มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สิตางศุ์ ตอน ตามต่อรอยทาง...





สิตางศุ์
ตอน ตามต่อรอยทาง สร้างสานรอยธรรม (๑)



ข้าวของต่างๆ ที่ถูกขนมาวางระเกะระกะ เริ่มถูกทยอยจัดให้เข้าที่เข้าทาง ลูกศิษย์บางกลุ่มทำหน้าที่จัดตกแต่งสถานที่ บางกลุ่มจัดแต่งบอร์ด ทุกๆ คนต่างกุลีกุจอช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่องานสำคัญที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้


สิตางศุ์บอกตนเองว่านานมากแล้ว ที่เธอเคยมายืนดูการจัดเตรียมงานแบบนี้กับพ่อ ในครั้งนั้น ทุกๆ ปีเมื่อถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งมีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ
วันวิสาขบูชา พ่อจะบอกกับเธอว่า ถึงเวลาแล้ว ที่พ่อจะได้ไปประกาศให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้รู้และยอมรับเรื่องราวความจริงของชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ การเวียนว่ายตายเกิด

พ่อหวังเพียงว่า อย่างน้อยที่สุด เพียงเปอร์เซ็นต์เดียวของผู้ที่มาฟังการบรรยายได้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา และหันหน้าเข้ามาศึกษาพระอภิธรรมอย่างจริงจัง เพื่อเป้าหมายที่จะเดินทางไปสู่ความพ้นทุกข์ เพียงแค่นี้ท่านก็พอใจแล้ว

มาบัดนี้ ไม่มีพ่อ แต่ยังมีงานของพ่อ เป็นงานที่พ่อมอบให้เธอเป็นมรดกธรรม
ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องทำงานประกาศธรรมนั้นแทนพ่อ
และเธอจะต้องทำให้ดีที่สุด สมบูรณ์ที่สุด ให้สมกับที่พ่อได้ไว้วางใจมอบงานที่พ่อรักให้แก่เธอ


กว่างานจะเสร็จในคืนนั้นก็ดึกมากแล้ว แต่สิตางศุ์คิดว่าเธอได้กำลังใจมากขึ้น ทั้งจากความสมานสามัคคีของบรรดาเหล่าศิษย์ที่ระดมกำลังกันมาช่วยงาน และจากพระเถระอีกหลายรูปที่มาให้กำลังใจ
เธอเองก็มีความเชื่อมั่นว่า งานครั้งนี้จะต้องประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน
เพราะแม้แต่พ่อเองก็เคยบอกกับเธอเสมอว่า..

ความสำเร็จของงาน ขึ้นอยู่กับความพอใจในการทำงานนั้น จนลุล่วงได้ตามที่ตั้งใจ
ไม่ใช่อยู่ที่รางวัล หรือแม้คำสรรเสริญเยินยอที่ตามมา


มาวันนี้พ่อคงจะดีใจ หากได้รับรู้ว่าเธอและลูกศิษย์ทุกคนได้ทำตามอย่างที่พ่อบอกไว้แล้ว


ที่หน้ารูปของพ่อคืนนั้น สิตางศุ์นั่งสงบนิ่งส่งกระแสจิตไปยังท่าน ดูเสมือนว่าเสียงของพ่อดังก้องกังวานอย่างชัดเจน

“สิตางศุ์ ไหนลูกอ่านพุทธประวัติ ตอนการบังเกิดพระโพธิญาณ หลังจากที่พระองค์ทรงกำจัดมาร…ให้พ่อฟังต่อซิ”


ภาพเด็กหญิงคนหนึ่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออย่างขะมักเขม้น

“ เมื่อพระมหาบุรุษทรงกำจัดมาร และเสนามารให้ปราชัยด้วยพระบารมี ตั้งแต่เวลาสายัณห์มิทันที่พระอาทิตย์จะอัสดงคต
ก็ทรงเบิกบานพระทัยได้ปีติเป็นกำลังภายในสนับสนุนแรงปฏิบัติสมาธิภาวนาให้ยิ่งขึ้น
ดังนั้นพระองค์จึงมิได้ทรงพักให้เสียเวลา ทรงเจริญสมาธิภาวนาทำจิตให้ปราศจากอุปกิเลส จนจิตสุขุมเข้าโดยลำดับ
ไม่ช้าก็ได้บรรลุปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตฌาน ซึ่งเป็นส่วนรูปสมาบัติเป็นลำดับ
ต่อนั้นก็ทรงเจริญญาณ อันเป็นองค์ปัญญาชั้นสูงทั้งสามประการ
ยังองค์พระโพธิญาณให้เกิดขึ้นเป็นลำดับ ตามระยะกาลแห่งยามสามอันเป็นส่วนราตรีนั้น คือ
ในปฐมยาม ทรงบรรลุ…ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ สามารถระลึกอดีตชาติที่พระองค์ทรงบังเกิดมาแล้วทั้งสิ้นได้
ในมัชฌิมยาม ทรงบรรลุ…จุตูปปาตญาณ บางแห่งเรียกว่า ทิพยจักษุ สามารถหยั่งรู้การเกิด การตาย ตลอดจนการเวียนว่ายของสัตว์ทั้งหลายอื่นได้หมด
ในปัจฉิมยาม ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ..”


เมื่อถึงตอนนี้ เด็กน้อยหันมาบอกพ่อด้วยความดีใจว่า

“พ่อจ๋า หนูชอบคำๆ นี้ ..อาสวักขยญาณ…เพราะดี”
เสียงพ่อบอกให้อ่านต่อ


“ในปัจฉิมยาม ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ ทรงพระปรีชาสามารถ ทำอาสวกิเลสทั้งหลายให้หมดสิ้นไป
ด้วยพระปัญญาพิจารณาในปัจจยาการแห่งปฏิจจสมุปบาท โดยอนุโลม และปฏิโลม
ก็ทรงบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในเวลาปัจจุสมัยรุ่งอรุโณทัย
ทรงเบิกบานพระหฤทัยอย่างสูงสุดในการตรัสรู้ อย่างที่ไม่เคยมีมาในกาลก่อน..”

“เอ้า พอ” เสียงพ่อร้องบอก

โดย วยุรี [19 ธ.ค. 2545 , 06:01:42 น.] ( IP = 203.113.39.12 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

แด่สิตังศุ์ลูกรัก...

....ยิ้มหนอดรุณงาม.........ปิตุพร่ำพิร่ำว่า

....แย้มยลสนนครา........สละถ้าหทัยครวญ

....กล้าแกร่ง ณ แห่งใจ.........ธุระใดหทัยรวน

....ยืนหยัดขจัดตรวน........ขณะถ้วนกระบวนความ ฯ

.....พ่อยืนระรื่นข้าง....มิผละคว้างละเรียมงาม

....ลูกเอ๋ยเขนยยาม........ปะระกำถลำพลั้ง

....ยิ้มแย้มวะแวมพักตร์........ดรุณ์รักประจักษ์ดัง

....เพชรพราวสกาวพร่าง.......ศศิดังกระจ่างใจ ฯ


โดย อจ.มนต์ทิพย์ [19 ธ.ค. 2545 , 18:06:04 น.] ( IP = 202.183.178.143 : : )


  สลักธรรม 12

อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจค่ะ สิ่งที่พ่อให้มีค่าจริงๆนะคะ และ แบบอย่างที่งดงามของพี่สิตางค์ กล่าวได้ว่า 1 ในล้านจริงๆนะคะ ขอบคุณค่ะ อ.วยุรี

โดย น้องอุ๊ [19 ธ.ค. 2545 , 18:20:25 น.] ( IP = 202.57.179.124 : : )


  สลักธรรม 13

อ่านแล้วประทับใจและมีคุณค่ามากค่ะ
ขอบคุณอ.วยุรีมากนะค่ะ ที่จุดประกายแสงธรรมให้สว่างไสวในใจของผู้อ่านได้ดี
ขออนุโมทนา สาธุ กับ คุณสิตางค์ คุณพ่อ และ อาจารย์วยุรีด้วยนะคะ จะอ่านซ้ำ ๆ อีกค่ะ

โดย ณัฏฐิกา..ผู้แสวงธรรม [19 ธ.ค. 2545 , 18:59:15 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.152.42 )


  สลักธรรม 14

อนุโมทนาแด่อาจารย์วยุรีค่ะ

โดย กมลชนก [20 ธ.ค. 2545 , 18:14:04 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 15

ขอบคุณ อ.วยุรี มากค่ะ
อ่านแล้ว ได้อุดมการณ์ของชีวิต ที่นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ค่ะ

โดย เซิ่น [21 ธ.ค. 2545 , 16:06:48 น.] ( IP = 203.170.141.157 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org