| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
7. เวลาแห่งปัญญา อัญญมัญญปัจจัย(7)
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
ตัวอย่าง เช่น นักเรียน กับครู
นักเรียน จะมีได้ ก็ต้องมีครู และ ครูจะมีได้ก็ต้องมีนักเรียน
ในขณะที่ทำการสอน ผู้สอนจึงเป็นครู ทันที ทั้ง ครูและนักเรียนจึงพึ่งพาซึ่งกันและกันอีกสักตัวอย่าง หมอ กับคนไข้ ก็เป็นทำนองเดียวกัน
ในขณะที่ทำการรักษา ผู้นั้นจึงเป็นหมอทันที จึงต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันอย่างแน่นอนโดย อัญชลี สมโสภณ [12 ธ.ค. 2545 , 00:12:44 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )
สลักธรรม 2
![]()
แต่สภาพธรรมที่ลึกซึ้ง
ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่
เพราะ..สิ่งที่ยกตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงเรื่องราวที่สมมติ ที่เรียกว่า บัญญัติ ยกขึ้นมาเพื่อสะดวกต่อการอธิบาย
แต่สภาพธรรมที่กำลังจะกล่าวถึง เป็นเรื่องของ พระปรมัตถ์ เป็นเรื่องของความจริง โดยสภาพธรรมที่อุดหนุนซึ่งกันและกันได้แก่จิต
เจตสิก และ
รูป
ซึ่งกล่าวถึงจิต จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีธรรมชาติที่ประกอบกับจิต เรียกว่า เจตสิก ที่เกิดร่วมกัน และอุดหนุนซึ่งกันและกันเสมอ
ในส่วนของรูปที่ประกอบเป็นร่างกาย ยังมีธาตุใหญ่ๆ 4 ธาตุ ได้แก่ ดิน (ปถวี)น้ำ (อาโป)ไฟ (เตโช)ลม(วาโย) ซึ่งทั้ง 4 ย่อมต้องเกิดพร้อมกันและอุดหนุนการเกิดขึ้นซึ่งกันและกันเสมอ
เช่นเดียวกับ รถต้องอาศัย 4 ล้อ จึงจะแล่นได้ หากขากล้อใดล้อหนึ่ง ก็แล่นไปไม่ได้ฉันนั้นโดย อัญชลี สมโสภณ [12 ธ.ค. 2545 , 00:15:24 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )
สลักธรรม 3และที่ยิ่งกว่านี้ ในการเกิดขึ้นแต่ละครั้งของคนเรา
ต้องมีจิตที่ทำหน้าที่เกิด (ปฏิสนธิจิต) โดยจิตเองก็ต้องมีบ้านหรือที่อยู่ของเขาด้วย เรียกที่อยู่ของจิตว่า หทยวัตถุ
ทั้งจิตที่นำเกิด และที่อยู่ของจิต จะต้องพึ่งพาและอุดหนุนซึ่งกันและกัน
จึง ขาดฉัน และขาดเธอไม่ได้ อย่างแน่นอนโดย อัญชลี สมโสภณ [12 ธ.ค. 2545 , 00:17:42 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )
สลักธรรม 4
ถึงเวลาทบทวนกันสักหน่อย ระหว่าง สหชาตปัจจัย และ อัญญมัญญปัจจัย
ทั้ง 2 ปัจจัยอยู่ติดกัน จึงเรียกว่าเป็นแต่ก็เป็นแฝดที่แตกต่างกันบ้าง
เพราะ สหชาตปัจจัย เป็นพี่ใหญ่ และ อัญญมัญญปัจจัย เป็นน้องเล็กโดย อัญชลี สมโสภณ [12 ธ.ค. 2545 , 00:20:50 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )
สลักธรรม 5
ธรรมชาติใดที่มีอำนาจทำให้เกิดพร้อมกัน เรียก สหชาตปัจจัย
ธรรมชาติใดที่มีอำนาจทำให้เกิดพร้อมกัน และอุดหนุนซึ่งกันและกัน เรียกอัญญมัญญปัจจัย
โดย อัญชลี สมโสภณ [12 ธ.ค. 2545 , 00:23:18 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )
สลักธรรม 6ตัวอย่างบางประการของอัญญมัญญปัจจัย
ขณะนี้น้องกิ๊ฟกำลังเกิดจิตที่เป็นกุศลในระหว่างที่กำลังสอบธรรมที่อภิธรรมโชติกะ
ดังนั้น ทั้งจิต(จิต)ของน้องกิ๊ฟ และธรรมชาติที่ประกอบกับจิต(เจตสิก อันได้แก่ เวทนา สัญญา และสังขาร)ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ต่างก็เป็นปัจจัยอุดหนุนซึ่งกันและกันโดย อัญชลี สมโสภณ [12 ธ.ค. 2545 , 00:25:22 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )
สลักธรรม 7มาฝึกกันสักนิดก่อนจะอำลา
![]()
ถามว่า รูปที่เกิดจากจิต (จิตตชรูป) หรือ กิริยาอาการที่เกิดพร้อมกับจิต ในขณะที่ทำกุศลอยู่นั้น รูปชนิดนี้ เป็นปัจจัยอุดหนุนซึ่งกันและกันกับจิต ได้หรือไม่? ลองตอบดูนะคะ ช่วยหาเหตุผลมาประกอบด้วยก็จะดีนะคะ
ติดตามตอนต่อไป และจะรอคำตอบจากท่านๆๆค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ ที่ช่วยแก้ไขfont![]()
โดย อัญชลี สมโสภณ [12 ธ.ค. 2545 , 00:28:37 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )
สลักธรรม 8
ขอบคุณมากครับหมออุ๊คนเก่ง
![]()
บัดนี้ก็ได้มาถึงอัญญมัญญปัจจัยแล้ว เป็นปัจจัยที่ ๗ ในปัจจัย ๒๔ และก็เป็นปัจจัยที่ ๙ แล้วในปัจจัย ๕๒.
.ซึ่งต้องจำให้ได้ตั้งต่แรกเพราะสำคัญในการก้าวไปสู้ปัจจัยที่มากขึ้นๆจริงๆนะครับหมออุ๊เตรียมตัวอย่างไว้มากๆนะครับผม เอาใจช่วยเสมอครับ สาธุ.โดย เทพธรรม [12 ธ.ค. 2545 , 08:57:53 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 202.183.157.93 )
สลักธรรม 9อนุโมทนาพี่อุ๊ค่ะ
เข้าใจง่ายดี อ่านง่ายด้วยค่ะ
...ตอบแบบฝึกหัดค่ะ...
จิตและรูปที่เกิดจากจิต(จิตตชรูป)ไม่เป็นอัญญมัญญปัจจัยกัน
เพราะจิตเป็นปัจจัยให้รูปเกิด แต่รูปในที่นี้ไม่ได้เป็นปัจจัยให้จิตนี้เกิด
...ตรวจด้วยนะคะพี่อุ๊...
เอ...พี่อุ๊คะ แล้วจิตนี้เป็นปัจจัยให้รูปเกิดด้วยปัจจัยอะไรคะ??โดย มด [12 ธ.ค. 2545 , 10:36:37 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )
สลักธรรม 10
..น้องมดค่ะต้องทำความเข้าใจอีกหน่อยนะค่ะว่า
อัญญมัญญปัจจัยนี้ คือ ธรรมที่อาศัยซึ่งกันและกันจึงเกิดขึ้นได้และตั้งอยู่ได้ ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ เมื่อเกิดไม่ได้ก็ตั้งอยู่ไม่ได้ใช่ไหมค่ะ
.เหมือนเวลาที่เราเป็นนักเรียนตอนวิชาลูกเสือ ตอน ครูให้เราก่อไฟเพื่อปิ้งไก่ หรือกุ้ง พวกเราลูกเสือก็จะนำไม้มา 3 ท่อนค้ำกันไงค่ะ 2 ข้าง เพื่อมเป็นที่รองรับไม้ที่เสียบไก่
นึกออกไหมค่ะ /|-""""""/|- ไม้ทั้ง 3 ท่อนค้ำจุนกัน
อยู่จึงตั้งอยู่ได้ ถ้าขาดอันใดอันหนึ่ง ไม้นั้นก็ล้มนะค่ะ
คราวนี้มาพูดถึง นามขันธ์ ๔ ก็เช่นกัน เวทนา สัญญา สังขาร วิญาณ ก็จะเกิดร่วมกันและอาศัยซึ่งกันและกัน จะขาดขันธ์ใดขันธ์หนึ่งไม่ได้ค่ะ
.แม้แต่รูปธรรม เช่นมหาภูตรูป ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม รูปทั้ง ๔ ก็เกิดร่วมกันและอุดหนุนซึ่งกันและกันเสมอจึงจะเป็นไปได้คล้ายกับสหชาตปัจจัย เพราะการที่อาศัยกันและกันจึงเกิดพร้อมกัน.
.
ดังนั้นอัญญมัญญปัจจัยก็ต้องมีสหชาตปัจจัยเกิดด้วยเสมอ...
..แต่สหชาตปัจจัยไม่จำเป็นต้องมีอัญญมัญญปัจัยเสมอไป ...ต่างกันเห็นไหมค่ะ...
เพราะอัญญมัญญปัจจัยมีทั้งปัจจัย ปัจจยุบบัน และปัจจนิก.
ส่วยสหชาตปัจจัย มีแต่ ปัจจัย กับปัจจยุบบันแต่ไม่มีปัจจนิกค่ะ
.อัญญมัญญปัจจัย เป็นประเภทนามรูป-->นามรูป
เกิดในปัจจุบันกาล คือ ปัจจัยกับปัจจยุบบันอาศัยกัน
และกัน จึงเกิดพร้อมกัน มีอำนาจทำให้เกิดขึ้นและ
อุปถัมภ์ให้ตั้งอยู่ด้วย
.เหมือนกับสหชาตปัจจัย คือ นาม --> นาม
รูป --> รูป และ นามรูป --> นามรูปค่ะ.
พี่ต้อยขออนุโมทนากับน้องอุ๊อย่างสูงเลยค่ะที่นำความจริงอันยิ่งใหญ่ มาเสนอต่อเพื่อนร่วมทุกข์ค่ะ
โดย พี่ต้อยค่ะ [12 ธ.ค. 2545 , 11:51:14 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.159.195 ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |