มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เวลาแห่งปัญญา “ อาเสวนปัจจัย”(12)




นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ


พบกันอีกครั้งก่อนส่งท้ายปีใหม่ และเตรียมพร้อมต้อนรับกุศลใหม่ๆ ขอกล่าวอนุโมทนากับกุศลจิตของคณาจารย์ทุกท่าน และ ทุกๆท่านที่ได้กระทำมาโดยตลอด
นี่ไงคะ บาป หรือ บุญ เป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ แล้วบุญ หรือ บาป เกิดได้ขณะไหนกัน

มาถึงปัจจัยนี้นับเป็นปัจจัยที่ 12 เรียกว่า อาเสวนปัจจัย นับได้ว่าหลายๆปัจจัยที่ผ่านมาคงทำให้เรากำลังเดินทางเหินห่างจากความเห็นผิด เรียกได้ว่า “แผนผังทำลายสักกายทิฏฐิ” ก็คงจะได้

โดย อัญชลี สมโสภณ [26 ธ.ค. 2545 , 11:46:08 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : unknown, 202.28.169.165 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

อาเสวนปัจจัย เป็นปัจจัยที่สำคัญ ถือได้ว่า “เป็นคลังแห่งบุญ และคลังแห่งบาป” เสมือนกับธนาคารที่รับฝากต้นทุนไว้ และเมื่อไหร่ลูกค้าเรียกหาดอกผล รับรองค่ะ จะส่งผลให้คุณได้รับอย่างแน่นอน เป็นธนาคารชั้นเลิศที่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเสมอ
ดังนั้น พระพุทธองค์จึงกล่าวว่า “ สัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของตนเอง”

โดย อัญชลี สมโสภณ [26 ธ.ค. 2545 , 11:49:24 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : unknown, 202.28.169.165 )


  สลักธรรม 2

อาเสวนปัจจัย หมายถึง ธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเสพบ่อยๆ

อาเสวนะ คือ การเสพอารมณ์บ่อยๆ ทั้งอารมณ์ที่เป็นกุศลบ้าง หรืออกุศลบ้าง หรือกิริยาบ้าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของจิตที่ทำหน้าที่เป็น ชวนะกิจ นี่เอง หรือจะกล่าวได้ว่า คือการเกิดขึ้นของชวนะจิตบ่อยๆนั่นเอง

โดย อัญชลี สมโสภณ [26 ธ.ค. 2545 , 11:51:56 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : unknown, 202.28.169.165 )


  สลักธรรม 3


ลักษณะที่สำคัญของอาเสวนปัจจัย จะต้องประกอบด้วย 3 อย่าง
1. ต้องเป็นจิตที่เป็นชาติเดียวกัน เช่น เป็นกุศลจิตที่เหมือนกัน เป็นอกุศลจิตที่เหมือนกัน หรือ เป็นกิริยาจิตที่เหมือนกัน
2. ต้องเกิดขึ้นต่อๆกัน อย่างน้อย 4 หรือ 5 ขณะจิต
3. ต้องเป็นจิตที่ไม่ใช่วิบากจิต

โดย อัญชลี สมโสภณ [26 ธ.ค. 2545 , 11:53:07 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : unknown, 202.28.169.165 )


  สลักธรรม 4


การทำความเข้าใจในปัจจัยนี้ จำเป็นต้องศึกษาคู่กับเรื่องวิถีจิต จะทำให้เข้าใจได้มากขึ้น
เพราะวิถีจิต เป็นการแสดงการทำงานของจิตที่เกิดขึ้นติดต่อกัน ต่อการปรากฏครั้งหนึ่งๆของการรับรู้อารมณ์



จะขอยกตัวอย่างที่เป็นการทำงานของจิต

ตัวอย่างฝ่ายอกุศล คุณงามตา เห็นดอกไม้ และเกิดความชอบต่อดอกไม้นั้น
การเกิดขึ้นของจิตที่ทำหน้าที่เห็นเป็นวิบากจิต ที่เรียกจักขุวิญญาณ เมื่อรับรู้ต่อสีของดอกไม้แล้ว ย่อมส่งต่อให้จิตอีกดวงรับรู้ต่ออารมณ์นั้น และส่งต่อให้จิตดวงใหม่เกิดขึ้นเพื่อพิจารณาอารมณ์ และส่งต่อให้จิตอีกดวงตัดสินอารมณ์ถ้าตัดสินผิดก็ทำให้เกิด อกุศลจิตตามมา และอกุศลนี้ก็เกิดติดต่อกันอีก 7 ครั้ง จึงหมดอำนาจการส่งต่อของอกุศล
ดังนั้นจากตัวอย่าง คุณงามตาตัดสินอารมณ์ผิดจึงเกิด อกุศลจิต ตามมานั่นคือเกิดความชอบซึ่งเป็นจิตโลภะนั่นเอง
จะเห็นได้ว่า อกุศลที่เกิดต่อกัน 7 ขณะ จึงเป็นการเสพอารมณ์อกุศลนั่นเอง ตรงนี้จึงเรียกว่า คลังแห่งอกุศล

โดย อัญชลี สมโสภณ [26 ธ.ค. 2545 , 11:56:44 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : unknown, 202.28.169.165 )


  สลักธรรม 5


ตัวอย่างฝ่ายกุศล คุณสงบ ได้ยินเสียงการบรรยายธรรม เกิดความรู้สึกศรัทธาต่อ เนื้อหาธรรมนั้น
การเกิดขึ้นของจิตที่ทำหน้าที่ได้ยินเป็นวิบากจิต ที่เรียกว่า โสตวิญญาณ เมือรับรู้ต่อเสียงนั้น ย่อมส่งต่อให้จิตอีกดวงรับรู้ต่ออารมณ์นั้น และส่งต่อให้จิตดวงใหม่เกิดขึ้นเพื่อพิจารณาอารมณ์ และส่งต่อให้จิตอีกดวงตัดสินอารมณ์ถ้าตัดสินถูกก็ทำให้เกิด กุศลจิตตามมา และกุศลนี้ก็เกิดติดต่อกันอีก 7 ครั้ง จึงหมดอำนาจการส่งต่อของกุศล
ดังนั้นจากตัวอย่าง คุณสงบตัดสินอารมณ์ถูกจึงเกิด กุศลจิต ตามมา
จะเห็นได้ว่า กุศลที่เกิดต่อกัน 7 ขณะ จึงเป็นการเสพอารมณ์กุศลนั่นเอง ตรงนี้เรียกว่า คลังแห่งกุศล

โดย อัญชลี สมโสภณ [26 ธ.ค. 2545 , 11:57:35 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : unknown, 202.28.169.165 )


  สลักธรรม 6

การรับรู้อารมณ์ และนำสู่การตัดสินอารมณ์ จึงเกิดจิตที่ตามมา ได้ 3 ประเภท คือ เป็น กุศลบ้าง เป็นอกุศลบ้าง และเป็น กิริยาบ้าง (ไม่เป็นทั้งบุญ หรือบาป)

โดย อัญชลี สมโสภณ [ [26 ธ.ค. 2545 , 11:58:57 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : unknown, 202.28.169.165 )


  สลักธรรม 7


จิตประเภทใดบ้างที่จะเป็นอาเสวนปัจจัยได้
ได้แก่ อกุศลจิตทั้งหมด โลกียกุศลจิตทั้งหมด กิริยาจิตทั้งหมด แต่เมื่อพูดถึงการเกิดขึ้นสืบต่อแห่งชวนะแล้ว ต้องยกเว้นดวงสุดท้าย

ตัวอย่าง เช่น ภาพ นี้ แทนเครื่องหมายของจิต และมีการทำหน้าที่ ด้วยการเสพอารมณ์ 7 ขณะ และมีจิตที่ต่อจากนั้นอีก 2 ขณะเป็น
นี่ไงคะ
(1) (2)(3)(4)(5)(6)(7)

จะเห็นได้ว่ามีการเกิดขึ้นเรียงต่อกัน และ เมื่อ…
ดวงที่ 1 ดับ ย่อมทำให้ ดวงที่ 2 เกิดขึ้น
ดวงที่ 2 ดับ ย่อมทำให้ ดวงที่ 3 เกิดขึ้น
ดวงที่ 3 ดับ ย่อมทำให้ ดวงที่ 4 เกิดขึ้น
ดวงที่ 4 ดับ ย่อมทำให้ ดวงที่ 5 เกิดขึ้น
ดวงที่ 5 ดับ ย่อมทำให้ ดวงที่ 6 เกิดขึ้น
ดวงที่ 6 ดับ ย่อมทำให้ ดวงที่ 7 เกิดขึ้น
ดวงที่ 7 ดับ ย่อมหมดอำนาจ ให้ ดวงที่ 8 เกิดขึ้นได้


ดังนั้น ดวงที่ 1 ถึง 6 จึงทำหน้าที่เป็น ปัจจัยได้
ส่วน ดวงที่ 7 จึงทำหน้าที่ เป็นปัจจัยไม่ได้

โดย อัญชลี สมโสภณ [26 ธ.ค. 2545 , 12:00:58 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : unknown, 202.28.169.165 )


  สลักธรรม 8

จิตประเภทใดที่จะเป็น อาเสวนปัจจยุปบัน ได้ (หรือธรรมที่เกิดจากปัจจัย)
ได้แก่ อกุศลจิตทั้งหมด โลกีย และโลกุตตรกุศลจิตทั้งหมด กิริยาจิตทั้งหมด แต่เมื่อนับการสืบต่อแห่งชวนะแล้ว ต้องยกเว้นดวงที่ 1
ตัวอย่างเช่น ตัวอย่าง เช่น ภาพ นี้ แทนเครื่องหมายของจิต และมีการทำหน้าที่ ด้วยการเสพอารมณ์ 7 ขณะ และมีจิตที่ต่อจากนั้นอีก 2 ขณะเป็น
นี่ไงคะ
(1) (2)(3)(4)(5)(6)(7)
จะเห็นได้ว่ามีการเกิดขึ้นเรียงต่อกัน และ เมื่อ…
ดวงที่ 2 เกิดได้ ต้องมาจาก ดวงที่ 1
ดวงที่ 3 เกิดได้ ต้องมาจาก ดวงที่ 2
ดวงที่ 4 เกิดได้ ต้องมาจาก ดวงที่ 3
ดวงที่ 5 เกิดได้ ต้องมาจาก ดวงที่ 4
ดวงที่ 6 เกิดได้ ต้องมาจาก ดวงที่ 5
ดวงที่ 7 เกิดได้ ต้องมาจาก ดวงที่ 6
ดังนั้น จะต้องเริ่มนับตั้งแต่ ดวงที่ 2 เป็นต้น จนถึงควงที่ 7 จึงจะทำหน้าที่ เป็น อาเสวนปัจจยุปบันได้
ส่วน ดวงที่ 1 จึงไม่ใช่ธรรมฝ่ายผล แต่เป็นธรรมฝ่ายปัจจัย ค่ะ

โดย อัญชลี สมโสภณ [26 ธ.ค. 2545 , 12:03:11 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : unknown, 202.28.169.165 )


  สลักธรรม 9


ทำไมมรรคจิตจึงเป็นอาเสวนะปัจจัยไม่ได้ ทั้งๆ ที่เป็นชวนะจิตเหมือนกัน
ที่ไม่ได้ ก็เพราะ… ผิดเงื่อนไขของอาเสวนะนั่นเอง เพราะ มรรคจิตจะเกิดเพียง ครั้งเดียว แม้ว่ามรรคจิต จะเป็นปัจจัยแก่ ผลจิต ที่ตามมา แต่ ผลจิตนั้นเป็นวิบากจิต มิได้มีสภาพเป็นกุศล อกุศล หรือ กิริยาจิต

โดย อัญชลี สมโสภณ [ [26 ธ.ค. 2545 , 12:04:09 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : unknown, 202.28.169.165 )


  สลักธรรม 10


การเสพอารมณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ตรงนี้จึงถือได้ว่า เป็นส่วนของกรรมโดยตรง
ดังนั้น บุญ บาป ที่ทำไว้แล้วมิได้หายไปไหน เพราะถูกฝากไว้ที่ธนาคารจิตนี่เอง และย่อมส่งผลได้อย่างแน่นอน
“ทำดี ย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว

แต่การรับผลย่อมเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัย กรรมใดที่เป็นกรรมหนักจึงได้รับผลในชาติหน้าอย่างแน่นอน
แต่กรรมชนิดอื่นๆ ที่เคยทำไว้ บาปบ้าง บุญบ้าง ย่อมทยอยส่งผล ในทุกๆชาติ
สิ่งที่ได้รับ ทั้งความสุข และความทุกข์ จึงเป็นผลที่ทำกรรมไว้เอง ไม่มีใครหรอกค่ะที่จะทำให้เราเดือดร้อน หรือทำให้ใครตกต่ำได้

คำถามประจำวันนี้ ….
ถามว่า เพราะเหตุใดวิบากจิตจึงเป็นอาเสวนปัจจัยไม่ได้


ไว้ติดตามตอนต่อไปซิคะใน…กัมมปัจจัย (13)
มาทำกรรมอันดีงามในปีใหม่กันดีกว่านะคะ และการปฏิบัติวิปัสสนาจึงเป็นกรรมชั้นสูงสุดจริงๆค่ะ

โดย อัญชลี สมโสภณ [26 ธ.ค. 2545 , 12:07:19 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : unknown, 202.28.169.165 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org