มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มาทบทวนความรู้กันค่ะ ครั้งที่2




.สวัสดีทุกๆท่านค่ะ วันเวลาล่วงไปๆ เราเหลืออะไรบ้าง ?

ลองตอบดูกันอีกสัก ๕ ข้อนะค่ะ

๑. รูปเป็นโสภณธรรมได้ไหม เพราะอะไร

๒. ทวิเหตุกปฏิสนธิจิต เป็นผลของกรรมอะไร

๓.บุคคลที่ปฏิสนธิจิตเป็นกุศลวิบากแต่ไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย ต่างกับบุคคลที่ปฏิสนธิจิต เป็นกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยอย่างไร

๔. ผัสสเจตสิก สัญญาเจตสิก ปัญญาเจตสิก และจิตรู้อารมณ์ต่างกันอย่างไร

๕.อะไรเป็นอารัมมณปัจจัยบ้าง

๕ ข้อนะค่ะหมออุ๊ก็กำลังอธิบายอย่างเข็มข้นเลยค่ะเรื่องปัจจัย ลองมาทวนความทรงจำที่ดีๆกันนะค่ะ คงไม่ต้องไปถามอิกคิวนะค่ะ



ด้วยความปรารถนาดีค่ะ

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [17 ธ.ค. 2545 , 16:00:53 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.150.165 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ขอตอบคำถามนะคะ จริงๆอยากถามอิกคิวบ้างเหมือนกันแต่ไม่รู้จะไปถามที่ไหนค่ะ

๑. รูปเป็นโสภณธรรมได้ไหม เพราะอะไร

ตอบ ไม่ได้เพราะ รูปเป็นอพยากตธรรม คือไม่ดี ไม่ชั่ว และเข้าใจว่า โสภณธรรมน่าจะหมายถึงธรรมที่ประกอบไปด้วยโสภณเจตสิก หมายถึงโสภณจิตทั้งหมด


๒. ทวิเหตุกปฏิสนธิจิต เป็นผลของกรรมอะไร

ตอบ เป็นผลของการกระทำกรรมที่ไม่ประกอบไปด้วยปัญญา คือขาดอโมหะเหตุ ในการทำกุศลกรรม


๓. บุคคลที่ปฏิสนธิจิตเป็นกุศลวิบากแต่ไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย ต่างกับบุคคลที่ปฏิสนธิจิต เป็นกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยอย่างไร

ตอบ บุคคลที่ปฏิสนธิจิตเป็นกุศลวิบากแต่ไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย ได้แก่ผู้ที่เกิดมาเป็นสุคติอเหตุกบุคคล คือปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก มีความบกพร่องพิการทางร่างกายหรือจิตใจมาแต่กำเนิด
ส่วนบุคคลที่ปฏิสนธิจิต เป็นกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยอาจเป็นทวิเหตุกบุคคล คือบุคคลที่ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากญาณวิปยุต หรือ ติเหตุกบุคคล คือบุคคลที่ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากญาณสัมปยุต หรือมหัคคตวิบาก เป็นต้น


๔. ผัสสเจตสิก สัญญาเจตสิก ปัญญาเจตสิก และจิตรู้อารมณ์ต่างกันอย่างไร

ตอบ ผัสสเจตสิก และ สัญญาเจตสิก เป็นสัพพจิตตสาธารณเจตสิก เกิดร่วมกับจิตทุกดวง ดังนั้นเจตสิก 2 ตัวนี้ จึงรับอารมณ์เดียวกับจิตแต่ละดวงนั้น ส่วนปัญญาเจตสิกก็เป็นเจตสิกที่ประกอบในจิตที่เป็นญาณสัมปยุตจิต ก็รับอารมณ์เดียวกันกับจิตที่เกิดร่วมนั้นเช่นกัน

ผัสสะเป็นเจตสิกที่ทำหน้าที่กระทบอารมณ์ เป็นตัวประสานจิตกับอารมณ์ให้เกิดการรู้อารมณ์นั้น

สัญญาเป็นเจตสิกที่ทำหน้าที่จำอารมณ์ และการรู้แบบสัญญารู้ คือการรู้โดยอาศัยการกำหนดจดจำเอาไว้

ปัญญาเป็นเจตสิกที่รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง เป็นการรู้ที่ทำลายความเห็นผิด

ส่วนการรู้ของจิตคือแบบวิญญาณรู้นั้น คือรู้ว่าได้มีการรับอารมณ์อยู่เสมอตามทวารต่างๆ


๕.อะไรเป็นอารัมมณปัจจัยบ้าง

ตอบ จิต เจตสิก รูป นิพพาน บัญญัติ สามารถเป็นอารัมณปัจจัยได้


โดย ทวีพร [17 ธ.ค. 2545 , 19:24:55 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 2

๑. รูปเป็นโสภณธรรมได้ไหม เพราะอะไร

รูป จัดเป็น อเหตุกธรรม ไม่ใช่โสภณธรรม เพราะรูปไม่ใช่ผลของกุศล หรืออกุศลโดยตรง แต่รูปอาศัย สมุฏฐาน ๔ เกิดขึ้นคือ กรรม จิต อุตุ อาหาร

๒. ทวิเหตุกปฏิสนธิจิต เป็นผลของกรรมอะไร

ทวิเหตุกปฏิสนธิเป็นผลของ ติเหตุกโอมกเจตนา    และ ทวิเหตุกอุกกัฏฐเจตนา ให้ได้ มหาวิบากญาณวิปปยุต  ปฏิสนธิ ๔ เจตสิก  ๓๒ กัมมชรูป       ๒๐

๓.บุคคลที่ปฏิสนธิจิตเป็นกุศลวิบากแต่ไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย ต่างกับบุคคลที่ปฏิสนธิจิต เป็นกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยอย่างไร

บุคคลที่ปฏิสนธิจิตไม่มีโสภณเจตสิกร่วมด้วย จัดเป็นสุคติอเหตุกบุคคลได้บุคคลเดียว มีความพิการบกพร่องทางร่างกายและจิตใจมาแต่กำเนิด

ส่วนบุคคลที่ปฏิสนธิด้วยกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกร่วม เป็นได้ ๑๐ บุคคลคือ ทวิเหตุกบุคคล ๑ และติเหตุกปุถุชน ๑ อริยบุคคล ๘ จะไม่มีความพิการทางร่างกายและจิตใจแต่กำเนิด

๔. ผัสสเจตสิก สัญญาเจตสิก ปัญญาเจตสิก และจิตรู้อารมณ์ต่างกันอย่างไร

ผัสสะเจตสิก รู้อารมณ์ โดยอาการรับกระทบอารมณ์แต่ละครั้ง ไม่มีหน้าที่จดจำ หรือตัดสินอารมณ์

สัญญาเจตสิกรู้อารมณ์ โดยอาการ จำได้หมายรู้ จากเครื่องหมายต่าง ๆ หลังจากกระทบอารมณ์แล้ว

ปัญญาเจตสิกรู้อารมณ์ โดยอาการรู้แจ้งแทงตลอดในไตรลักษณ์ของอารมณ์ในแต่ละขณะ ๆ ไม่ได้เกิดจากความจำอารมณ์

จิตรู้อารมณ์ โดยอาการรู้ประเภทของอารมณ์ตามทวารทั้ง ๖ ไม่ได้มีหน้าที่รับกระทบ จดจำ หรือรู้ถึงไตรลักษณ์ของอารมณ์

๕.อะไรเป็นอารัมมณปัจจัยบ้าง

รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ความนึกคิด ความรู้สึก ทั้งที่เป็นไปภายในตน และภายนอกตน ล้วนเป็นอารัมณปัจจัยได้ทั้งสิ้น ไม่มีธรรมใด ที่ไม่เป็นอารมณ์
กล่าวคือ ทั้งจิต เจตสิก รูป นิพพาน และบัญญัติ สามารถเป็นอารัมณปัจจัยแก่จิต(และเจตสิกที่ประกอบ)ได้

花子

โดย 花子 [18 ธ.ค. 2545 , 00:31:49 น.] ( IP = 203.107.136.68 : : )


  สลักธรรม 3

สวัสดีค่ะ อ.บุษกร ที่เคารพยิ่ง
ความจริงตอนนี้ง่วงมากๆเลยนะคะ แต่...ก็อดไม่ได้ที่จะมาร่วมทำการบ้านด้วย ละอายใจคราวนี้ไม่ถามอิกคิวค่ะ แต่ถามแม่อิกคิวได้หรือเปล่าคะ เป็นแม่น่าจะเก่งกว่านะคะ

1.ถามว่ารูปเป็นโสภณธรรมได้ไหม เพราะอะไร

ตอบว่า ไม่ได้ค่ะ เพราะโสภณธรรมนั้น เป็นธรรมที่ประกอบด้วยเหตุฝ่ายดี ได้แก่ อโลภะ อโทสะ อโมหะ ซึ่งประกอบได้เฉพาะกับจิตที่เป็นกุศลจิตก็ได้ กุศลวิบากจิตก็ได้ และโสภณกิริยาจิต ก็ได้ ส่วนรูปเป็นอัพยากตธรรม ไม่ประกอบด้วยเหตุทั้ง 3 มีแต่สภาวะธรรมที่เกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัย และดับด้วยเหตุปัจจัยเท่านั้น และเป็นไปเพื่อความเสื่อมเท่านั้น

2. ถามว่า ทวิเหตุกปฏิสนธิจิต เป็นผลของกรรมอะไร

ตอบว่า เป็นผลของการกระทำกรรมในอดีตชาติที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา และโดยเฉพาะเจตนาในการกระทำกรรมอันนี้กลายเป็นนานักขณิกกรรมปัจจัย มีอำนาจให้เกิดผลในปฏิสนธิกาลเป็นบุคคลประเภท 2เหตุ หรือเรียกว่าทวิเหตุกบุคคล และจิตที่นำเกิดจึงเป็น ทวิเหตุกปฏิสนธิจิต ค่ะ

3. ถามว่า บุคคลที่ปฏิสนธิจิตเป็นกุศลวิบากแต่ไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย ต่างกับบุคคลที่ปฏิสนธิจิต เป็นกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยอย่างไร

ตอบว่า บุคคลที่ปฏิสนธิจิตเป็นกุศลวิบากแต่ไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย เป็นบุคคลที่เรียกว่าสุคติอหตุกบุคคลปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก ซึ่งเป็นผลจากกระทำกรรมที่มีกิเลสล้อมหน้าล้อมหลังเป็นประจำ ขาดเหตุที่ดีในขณะกระทำกรรม ประเภทของบุคคลเหล่านี้เกิดมาก็มักจะมีความพิการ เช่น หูหนวก ตาบอด หรือมีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ มีโอกาสพัฒนาสติปัญญาได้ยากมาก
แต่ บุคคลที่ปฏิสนธิจิต เป็นกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย จะเป็นบุคคลที่เกิดมาประกอบ 2 หรือ 3 เหตุ ก็ได้ เรียก ทวิเหตุกบุคคล และติเหตุกบุคคล ซึ่งสามารถพัฒนาสติปัญญาให้มีความก้าวหน้าได้ในชาตินี้ และ บุคคลที่เป็นติเหตุกบุคคลจะสามารถบรรลุญาณปัญญาขั้นสูงได้ด้วย

4. ถาม ผัสสเจตสิก สัญญาเจตสิก ปัญญาเจตสิก และจิตรู้อารมณ์ต่างกันอย่างไร

ตอบว่า ผัสสเจตสิก มีหน้าที่ รู้กระทบกับอารมณ์ที่มาปรากฏในขณะนั้นๆ และจะเกิดขึ้นได้ จะต้องมี การประชุมพร้อมกันระหว่าง อายตนะภายนอก อายตนะภายใน และวิญญาณ
สัญญาเจตสิก มีหน้าที่จำอารมณ์ หลังจากที่เสวยอารมณ์ไปแล้ว
ปัญญาเจสิก มีหน้าที่รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง ในขณะนั้นๆ
ทั้ง ผัสสะ สัญญา ปัญญา จะมีหน้าที่รู้อารมณ์เฉพาะของตนๆเท่านั้น
แต่ จิต มีหน้าที่รู้อารมณ์ ที่มาปรากฎทั้งทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

5. ถามว่าอะไรเป็นอารัมมณปัจจัยบ้าง

ตอบว่า จิต เจตสิก รูป นิพพาน บัญญัติ ค่ะ

พรุ่งนี้ปลุกด้วยนะคะ ทำการบ้านเสร็จแล้วค่ะ




โดย หมออุ๊ [18 ธ.ค. 2545 , 00:41:40 น.] ( IP = 203.113.39.8 : : )


  สลักธรรม 4


๑. รูปเป็นโสภณธรรมได้ไหม เพราะอะไร



รูปเป็นโสภณธรรมไม่ได้
เพราะขึ้นชื่อว่ารูปแล้วจัดเป็นสาสวะธรรมทั้งสิ้น
คือเป็นธรรมที่เป็นอารมณ์แก่อาสวธรรมคือ
กามสาวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะและอวิชชาสวะ
ซึ่งอาสวธรรมเหล่านี้ไม่มีโสภณเจตสิกประกอบเลย
ด้วยเหตุนี้รูปจึงจัดเป็นโสภณธรรมไม่ได้



๒. ทวิเหตุกปฏิสนธิจิต เป็นผลของกรรมอะไร


ทวิเหตุปฏิสนธิจิต ได้แก่มหาวิบากญาณวิปปยุตตจิต ๔
เป็นผลให้ปฏิสนธิเป็นทวิเหตุกบุคคลในกามภูมิ ๗ ได้แก่มนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖
แต่เป็นผู้ที่มีปัญญาน้อยไม่สามารถที่จะเจริญฌาน มรรคผล ได้สำเร็จในภพชาตินั้น

ดังนั้น ทวิเหตุกปฏิสนธิ จึงเป็นผลของการขาดการเจริญปัญญา คือวิปัสสนากรรมฐาน
ในเมื่อกรรมคือเจตนา
ดังนั้นจึงเป็นผลของการขาดเจตนากรรมในกุศลญาณสัมปัตตยุต



๓.บุคคลที่ปฏิสนธิจิตเป็นกุศลวิบากแต่ไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย
ต่างกับบุคคลที่ปฏิสนธิจิต เป็นกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยอย่างไร


โสภณเจตสิก ได้แก่เจตสิกที่เป็นโสภณจำนวน ๒๕ ดวงคือ
โสภณสาธารณเจตสิก ๑๙ ดวง

(สัทธา สติ หิริ โอตตัปปะ อโลภะ อโทสะ ตัตตรมัชฌัตตตา กายปัสสธิ
จิตตปัสสธิ กายลหุตา จิตตลหุตา
กายมุทุตุ จิตตมุทุตา กายกัมมัญญตา
จิตตกัมมัญญตา กายปาคุญญตา จิตตปาคุญญตา กายุชุกตา จิตตุชุกตา)

วิรตีเจตสิก ๓ ดวง (สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ)
อัปปมัญญาเจตสิก ๒ ดวง(กรุณา มุทิตา)
ปัญญาเจตสิก ๑ ดวง(ปัญญิณทรีย์)


จึงเห็นชัดได้ว่าหากบุคคลใดแม้ปฏิสนธิจิตเป็นกุศลวิบาก แต่หากไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยแล้ว
บุคคลนั้นก็จะไม่มีความเชื่อในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ไม่เชื่อเรื่องกรรมและผลของกรรม
ไม่มีสติเจตสิกที่ช่วยให้ระลึกในอารมณ์ที่เป็นกุศล
ไม่มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป
ไม่มีพรหมวิหาร ๔ คือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
ไม่มีการอ่อนน้อมถ่อมตน
ไม่มีปัญญาที่จะสามารถสร้างทางสู่มรรค ผลได้ ในภพชาตินั้นๆ



ส่วนบุคคลที่ปฏิสนธิจิต เป็นกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยแล้ว
ก็จะตรงกันข้ามคือจะมีความเลื่อมใส สัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เชื่ออเรื่องกรรมและผลของกรรม
มีพรหมวิหาร ๔ และสามารถเจริญปัญญาสำเร็จมรรผลได้


๔. ผัสสเจตสิก สัญญาเจตสิก ปัญญาเจตสิก และจิตรู้อารมณ์ต่างกันอย่างไร


ผัสสเจตสิก เป็นธรรมชาติที่กระทบอารมณ์
สัญญาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่จดจำอารมณ์
ปัญญาเจตสิก เป็นธรรมชาติที่รู้สภาพธรรมตามความจริง
จิต เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์

โดยที่จิตเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์
เจตสิกเป็นธรรมชาติที่เกิดพร้อมกับจิต
ดับพร้อมกับจิต
มีอารมณ์เดียวกับจิต
และอาศัยวัตถุเดียวกับจิต

ดังนั้นเมื่อจิตมีเจตสิกอะไรประกอบ ก็จะรับรู้ธรรมชาตินั้นๆ
เช่น เมื่อมีความร้อนมากระทบกาย จิตจะรู้ว่าร้อนทันที เป็นการรู้อารมณ์ของผัสสเจตสิกและสัญญาเจตสิก

ซึ่งความจริง รู้กระทบก่อน ว่ามีผัสสะมากระทบ คือความร้อน จิตก็รับรู้ความรู้สึกนั้น
แต่ที่รู้ว่าร้อนเพราะเรามีสัญญาเจตสิกจดจำความรู้สึกร้อนเอาไว้
และที่เราสามารถแยกแยะต่างๆได้ว่าที่รู้สึกร้อนนั้นไม่ใช่เรารู้เลย
เป็นเพียงจิตและเจตสิก ซึ่งเป็นนามธรรมเท่านั้น
การที่สามารถรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริงเหล่านี้แหละ คือการรู้อารมณ์ของปัญญาเจตสิก



๕.อะไรเป็นอารัมมณปัจจัยบ้าง


อารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิต เจตสิก รูป นิพพาน บัญญัติ



อาจารย์บุษกรขา คราวนี้ยากจังเลย แต่ก็พยายามๆๆๆๆ ตอบค่ะ
กราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย ดา [18 ธ.ค. 2545 , 11:18:38 น.] ( IP = 158.108.12.110 : : )


  สลักธรรม 5

ตื่น!ตื่น!ตื่น!ค่ะพี่อุ๊......มาปลุกแล้วค่ะ

คำถามคราวนี้...สังขยา...รวมมิตร....มากเลยนะคะ
จะว่าไปแล้วก็ครอบคลุมไปถึงทุกปริจเฉทเลย.... เกินความสามารถที่จะตอบให้ถูกต้องที่สุด..อิอิ..แต่ตอบแบบถูกใจตนเองที่สุดก็แล้วกันนะคะ

๑. รูปเป็นโสภณธรรมได้ไหม เพราะอะไร

ตอบ ไม่ได้ค่ะ เพราะโสภณธรรมคือ ธรรมฝ่ายดี ..ซึ่งน่าจะหมายถึงนามธรรมเท่านั้น คือจิตและเจตสิก ที่มีการแบ่งไว้เป็นฝ่ายโสภณกับอโสภณ ..(ปริจเฉทที่
๑) ส่วนรูปธรรมนั้นเป็นอพยากตธรรม เป็นวิบากที่เกิดขึ้นจากกรรมและสมุฏฐานต่างๆ (จิต อุตุ อาหาร)ทั้งรูปที่มีวิญญาณครองและไม่มีวิญญาณครอง แต่ไม่มีการแบ่งประเภทของโสภรและอโสภณไว้ค่ะ (ปริจเฉทที่ ๖)

๒. ทวิเหตุกปฏิสนธิจิต เป็นผลของกรรมอะไร

ตอบ เป็นผลของกุศลกรรมที่ประกอบไปด้วยปัญญา แต่ในขณะกระทำนั้นขาดเจตนาที่ครบตามกาล และมีกำลังไม่เข้มแข็ง ...และเป็นผลของการกระทำกรรมที่ไม่ประกอบไปด้วยปัญญา ...ด้วยอำนาจกรรมดังกล่าวทำให้สามารถนำเกิดเป็นทวิเหตุกปฏิสนธิได้ (ปริจเฉทที่ ๒ ..เจตนาเจตสิก และปริจเฉทที่ ๕ ..กรรมจตุกะ)


๓.บุคคลที่ปฏิสนธิจิตเป็นกุศลวิบากแต่ไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย ต่างกับบุคคลที่ปฏิสนธิจิต เป็นกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยอย่างไร

ตอบ บุคคลที่ปฏิสนธิจิตเป็นกุศลวิบากแต่ไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย ..เรียกว่า สุคติอเหตุกบุคคล ..เป็นบุคคลที่บกพร่องพิการมาแต่กำเนิด เกิดได้ในมนุษยภูมิ และจาตุมหาราชิกา.....ส่วนบุคคลที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย...เรียกว่า ติหตุกบุคคล และทวิเหตุกบุคคล ไม่เกิดในทุคติภูมิและไม่มีความพิการบกพร่องมาแต่กำเนิด .....(ติเหตุกบุคคล ยังแยกได้อีกสองประเภทคือ ติเหตุกปุถุชน และพระอริยบุคคล )


๔. ผัสสเจตสิก สัญญาเจตสิก ปัญญาเจตสิก และจิตรู้อารมณ์ต่างกันอย่างไร

ตอบ เจตสิกธรรมทั้งหลายรู้อารมณ์เดียวกันกับจิต (เอกาลัมพณะ) ตามทวารนั้นๆ ในขณะปัจจุบัน
และเจตสิกแต่ละดวงนั้นเป็นสภาวธรรมที่มีสภาพต่างกัน... มีการรู้อารมณ์โดยต้องอาศัยจิตและก็มีหน้าที่โดยเฉพาะที่ต่างกัน คือ ผัสสเจตสิก ทำหน้าที่กระทบอารมณ์ .สัญญาเจตสิกทำหน้าที่จำอารมณ์ ..ปัญญาเจตสิกทำหน้าที่รู้แจ้งอารมณ์ตามความเป็นจริง.... เจตสิกธรรมบางประการสามารถรู้อารมณ์ได้ทั้งทางปัญจทวาร และมโนทวาร คือ ผัสสเจตสิก และสัญญาเจตสิก ส่วนปัญญาเจตสิกนั้นรู้ได้ทางมโนทวาร (ปริจเฉทที่ ๓) ..ส่วนจิตนั้นมีการรู้อารมณ์เป็นลักษณะ(อารัมมณ วิชชานลักขณัง) ....คือรู้อารมณ์อยู่เสมอและรู้เฉยๆ และรู้ได้ทุกทวาร (ปริจที่ ๑-๒-๓)


๕.อะไรเป็นอารัมมณปัจจัยบ้าง
ตอบ อารมณ์ ๖ คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน บัญญัติ

ไชโยตอบเสร็จแล้ว

โดย น้องกิ๊ฟ [18 ธ.ค. 2545 , 11:25:22 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 6

ตามน้องกิ้ฟเข้ามาดูชั้นเชิง
โอโฮ!!!คราวนี้ระดับมือพระกาฬ
อิอิ...โดยเฉพาะ 花子 รีบเข้ามาตอบเลยนะเนี้ย


ส่วนหมออุ๊ก็ยังกวนน่าดูเลย
พบคุณแม่อิกคิวไหมกั๊บถ้าไม่พบจะพาไปหาแม่ดอกแก้วอิอิ.


ดูๆไปแล้วก็ตอบได้กันนิครับหลายแบบดี แบบจำ แบบอธิบาย แบบบอกเล่าและแบบสงวนท่าครบเลยครับเย้ๆๆเก่งๆๆๆๆ.



โดย พี่เณร [18 ธ.ค. 2545 , 13:32:32 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.156.74 )


  สลักธรรม 7

ขออนุโมทนากับทุกท่านค่ะ ขอจดโจทย์ไปหาคำตอบก่อนนะค่ะ

โดย เล็ก [18 ธ.ค. 2545 , 22:43:01 น.] ( IP = 203.155.230.68 : : )


  สลักธรรม 8

มาดูแล้วน่าชื่นใจค่ะจริงๆนะค่ะ

ถ้าอย่างนั้นคืนนี้จะเข้ามานำคำตอบ ที่อาจารย์ทำไว้เหมือนกันมาลงนะค่ะ บอกเสียก่อนเก็บคะแนนรวมไว้แล้วนะค่ะ มีรางวัลแน่ๆค่ะ


โดย อ.บุษกร เมธางกูร - [19 ธ.ค. 2545 , 09:32:01 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.229 )


  สลักธรรม 9

๑. รูปเป็นโสภณธรรมได้ไหม เพราะอะไร
รูปไม่จัดเป็นโสภณธรรม เพราะไม่สามารถรู้อารมณ์ได้ การที่ได้ชื่อว่า โสภณธรรม ต้องประกอบด้วยโสภณเจตสิก ตามที่เกิดได้

๒. ทวิเหตุกปฏิสนธิจิต เป็นผลของกรรมอะไร
เป็นผลของเจตนากรรมที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา และบางครั้งก็ประกอบด้วยปัญญา แต่ว่าจิตนั้นมีกำลังอ่อนที่ถูกนิวรณธรรมรบกวนในกาลเวลา คือ ก่อนทำ กำลังกระทำ ภายหลังกระทำ

๓. บุคคลที่ปฏิสนธิจิตเป็นกุศลวิบากแต่ไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย ต่างกับบุคคลที่ปฏิสนธิจิต เป็นกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยอย่างไร
ต่างกันที่ความสามารถ เพราะบุคคลที่ปฏิสนธิมีโสภณเจตสิกด้วยจะทำให้มีพัฒนาการเรียนรู้ได้ไว

๔. ผัสสเจตสิก สัญญาเจตสิก ปัญญาเจตสิก และจิตรู้อารมณ์ต่างกันอย่างไร
ผัสสเจตสิก มีการกระทบอารมณ์ สัญญาเจตสิก จำอารมณ์ ส่วนปัญญาเจตสิกถ้าประกอบด้วยโลกียจิต ยังไม่รู้แจ้ง ในสภาวธรรม แต่ถ้าประกอบในฝ่ายโลกุตตรจิต รู้แจ้งแทงตลอด ตามอำนาจของมรรคจิตที่ประหาณกิเลส

๕ อะไรเป็นอารัมมณปัจจัยบ้าง
อารมณ์ ๖ เป็นอารัมมณปัจจัย แยกได้ ๒ คือ ปัญจารมณ์ เป็นส่วนของรูป และ ธัมมารมณ์เป็นได้ทั้งรูปและนาม ต่างก็เป็นปัจัยให้แก่นามธรรม

โดย น้องใหม่ [19 ธ.ค. 2545 , 13:59:49 น.] ( IP = 203.170.129.220 : : )


  สลักธรรม 10


ขอความเจริญในธรรมจงปรากฎแก่ทุกท่านนะค่ะ




๑. รูปเป็นโสภณธรรมได้ไหม เพราะอะไร

ไม่ได้ค่ะ โสภณธรรม เป็นสภาพธรรมที่ดีงาม ซึ่งไม่ใช่แต่เฉพาะกุศลธรรมเท่านั้น

สภาพธรรมที่ดีงามแต่ไม่ใช่กุศลธรรมคือ กุศลวิบากซึ่งเป็นผลของกุศลกรรม และ โสภณกิริยาซึ่งเป็นจิตและเจตสิกเฉพาะพระอรหันต์ผู้ดับกุศลและอกุศลเป็นสมุจเฉทแล้ว

ส่วนรูปเป็นอัพยากตธรรม ไม่ประกอบด้วยเหตุทั้ง 3 (อโลภะ อโทสะ อโมหะ) มีแต่สภาวะธรรมที่เกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัย และดับด้วยเหตุปัจจัยเท่านั้น และเป็นไปเพื่อความเสื่อมเท่านั้น



๒. ทวิเหตุกปฏิสนธิจิต เป็นผลของกรรมอะไร

ทวิเหตุกบุคคล คือ เป็นบุคคลที่ปฏิสนธิจิตไม่มีปัญญาเจตสิกเกิดร่วมด้วย
บุคคลนั้นจึง ไม่สามารถบรรลุฌานหรือโลกุตตธรรมในชาตินั้น
เป็นผลของการกระทำกรรมในอดีตชาติที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา
และโดยเฉพาะเจตนาในการกระทำกรรมนั้น
มีอำนาจให้เกิดผลในปฏิสนธิกาลเป็นบุคคลประเภท 2เหตุ หรือเรียกว่าทวิเหตุกบุคคล หรือเรียกว่าทวิเหตุกบุคคล และจิตที่นำเกิดจึงเป็น ทวิเหตุกปฏิสนธิจิต




๓.บุคคลที่ปฏิสนธิจิตเป็นกุศลวิบากแต่ไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วย
ต่างกับบุคคลที่ปฏิสนธิจิต เป็นกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยอย่างไร


. บุคคลที่ปฏิสนธิจิตไม่มีโสภณเจตสิกร่วมด้วย จัดเป็นสุคติอเหตุกบุคคลได้บุคคลเดียว มีความพิการบกพร่องทางร่างกายและจิตใจมาแต่กำเนิด

ส่วนบุคคลที่ปฏิสนธิด้วยกุศลวิบากที่มีโสภณเจตสิกร่วม เป็นได้ ๑๐ บุคคลคือ ทวิเหตุกบุคคล ๑ และติเหตุกปุถุชน ๑ อริยบุคคล ๘ จะไม่มีความพิการทางร่างกายและจิตใจแต่กำเนิดค่ะ.




.๔. ผัสสเจตสิก สัญญาเจตสิก ปัญญาเจตสิก และจิตรู้อารมณ์ต่างกันอย่างไร

สภาพ "รู้" มีลักษณะต่างกันตามประเภทของสภาพธรรมนั้นๆ เช่น.

เจตสิก ก็เป็นสภาพธรรมที่รู้อารมณ์ แต่ไม่เป็นใหญ่ในการรู้อารมณ์

ผัสสะเจตสิก เกิดร่วมกับจิต พร้อมกับจิต แต่ผัสสะเจตสิกเป็นสภาพธรรมที่รู้อารมณ์ โดยกระทบอารมณ์ ซึ่งถ้าผัสสะเจตสิกไม่รู้อารมณ์ก็ย่อมไม่กระทบอารมณ์ แต่ไม่ใช่รู้แจ้งอารมณ์

ปัญญาเจตสิก เป็นสภาพธรรมที่รู้ธรรม เห็นธรรมถูกต้องตามความเป็นจริง
เช่น รู้ลักษณะที่ไม่ใช่ตัวตน สัตว์บุคคลของสิ่งที่กำลังปรากฏทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ

แต่จิต ซึ่งเป็นสภาพรู้นั้น มีคำอธิบายว่า รู้แจ้งอารมณ์จึงไม่ใช่
การรู้อย่างผัสสะที่กระทบอารมณ์
ไม่ใช่การรู้อย่างสัญญาที่จำหมายลักษณะของอารมณ์
ไม่ใช่การรู้อย่างปัญญา
แต่จิตเป็นสภาพที่รู้แจ้งในลักษณะต่างๆ ของอารมณ์ที่ปรากฏ
จิตเป็นสภาพที่เห็นแจ้ง คือ รู้แจ้ง แม้ลักษณะที่ละเอียดต่างๆ ของอารมณ์ต่างๆ ท่านอุปมาเหมือนกระจกเงาที่ใสสะอาด ไม่ว่าสิ่งใดจะผ่านก็ย่อมปรากฏเงาในกระจกฉันใด ขณะนี้จักขุปสาทเป็นรูปซึ่งมีลักษณะประดุจใสพิเศษ สามารถกระทบสิ่งที่ปรากฏทางตา โสตปสาทสามารถกระทบเฉพาะเสียง
ฆานปสาทสามารถกระทบเฉพาะกลิ่น
ชิวหาปสาทสามารถกระทบเฉพาะรส
กายปสาทสามารถกระทบเฉพาะรูปที่กระทบกาย
ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นสีสันวัณณะอย่าง ใดๆ ก็ตาม
จะเป็นสีเพชร หยก หิน หรือแม้สีแววตา ที่ริษยา ก็ปรากฏให้จิตเห็นได้ทั้งสิ้น ขณะนี้สิ่งที่กำลังปรากฏทางตาปรากฏกับจิตที่รู้แจ้ง ไม่ว่าสิ่งที่ปรากฏนั้นมีลักษณะอย่างไร จิตก็รู้แจ้งในลักษณะที่ปรากฏนั้นๆ
คือเห็นสีสันต่างๆ ทั้งหมดของสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏ จึงทำให้รู้ความหมาย รู้รูปร่างสัณฐาน และแนวคิดนึกถึงสิ่งที่ปรากฏทางตาได้
.




๕.อะไรเป็นอารัมมณปัจจัยบ้าง

จิต เจตสิก รูป นิพพาน บัญญัติ เป็นอารัมมณปัจจัยได้ค่ะ


ขอขอบพระคุณทุกคนเลยนะค่ะที่พยายามทำงานส่งมาถูกทุกคนละค่ะ แต่อยากให้เข้าใจและมีการอธิบายได้กว้างๆกว่านี้นะค่ะเพื่อจะได้ตอบปัญหาธรรมให้แสงสว่างแก่คนอื่นๆต่อไปเป็นธรรมทานไงค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ..



โดย อ.บุษกร เมธางกูร - [20 ธ.ค. 2545 , 13:34:42 น.] ( IP = 203.170.128.27 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org