มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนา(8)




............

ถาม ขณะที่เราจะตายจากโลกหนึ่งไปสู่โลกหนึ่ง เรามีเพื่อนไปด้วยหรือเปล่าหรือว่าเราไปคนเดียว?

......

ตอบ ถ้าเราจะอุปมาเปรียบเทียบแล้ว ก็เหมือนกับไปคนเดียว อย่างที่เราเกิดมา เราก็มาคนเดียวอย่างนั้น แต่ที่จริงแล้ว เรามีตัณหานั่นแหละเป็นเพื่อนสองของเราไปทุกๆ ชาติที่ไปเกิด เพราะขณะทำกรรมดีหรือกรรมชั่ว ก็มีตัณหาคือความพอใจเป็นปัจจัยให้เราทำกรรม แม้เวลากรรมจะให้ผลนำไปเกิด ก็จะต้องมีตัณหานั่นแหละเป็นพลังผลักดันให้ไปเกิด และขณะที่เกิดก็มีตัณหาเป็นยางใยอยู่ในส่วนลึกของปฏิสนธิวิญญาณที่ทำหน้าที่เกิดนั้นแล้ว วิญญาณที่เป็นวิบากของกรรมนั้น จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย เพราะขาดปัจจัยจึงเกิดขึ้นอีกไม่ได้ อย่างวิญญาณของพระขีณาสพ หลังจากที่ท่านนิพพานแล้ว ท่านไม่มีตัณหาเป็นเพื่อนสอง ท่านจึงไม่เกิดอีกต่อไป ฯ

............

โดย ปุจฉา-วิสัชนา [9 ม.ค. 2546 , 18:02:27 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

อัลโหล !!! ทุกท่านเลยนะคะ

ส่วนหนึ่งน้องถ้วยเห็นด้วยกับคุณซาโยจัง ที่พูดถึงว่าความโง่ไร้เดียงสาของเรา ทำให้เรายอมเป็นเพื่อนกับตัณหา

ทันทีที่เราเกิดจากครรภ์มารดา ตัณหาก็จะมาเป็นเพื่อนตั้งแต่เกิดเลย มาคอยดูแลเอาใจใส่ไม่ยอมห่าง ทำไมตัณหาทำอย่างนั้นรู้เปล่า จริง ๆ แล้วตัณหาเองก็คิดอะไรเองตามลำพังไม่ได้หรอก ต้องได้แรงสนับสนุน ก็ได้จากความโง่นี่แหละ

ความโง่เป็นเหตุอดีตเป็นเพื่อนเก่าเก๋ากึ๊ก พอมาเจอเพื่อนใหม่(ตัณหา)เท่านั้นแหละ เหมือนปลากระดี่ได้น้ำ เอาอย่างอื่นมาแลกก็ไม่ยอม ไม่มีวันที่ความโง่กับตัณหาจะยอมพรากจากกันแน่นอน เพราะเป็นคู่ขาที่มาสวมเขาบนหัว(ใจ)เราได้อย่างสนิทชิดเชื้อ

ความโง่จะไม่สุงสิงกับเราโดยตรง คนละวัยกันหนะ คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง(เราไม่รู้สึกตัวหรอกว่าเราโง่ตอนไหน) ความโง่ไม่อยากแสดงตัวเองหรอก ก็เลยมาอาศัยตัณหาซึ่งเอาะ ๆ กว่าช่วยยุยงเราอีกที คอยเล่าให้ตัณหาฟังถึงเรื่องราวเนื้อหาการแสวงหาสาระบนโลกใบสวยนี้ได้ ด้วยวิธีการต่าง ๆ

สาระที่ว่านี้มาในรูปของความเป็นอมตะ(เที่ยง) อ้อนวอนร้องขอเอาได้โดยมีข้อแลกเปลี่ยนนิด ๆ หน่อย ๆ หรือไม่บางทีก็เกิดขึ้นเองลอย ๆ ได้ไม่ต้องอาศัยคนอื่นทำให้ บุญ-บาปหนะเหรอเรื่องจิ๊บจ๊อย รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ใช้ประดับความรู้ไว้ก็ดี แต่ไม่ผลกับเราหรอก ก็เราไม่ได้เกิดจากผลบุญหรือบาปซักหน่อย

ร่ายยาวกล่อมจนตัณหาดีดีด้วย ความโง่ว่างาม สวย ดีอย่างไร ตัณหาก็ว่าอย่างนั้น ว่าไม่ว่าเปล่าอยากได้ด้วยนี่สิ ตัณหาก็เลยนั่งไม่ติดแล้ว ในเมื่อมีทางหามาได้ อย่ากระนั้นเลย หาคนสนองตัณหาดีกว่า และจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเอ็งนั่นแหละเพื่อนซี้ของตู(ตัณหา)

บอกแล้วว่าเราคิดเองไม่เป็น แล้วก็ขี้เกียจคิดด้วย ในเมื่อมีเพื่อน(ตัณหา)ช่วยคิดแทนอยู่แล้ว ตัณหาว่าอย่างไร เราก็ว่าอย่างนั้นด้วย เพียงแต่ไปทำอย่างที่ตัณหาบอกก็เท่านั้น

ถ้าเปรียบความโง่เป็นใบมีดโกน ตัณหาก็จะเป็นยาพิษที่อาบอยู่บนคมมีดนั่นแหละ มีติดตัวคิดว่าจะเอาไว้ป้องกันภัย ที่ไหนได้รังแต่จะเผลอกรีดถูกเนื้อตัวเองมากกว่า พิษที่อาบอยู่จะค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ร่างกาย สร้างความแสบร้อนทุกข์ทรมานสาหัสนัก ถ้าตายทันทีก็ไม่มีปัญหา ไม่ต้องทรมานนาน นี่ไม่อย่างนั้นสิค่ะ พิษมันออกมาทีละน้อย เราจึงต้องตายแบบผ่อนส่ง ต้องทนแสบร้อนอยู่นานแค่ไหน ไม่มีใครรู้

ตัณหาจะปลอบใจเราว่า นี่แหละรสชาติของชีวิต อย่ากังวลเลยน่า เดี๋ยวไม่ได้เกิดอีกนะจะบอกให้(ดูสิขู่ให้อีก)

ถ้าตัณหาเป็นอะไรไปเพราะองค์มรรคญาณ ความโง่ก็มีอันเป็นไปด้วยเหมือนกัน แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนได้ เมื่อนั้นแล้วจะรู้สึก.........

โดย น้องถ้วย [13 ม.ค. 2546 , 12:24:20 น.] ( IP = 203.107.204.113 : : )


  สลักธรรม 12

สวัสดีค่ะคุณน้องถ้วย และทุกๆท่านค่ะ
แหม...อ่านคำตอบของน้องถ้วยแล้ว สุดยอดจริงๆเลยค่ะ คิดออกมาได้ยังไงนะ พี่ฟ้าก็ช้อบชอบเหมือนน้องซาโยเลยค่ะ จนต้องขอเข้ามาแจมด้วยคนค่ะ

ตกลงตัณหาก็มีอันถึงจุดจบเมื่อมาพบกับองค์มรรคญาณ แต่ว่าความโง่กับตัณหานี่ จริงๆแล้ว ใครจะไปก่อนใครกันแน่คะน้องถ้วย หรือว่าไปพร้อมๆกัน

เมื่อไม่มีตัณหาเป็นเพื่อนสองแล้ว ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นแล้ว จะมีสภาพเป็นอย่างไรบ้างเนาะ น้องถ้วยเนาะ

ไหนๆก็บรรยายมาจนเกือบสุดทาง(พ้นทุกข์)แล้ว พี่ฟ้าขอเชียร์ให้ต่ออีกนิด แบบว่าให้จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งเลย ดีไม๊คะ

โดย พี่ฟ้า [13 ม.ค. 2546 , 21:19:21 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 13

ว้าว...น้องถ้วย...ขอบคุณมากเลยขอรับ น้องถ้วยเก่งจริงเลย
ลีลาการอธิบายเงี้ยะ เจ๋ง มากก....
คำถามพี่ฟ้าน่าสนใจมากเล้ย
ซาโย ขอร่วมส่งใจเชียร์น้องถ้วย มาบรรยายต่อให้จบ ด้วยคนนะขอรับ

โดย ซาโยจัง [14 ม.ค. 2546 , 07:48:43 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 14

น้องถ้วยจ๋า เจ๊าะแจ๊ะอะไรกันจนพี่ ๆ เขาชมกันไม่ขาดปากเลยนิ พี่ก็รู้สึกตาร้อนขึ้นมาตงิด ๆ แล้วสิ ขออนุญาตแสดงความรู้สึกหน่อยนะคะ

นับตั้งแต่การเวียนว่ายตายเกิดอันหาเบื้องต้นไม่ได้เป็นต้นมานั้น เราคุ้นเคยญาติดีกับตัณหาและความโง่ (อวิชชา) อย่างชนิดแยกกันไม่ออก อย่างที่น้องถ้วยว่านั่นแหละ ไม่มีใครรู้จักองค์มรรคญาณเลย จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้น พระองค์เป็นผู้ค้นหาหนทางไปพบองค์มรรคญาณได้สำเร็จเป็นพระองค์แรก แผนที่ทางที่จะไปยังมีสืบทอดมาจนทุกวันนี้

องค์มรรคญาณนี้ประกอบด้วยกำลังทั้ง ๘ แต่ละองค์มีหน้าที่เฉพาะของตน ถ้าแยกกันทำงานจะไม่มีกำลังพอที่จะเขย่าขวัญตัณหาได้ ต่อเมื่อรวมกำลังเป็นหนึ่งเพื่อรับพระนิพพานได้เมื่อไร ตัณหาก็หมดความหมายไปจากชีวิตเราอย่างแน่นอน เพราะสภาพจิตที่ได้สัมผัสรู้ถึงสันติสุขอย่างพระนิพพานเข้าแล้ว จำแบบไม่ลืมจริง ๆ

สุขอย่างอื่นที่ตัณหาเคยยื่นให้เป็นสลัดทิ้งหมด สำรอกสุขจอมปลอมแบบไม่เหลือเยื่อใยด้วย ไม่มีสุขใดเทียบได้กับพระนิพพานเลย

ตัณหานี้กลัวองค์มรรคญาณเป็นที่สุด เนื่องจากองค์มรรคญาณมีผลต่อวิถีชีวิตของตัณหาโดยตรง ตัณหาจึงพยายามหลบหลีกการเผชิญหน้าจนสุดชีวิต เพราะการเผชิญหน้ากับองค์มรรคญาณแต่ละครั้งทำให้ตัณหาเสื่อมอำนาจ หมดแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ความโง่ก็พลอยเจอหางเลขด้วย และชั่วชีวิตของตัณหาจะมีโอกาสเผชิญหน้ากับองค์มรรคญาณได้เพียง ๔ ครั้ง

แค่ ๓ ครั้งแรกส่วนตัวของตัณหาก็กลายเป็นอัมพาตกระดิกตัวยาก แทบจะสิ้นชื่อแล้ว ดีนะที่ยังมีส่วนหัวคือความโง่คอยหยอดน้ำเกลือต่ออายุให้ ถ้าเจอครั้งที่ ๔ หละก็ เหมือนถูกตัดหัว ต่อกับตัวไม่ติดยังไงยังงั้นเลย

เอ...อย่างนี้เรียกว่าจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง หรือเปล่าเนี่ย

โดย พี่มาลี [16 ม.ค. 2546 , 00:33:01 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 202.183.157.7 )


  สลักธรรม 15

ปล. น้องถ้วยยังไม่มาพี่ขอต่ออีกนิดนึงก็แล้วกัน รู้สึกว่าจะหาที่(จบ)ไม่ลงซะแล้วสิ ทำไงดีหละน้องถ้วย

การปราบตัณหาไม่ได้ง่ายอย่างที่เขียนไว้หรอกนะคะ ความเจนจัดแก่รอบของตัณหา ต้องคอยหามารยา ลูกล่อลูกชนสารพัดพิษ พยายามไม่ให้องค์มรรคญาณทั้ง ๘ รวมกันติด กีดกันไม่ให้องค์มรรคญาณรู้จักกับพระนิพพาน ไม่อย่างนั้นอยู่ไม่ได้แน่

อย่างไรก็ดี ธรรมย่อมต้องชนะอธรรม อาศัยกองทัพขององค์มรรคญาณทั้ง ๘ ประกอบด้วยแม่ทัพใหญ่(โยคาวจร) คือ สติ สัมปชัญญะ และความเพียร คอยอำนวยการรบ อยู่บนฐานรบ ๔ แห่งเท่านั้น

อาวุธสำคัญที่แม่ทัพจะใช้ปราบตัณหาได้คือ ศีล สมาธิและปัญญาที่เกิดร่วมในอารมณณ์เดียวกันนั่นเอง ที่สามารถทอนกำลังของตัณหาลงได้

ดังนั้น ความสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะได้พบองค์มรรคญาณ เพราะองค์มรรคญาณเท่านั้นที่สามารถติดต่อกับพระนิพพานเป็นเบื้องแรกได้

การไปพบองค์มรรคญาณนั้น บางคนก็ได้รับคำบอกเล่าว่าไปได้ง่าย มีทางไปได้หลายทาง พร้อมทั้งบรรยายถึงความสงบเยือกเย็นทางจิตว่าเป็นพระนิพพาน และส่วนใหญ่ก็หลงเชื่อว่าความสงบคือพระนิพพาน

ที่จริงแล้วความสงบเป็นมารยาเล่มเกวียนหนึ่งที่ตัณหาหยิบยื่นให้เลยหละ ทำให้ผู้คนหลงทาง เนิ่นนานอยู่ในความสงบ จะได้ไม่ต้องมีความคิดมากำจัดตู(ตัณหา) และตัณหาก็ได้อาศัยความสงบนี่แหละกินอยู่หลับนอนด้วยคน ไม่มีใครมากวนใจเขย่าให้ตัณหาเสียขวัญ

แต่องค์มรรคญาณจะไม่พบใครสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกนะน้อง มีกฏเหล็กบางอย่างที่ต้องทำความเข้าก่อนออกรบ.....

โดย พี่มาลี [16 ม.ค. 2546 , 01:03:08 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.147.100 )


  สลักธรรม 16

ว่าไปแล้วถูกตัณหาเล่นงาน ก็ยินดีอ่านที่น้องถ้วย และพี่มาลีเขียนนะซิ เลยทำให้สนุกในอารมณ์ อดหลับอดนอนก็ยอมทนเลย

โดย พี่อุ๊เจ้า [16 ม.ค. 2546 , 02:06:11 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org