี้แปดนาฬิกา หมอจะเอาพ่อไปผ่ากะโหลกศีรษะ”

ผมย้ำว่า “พรุ่งนี้เช้าหรือ จะผ่ากะโหลกศีรษะพ่อหรือ ?” เธอก็พยักหน้ารับคำ แล้วก็บอกว่า “หนูจะไปก่อนล่ะ” ภรรยาผมนั่งสงบอย่างบอกไม่ถูก และแล้วก็ม่อยหลับกันไปทั้งสามคน

โดย เซิ่น...นำมาฝาก [7 ธ.ค. 2545 , 00:59:09 น.] ( IP = 203.170.141.160 : : )


  สลักธรรม 2


อนุโมทนาคุณเซิ่นค่ะ


ได้ทั้งความสนุกเพลิดเพลินจากการอ่าน และมีสาระสำคัญที่ทำให้คนหวาดกลัวการทำบาปมากขึ้น

ขอบคุณค่ะ ที่นำเรื่องดีๆ มาให้อ่านเสมอๆ



โดย วยุรี [7 ธ.ค. 2545 , 06:46:03 น.] ( IP = 203.113.39.7 : : )


  สลักธรรม 3

อนุโมทนาค่ะพี่เซิ่น จะติดตามอ่านต่อไปนะคะ

โดย ซาโยจัง [8 ธ.ค. 2545 , 11:36:39 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 4

ตื่นเต้นๆๆ ต้องตามไปอ่านต่อแล้ว
ขอบคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [9 ธ.ค. 2545 , 12:19:53 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณมากคะสำหรับแง่คิด อย่างอ่านต่อจังเลย

โดย MASHIMNA [12 ธ.ค. 2545 , 12:59:37 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org