มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนา(7)




......

ถาม ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า เห็นโลกโดยความเป็นภัย คือเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว หรือเห็นโลกโดยความเป็นทุกข์นั้น พระองค์หมายความว่าอย่างไร?

......

ตอบ ที่ตรัสอย่างนั้น หมายความว่า เท่าที่เรากำลังบริหารขันธ์ ๕ รูปนามด้วย การกิน การดื่ม การลุก การนั่ง นอน ยืน เดิน การนิ่ง การหลับ การตื่น เป็นต้น มันเป็นทุกข์ทั้งนั้น ถูกทุกข์บังคับอยู่ตลอดเวลา เราจะอยู่นิ่งท่าเดียว ไม่เคลื่อนไหวไม่ได้ เราจำเป็นจะต้องผลัดเปลี่ยนอิริยาบถกันไปโดยที่เราไม่รู้สึกตัว การไม่รู้สึก
ตัวนั่นแหละ ท่านเรียกว่า “เป็นอยู่ด้วยความประมาท” ด้วยเหตุนี้ จึงมีคำกล่าวว่าพระอริยเจ้าท่านมีสติสัมปชัญญะไม่ประมาทในกาลทุกเมื่อ ฯ

......

ถาม คำที่ว่า ตัณหาทุติโย ปุริโส ตามที่มีปรากฏอยู่ในพระบาลีหรืออรรถกถานั้น ท่านแปลว่าอะไร และหมายความว่าอย่างไร ขอฟังอธิบายด้วย ?

......

ตอบอันนี้ ท่านแปลว่า บุรุษมีตัณหาคือความยินดีพอใจเป็นเพื่อนสองหมายความว่า ตามที่เรากำลังเป็นอยู่ทุกวันนี้ มีความพอใจในชีวิตคือความเป็นอยู่ของเรา แม้เราจะดูรูปหรือได้ยินเสียง เป็นต้นก็ตาม ก็จะต้องพยายามเสาะแสวงหาแต่รูป เสียงที่ดีๆ ที่ถูกใจเราเอามาดู เอามาฟัง แม้กลิ่น รส ก็เช่นเดียวกัน

เมื่อได้เห็นรูปสวยหรือฟังเสียงที่ไพเราะ ก็รู้สึกพอใจ ตัวพอใจนั่นแหละเป็นเพื่อนสองของเรา คือ ตัวทิฐิความเห็นผิดในการเห็น การได้ยิน ซึ่งที่จริงมันเป็นเพียงนามธรรม ตามหลักของความจริง แต่เราเห็นผิดนามนั้นว่าเป็นเรา มันจึงเป็นความเห็นที่ผิด ไม่ตรงต่อความจริง และขณะเดียวกัน ขณะที่นามเห็น หรือนามได้ยินกำลังอยู่ แทนที่จะเห็นว่านามเป็นทุกข์ด้วยวิปัสสนาปัญญา แต่กลับมีความพอใจ มีความยินดีในการเห็น การได้ยินนั้นว่าเป็นเรา เรามีความอุ่นใจเหมือนกับเรากำลังอยู่กับเพื่อนที่สนิทชอบพอกันอย่างนั้น เพราะฉะนั้น ท่านจึงได้กล่าวว่า “บุรุษมีตัณหาเป็นเพื่อนสอง” ฯ

......

โดย ปุจฉา-วิสัชนา [6 ม.ค. 2546 , 19:40:13 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อนุโมทนาค่ะ

โดย เล็ก [6 ม.ค. 2546 , 21:59:43 น.] ( IP = 127.0.0.1 : : 203.155.229.188 )


  สลักธรรม 2

ขออนุโมทนาด้วยค่ะ......

โดย แป้ง [7 ม.ค. 2546 , 01:41:29 น.] ( IP = 203.155.186.5 : : )


  สลักธรรม 3

ขออนุโมทนาค่ะ เข้าใจลึกซึ้งในเรื่องตัณหาและทิฏฐิเพิ่มเติมขึ้นแล้วค่ะ ขอบพระคุณเจ้าค่ะ

โดย มด [7 ม.ค. 2546 , 10:31:48 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 4

ได้รู้จักเพื่อนเก่าอย่างถูกต้องก็วันนี้แหละค่ะ อนุโมทนาค่ะ

โดย MASHIMA [7 ม.ค. 2546 , 12:26:35 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )


  สลักธรรม 5

อ่านมาถึงคำว่า "เป็นเพื่อนสอง" แล้วคิดถึงหลวงพ่อแสวงนะคะ..ท่านชอบพูดคำนี้ในระหว่างอธิบายธรรมเกี่ยวกับตัณหา ...แล้วก็พาให้พวกเราสงสัยกันร่ำไปว่า ใครเป็นเพื่อนใคร ..และมีกันอยู่กี่คนแน่...ขอบคุณมากค่ะท่านผู้นำเสนอกระทู้

โดย น้องกิ๊ฟ [8 ม.ค. 2546 , 23:01:18 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.154.111 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org