มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พิมพวดีสื่อวิญญาณ..ตอนสุดท้าย




รุ่งเช้าเจ็ดนาฬิกา อาจารย์ท่านก็มาเยี่ยมตามเคย พอได้รับรายงานจากพยาบาล ท่านก็ยืนนิ่งครู่หนึ่ง แล้วก็หันมาพูดกับผมว่า

“เดี๋ยวแปดโมงเช้าเอาไปผ่าอีกที ทีนี้จะเลาะประสาทฝอยออกหมดทั้งแถบ มันคงจะไม่มีอะไรมาปวดอีกแล้ว”

ทุกคนนิ่ง นิ่งด้วยความเวทนา นิ่งด้วยความประหลาดใจ และเชื่อว่า ทุกครั้งที่หนูพิมพวดีมาบอกเป็นต้องไม่ผิด จะไม่เชื่อก็ไม่ได้

ข่าวก็ออกจากปากนี้ไปปากโน้นไปปากนั้น ว่าวิญญาณของหนูพิมพ์มาบอกล่วงหน้าทุกทีที่จะมีการผ่าตัด แล้วก็จริงทุกทีไป


พอราวๆ แปดนาฬิกา รถเข็นคันนั้นก็มาอีก คราวนี้พยาบาลไม่ฉีดยาให้ก่อนผ่าตัด…. ผมจึงถามพยาบาลว่าทำไมไม่ฉีดยา ก็ได้รับคำตอบว่า

คราวนี้อาจารย์จะผ่าสดๆ ไม่ใช้ยาฉีด ไม่ใช้ยาชาใดๆ ทั้งสิ้น ผมก็ขึ้นนอนเปลไปกับเขา พอถึงห้องผ่าตัด อาจารย์ท่านก็บอกว่า “ไม่รู้ประสาทฝอยเส้นไหนมันเสีย มันถึงปวด ถ้าให้ยาสลบยาชาแล้วมันก็เหมือนถอนฟันเลยไม่รู้ว่าซี่ไหนปวด เพราะฉะนั้น คราวนี้จึงจะผ่าตัดโดยไม่ต้องใช้ยาชาเลย ขอให้ทนเอาหน่อย”


ผมก็นึกว่ากรรม กรรมแน่แท้ เพราะแม้แต่สัตว์แพทย์เขาจะทำการผ่าตัด เขายังใช้ยาระงับความรู้สึก ระงับความปวด นี่ผมเป็นคนแท้ๆ ยังโดนแบบนี้

ว่าแล้วท่านก็เอามีดกรีดลงบนคิ้วขวาเรื่อยไป ผมสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวด ร้องครวญครางออกมา ท่านอาจารย์ก็บอกว่า เจ็บก็ร้องไป ตำรวจไม่จับหรอก แล้วท่านก็ผ่าไป เอาคีมจับเส้นประสาททีละเส้น พอเส้นประสาทถูกคีมคีบมันก็ปวดถึงหัวใจ

ผมร้องออกมาดังกว่าวัวกว่าควายที่กำลังถูกเชือด เพราะการผ่าตัดแบบนี้ เวลาดึงเส้นประสาททีไรก็สะดุ้งจนตัวลอย พยาบาลห้องผ่าตัดก็กดหัวไว้ ทั้งๆ ที่พันธนาการไว้อย่างเหนียวแน่น


ผมถูกผ่าไปดึงประสาทไป ร้องจนสุดเสียงเพราะความเจ็บและความปวดทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างนั้นกว่าชั่วโมง

อาจารย์ท่านพยายามดึงประสาทออกให้มากที่สุด แต่ทำได้ยากเพราะมันติดกันนุงนัง เหมือนกับวุ้นเส้นที่เราเอามายำกิน

ผมร้องโอดโอยดังที่สุดในชีวิต เจ็บที่สุดในชีวิต ปวดที่สุดในชีวิต และทารุณที่สุดในชีวิตเหมือนกับที่หนูพิมพ์บอกไว้ไม่มีผิด และสุดท้ายผมก็สลบไปเอง เพราะความเจ็บปวด มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อพบว่าตัวเองมาอยู่ในห้องนอนมีสายน้ำเกลือรุงรัง มีสายยางอยู่ที่จมูกที่ปาก

ความปวดนั้นยังไม่หายแม้จะหยุดผ่าตัดแล้ว แต่ความเจ็บปวดก็ยังมีอยู่ มันสุดที่จะทนทานจนต้องร้องและครางออกมาดังๆ…


ค่ำนั้นก็ยิ่งปวดแผล ปวดระบมประสาท ปวดระบมสมอง เมื่อยไปทั้งตัวอย่างที่ไม่เคยได้เป็นมาก่อน ผมถูกฉีดยาระงับปวด ยานอนหลับและหลับไปทั้งสายยางต่างๆ จนมาตื่นอีกทีก็ดึกโข เห็นจะราวๆ สองยามหรือกว่า

จำได้ว่า วันที่ถูกผ่าตัดชดใช้วิบากกรรมนั้นเป็นวันพุธ ที่จำได้เพราะท่านอาจารย์ได้บอกว่าวันพฤหัสพรุ่งนี้ไม่ว่าง ท่านติดประชุมเช้า ผ่าเสียวันพุธนี่แหละ

โดย เซิ่น...นำมาฝาก [10 ธ.ค. 2545 , 00:36:46 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.156.156 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พอตื่นขึ้นมาดังกล่าว ก็พบภรรยาและพยาบาลที่นั่งเฝ้าอยู่ ผมถามทั้งสองคนว่า ผมยังไม่ตายอีกหรือ มันทารุณที่สุดแล้ว

สองคนนั้นน้ำตาไหลเพราะความสงสารแล้วผมก็หลับตาภาวนาพุทโธๆ ระงับเวทนา พอหลับตาสักครู่ หนูพิมพ์ก็เอามือมากุมตรงที่แผลผ่าตัดและที่ปวดอยู่

ผมก็ถามเธอว่า “พ่อหมดเวรหรือยัง”
เธอตอบว่า “พ่อชดใช้กรรมตามที่เขาอาฆาตไว้มากแล้ว ต่อไปนี้จะดีขึ้นๆ”

ผมถามต่ออีกว่า “พ่อจะถูกผ่าตัดอีกไหม”
เธอตอบว่า “ไม่มีอีกแล้ว”

“แล้วจะปวดโรคประสาทนี้อีกไหม”
เธอตอบว่า “ยังมี แต่ไม่ทารุณมากนัก จะมีอีกสี่ปี”

“แล้วจะให้พ่อทำอย่างไรต่อไป”
“ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาไปเรื่อยๆ ขออโหสิเขาเสีย ภาวนาแล้วส่งใจไปแผ่ส่วนกุศลให้เขาเสมอๆ นะพ่อนะ” หนูพิมพ์ตอบ


“พ่อจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่”
“วันอาทิตย์นี้แหละจ้ะ..พ่อ”

คุณหมอถามอีกว่า “ถ้ามันยังไม่หาย จะกลับไปได้อย่างไร”
เธอตอบว่า “ก็ยังมีกรรมเบาๆ หลงเหลืออยู่อีก ถึงจะเป็นก็ไม่รุนแรงเท่าคราวนี้จ้ะ”

“เวลาพ่อกลับบ้านแล้ว พ่อจะเรียกให้ลูกไปหาจะได้ไหม”
“หนูจำต้องลาไปเกิดแล้ว และเป็นผู้ชายจ้ะ.. แล้วลูกเข้าบ้านพ่อไม่ได้เจ้าที่เจ้าทางเขาห้ามจ้ะ” เธอตอบ

ภรรยาผมและนางพยาบาลนั่งฟังและจดตามอย่างเคย

“หนูลาพ่อเลยนะ และทีนี้จะไม่มาอีกแล้วจ้ะพ่อ พ่ออย่าลืมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาและเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายนะพ่อนะ” เสียงหนูพิมพ์แว่วๆ แต่ชัดเจนติดมาจนบัดนี้


แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ว่า.. หนูพิมพ์ไม่ปรากฏกายให้เห็นอีกเลย อาการปวดผมก็บรรเทาเบาบางลงๆ แม้จะไม่หายขาดก็ยังดีกว่าเก่า..

ผมนอนอยู่อีกสามวัน พอถึงวันเสาร์ตอนเช้า อาจารย์อุดมมาเยี่ยม ท่านไม่เคยหยุดงานเลย แม้วันหยุดราชการ ผมรายงานว่าอาการปวดเบาไปแยะ แต่ก็ยังมีอยู่อีกไม่หายขาด

อาจารย์ก็บอกว่า “เรายังเข้าไปทำลายศูนย์ประสาทของมันไม่ได้ เมื่อไหร่ทำลายได้หมด เมื่อนั้นก็หายขาด

พรุ่งนี้วันอาทิตย์ จะกลับบ้านก่อนก็ได้ พักฟื้นต่อไป เผื่อมีอะไรค่อยว่ากันใหม่” ผมลุกขึ้นนั่งกราบในความกรุณา แล้วท่านก็ไป


ผมดีใจที่จะได้กลับบ้านในวันพรุ่งนี้เช้าทั้งๆ ที่แผลผ่าตัดต่างๆ ยังไม่หาย ท่านบอกว่า “ทำแผลเอง เอาไหมออกเองก็แล้วกัน เป็นหมอนี่”

คืนนั้น ผมนอนหลับได้ดีมาก อาการปวดประสาทมีรบกวนนิดหน่อย ตอนที่หลับก็หลับสนิทไม่มีอะไรมาแผ้วพานในใจ ผมก็เข้าสมาธิต่อไปเรื่อยๆ เมื่อรู้สึกตัว


เช้าวันอาทิตย์ ผมถวายบังคมลาสมเด็จพระราชบิดา ลาพยาบาล ลาแพทย์ที่ช่วยเหลือ ก่อนกลับบ้านผมถือรูปหนูพิมพวดีไว้ในมือ

แล้วสั่งให้รถแวะไปที่วัดมกุฎกษัตริยารามก่อน เพื่อไปดูศาลาพิมพวดี ไปดูรูปหนูพิมพ์ผู้มีพระคุณ

ผมลงจากรถ เดินไปที่ศาลาพิมพวดี .. แต่ขณะนั้นมีประตูเหล็กปิดอยู่ ผมได้แต่ยืนข้างนอก ตาก็จ้องดูรูปหนูพิมพ์ที่ผนังศาลา โดยมีภรรยาผมคอยดูอยู่ใกล้ๆ ด้วย

ผมยกมือขึ้นอุทิศส่วนกุศลให้เธอ และบอกเธอว่าจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ เมื่อสวดมนต์ก็จะอุทิศส่วนกุศลให้เธอทุกวันจนกว่าผมจะตายไป และขอให้ได้พบกันเป็นพ่อลูกทุกๆ ชาติ..


ผมขอจบเรื่องนี้ด้วยความเชื่อว่า …จิตและวิญญาณนั้นมีจริง เพราะผมได้ประสบกับตัวมาแล้ว ดังที่เล่าให้ท่านฟังนี้… ทุกคนในรถทัวร์นั้นต่างเงียบกริบ

เมื่อผมเล่าเรื่องจบลง คุณเสนาะ นิลกำแหง สมาชิกผู้หนึ่งในคณะที่เราไปเที่ยวเล่นกอล์ฟกัน ได้ยืนขึ้นพูดว่า

“ผม..เสนาะ นิลกำแหง.. คุณหมออาจินต์อาจจะยังไม่รู้จักผมละเอียดนัก เพราะเพิ่งเดินทางมาเที่ยวกันเป็นครั้งแรก

ผมขอเรียนว่า เด็กหญิงที่เป็นโรคอ้วนแล้วเสียชีวิตที่ตึกวิบูลลักษณ์นั้น เป็นเรื่องจริง เพราะเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกสาวผม เธอเสียชีวิตที่โรงพยาบาลศิริราชด้วยโรคอ้วน เนื่องจากฮอร์โมนผิดปกติ ไม่มีทางรักษาให้หายได้ เมื่อพ.ศ. 2502

และจำนวนพี่น้องที่เธอบอกกับหมอเป็นความจริงทุกประการครับ … ผมขอยืนยัน และไม่ต้องไปถามที่ไหนอีกแล้ว”

ผมก็ยกมือไหว้ท่าน เพราะท่านแก่กว่าผมแล้วเรียนท่านว่า “ผมพึ่งรู้ว่า คุณเสนาะเป็นบิดาของหนูที่เป็นโรคอ้วนตาย วันนี้และเดี๋ยวนี้เอง”


เรื่องนี้อาจจะมีคติอยู่บ้างพอสมควร.. ขอท่านผู้อ่านทุกคนจงได้รับกุศลผลบุญนี้ทุกท่าน และหากข้อเขียนนี้เกิดประโยชน์ในทางการบุญการกุศลแก่ท่านแม้แต่น้อยนิดก็ตามโดยทั่วไป

และหวังว่าท่านผู้อ่านทุกคนคงมีใจเมตตาอุทิศส่วนกุศลของท่านที่บำเพ็ญกุศลแล้วแก่หนูพิมพวดี โหสกุล เพื่อที่เธอจะได้ประสบสุขต่อไปทุกชาติทุกภพ ..ในฐานะที่เธอเป็นผู้ให้ความสว่างว่า

“บาปบุญมีจริง กรรมและผลแห่งกรรมมีจริง” แก่ผมและทุกท่าน

พอผมเล่าเรื่องจบลง ทุกคนในรถทัวร์คันนั้นเงียบสนิททุกคน หัวหน้ามามองหน้าผมและคุณเสนาะ นิลกำแหง ซึ่งท่านเดินมาที่ผมตรงที่ผมยืนพูด แล้วพูดว่า “แม้ผมจะเชื่ออะไรยาก แต่เรื่องนี้ทำให้ได้คิดและได้อะไรอีกแยะ”


“คุณหมอน่าจะพิมพ์เรื่องนี้ไว้ให้ได้อ่านกันหลายๆ คน เพราะประจักษ์พยานหลายๆ คนยังมีชีวิตอยู่รวมทั้งคุณหมอด้วย ที่จากไปก็มีเพียงสองท่าน คือ คุณทวี บุณยเกตุ และคุณชิด สุวรรณปัทม์ แต่ผู้อื่นยังมีชีวิตอยู่ แม้แต่คุณเสรี โหสกุล กับภรรยา ท่านศาสตราจารย์หมออุดมและตัวผมเอง (คุณเสนาะ นิลกำแหง)

ถ้าทิ้งไว้ไม่เผยแพร่ให้ทราบทั่วๆ กันไว้ อีกหน่อยเรื่องก็จะเงียบหายไป แล้วจะเกิดเรื่องใหม่ที่คลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริงมาแทน แบบเรื่องนางนาค พระโขนง ก็เป็นได้”


ต่อคำถามที่เกิดขึ้นในใจตอนนี้ ผมขอตอบว่าผมน่ะเชื่อเรื่องวิญญาณมีจริง จิตมีจริง และกรรมดี กรรมชั่วมีจริง และผลแห่งกรรมดีกรรมชั่วก็ตอบสนองกับเราจริงด้วยครับ
“ชั่วแต่ว่าจะช้าหรือจะเร็วเท่านั้นครับ”


ของฝากจาก Mail ค่ะ

โดย เซิ่น...นำมาฝาก [10 ธ.ค. 2545 , 00:45:43 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.156.156 )


  สลักธรรม 2


อนุโมทนาคุณเซิ่นค่ะ

ก็จบด้วยดีนะคะ เป็นการสนับสนุนเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดได้อย่างดี โดยเฉพาะเจ้าของเหตุการณ์นั้นเป็นนายแพทย์ที่มีชื่อเสียงด้วย


ขอบคุณนะคะ ที่นำมาให้อ่าน

โดย วยุรี [10 ธ.ค. 2545 , 07:13:54 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )


  สลักธรรม 3



ขอบคุณและอนุโมทนาค่ะ...คุณเซิ่น

โดย ทวีพร [10 ธ.ค. 2545 , 08:05:02 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : )


  สลักธรรม 4

...อนุโมทนาและขอบคุณที่นำเรื่องดีๆมาให้อ่านค่ะ...

โดย เบญจพร [10 ธ.ค. 2545 , 08:26:40 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณมากค่ะคุณเซิ่น
ติดตามอ่านมาจนถึงตอนจบโดยสวัสดิภาพ....
อนุโมทนาค่ะที่นำเรื่องราวอันมีคติน่าศึกษา
และทำให้ผู้อ่านเกิดความระมัดระวังในการกระทำกรรมชั่วขึ้นได้...
นับว่าป็นประโยชน์แก่ทั้งส่วนตัวและส่วนรวมเลยค่ะ-

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ธ.ค. 2545 , 10:15:57 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.154.3 )


  สลักธรรม 6

ขออนุโมทนากับคุณเซิ่นค่ะ

โดย มด [10 ธ.ค. 2545 , 19:29:45 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 7

ขออนุโมทนาและขอบคุณคุณเซิ่นมากค่ะ

โดย ปราณี [11 ธ.ค. 2545 , 18:22:05 น.] ( IP = 203.148.162.88 : : )


  สลักธรรม 8

ขออนุโมทนาพี่เซิ่นค่ะ

โดย MASHIMA [12 ธ.ค. 2545 , 16:04:06 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org