มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สุขคติ-ทุกข์คติ จะเลือกไปทางไหนดี?




สุขคติ-ทุกข์คติ จะเลือกไปทางไหนดี?


สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสุวรรณนารามฯ
พระราชาคณะระดับสมเด็จมีทั้งหมด ๘ รูป ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ไม่มีพระสมเด็จรูปใดมีสิริอายุได้สูงสุดเท่า สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
สมเด็จพระราชาคณะผู้เจริญชนมายุสูงสุดถึง ๙๖ ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เจ้าอาวาส วัดสุวรรณนารามฯ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ด้วยประสบการณ์ทางธรรมและใช้ชีวิตอยู่ในผ้าเหลืองมากถึง ๗๔ พรรษา
การได้สนทนาธรรมกับท่านเจ้าประคุณสมเด็จถือว่าสุดยอด
และน่าจะให้อะไรกับการดำเนินชีวิต

ตลอดเวลาท่านเจ้าประคุณสมเด็จจะมุ่งเน้นเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธเจ้า
เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้ากับเครื่องรางของขลังเปรียบกันไม่ได้
ธรรมะอยู่สูงกว่าเครื่องรางของขลังหลายเท่า
เครื่องรางเป็นเพียงปริศนาธรรมหรือเครื่องหมายให้คนระลึกถึงธรรมะ
หากเรามีธรรมะติดตัวก็จะมีแต่ดีตลอด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือไปที่หนใดก็ตาม
ดังที่ เจ้าประคุณสมเด็จพุทธโฆษาจารย์ได้เมตตาให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ดังนี้



สุขภาพของท่านเจ้าประคุณสมเด็จเป็นอย่างไรบ้างครับ?
ก็อย่างที่เห็นอยู่ จะเอาอะไรมากกับคนแก่ที่มีอยู่มากถึง ๙๖ ปี
จะให้แข็งแรงเหมือนหนุ่มๆ ไม่ได้ เวลานี้เดินไปไหนต้องมีคนประคอง
ส่วนจะอยู่ฉลองครบรอบ วันเกิด ๑๐๐ ปี หรือไม่นั้น อันนี้บอกไม่ได้
เพราะความตายมาเยือนเราทุกขณะลมหายใจเข้าออก
การตั้งชีวิตอยู่บนความไม่ประมาทเป็นสิ่งดีที่สุด
ส่วนการรักษาสุขภาพดีที่สุด คือ การปล่อยวางจิตให้ว่างเปล่า ไม่ยึดติดกับอะไร
เพราะใดๆ ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเราแน่แท้แม้แต่ร่างกายของเรา


เหตุที่คนเราอายุยืนยาวไม่เท่ากันเกิดจากอะไรครับ?
เกิดจากบุญ เกิดจากเวรกรรมที่ทำไว้ในอดีตชาติและกาลปัจจุบัน
คนรวยมีเงินล้นฟ้าเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยจะหาหมอดีที่ไหนรักษาก็ได้
ไม่ได้หมายความว่าจะมีอายุยืนยาวมากกว่าคนจนที่ไม่มีข้าวจะกิน
คนจำนวนไม่น้อยสงสัยว่า ตายแล้วไปไหน
อาตมาขอบอกว่ามีทางไปอยู่ ๒ ทาง คือ
ไปสู่สุขคติ ซึ่งประกอบด้วย สวรรค์สมบัติ มนุษย์สมบัติ
ส่วนทุกข์คตินั้นประกอบด้วย นรก เปรต อสูรกาย และสัตว์เดียรัจฉาน


แล้วทำอย่างไรถึงไปสู่สุขคติ?
มีหลักง่ายๆ คือ พูดดี คิดดี และทำดี ก็จะไปสู่สุขคติ
ส่วนผู้ที่กระทำตรงกันข้าม คือ พูดไม่ดี คิดไม่ดี และก็ยังทำไม่ดี ก็ไปสู่ทุกข์คติอย่างแน่นอน
ผู้ที่บวชพระแล้วตายคาผ้าเหลืองไม่ได้หมายความว่าไปสู่สุขคติ
ขณะเดียวกันคนเดินดินธรรมดาก็ไม่ได้หมายความว่าต้องสู่ทุกข์คติเสมอไป
มันขึ้นอยู่กับกรรมดีที่ทำในกาลปัจจุบัน เป็นพระก็มีสิทธิตกนรกได้หากไม่สิ้นกิเลส
ในพุทธกาลก็มี พระเทวทัต ซึ่งคิดจะแย่งตำแหน่งของพระพุทธเจ้า
ส่วนปัจจุบันนี้แม้ว่าจะไม่มีพระรูปใดปฏิบัติเหมือนพระเทวทัต
แต่ทำตัวไม่เหมาะสมกับสมณเพศก็มีสิทธิที่จะไปสู่ทุกข์คติได้เช่นกัน


ท่านเจ้าประคุณสมเด็จมีหลักการกำจัดกิเลสให้หมดไปจากจิตใจอย่างไรครับ?
กิเลสไม่ได้หมดเพียงเพราะว่าโกนหัวแล้วห่มผ้าเหลือง
กิเลสไม่ได้หมดเพราะการนุ่งขาวห่มขาว หรือเข้าวัดทำบุญ
แต่ต้องเกิดจากวัตรปฏิบัติและฝึกจิตใจอย่างต่อเนื่อง
ถ้าจะกำจัดความโลภต้องให้ทาน
ถ้าจะกำจัดความโกรธต้องรักษาศีล
และถ้าจะกำจัดความโง่เขลาเบาปัญญาต้องเจริญภาวนา
ซึ่งกว่าจะตัดกิเลสได้ต้องมีขั้นตอนและฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง


ทำไมญาติโยมที่เข้าวัดจึงอยากได้วัตถุมงคลมากกว่าธรรมะ?
เพราะคนยังไม่เข้าใจธรรมะของพระพุทธเจ้า
อยากได้วัตถุที่จับต้องสัมผัสด้วยมือ
ในขณะที่ธรรมะเป็นสิ่งที่มือไม่สามารถจับต้องได้ แต่ก็สามารถสัมผัสได้ด้วยจิตใจ
นอกจากนี้แล้วพระก็ไม่สอนธรรมะที่ถูกต้องให้ประชาชน
พระพุทธเจ้าจะสอนคนโง่ให้ฉลาด สอนคนฉลาดให้ฉลาดยิ่งๆ ขึ้นไป
วัตถุมงคลเป็นเพียงแค่เครื่องประกอบเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนไว้
เป็นกลอุบายให้คนเข้าหาธรรมะทางหนึ่ง

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนแขวนพระจะมีธรรมะอยู่ในใจเสมอไป
หรือคนที่ไม่ได้แขวนพระจะไม่มีธรรมะ
คนดีในความหมายของพระพุทธเจ้าหมายถึง คนที่ปกครองตนเองได้
และสามารถปกครองคนอื่นได้ ถือว่าเป็นคนดี ดีทั้งส่วนตนดีทั้งส่วนอื่น

โดย เณรชิต [15 ธ.ค. 2545 , 00:02:11 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.229 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

แล้วกิจของสงฆ์ที่แท้จริงคืออะไรครับ?
หน้าที่ของพระมีอยู่ ดังนี้ ปกครอง ศึกษา เผยแผ่ สร้างสาธารณูปการ
ซึ่งหมายความว่า ปกครองพระเณรผู้ใต้บังคับบัญชาให้รู้รักสามัคคี
ศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าให้แตกฉาน
จากนั้นก็นำหลักธรรมะไปเผยแผ่ต่อประชาชน
สุดท้ายคือ ซ่อมแซมเสนาสนะให้คงอยู่ถาวร


ระหว่างธรรมะกับวัตถุมงคลอะไรดีกว่ากัน?
ธรรมะของพระพุทธเจ้ากับเครื่องรางของขลังเปรียบกันไม่ได้
ธรรมะอยู่สูงกว่าเครื่องรางของขลังหลายเท่า
เครื่องรางเป็นเพียงปริศนาธรรมหรือเครื่องหมายให้คนระลึกถึงธรรมะ
การมีเครื่องรางบางทีก็ได้ประโยชน์ บางทีก็ไร้ประโยชน์
หากเรามีธรรมะติดตัวก็จะมีแต่ดีตลอด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือไปที่หนใดก็ตาม


เมื่อธรรมะดีกว่าวัตถุมงคลทำไมพระยังขยันสร้างวัตถุมงคลอยู่?
การสร้างวัตถุมงคลถือว่าเป็นปริศนาธรรมอย่างหนึ่ง
เมื่อนึกถึงรูปก็นึกถึงธรรม ถ้าเปรียบเทียบระหว่างคนที่แขวนพระอยู่กับคอ
กับคนที่ไม่แขวนอะไรเลย


ตอนที่อยู่วัดสุทัศน์ฯ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสร้างพระกริ่งของวัดหรือเปล่าครับ?
ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องและก็ไม่ได้เป็นกรรมการอะไรทั้งสิ้น
ตอนนั้นเป็นเพียงพระลูกวัดธรรมดารูปหนึ่งเท่านั้น
ในฐานะพระลูกวัดอาตมาก็อยากได้มาเป็นที่ระลึกสักองค์หนึ่ง
การเป็นเจ้าของพระกริ่งสักองค์หนึ่งเป็นเรื่องยากมาก
เพราะเดิมทีพระกริ่งวัดสุทัศน์ฯ ปีหนึ่งๆ จะสร้างเพียง ๑๒-๑๓ องค์เท่านั้น
ผู้จองส่วนใหญ่จะมีตำแหน่งเป็นพระยาและคุณหลวงเท่านั้น
ด้วยความต้องการของผู้ศรัทธาจำนวนมาก จึงเพิ่มพิเศษเป็น ๘๐ องค์
โดยมีเงื่อนไขการรับจองพระว่า ต้องหาเงินกลมบัวยันต์ ๑ ก้อน และค่าบำเหน็จ
ค่าช่างหล่อ ช่างแต่งอีก ๒ บาท จึงจะได้รับพระกริ่งองค์หนึ่ง

พระกริ่งอาตมาก็มีอยู่องค์หนึ่ง ได้รับจากมือสมเด็จสังฆราชแพ
โดยอาตมาทำตามเงื่อนไขการจอง ซึ่งไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสร้างพระเลย
เป็นเพียงผู้จองเท่านั้น ขณะนี้มีพระรูปหนึ่งมาขอซื้อในราคา ๑๐๐,๐๐๐ บาท
แต่ไม่ขายเพราะอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก


ขนาดพระไม่มีระดับยังสร้างวัตถุมงคลออกมาจำหน่ายจ่ายแจกให้ญาติโยมมากมาย แล้วเมื่อไรที่เจ้าประคุณสมเด็จจะสร้างออกมาสักรุ่นครับ?
อาตมายังไม่เคยสร้างออกมาเองเลยสักรุ่น
มีแต่ลูกศิษย์สร้างมาแล้วอาตมาก็แจกในวันครบรอบวันเกิด
ที่ไม่สร้างเองเพราะคิดว่ายังไม่มีคุณสมบัติ ยังไม่มีบารมี รวมทั้งยังไม่ดังมากพอ
ซึ่งที่วัดสุวรรณนารามก็มีพระหลายรูปมาขอลายเซ็นอนุญาตสร้าง แต่อาตมาไม่อนุญาต

การสร้างวัตถุมงคลไม่ใช่เรื่องเหลวไหล รวมทั้งการปลุกเสกวัตถุมงคลด้วย
พระที่มาร่วมพุทธาภิเษกล้วนแต่มีวัตรปฏิบัติที่ดีงามทั้งสิ้น
อาตมาได้รับนิมนต์ไปนั่งปรกนับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่เป็นพระลูกวัดสุทัศน์ฯ
มาถึงทุกวันนี้ยังได้รับกิจนิมนต์อยู่

สิ่งหนึ่งที่อยากฝากถึงพระและนักสร้างวัตถุมงคลว่า
การที่พระเครื่องรุ่นใดรุ่นหนึ่งออกมานั้น ถ้าจะให้ดีด้านหน้าควรเป็นพระพุทธรูป
ส่วนด้านหลังเป็นรูปเหมือนเกจิอาจารย์ ไม่ควรสร้างรูปเหมือนเกจิอาจารย์เพียงอย่างเดียว


ระหว่างพุทธาภิเษกท่านเจ้าประคุณสมเด็จสวดมนต์ภาวนาคาถาบทใดครับ?
-คาถาในการพุทธาภิเษกมีอยู่หลายบท
ถ้านึกไม่ออกจากท่องคาถานกกาสลัก ที่ปีกของนกกาสลักขนทุกเส้นจะมีคาถา
เมื่อเวลาที่บินจะได้ยินแต่เสียงกระพือปีกแต่ไม่เห็นตัวนก
อาตมาก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน หัวใจของคาถาบทนี้คือ สุ จิ ปุ ริ หรือ ธุ กะ นิ มะ
ซึ่งมีความหมายว่า ให้ละจากความชั่ว ให้คบคนดี ให้กระทำแต่สิ่งดี


พระส่วนใหญ่นิยมสร้างวัตถุมงคลมากกว่าเผยแพร่ธรรมะท่านเจ้าประคุณสมเด็จคิดว่าอย่างไรครับ?
คนเราเมื่อถนัดอย่างไหนเขาก็ทำอย่างนั้น
พระก็เช่นกันรูปใดถนัดอย่างใดก็ทำอย่างนั้น แต่อย่าสร้างออกมาจนกลายเป็นเรื่องงมงาย
เป็นพระสงฆ์ต้องยึดหลักปฏิบัติตามพระพุทธเจ้า คือ
ก่อนจะสอนคนอื่นต้องสอนตัวเองด้วย ต้องชี้ทางธรรม ต้องชี้ทางถูกให้กับพุทธศาสนิกชน
การมีอะไรเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็ทำให้มีสติ
เมื่อมีสติปัญญาก็เกิดขึ้นตามมา นี่คือผลทางอ้อมของวัตถุมงคล


แล้วเรื่องสักยันต์ท่านสมเด็จเจ้าประคุณคิดว่าอย่างไรครับ?
พระที่สักยันต์ให้กับญาติโยมไม่ผิดวินัยสงฆ์อะไร
เพราะการสักยันต์ส่วนใหญ่เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงสิ่งดีงาม
พระสงฆ์ที่มียันต์ปรากฏอยู่ตามตัวส่วนใหญ่สักมาก่อนจะบวชพระ
อย่างยันต์ที่สักอยู่บริเวณแขนอาตมานั้น ก็สักเมื่อตอนเป็นเด็กวัด
ตอนนั้นไม่มีเงินจ่ายค่าสักยันต์หรอก แต่ได้แลกมาด้วยการต้มน้ำร้อนแลกกับรอยสักยันต์
เพราะไม่มีเงิน สักเพื่อเป็นที่ระลึกเท่านั้นไม่ได้สักเพื่อความขลังอะไร

โดย เณรชิต [15 ธ.ค. 2545 , 00:05:18 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.229 )


  สลักธรรม 2

ทำบุญอย่างไรถึงให้ได้บุญครับ?
ทำบุญด้วยใจบริสุทธิ์ ทำบุญโดยไม่หวังผลตอบแทน
แต่คนส่วนใหญ่หวังว่าทำบุญแล้วพระจะช่วยอะไรได้ในทันที
ซึ่งความจริงแล้วเป็นการสะสมไว้ในอนาคตมากกว่าเป็นผลในปัจจุบัน


ความเชื่อที่ว่าสร้างพระ สร้างวัด รวมทั้งสร้างโบสถ์ใหญ่โตนั้น จะทำให้ผู้สร้างอายุสั้นใช่หรือเปล่าครับ?
ไม่จริง
คนเราจะพูดอะไรก็พูดได้ไม่มีใครห้าม
ซึ่งอาตมามีคติอยู่ว่า สิ่งใดที่สร้างแล้วทำแล้ว ได้ประโยชน์มากก็จงสร้างไป
ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ วิหาร รวมทั้งพระพุทธรูปหรือรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์
แต่หากสิ่งใดสร้างแล้วทำแล้วแม้ว่าจะใหญ่โตแล้วและได้ประโยชน์น้อย
สิ่งนั้นก็ไม่ควรสร้าง ในที่นี้รวมถึงบ้านและที่อยู่อาศัยของฆารวาสด้วย
สร้างบ้านคฤหาสน์ใหญ่โตแต่จิตใจคับแคบ สร้างไปก็เท่านั้น
เมื่อมีบ้านหลังใหญ่จิตใจก็ควรจะกว้างขวางเหมือนบ้านด้วย


มีสิ่งใดที่เจ้าประคุณสมเด็จยังไม่ได้ทำบ้างครับ?
ไหนๆ ก็ใกล้จะตายอยู่แล้ว
เวลานี้มีอยู่สิ่งเดียวที่อยากทำให้สำเร็จ คือ โบสถ์
ไม่ได้คิดสร้างใหม่แต่จะซ่อมแซมบูรณะให้มั่นคงถาวรดูสวยงาม
ซึ่งปัจจุบันนี้หางหงส์ตกลงมา ๒ หางแล้ว แต่ติดขัดเรื่องปัจจัยไม่รู้จะเอาที่ไหน
เพราะเงินทองในยุคนี้ไม่ได้หามาง่ายๆ ส่วนอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะเพิ่มเติมคือ
สอนและเผยแผ่ให้พระเณรรวมทั้งญาติโยมเข้าใจธรรมะของพระพุทธเจ้าให้มากขึ้น


สุดท้ายนี้ท่านเจ้าประคุณสมเด็จมีธรรมะอะไรจะฝากญาติโยมบ้างหรือเปล่าครับ?
คนเราทุกคนที่เกิดมาผ่านประตู ๒ ประตู คือ
ชาตะทวาร หรือ ประตูเกิด
ซึ่งมีธรรมนูญประจำประตูเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า
ใครผ่านหรือรอดจากประตูนี้ไปได้ ต้องแก่ไปตามกาลเวลา สมหวัง พลัดพราก
ทุกข์กาย ทุกข์ใจ สุขการ สุขใจ และสุดท้ายต้องตาย

ส่วนอีกประตูหนึ่ง คือ มรณะทวาร หรือ ประตูตาย
ซึ่งมีธรรมนูญประตูเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า
ใครที่ผ่านประตูนี้จะเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง
แต่พระพุทธเจ้าท่านรับสั่งไว้ว่า สิ่งที่เอาไปได้นั้นมีอยู่เหมือนกัน
ก็คือ ความดี ความชั่วที่ทำไว้เมื่อมีชีวิตอยู่
เพราะฉะนั้นถ้ามีความดีอยู่แล้วแต่ยังน้อยก็ต้องหมั่นทำความดีให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น
อย่าคิดว่าตัวเองมีความดีมากพออยู่แล้วโดยไม่ทำความดีเพิ่ม
เรื่องของการทำบุญทำทานก็เช่นกัน มั่นทำไว้ให้เป็นเนืองนิตย์


เรื่องโดย ไตรเทพ สุทธิคุณ /ประเสริฐ เทพศรี

โดย เณรชิต [15 ธ.ค. 2545 , 00:06:39 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.229 )


  สลักธรรม 3

ประวัติโดยสังเขป
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ อายุ ๙๖ ปี พรรษาที่ ๗๔
ชื่อเดิม นายพุฒ สุวัฒนกุล เกิดวันพุธ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๘ ปีมะแม
ตรงกับวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๐ บิดานายเพ็ชร สุวัฒนกุล มารดา นางคำ
ชาติภูมิ ที่บ้านมะขามเรียง ตำบลจำปา อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เรียนหนังสือไทยและหนังสือขอมโดยหลวงพ่อ
ซึ่งบวชอยู่ที่ วัดตะลุง จังหวัดลพบุรี เป็นผู้สอน
ครั้นถึง พ.ศ.๒๔๖๖ ได้นำมาฝากไว้กับพระเจริญ คณะ ๔ วัดสุทัศนเทพวราราม
เริ่มเรียนนักธรรมปี ๒๔๖๗ และบรรพชาเป็นสามเณรในปีนั้น

พ.ศ.๒๔๗๑ ได้อุปสมบทที่วัดบัวงาม อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พระญาณไตรโลก (ฉาย) วัดพนัญเชิงเป็นพระอุปัชฌาย์
อุปัชฌาย์ปัด วัดสะตือ พระอธิการอุ่น วัดหนองแห้ว เป็นกรรมวาจาจารย์
เมื่ออุปสมบทแล้วกลับลงอยู่ที่วัดสุทัศนฯ
พ.ศ.๒๔๗๑ สอบได้ประโยค ป.ธ.๓
พ.ศ.๒๔๗๔ สอบได้ประโยค ป.ธ.๔
พ.ศ.๒๔๗๕ สอบได้ประโยค ป.ธ.๕ และนักธรรมชั้นเอก
พ.ศ.๒๔๗๗ สอบได้ประโยค ป.ธ.๖
พ.ศ.๒๔๗๙ สอบได้ประโยค ป.ธ.๗
พ.ศ.๒๔๙๓ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่พุทธิญาณมุนี
พ.ศ.๒๔๙๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระวินัยธร จังหวัดพระนครธนบุรี
พ.ศ.๒๕๐๒ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุวรรณนาราม

ในปีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานผ้าพระกฐิน
และในปีเดียวกันนี้ยังได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นชั้นราชที่พระราชพุทธิญาณ
พ.ศ.๒๕๐๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ประเภทวิสามัญ
พ.ศ.๒๕๐๔ เป็นผู้ช่วยแม่กองธรรมสนามหลวง และเป็นผู้อำนวยการตรวจธรรมหลวงชั้นโททั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ.๒๕๐๘ เป็นเจ้าคณะอำเภอบางกอกน้อย
พ.ศ.๒๕๐๙ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นชั้นเทพที่พระเทพญาณสุธีฯ
พ.ศ.๒๕๑๒ ได้เป็นรองเจ้าคณะภาค ๒ มีเขตปกครอง ๓ จังหวัด คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสระบุรี
พ.ศ.๒๕๒๑ ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมณศักดิ์พระธรรมราชานุวัตรวัดสุวรรณนาราม
ขึ้นเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะชั้นหิรัญญบัฏที่ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์
และพ.ศ.๒๕๓๙ ได้รับการสถาปนาเป็นชั้นสุพรรณบัฏ ที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

โดย เณรชิต [15 ธ.ค. 2545 , 00:07:24 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.229 )


  สลักธรรม 4

กราบขอบพระคุณท่านเณรชิตมากค่ะที่กรุณานำประวัติและธรรมะที่มีประโยชน์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จท่านมาเผยแผ่
แม้ท่านจะมีอายุถึง ๙๖ ปี แต่ภูมิธรรมของท่านนั้น
มีค่ามากจริงๆค่ะ

โดย หน่องค่ะ [15 ธ.ค. 2545 , 02:17:06 น.] ( IP = 203.147.13.123 : : 203.147.13.46 )


  สลักธรรม 5

ขอขอบคุณมากเลยครับผม

อันความกรุณาปรานี
จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ
จากฟากฟ้าสุราลัย..สู่แดนดิน.


อันความกรุณาช่วยสร้าง
ให้ไม่ว่างจากธรรมทั้งหลาย
ย่อมเกิดซึ่งผลลัพธ์มากมาย
ขอให้สุขสบาย...ในสายธรรม.


.................


โดย เทพธรรม [15 ธ.ค. 2545 , 07:11:27 น.] ( IP = 203.170.128.47 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณท่านเณรชิตมากๆค่ะ
อ่านประวัติของท่านแล้ว จึงขอกล่าวสาธุการ ว่า สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ ค่ะ
และ ได้รับความรู้สึกซึ้งถึงคำว่า พระสงฆ์ อย่างแท้จริง

โดย หมออุ๊ [15 ธ.ค. 2545 , 16:02:57 น.] ( IP = 203.113.38.8 : : )


  สลักธรรม 7

เริ่มวันใหม่ด้วยความรู้สึกที่ดีต่อผู้เป็นศาสนทายาทที่มีวัตรปฏิบัติที่งดงามมาก..
ดีใจมากค่ะที่ได้มีโอกาสอ่านเรื่องที่ดีเช่นนี้

โดย น้องกิ๊ฟ [16 ธ.ค. 2545 , 09:13:43 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 8

ด้เห็นรูปของพระสงฆ์ผู้ทรงศีล ผู้บริสุทธิ์ และฟังธรรมของท่านแล้วรู้สึกปิติมากเลยค่ะ
ขออนุโมทนากุศลของอาจารย์ด้วยนะค่ะที่นำสิ่งดี ๆ มาให้รับทราบ และนี่คือศิษย์สาวกพระศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ข้าพเจ้าภูมิใจขอบพระคุณมากค่ะ

โดย MASHIMA [16 ธ.ค. 2545 , 14:52:06 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )


  สลักธรรม 9

กระผม เคยได้ถวายการรับรองอย่างใกล้ชิด ได้ห่มจีวรถวายท่าน คุยกับท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เพียงลำพัง2คน เจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านเมตตามากๆเลยครั้บ สาธุๆๆๆๆ

โดย KTDS - [16 ต.ค. 2554 , 09:16:34 น.] ( IP = 124.120.229.12 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org