มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จิตเกิดดับอยู่เสมอ ?





ความมหัศจรรย์ของจิต
จิตเกิดดับอยู่เสมอ


ล. ผู้ที่ยังมิได้ศึกษาพุทธศาสนาให้มากพอ โดยมากเข้าใจว่า จิตเป็นสิ่งหนึ่งที่ล่องลอยไปเกิดได้ เหมือนกับจิตนั้นเป็นสิ่งกายสิทธิ์ หรือไม่ก็ไม่เกิดคือสูญไปเลย

ความเชื่อเช่นนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนว่า เป็นความเห็นที่ผิดไปจากความจริง อันเป็นผลร้ายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เชื่อเช่นนั้น
ซึ่งลุงจะได้พูดถึงต่อไปข้างหน้า ผลร้ายจะเกิดขึ้นอย่างไร


ศาสนาในโลกนี้มีมากมาย ต่างก็มีหลักคำสอนไปต่างๆ กัน
แต่ในเรื่องของจิต บางศาสนาถือว่าคนเรานี้มีวิญญาณ คือ โซล (Soul) สัตว์เดรัจฉานหามีโซลไม่
การที่จะไปเกิดชาติหน้านั้นแล้วแต่พระผู้เป็นเจ้า
พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวเท่านั้นที่จะทรงบัญชาให้โซลของผู้ใดไปสวรรค์หรือลงนรก และจะไปอยู่ในที่นั้นชั่วนิรันดร เหตุนี้ทุกคนจึงต้องคารวะอ่อนน้อม ยอมตัวลงอ้อนวอนเคารพคารวะนับถือพระผู้เป็นเจ้าเพื่อจะได้ทรงพระกรุณาช่วยให้หลุดรอด ช่วยถ่ายบาป ช่วยให้ได้ขึ้นสวรรค์


ศาสนาพราหมณ์บางลัทธิถือว่า เมื่อเราได้ปฏิบัติความดีความงามอยู่เสมอๆ ก็จะสามารถชำระล้างสิ่งสกปรกโสโครกรุงรังที่ห่อหุ้มอาตมัน คือวิญญาณอมตะอยู่ ปฏิบัติเช่นนี้ทุกชาติๆ ไปนานๆ อาตมันก็จะบริสุทธิ์ผุดผ่องขึ้นทุกทีๆ ถ้าได้ตายไปแล้วหลายๆ ชาติ อาตมันจะหลุดออกจากโลกียธรรมแล้วก็จะเข้าไปรวมอยู่กับอาตมันใหญ่ เรียกปรมาตมัน

เขาถือว่าจิตเป็นตัวตนไม่มีวันตาย ที่เห็นตายก็ตายแต่ร่างกายเท่านั้น ตัวตนของจิตเป็นของเที่ยงแท้ ถาวรมั่นคงไม่มีการแตกดับ ไม่มีการเสื่อมสลาย

ศาสนาอื่นโดยมากถือกันว่าในกายของเรานี้มีธรรมชาติอันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือธรรมชาติกายสิทธิ์ชนิดหนึ่งสถิตอยู่เป็นตัวตนของเรา ไม่รู้จักตาย เลยเรียกว่าโซล ว่าอีโก ว่าจิต ว่าวิญญาณ ว่าอัตตา และอาตมัน ทั้งนี้ตรงกันข้ามกับหลักของพระพุทธศาสนา

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [17 ธ.ค. 2545 , 06:46:05 น.] ( IP = 203.113.38.9 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องจิตพิสดารกว่าศาสนาอื่นมากนัก
แล้วยังมีเจตสิกอันเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ ซึ่งศาสนาอื่นไม่มีธรรม(จะได้กล่าวต่อไป)ประกอบกับจิต
อีกทั้งจิตมิได้คงทนถาวรอยู่ได้ ไม่มีวันตายเหมือนศาสนาอื่น เช่น อาตมัน


จิตย่อมเกิดดับอยู่เป็นนิจติดต่อกันไปถี่ยิบไม่มีวันหยุดหย่อนกันเป็น สันตติ คือการสืบต่อ

จิตที่ดับไปแล้วจะเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดจิตใหม่ เกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ดับ แล้วก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดต่อๆ ไป คือ เกิด-ดับ-เกิด-ดับ อยู่ไม่ขาดสายติดต่อกันไป

เรื่องนี้หลานจะเข้าใจยากอยู่สักหน่อย แต่ถ้าเข้าใจแล้วจะเป็นกุศลอย่างยิ่ง

ป. ผมไม่เข้าใจเรื่องสันตติ และจิตเก่าจิตใหม่ที่คุณลุงว่า เกิด-ดับ-เกิด-ดับ เลย

ล. ลุงจะชักตัวอย่างให้ฟังเล็กน้อย แต่จะหันเข้าหาวิชาวิทยาศาสตร์ที่หลานได้ศึกษามาบ้างเพื่อจะได้เข้าใจดีขึ้น

ถ้าเรานำตะเกียงน้ำมันมาดวงหนึ่งมีไส้มีน้ำมันพร้อม เมื่อเราจุดขึ้น หลานจะบอกได้หรือไม่ว่า ไฟที่จุดขึ้นใหม่ๆ ในครั้งแรก กับที่เห็นกำลังลุกอยู่เดี๋ยวนี้เป็นไฟดวงเดียวกัน


ป. บอกไม่ได้ขอรับ เพราะไฟที่จุดขึ้นในครั้งแรก ถ้าพูดตามทางวิทยาศาสตร์ก็ย่อมดับไปแล้ว ไฟที่เห็นลุกอยู่ต่อๆ มานั้น เป็นไฟดวงใหม่ซึ่งต้องอาศัยไฟในครั้งแรกเป็นเหตุให้ลุกขึ้น แล้วก็ต่อๆ กันไปเรื่อยๆ จนหมดน้ำมัน เหมือนน้ำก๊อกที่ไหลรินอยู่นั้น น้ำที่ไหลออกทีแรกย่อมผ่านไปแล้ว น้ำที่เห็นกำลังไหลอยู่เดี๋ยวนี้เป็นน้ำที่มาใหม่ แต่เราเห็นติดต่อเป็นสายเดียวกัน

การที่เห็นมันเกิดติดต่อกันไป คือสันตติกระมังขอรับ

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [17 ธ.ค. 2545 , 06:58:39 น.] ( IP = 203.113.38.9 : : )


  สลักธรรม 2


ล. ถูกของหลานแล้ว
เมื่อเราจุดตะเกียงขึ้น น้ำมันที่ซึมขึ้นมาตามไส้ตะเกียงเมื่อได้รับความร้อน ก็จะระเหยเป็นไอแล้วไหม้ไป


ตัวการที่ทำให้เกิดแสงสว่างขึ้นมาได้นั้นก็เป็นเพราะละอองของน้ำมัน ถูกความร้อนจัดจนสุกปลั่ง จนเกิดความวิโรจน์เป็นแสงสว่างแล้วก็กลายเป็นคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ไป ความสุกปลั่งของละอองน้ำมัน ถ้าจะเปรียบก็เหมือนเหล็กที่ถูกเผาไฟจนลุกแดงนั่นเอง


เหตุนี้น้ำมันจึงต้องซึมขึ้นมาเรื่อยๆ ติดต่อกันเรื่อยไปขาดจังหวะไม่ได้ จนกว่าน้ำมันจะหมดตะเกียง ไอน้ำมันก็ถูกเผาอยู่เสมอไปไม่ขาดระยะ

ความเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปนี้รวดเร็วยิ่งนัก แล้วต่อเนื่องกันไปไม่ขาดตอนเสียด้วย ตาเราจึงจับไม่ได้ เห็นไฟตะเกียงลุกโพลงอยู่

แต่ความจริงนั้นไฟที่จุดครั้งแรกดับไปเสียนานแล้ว


แต่ไฟที่ลุกขึ้นครั้งแรกเป็นปัจจัยให้ไฟดวงหลังเกิดขึ้นแล้วก็ต่อๆ กันไป ถ้าไฟดวงแรกมิได้ลุกขึ้น ไฟดวงหลังและต่อๆ มาก็จะมีไม่ได้


เหตุฉะนั้นเราจะถือว่าเป็นไฟดวงแรกหรือดวงหลังหาได้ไม่ เพราะถ้าไม่มีไฟดวงแรกเกิด ดวงหลังก็มีไม่ได้ ถ้าไม่มีไฟดวงหลังมาต่อไว้ ก็ดับกันหมด อาศัยกันเกิดดับกันอยู่เช่นนี้

ลุงจะเทียบให้เห็นได้ง่ายๆ อีกอย่างหนึ่ง
เช่นไฟฟ้าที่สว่างอยู่ในหลอดนั้น ความจริงมันเกิดดับอยู่เรื่อยๆ โดยรวดเร็ว เราจับไม่ทัน

ไฟฟ้าจะไหลต่อเนื่องกันมิได้ขาดสายเหมือนน้ำในลำธาร คือไฟฟ้าแล่นมาถึงหลอดทำให้เกิดแสงสว่างแล้วก็ดับไป ไฟฟ้าต่อๆ มาก็ไหลแทนให้แสงสว่างและดับต่อกันมาเรื่อยๆ ติดต่อกัน

ถ้าเราเปิดสวิทซ์ไฟเสีย ไฟก็จะดับทันที ในต่างจังหวัดที่ไฟส่งมีกำลังอ่อน เราจะเห็นไฟฟ้าวิ๊บๆ อยู่ถี่ยิบ


การที่เราเห็นไฟสว่างอยู่ตลอดเวลาโดยมิได้ดับไปเลยนั้น ก็เพราะมันเกิดดับติดต่อกันไปรวดเร็วเหลือเกินจนเราจับมันไม่ทัน

ในไฟสลับที่เราใช้อยู่ตามบ้านนั้นเกิดดับรวดเร็วถึงวินาทีละ ๔๘ ครั้ง ตาจึงเห็นความดับของมันไม่ได้

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [17 ธ.ค. 2545 , 07:10:52 น.] ( IP = 203.113.38.9 : : )


  สลักธรรม 3


ลุงขอแสดงด้วยรูปให้เห็นชัดเจนอีกสักอย่าง
สมมติว่าเอาดินปืนมาเรียงไว้เป็นกองๆ ดังนี้ กองที่ ๑ กองที่ ๒ กองที่ ๓ กองที่ ๔ ...
กองหนึ่งๆ โตสักเท่าผลมะนาววางไว้ให้ติดๆ กันทุกกอง

เมื่อเสร็จแล้วจุดไฟขึ้นที่กองที่ ๑ เราจะเห็นไฟลุกพรึบขึ้นหมดทั้ง ๔ กอง แม้ว่าไฟจะลุกจากกองที่ ๑ มากองที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ตามลำดับก็จริง แต่เราเห็นลุกพรึบเดียวเกือบพร้อมกันหมด เพราะความเร็วของมัน


แต่ถ้าจะให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่านี้ ก็จงย้อมสีดินปืนเสีย ให้กองที่ ๑ เป็นสีแดง กองที่ ๒ เป็นสีเขียว กองที่ ๓ สีเหลือง กองที่ ๔ สีดำ...

เมื่อจุดไฟกองที่ ๑ ขึ้น ถึงมันจะลุกจากกองที่ ๑ ถึงกองที่ ๔ โดยเร็ว

แต่เราก็พอจะจับได้ว่ามันลุกทีละกองโดยสังเกตเห็นสีแดง สีเขียว เหลือง และดำทีละสีตามลำดับ


แต่ถ้าจะพูดให้ช้าๆ แบบฉายหนังช้า ก็จะพูดดังนี้
เมื่อดินปืนกองที่ ๑ สีแดงลุกขึ้นแล้วก็ดับลง แต่ได้ต่อไฟหรือเป็นปัจจัยให้ดินปืนกองที่ ๒ สีเขียวลุกโพลงขึ้นอีก แล้วกองที่ ๒ ก็ดับ แต่ก็ได้ต่อไฟกองที่ ๓ สีเหลืองให้ลุกขึ้นอีก แล้วก็ดับ แต่ก็ได้ต่อไฟกองที่ ๔ สีดำให้ลุกขึ้นต่อๆ กันไปเช่นนี้ไม่มีสิ้นสุด


คือดวงที่ ๑ เป็นเหตุให้เกิดดวงที่ ๒ ซึ่งเป็นผล ดวงที่ ๑ ก็ดับ ดวงที่ ๒ ซึ่งเป็นผล ก็กลับเป็นเหตุให้เกิดดวงที่ ๓ ซึ่งเป็นผล แล้วดวงที่ ๒ ก็ดับ ดวงที่ ๓ ซึ่งเป็นผล ก็กลับเป็นเหตุให้เกิดดวงที่ ๔ ซึ่งเป็นผล แล้วดวงที่ ๓ ก็ดับต่อๆ ไป

เมื่อลุงโยนดินสอขึ้นไปในอากาศ ดินสอมันก็จะลอยขึ้นไป เมื่อสุดแรงที่ส่งมันก็จะตั้งอยู่ขณะหนึ่ง แล้วจึงตกลงมา ในข้อนี้ก็เทียบได้กับอุปาทะ แปลว่า เกิดขึ้น ฐีติ แปลว่า ตั้งอยู่ และภังคะ แปลว่า ดับไป เราจะพูดว่า เกิดขึ้น, ตั้งอยู่, ดับไป หรือเกิด แก่ ตาย ก็ได้ การเกิดดับของจิตเป็นดังนี้ ..เท่าที่ลุงได้อธิบายมานี้ หลานเข้าใจแล้วหรือยัง

หมายเหตุ : ภาพประกอบเรื่อง ได้นำมาจาก ...google.com
ขอขอบพระคุณ



....ยังมีต่อ....

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [17 ธ.ค. 2545 , 07:24:08 น.] ( IP = 203.113.38.9 : : )


  สลักธรรม 4


สาธุ สาธุ สาธุ
ขออนุโมทนาในความเพียรด้วยครับ


ชีวิตนี้สั้นหนอขอบอกกล่าว
ไม่มีเวลาโลมเล้าเอาใจเพื่อน
ควรเร่งรีบเผื่อแผ่รักอย่าลืมเลือน
และเร่งเตือนจิตใจให้ปรานี


โดย เทพธรรม [17 ธ.ค. 2545 , 07:44:09 น.] ( IP = 203.170.141.148 : : )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนาค่ะอาจารย์วยุรี
เนื้อหาสาระธรรมที่นำมาเสนอนี้เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งอยู่แล้ว
เมื่อมีภาพประกอบที่เสริมความเข้าใจให้อย่างนี้อีก ก็ยิ่งทำให้ความเข้าใจเกิดขึ้นได้อย่างไม่ลำบาก ....สาธุค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ธ.ค. 2545 , 10:57:49 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 6



ขอบคุณและอนุโมทนาค่ะ...อ.วยุรี

โดย ทวีพร [17 ธ.ค. 2545 , 19:37:57 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณค่า เนื้อหาประกอบภาพนี่ น่าติดตามมากเลยค่ะ และประโยชน์ที่ได้รับมากมายค่ะ

โดย น้องอุ๊ [17 ธ.ค. 2545 , 23:13:59 น.] ( IP = 203.113.39.8 : : )


  สลักธรรม 8

อนุโมทนาค่ะ

โดย เล็ก [18 ธ.ค. 2545 , 22:59:43 น.] ( IP = 203.155.230.68 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณและอนุโมทนาอาจารย์น้าแอ๊ะค่ะ
นอกจากประโยชน์ที่ได้รับแล้ว ยังมีสีสันอ่านง่าย พร้อมภาพที่นำมาประกอบ เข้ากั๊น เข้ากัน ค่ะ
...เยี่ยม จริงๆ...

โดย มด [21 ธ.ค. 2545 , 22:05:10 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.154.208 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org