มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จิตเกิดดับอยู่เสมอ ? (ต่อ)





ความมหัศจรรย์ของจิต
จิตเกิดดับอยู่เสมอ
(ต่อจากตอนที่แล้ว)



เมื่อลุงโยนดินสอขึ้นไปในอากาศ ดินสอมันก็จะลอยขึ้นไป เมื่อสุดแรงที่ส่งมันก็จะตั้งอยู่ขณะหนึ่ง แล้วจึงตกลงมา ในข้อนี้ก็เทียบได้กับอุปาทะ แปลว่า เกิดขึ้น ฐีติ แปลว่า ตั้งอยู่ และภังคะ แปลว่า ดับไป เราจะพูดว่า เกิดขึ้น, ตั้งอยู่, ดับไป หรือเกิด แก่ ตาย ก็ได้ การเกิดดับของจิตเป็นดังนี้ ..เท่าที่ลุงได้อธิบายมานี้ หลานเข้าใจแล้วหรือยัง


ป. เข้าใจแล้วขอรับ แต่ก็เกิดมีปัญหาขึ้นมาว่า ถ้าจิตได้เกิดดับอยู่เช่นนี้ จิตก็ไม่ใช่ตัวของเรา เพราะมันเกิด-ดับ เป็นตัวใหม่อยู่เรื่อยๆ ไป

ล. หลานถามมาคำนี้ก็แปลกดี แต่ก็ถามตามเหตุผลก็เป็นการสมควรอยู่ ลุงจะขอซักถามหลานเสียก่อน
สมมติว่ามีเด็กที่คลอดใหม่ๆ คนหนึ่ง เมื่อเราเลี้ยงเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว สภาพของเด็กอ่อนเมื่อแรกเกิดนั้น รูปร่าง หน้าตาของเด็กอ่อนเหมือนกันกับผู้ใหญ่หรือ


ป. หน้าตาหรือรูปร่างไม่เหมือนกันเลยขอรับ

ล. ถ้าชายผู้หนึ่งกระทำความผิดไว้ เช่น ฆ่าเขาตาย ต่อมาอีกเป็นเวลาหลายปี ร่างกายของเขาก็ได้ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป เวลานี้ก็อายุมากแล้ว ร่างกายของเขาไม่ใช่เซลล์ตัวเดิมเหมือนเมื่อได้ฆ่าคนตาย ถ้าเช่นนี้เขาก็ควรจะไม่ต้องรับโทษอะไรเลยกระมัง และร่างกายของเขาคงจะไม่ใช่คนเก่าเป็นแน่

ป. ไม่ได้ ต้องเป็นคนเดียวกันซิขอรับ

เพราะร่างกายประกอบขึ้นด้วยเซลล์ แม้เซลล์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน จึงทำให้รูปร่างผิดกันเรื่อยๆ ก็จริง แต่ก็จะต้องเป็นคนๆ เดียวกันนั่นเอง เพราะเป็นเซลล์ที่ถ่ายทอดสืบต่อนั้นมาจากเซลล์ตัวเดิมทั้งสิ้น

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [28 ธ.ค. 2545 , 06:45:54 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : 203.113.39.9 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ล. ร่างกายของเด็กกว่าจะถึงผู้ใหญ่ เซลล์เก่าๆ ตั้งแต่เล็กๆ ได้ตายไปหมดสิ้นไม่มีเหลือเลย แม้แต่เซลล์ของกระดูกในส่วนที่แข็งที่สุด

ผู้ใหญ่มีแต่เซลล์ใหม่ที่เกิดขึ้นมาภายหลังทั้งนั้น แม้ว่าจะเป็นเซลล์ของผู้ใหญ่ทั้งนั้นก็ตาม ก็เป็นเซลล์ที่ผลิตขึ้นได้จากเซลล์ตัวเดิมนั่นเอง
จึงถือว่าเป็นคนๆ เดียวกัน

เหมือนลูกของเรา ก็คือส่วนหนึ่งของตัวเรานั่นเอง จะว่าเป็นคนอื่นไปกระไรได้ เซลล์จากตัวเราเองแบ่งภาคไปเกิด ถ้าว่ากันในส่วนรูปร่างก็ไม่มีใครโต้เถียงได้ว่า ลูกของเรานั้นมิได้มีส่วนเป็นตัวของเรารวมอยู่ด้วย


ป. แต่การที่จิตเป็นสันตติ คือการสืบต่อเกิด-ดับอยู่เช่นนี้ เมื่อจิตดวงเก่าดับลงไปแล้ว เหตุใดความคิดความจำในเรื่องอะไรทั้งหลายจึงยังคงเหลืออยู่ได้เล่าขอรับ

ล. การที่จิตดวงเก่าดับลง เป็นปัจจัยให้เกิดดวงใหม่ขึ้น การที่ดวงเก่าต่อดวงใหม่ให้เกิดขึ้นนั้น ก็ได้ส่งมอบกิจหน้าที่ทุกประการให้แก่จิตดวงใหม่ไว้ด้วย ส่งกันต่อๆ ไปโดยทำนองนี้

ป. มันเป็นเรื่องแทบจะเหลือเชื่อ คุณลุงจะต้องพิสูจน์ให้ผมเห็นจริงจังนะครับ เพราะว่าในบัดนี้ผมได้เห็นแล้วว่า คุณลุงกำลังร่ำรวยเป็นอันมากในเหตุผล, ในทฤษฏี, ในหลักการ แต่ในข้อเท็จจริงนั้น ผมยังไม่ทราบว่าคุณลุงจะยากจนหรือหาไม่

ล. ได้กล่าวให้หลานฟังแล้วว่า เซลล์ที่เกิดสืบต่อมาเรื่อยๆ นั้น ก็ได้ถ่ายทอดคุณลักษณะของเซลล์ตัวเดิมให้กับเซลล์ตัวใหม่ด้วยทุกประการ มิฉะนั้นเด็กก็สืบต่อมาจนเป็นผู้ใหญ่ ก็คงจะไม่ใช่คนเดียวกัน

ลุงจะเปรียบเทียบให้หลานเข้าใจอีกสักอย่าง ขอถามหลานว่า เมล็ดผลไม้ย่อมอมเอาส่วนต่างๆ ของต้นไม้ไว้ทั้งหมดมิใช่หรือ


ป. อมอะไรไว้ อมไว้อย่างไรขอรับ ผมยังไม่เข้าใจ?

ล. ภายในเมล็ดที่เรามองไม่เห็นนั้นย่อมมีต้น มีใบ มีดอก มีผล มีลักษณะใช่หรือไม่

ป. ถูกแล้วขอรับ แล้วอย่างไรต่อไป

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [28 ธ.ค. 2545 , 07:01:03 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : 203.113.39.9 )


  สลักธรรม 2

ล. เมื่อเราปลูกเมล็ดนั้นลงไปในดิน ได้รับความชุ่มชื้นและความอบอุ่นที่เหมาะสม ไม่ช้านักเราก็จะเห็นมีต้น มีใบ มีดอก มีผล การที่มีต้น มีใบ มีดอก มีผลขึ้นเช่นนี้ ก็เพราะมันได้รับมรดกถ่ายทอดสืบต่อกันมา

และการที่มันสืบต่อกันมาเช่นนี้ มันจะต้องรักษาคุณลักษณะของมันหรือของต้นเดิมไว้


เช่น ต้นมะม่วงมันก็จะเป็นมะม่วง ใบมะม่วง ดอกมะม่วง และก็จะออกเป็นผลมะม่วง
ต้นมะปรางมันก็จะออกเป็นต้นมะปราง ใบมะปราง ดอกมะปราง และที่สุดมันก็จะเป็นผลมะปราง
เหมือนพ่อ แม่ ย่า ตา ยายของมัน

และแน่นอนต้นมะม่วงจะไม่ออกผลเป็นรางสาด ต้นมะปรางมันจะไม่ออกผลเป็นมังคุดเป็นอันขาด


การที่นำเอาเรื่องเซลล์กับเรื่องต้นไม้มากล่าวให้หลานฟังเช่นนี้ก็เพื่อจะแสดงแวดล้อมให้หลานได้ทราบว่า
จิตดวงที่ดับลงไปนั้น ได้ถ่ายทอดความคิด ความจำ บุญหรือบาป และอะไรๆ ให้แก่จิตดวงใหม่หมดสิ้นแล้ว


ป. ประหลาดจริง
ผมคิดว่าจิตหรือวิญญาณตามที่เชื่อถือกันในหลักของพระพุทธศาสนานั้น เป็นสิ่งที่ล่องลอยไปเกิดได้เหมือนกับอาตมันในศาสนาพราหมณ์
เพื่อนของผมบางคนก็คิดเช่นนั้น บางคนเชื่อว่าตายแล้วสูญไปเลยก็มี เหตุนี้คำว่าคนตายไปแล้ว จิตล่องลอยไปเกิดจึงไม่มี เพราะจิตจะท่องเที่ยวหรือล่องลอยไปไหนไม่ได้

ผมขอขอบพระคุณ คุณลุงมาก ที่พยายามอธิบายจนกระทั่งผมเข้าใจ และคำอธิบายของคุณลุงนี้ก็เข้ากันได้กับหลักวิทยาศาสตร์ดีแท้ๆ

แต่ขอประทานโทษเถิด ผมใคร่จะทราบต่อไปว่าจิตตัวดั้งเดิมแท้นั้นมาจากไหนกันเล่าขอรับ ผมหมายถึงตั้งแต่เริ่มแรกการปฏิสนธิ หรือจิตตัวแรกมีความเป็นมาอย่างไร เหตุใดจึงรู้อารมณ์ได้


ล. คำถามของหลานข้อนี้ ทำเอาลุงตกใจที่ว่าให้ลุงหาจิตตัวดั้งเดิมทีแรก เหมือนหลานจะถามว่า ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่นั่นเอง มันเกิดกันมานมนานจนเป็นวงกลมเสียแล้ว จึงหาที่ตั้งต้นไม่ได้

เหมือนเอาทุเรียนมาปลูกเข้าต้นหนึ่ง ต่อมาเมื่อมีผลก็ปลูกกันมาเรื่อยๆ ราวสัก ๓ - ๔ ร้อยปี ในปัจจุบันนี้ก็มีทุเรียนอยู่ถมเถ แต่หลานจะไปหาทุเรียนต้นเดิมแท้ได้หรือไม่ ลุงหมายถึงทุเรียนต้นแรก


ป. หาไม่ได้ขอรับ

ล. หลานก็เป็นนักศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์อยู่ หลานก็ย่อมจะทราบว่า ดินที่เราเดินย่ำกันอยู่ทุกๆ วันนี้มันมาจากไหน หลานก็คงจะตอบว่ามาจากภูเขา ดินฟ้าอากาศช่วยย่อยให้มันกลายเป็นดิน

ลุงก็จะถามอีกว่า แล้วภูเขาเล่ามันมาจากที่ใด ถ้าในสมัยก่อนก็ว่ามันมาจากดวงอาทิตย์ ลุงก็จะถามอีกว่า ดวงอาทิตย์เล่ามาจากไหน เรื่องก็ไม่มีทางจบ นักวิทยาศาสตร์คนไหนก็หาดินก้อนแรกไม่ได้

หรือลุงจะถามหลานว่า ประจุไฟฟ้าที่ในปรมาณูนั้นมาจากไหน ทำไมทุกๆ ปรมาณูจึงได้มีประจุไฟฟ้า แรกเริ่มเดิมทีมันมาจากไหนกัน
หลานจะหาคำตอบได้หรือ จะอธิบายอย่างไร ด้วยเหตุที่มันเป็นมาเนิ่นนานนักแล้ว วนเวียนกันมาเป็นวงกลมจนไม่ทราบว่าจะไปตั้งต้นที่ตรงไหน


ลุงก็ได้เคยบอกหลานแล้วว่า คำว่า จิต ตามหลักที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอน มิใช่เป็นสิ่งกายสิทธิ์ ล่องลอยไปได้ คงทนถาวรไม่รู้จักตาย เป็นอมตะ แต่จิตนั้นมีธรรมชาติ เกิด – ดับ เป็นธรรมดา

เช่นนี้แล้วจะไปหาจิตตัวดั้งเดิมแท้ได้ที่ไหน แต่อย่างไรก็ดี เวลานี้วิทยาการทางโลกเจริญขึ้นเป็นอันมาก ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่ ก็พอจะหาคำอธิบายได้ว่ามันมีความเป็นมาอย่างไร

และการที่หลานถามถึงจิตตัวดั้งเดิมตัวแรก ก็พอจะหาความเข้าใจได้บ้าง โดยการอนุมาน แต่แน่ละ มันจะต้องยืดยาวมาก ดังนั้น ลุงจึงขอให้หลานจดจำคำถามนี้เอาไว้ก่อน อย่าได้ลืมเสีย แล้วเราจะได้พูดกันต่อไปในโอกาสหน้า

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [28 ธ.ค. 2545 , 07:08:57 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : 203.113.39.9 )


  สลักธรรม 3

....อนุโมทนามากค่ะพี่แอ๊ะ ที่นำธรรมะจากพระอาจารย์บุญมี มาถ่ายทอดให้ฟัง เป็นเรื่องน่าสนใจจริงๆนะคะ

โดย หน่องค่ะ [31 ธ.ค. 2545 , 15:40:51 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : 203.155.186.41 )


  สลักธรรม 4

ตามมาทบทวนความรู้ที่เป็นพื้นฐานสำคัญ
ขอบพระคุณมากค่ะอาจารย์วยุรี
ที่นำผลงานอันมีค่ามาสร้างสรรค์ให้สมสมัยด้วยการใช้ประโยชน์จากภาพเทคนิคที่มีอยู่ในสมัยนี้...

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ม.ค. 2546 , 16:16:23 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : 202.183.157.173, 202.183.228.67 )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณและอนุโมทนาน้าแอ๊ะค่ะ

โดย มด [5 ม.ค. 2546 , 17:50:14 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : 203.170.154.179 )


  สลักธรรม 6


อนุโมทนาค่ะพี่วยุรี

โดย เล็ก [6 ม.ค. 2546 , 22:28:19 น.] ( IP = 203.155.229.188 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org