มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ส่งพระสาวกประกาศพระศาสนา




.ส่งพระสาวกประกาศพระศาสนา
.




เมื่อพระสาวกมีมากพอจะเป็นกำลังช่วยพระองค์ออกประกาศพระศาสนา เพื่อเป็นประโยชน์สุขแก่คนเป็นอันมากได้แล้ว ครั้นออกพรรษาแล้ว จึงส่งพระสาวกทั้ง ๖๐ นั้น ออกไปประกาศพระศาสนาด้วยพระดำรัสว่า
ภิกษุทั้งหลาย ! เราได้พ้นแล้วจากบ่วงเครื่องรึงรัดทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ ทั้งที่เป็นของมนุษย์ แม้ท่านทั้งหลายก็เช่นกัน ท่านทั้งหลายจงเที่ยวไปในชนบท เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนเป็นอันมาก ต่างรูปต่างไปแต่ละทิศทาง อย่าไปรวมกัน ๒ รูปในทางเดียวกัน จงแสดงธรรมประกาศพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง สัตว์ทั้งหลายที่มีกิเลสบังปัญญาดุจธุลีในจักษุน้อยมีอยู่ เพราะโทษที่ไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อมจากคุณที่จะพึงได้พึงถึง แล้วผู้ตรัสรู้ธรรมจักมีขึ้นตามโดยลำดับ แม้เราก็จักไปยังอุรุเวลาเสนานิคมเพื่อแสดงธรรมเช่นกัน




ครั้นพระสาวกทั้ง ๖๐ องค์ ถวายบังคมลาพระบรมศาสดาออกจากป่าอิสิปปตนมิคทายวัน จาริกไปประกาศพระศาสนายังชนบทน้อยใหญ่ตามพระพุทธประสงค์ ส่วนพระองค์ก็เสด็จดำเนินไปยังตำบลอุรุเวลา ครั้นถึงไร่ฝ้ายในระหว่างทาง เสด็จหยุดพักที่ร่มไม้ต้นหนึ่ง



ขณะนั้นมานพ ๓๐ คน ซึ่งเป็นสหายที่รักใคร่กันเรียกว่า “ภัททวัคคีย์” อยู่ในราชตระกูลแห่งราชวงศ์โกศล ต่างคนต่างพาภรรยาของตนๆมาหาความสำราญ บังเอิญสหายคนหนึ่งไม่มีภรรยา สหายเหล่านั้นจึงไปหาหญิงโสเภณีคนหนึ่งมาให้เป็นเพื่อนร่วมความสำราญ ครั้นเผลอไปไม่ระแวดระวัง หญิงโสเภณีคนนั้นได้ลักเอาเครื่องแต่งกายและสิ่งของอันมีค่าหนีไป มานพทั้ง ๓๐ คนนั้นจึงออกเที่ยวติดตามมาพบพระบรมศาสดาที่ไร่ฝ้ายนั้น มานพเหล่านั้นจึงเข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดา ทูลถามว่า พระอง๕ได้ทรงเห็นหญิงผู้นั้นมาทางนี้หรือไม่ พร้อมกับได้ทูลถึงพฤติการณ์ของหญิงนั้นให้ทราบด้วย



พระบรมศาสดาได้ทรงตรัสว่า “ภัททวัคคีย์ ท่านทั้งหลายจะแสวงหาหญิงผู้นั้นดี หรือแสวงหาตนของตนดี” ครั้นสหายเหล่านั้นกราบทูลว่า แสวงหาตนดีกว่า จึงรับสั่งว่าถ้าเช่นนั้นจงตั้งใจฟัง เราจะแสดงธรรมแก่ท่านทั้งหลาย แล้วทรงแสดงอนุปุพพิกถา และอริยสัจ ๔ ให้ภัททวัคคีย์มานพทั้ง ๓๐ นั้นได้ดวงตาเห็นธรรม ประทานอุปสมบทให้เป็นภิกษุ แล้วทรงสั่งสอนให้บรรลุอริยผลเบื้องสูง ทรงส่งไปประกาศพระศาสนาเช่นเดียวกับพระสาวก ๖๐ องค์ก่อนนั้น พระอริยสงฆ์คณะนี้ได้กราบทูลลาเดินทางไปยังเมืองปาวา ข้างใต้แห่งแว่นแคว้นโกศลชนบท


.โปรดชฎิล ๓ พี่น้อง
.



ครั้นพระบรมศาสดาทรงส่งพระสาวกเหล่าภัททวัคคีย์ไปแล้ว ก็เสด็จตรงไปยังอุรุเวลาประเทศ อันตั้งอยู่ในเขตเมืองราชคฤห์มหานคร ซึ่งเป็นที่อยู่ของอุรุเวลกัสสปอาจารย์ใหญ่ของชฎิล ๕๐๐



ราชคฤห์นครนั้นเป็นเมืองหลวงแห่งมคธรัฐ ซึ่งเป็นมหาประเทศ พระเจ้าพิมพิสารมหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ปกครองโดยสิทธิ์ขาด เป็นเมืองที่คับคั่งด้วยผู้คน เจริญวิทยาความรู้ตลอดการค้าขาย เป็นที่รวมอยู่แห่งบรรดาคณาจารย์ เจ้าลัทธิมากในสมัยนั้น


ในบรรดาคณาจารย์ใหญ่ๆนั้น ท่านอุรุเวลกัสสป เป็นคณาจารย์ใหญ่ผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคนเป็นอันมาก ท่านอุรุเวลกัสสปเป็นนักบวชจำพวกชฎิล ท่านมีพี่น้องด้วยกัน ๓ คน ออกบวชจากตระกูลกัสสปโคตร ท่านอุรุเวลกัสสปเป็นพี่ชายใหญ่ มีชฎิล ๕๐๐ เป็นบริวาร ตั้งอาศรมสถานที่พนาสณฑ์ ตำบลอุรุเวลา ต้นแม่น้ำเนรัญชรานทีตำบลหนึ่งจึงได้นามว่า อุรุเวลกัสสป


น้องคนกลางมีชฎิลบริวาร ๓๐๐ ตั้งอาศรมสถานที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ถัดเข้าไปอีกตำบลหนึ่ง จึงได้นามว่า นทีกัสสป ส่วนน้องคนเล็กมีชฎิลบริวาร ๒๐๐ ตั้งอาศรมสถานอญู่ที่คุ้งใต้แห่งแม่น้ำเนรัญชรานั้นค่อไปอีกตำบลหนึ่ง ซึ่งมีนามว่าตำบลคยาสีสะประเทศ จึงได้นามว่า คยากัสสป ชฎิลคณะนี้ทั้งหมดมีลัทธิหนักในการบูชาเพลิง



..…ยังมีต่อค่ะ..…


จาก…พุทธประวัติทัศนศึกษา…โดย พระธรรมโกศาจารย์

โดย เบญจพร : นำเสนอ [10 ธ.ค. 2545 , 08:11:25 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อ่านแล้วนึกถึงคำว่า ...ทิฏฐิ... ค่ะ
บางอย่างนำไปสู่ความเป็นมิจฉาทิฏฐิขนาดแท้
บางอย่างเป็นเพียงการสร้างสมให้มีทิฏฐิที่พอจะแก้ไขได้....ไม่ร้ายแรงนัก



เวลาที่เราอ่านหนังสือพุทธประวัติแล้วพบกับคำว่า เดียรถีร์..
ก็มักจะคิดว่าป็นฝ่ายผู้ร้ายไปจนหมดสิ้น
ลืมนึกไปว่า ...ก็อดีตเดียรถีร์เหล่านี้แหละที่สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลไปมากมายแล้ว ....

ที่ภูมิใจอยู่ว่า ขณะนี้เราไม่ใช่เดียรถีร์... แต่ก็หาประมาณมิได้ว่าจะสำเร็จเป็นพระอริยบุคคลเมื่อใด
พ้นจากชาตินี้ไปแล้วจะได้ไปเข้ากลุ่มกับมิจฉาทิฏฐิพวกไหนบ้าง... จึงไม่ทราบว่า ใครเป็นผู้ร้ายกันแน่


ชฎิลสามพี่น้องแม้จะเริ่มต้นด้วยการยึดมั่นถือมั่นในการปฏิบัติที่ผิด .... แต่ก็เป็นไปเพราะต้องการบรรลุอมตะสุข และยังได้สั่งสมบารมีมาอย่างมากมาย
เมื่อได้พบกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จึงสามารถรองรับธรรมโอสถได้อย่างเต็มที่... ปรับทิฏฐิให้เป็นสัมมาทิฏฐิได้อย่างสมบูรณ์

และเมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว ก็ทำให้นึกถึงวิธีการที่จะทำให้ทิฏฐินั้นถูกตรงเป็นสัมมาทิฏฐิได้...ว่าจะมีวิธีการใดบ้าง


แล้วก็ประจักษ์แก่ใจอย่างแท้จริงว่า..
ในระดับความสามารถของปุถุชนเช่นพวกเรานั้น เป็นผู้ที่มีปัญญาน้อย ..จึงต้องเพิ่มเติมปัญญาโดยการเรียนการศึกษาสภาวธรรมต่างๆ เพื่อให้เข้าใจถึงรากฐานของทุกสรรพสิ่ง ....ถึงตัวตนที่แท้จริงของสิ่งที่เราคลุกคลีอยู่ทุกวัน


การที่เข้าใจถึงตัวจริงของแต่ละสิ่งนั้นก็จะทำให้มีการวางใจในการกระทำกรรมที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อการกระทำทาน ศีล และภาวนา
กรรมเหล่านี้ก็จะมีคุณภาพและอานิสงส์มากพอที่จะคุ้มครองชีวิตไม่ให้ล่วงไปเป็นผู้มีมิจฉาทิฏฐิที่เข้าถึงอเวจีมหานรก...


นึกถึงการเคี่ยวเข็ญของครูบาอาจารย์ทุกท่าน
ที่ทั้งหว่านล้อม ทั้งเอาใจ ทั้งบังคับให้ศึกษาพระอภิธรรม... อันเป็นการศึกษาเพื่อให้เกิดปัญญาโดยตรง ..ก็เพื่อที่จะสร้างทางที่สมหวังให้กับศิษย์ทั้งหลายผู้ที่เข้ามาศึกษานั่นเอง



เพราะใครๆต่างก็ตั้งเป้าหมายเพื่ออมตสุขมหานิพพาน ..แต่ก็จะมีการกระทำกรรมที่ออกนอกลู่นอกทางไม่ตรงเป้าหมายอยู่เสมอ ....
การศึกษาให้เข้าใจจริงจึงจะเป็นสมบัติติดตัวไปได้และใช้เป็นอาวุธป้องกันภัยที่นำสู่อบายภูมิได้

จึงคิดว่า หากต้องการพระนิพพานอย่างจริงแท้แล้ว อันดับแรกที่จะต้องกระทำในชาตินี้ก็คือ การเรียนการศึกษาสภาวธรรมต่างๆให้เข้าใจ ..ต่อไปก็คือการฝึกหัดปฏิบัติให้ถูกตรงตามแนวทาง


...ถ้าไม่เริ่มต้นในชาตินี้แล้ว ก็ต้องไปศึกษาในชาติอื่นๆอยู่ดี หนีไม่พ้นที่จะต้องศึกษาเรื่องของพระอภิธรรม ..... ก็เมื่อในชาตินี้มีครูบาอาจารย์สมบูรณ์พร้อมแล้ว มีความสบายในการดำรงชีวิตตามอัตตภาพพอสมควรแล้ว จึงน่าที่อาศัยโอกาสอันเป็นโชคนี้มาสร้างความพร้อมให้กับตนเอง


โดยส่วนตัวแล้วก็คิดอย่างนี้แหละค่ะ
ไม่รู้ว่าจะต้องปฏิเสธการศึกษาพระอภิธรรมไปทำไม
ในเมื่อเป็นบันไดขั้นแรกที่จะนำไปสู่..สัมมาทิฏฐิในมรรคอย่างแท้จริง...
ไม่เรียนชาตินี้ก็ต้องไปเรียนในชาติอื่นๆอยู่ดี ซึ่งไม่รู้ว่า ...เมื่อไหร่จะได้อยู่ในปฏิรูปเทสวาสะ ...ถิ่นอันสมควรอย่างนี้อีก... แล้วก็อย่าได้หมายเลยว่า ...บุพเพกตปุญญตา..จะเพียบพร้อมถ้าไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้



เรื่องราวของชฎิลสามพี่น้อง จึงเป็นสิ่งที่แสดงได้อย่างชัดเจนว่า ... ในอดีตนั้นเป็นผู้ที่มีเป้าหมายเพื่อพระนิพพานมาอย่างไม่ย่อหย่อน แต่เนื่องจากไม่สามารถตรัสรู้ธรรมได้ด้วยตนเอง ..ต้องเป็นผู้รู้ตาม
แต่ก็มีทุนเดิมอยู่มาก ..แม้จะมีการประปฏิบัติผิดไปบ้าง ก็ไม่ถึงกับทำให้เกิดเป็นมิจฉาทิฏฐิอย่างร้ายแรง....สามารถปรับทิฎฐิให้ตรงได้ก็เพราะเคยสั่งสมปัญญาบารมีมาก่อนนั่นเอง


ในวันนี้จึงพยายามศึกษาพระอภิธรรมให้แตกฉานอย่างมากที่สุดเลยค่ะ เพื่อประโยชน์หลายๆประการทั้งส่วนตนและส่วนรวม... โดยเฉพาะเป็นการสร้างแสงสว่างให้แก่ตนเองตามที่ท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ต้องการให้ลูกศิษย์ทุกคนมี ....
เป็นการสร้างดวงตาพิเศษสำหรับมองทุกสิ่งด้วยความจริงอย่างสงบตามที่หลวงพ่อเสือและคณาจารย์ทุกท่านต้องการ....
เป้าหมายของครูทุกท่านจึงมีเพียงประการเดียวคือ การช่วยเหลือให้ศิษย์ทุกคนประสบกับความสำเร็จ คือความพ้นทุกข์นั่นเอง


ขอขอบคุณอาจารย์เบญจพรที่นำเสนอเรื่องราวในอดีตตอนนี้ ..จนทำให้มีโอกาสรำลึกนึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ทุกท่าน

และขอกราบของพระคุณในการอบรมสั่งสอน และเคี่ยวเข็ญของครูทุกท่านมาด้วยความเคารพรักอย่างยิ่งค่ะ



โดย น้องกิ๊ฟ [10 ธ.ค. 2545 , 11:56:15 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.154.3 )


  สลักธรรม 2

ดีใจและอนุโมทนาค่ะน้องกิ๊ฟกับกุศลจิตที่เกิดขึ้น

โดย เบญจพร [10 ธ.ค. 2545 , 15:43:19 น.] ( IP = 203.144.181.245 : : )


  สลักธรรม 3


อนุโมทนาทั้งอาจารย์เบญจพร และน้องกิ๊ฟ นะคะ

ต้องบอกว่าพออ่านของทั้งสองท่านจบแล้ว นึกถึงคำว่า กำลังดึง และกำลังดัน
เพราะทำให้มีความรู้สึกว่า
ความเลื่อมใสศรัทธาในธุระทั้ง ๒ คือ เรียน และปฏิบัติ มีมากขึ้นจริงๆ


ขอบคุณมากนะคะ

โดย วยุรี [11 ธ.ค. 2545 , 07:28:25 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : )


  สลักธรรม 4

พี่ต้อยขอชื่นชมกับน้องเบญจพรมากค่ะ
ที่มีวิริยะที่ควร
และนำเรื่องที่ประเสริฐมาเป็นธรรมทานขออนุโมทนาค่ะ.

.................

โดย พี่ต้อยค่ะ [11 ธ.ค. 2545 , 08:17:39 น.] ( IP = 203.170.128.63 : : )


  สลักธรรม 5

ขออนุโมทนาค่ะ อาจารย์เบญจพร

โดย ปราณี [11 ธ.ค. 2545 , 18:48:31 น.] ( IP = 203.148.162.88 : : )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนาค่ะพี่อาจารย์เบญจพร อนุโมทนาน้องกิ๊ฟด้วยนะคะ

โดย มด [11 ธ.ค. 2545 , 21:35:37 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 7

ขออนุโมทนากุศลกับอาจารย์เบญจพร และทุกท่านด้วยนะค่ะ ที่ตั้งใจกระทำกุศลเฝ้าเพียรอ่านกระท้เพื่อจะได้พ้นวัฏฏกันทุกคนค่ะ

โดย MASHIMA [12 ธ.ค. 2545 , 16:24:52 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org