| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มิจฉาสังกัปปะจะละได้อย่างไรครับ
ผมอยากจะให้ช่วยชี้แจงให้เห็นได้ไหมครับว่า
สัมมาสังกัปปะละมิจฉาสังกัปปะได้อย่างไรครับ
โดย พี่เณร [6 ม.ค. 2546 , 22:40:21 น.] ( IP = 203.107.140.171 : : )
สลักธรรม 11
ขอบคุณมากๆครับน้องแก้วทำให้พี่เณรมีความหวังได้แล้วด้วยครับว่างานที่พระองค์ให้ทำนั้นไม่ยากถ้าเข้าใจ
แต่ก็ขอถามต่ออีกนะจ๊ะน้องแก้วคนเก่ง
พี่เณรอ่านมาว่า พระผู้มีพระภาคตรัสให้เจริญสติทุกขณะ แม้ก่อนหลับก็ควรเจริญสติ ( ในมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มูลปริยายวรรค สติปัฎฐานสูตร ) นะน้องแก้วพระผู้มีพระภาคตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ...
"ดูกรภิกษุทั้งหลายอีกประการหนึ่ง ภิกษุเป็นผู้กระทำสัมปชัญญะในการก้าวไปและถอยกลับ ในการแลไปข้างหน้าและเหลียวซ้ายเหลียวขวา ในการคู้อวัยวะเข้าและเหยียดออก ในการทรงผ้าสังฆาฎิ บาตร และจีวร ในการกิน ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม ในการถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะ ในเวลาเดิน ยืน นั่ง นอน หลับ ตื่น พูด นิ่ง ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายในกาย"
น้องแก้วจ๊ะ พี่เณร ไม่เข้าใจว่า
เวลาหลับจะมีสติได้อย่างไร?
เวลาฝันก็เป็นกุศลจิตได้ แต่ส่วนมากก็เป็นอกุศลจิต
เวลาหลับสนิท ไม่ฝันก็เป็นภวังคจิต (จิตที่เกิดดับสืบ
ต่อดำรงภพชาติ) ซึ่งไม่รู้อารมณ์ทางทวารทั้ง ๖ นิ
ครับน้องแก้วเฉลยหน่อยนะ นะ นะจ๊ะ ขอบคุณจ๊ะ
โดย พี่เณร [7 ม.ค. 2546 , 12:41:42 น.] ( IP = 203.107.139.194 : : )
สลักธรรม 12
น้องแก้วขอกราบขอบพระคุณ
พี่ๆทุกคนค่ะที่เป็นกำลังใจในการสร้างกุศล
ที่น้องแก้วตั้งใจทำสุดความสามารถมาด้วยดีทุกท่านค่ะ
พี่เณรคะ ถ้าถ้าเจริญอบรมสติอยู่เสมอ สติก็เกิดก่อนหลับได้ค่ะ
ถ้าสติไม่เกิด ก็อาจจะเป็นโลภะ เมื่อพอใจที่ได้นอนสบาย ๆ
หรืออาจจะกังวลเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้นแล้วก็เกิดโทสะได้ค่ะ
ถ้าเราไม่ระลึกรู้ลักษณะของโลภะ โทสะ และนามธรรม และรูปธรรมอื่น ๆ เราก็จะหลับไปด้วยอกุศลจิต
แต่ถ้าสติเกิดก่อนหลับก็เป็นปัจจัย ให้สติเกิดทันที่ที่ตื่นขึ้นก็ได้เช่นกันนะค่ะพี่เณร
พี่ๆค่ะ พวกเราไม่รู้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่ถ้าเราเจริญสติเป็นปรกติในชีวิตประจำวันการกระทำบ่อยๆนี่แหละค่ะก็มีปัจจัยให้สติเกิดก่อนจะสิ้นชีวิตได้จิตที่เกิดก่อนขณะจุติ (ตาย) เป็นปัจจัยของปฏิสนธิจิตในชาติต่อไป
ดังนั้นพี่เณรและพี่ๆคะ น้องแก้วขอยืนยันค่ะว่าเราควรเจริญสติแม้ในขณะก่อนจะหลับลงไปแต่ละวันๆ
เพราะสิ่งนี้เท่านั้นที่จะเอื้ออำนวยเราได้จริงๆคือสติเท่านั้นค่ะ![]()
โดย น้องแก้วค่ะ [7 ม.ค. 2546 , 12:57:47 น.] ( IP = 203.107.139.194 : : )
สลักธรรม 13โอโหน้องแก้ว น่าอัศจรรย์มากเลยจริงๆนะพี่เณรอ่านไปขนลุกไปด้วยความปิติเลยละพลังแห่งสติพี่เห็นคุณค่ามากเลย
พร้อมทั้งอำนาจที่สามารถขับเคลื่อนเลื่อนชีวิตของผู้นั้นให้ไปพ้นความกันดารได้จริงๆนะน้องแก้วขอบคุณมากๆครับ
โดย พี่เณร [7 ม.ค. 2546 , 13:08:32 น.] ( IP = 203.107.139.194 : : )
สลักธรรม 14
มีอีกอย่างที่น้องแก้ว อยากจะแก้ความเห็นผิดสักหน่อยค่ะ เพราะ จุดประสงค์ของการเจริญมัคค์มีองค์ ๘ นั้นมิใช่เพื่อความสงบ แต่เพื่อปัญญา
แต่ถ้าถามว่า....มัคค์มีองค์ ๘ นั้นไม่มีความสงบด้วยหรือ? ก็ต้องมาดูกันนะค่ะว่า..
สัมมาสมาธิ เป็นเจตสิก (นามธรรมที่เกิดร่วมกับจิต) เป็นเอกัคคตาเจตสิก (เจตสิกที่ตั่งมั่นในอารมณ์)
เอกัคคตาเจตสิกหรือสมาธินั้นเกิดร่วมกับจิตทุกดวง ใช่ไหมค่ะพี่เณรที่เราท่องกันปาวๆไงค่ะ
กิจของเอกัคคตาเจตสิกคือตั้งมั่นในอารมณ์
จิตทุกดวงรู้อารมณ์ได้ทีละอารมณ์เดียวเท่านั้นนะค่ะ
สัมมาสมาธิ ในสมถภาวนา เป็นสภาพธรรมที่ตั้งมั่นในอารมณ์ที่เป็นสมถกรรมฐานเพื่อให้เกิดความสงบ
แต่ สัมมาสมาธิใน
มัคค์มีองค์ ๘ เกิดร่วมกับสัมมาทิฎฐิและสัมมาสติ
ซึ่งมีลักษณะของนามธรรมและรูปธรรมที่ปรากฏทาง
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นอารมณ์ค่ะ
คราวนี้พี่ๆคงจะเห็นความแตกต่างกัน ระหว่างสมาธิกับวิปัสสนาได้นะค่ะว่า ต่างกันราวกับฟ้าและดิน ดังที่ท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูรท่านพูดเสมอๆไงค่ะ![]()
โดย น้องแก้วค่ะ [7 ม.ค. 2546 , 13:25:25 น.] ( IP = 203.107.139.194 : : )
สลักธรรม 15กราบขอบพระคุณน้องแก้วและพี่เณรอย่างยิ่งขอรับ
ได้รับความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้นและลึกซึ้งยิ่งขึ้นมากเลยขอรับ
อ่านสองรอบแล้วขอรับ
แล้วคงจะต้องกลับมาอ่านอีกแน่ๆ เลยขอรับ
ขออนุโมทนากับน้องแก้วและพี่เณรที่เคารพรักอย่างยิ่งเลยขอรับโดย ซาโยจัง [7 ม.ค. 2546 , 17:27:00 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )
สลักธรรม 16
กราบขอบพระคุณพี่เณรและน้องแก้วค่ะ ที่ปุจฉาวิสัชนาธรรมอันน่าสนใจและสำคัญนี้ค่ะ.
เมื่อพี่เณรพูดถึงองค์ของมัคค์ ๘ ก็ทำให้นึกถึงองค์มัคค์อีก ๓ ค่ะ คือ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ เคยนึกสงสัยค่ะว่า ทำไมในขณะที่เจริญวิปัสสนากรรมฐานนั้น ก็ไม่ได้กระทำในสิ่งที่ไม่จำเป็นอยู่แล้ว โดยเฉพาะทางวาจา และส่วนสัมมาอาชีวะ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นองค์ของมัคค์ ๘ มีความสำคัญอย่างไรบ้างค่ะ
ขออนุญาติถามน้องแก้วต่อจากพี่เณรด้วยนะค่ะโดย ธัญธร [7 ม.ค. 2546 , 22:07:07 น.] ( IP = 203.113.71.167 : : )
สลักธรรม 17
ขอบพระคุณพี่เณรและน้องแก้วค่ะ
ทำให้เห็นคุณค่าของสติมากขึ้น
และจะเจริญสติก่อนที่จะหลับลงไปในแต่ละวันๆ ด้วยค่ะโดย เซิ่น [8 ม.ค. 2546 , 00:12:57 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.157.254 )
สลักธรรม 18กลับมาอ่านต่อจ้า
คราวนี้เห็นคุณค่าของสติจริงๆค่ะ สติทึ่ฝึกบ่อยย่อมคุ้มครองได้จริงๆเลยค่ะ กำลังฝึกอยู่
และเรื่องของสมาธิ ในสมถะและวิปัสสนา คราวนี้เห็นความแตกต่างในเรื่องของอารมณ์ด้วย ระหว่างบัญญัติ กับปรมัตถ์ จึงแตกต่างกันอย่างที่น้องแก้วบอกเลยละค่ะสวัสดีค่ะ งานที่รอเสร็จแล้ว ไปก่อนนะคะโดย น้องอุ๊ [8 ม.ค. 2546 , 10:04:49 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )
สลักธรรม 19
สวัสดีค่ะคุณธัญธรและทุกๆท่าน ยินดีมากค่ะที่ท่านได้ติดตามอ่านและมีคำถามค่ะจะได้รู้ชัดมากขึ้นไงค่ะ
.
สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ นั้นเรามาทำความเข้าใจกันนะค่ะว่า...ทั้ง ๓ องค์นี้ เป็นส่วนศีลในมัคค์มีองค์ ๘
จัดเป็นศีล...แต่ศีลในมัคค์มีองค์ ๘ นั้นเป็นอย่างไรกันแน่นะค่ะ
มีอกุศลศีลและกุศลศีล การกระทำทางกายและวาจาเป็นศีลกุศลศีลนั้นก็ได้แก่ศีล ๕ เป็นต้นค่ะ
ซึ่งเป็นการละเว้นกายทุจริตและวจีทุจริต
กายทุจริตก็ได้แก่ การฆ่า การถือเอาของของผู้อื่นมาเป็นของตน การประพฤติผิดในกาม
วจีทุจริตก็ได้แก่ มุสาวาท ปิสุณาวาท ผรุสวาท และสัมผัปปลาปวาทค่ะ
แต่เรามาดูกันนะค่ะว่า ขณะที่ละเว้นวจีทุจริต และกายทุจริตนั้น เป็นสัมมาวาจา และสัมมากัมมันตะในมัคค์มีองค์ ๘ หรือเปล่า
.อย่าลืมนะคะว่า สัมมาทิฏฐิที่เป็นองค์ของมัคค์มีองค์ ๘ นั้น รู้ลักษณะของนามธรรมและรูปธรรมที่ปรากฏทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
เราอาจจะละเว้นวจีทุจริต และกายทุจริตโดยไม่ระลึกรู้ลักษณะของนามและรูปก็ได้นะค่ะ
เมื่อเป็นเช่นนั้นสัมมาทิฏฐิและสัมมาสติในมัคค์มีองค์ ๘ ก็ไม่เกิดกับจิตในขณะนั้น
ฉะนั้นจึงไม่ใช่สัมมาวาจา และสัมมากัมมันตะที่เป็นองค์ของมัคค์มีองค์ ๘ ค่ะ
ขณะนั้นเป็นกุศล แต่ไม่ใช่กุศลที่เป็นขั้นมัคค์มีองค์ ๘ ไงค่ะ
ดังนั้นที่ถามมาว่า ..ทำไมในขณะที่เจริญวิปัสสนากรรมฐานนั้น ก็ไม่ได้กระทำในสิ่งที่ไม่จำเป็นอยู่แล้ว โดยเฉพาะทางวาจา และส่วนสัมมาอาชีวะ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นองค์ของมัคค์ ๘ มีความสำคัญอย่างไรบ้างนั้น จากการที่น้องแก้วแยกแยะความต่างกันระหว่างกุศลที่มีสติ กับกุศลธรรมดามาแล้วนั้น คงเห็นนะค่ะว่าองค์มรรคทั้ง ๘ ต่างมีบทบาทสำคัญที่สุดทั้งนั้น ต่อการกระทำกุศลวิวัฎฎะนะค่ะคุณธัญธร![]()
โดย น้องแก้วค่ะ [8 ม.ค. 2546 , 14:47:15 น.] ( IP = 203.155.230.187 : : )
สลักธรรม 20มาอ่านคำตอบของน้องแก้ว ที่คุณธัญธรถามมาเข้าท่ามากครับ ทำให้เล็งเห็นความต่างระดับ ระหว่างวัฎฎกุศล และวิวัฎฎกุศลชัดเจนแจ่มแจ้งครับ แต่การครองชีวิตไม่ให้ล่วงศีลนี่ซิครับยากมาก.
อยากจะถามเทคนิคน้องแก้วว่า..จะละเว้นวจีทุจริตได้อย่างไร เวลาที่อยู่กับคนอื่นที่กล่าววจีทุจริตก็...มักจะพูดอย่างเขาด้วย หรือไม่พูดก็ไม่ได้ค้านว่าไม่จริงนี่ครับมันยากจังครับผม.
โดย พี่เณร [8 ม.ค. 2546 , 14:53:19 น.] ( IP = 203.155.230.187 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |