มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จริงๆนะ .... ความรักคือการให้





คำว่า “รัก” คำสั้นๆ แต่มีความหมายคำนี้ เป็นคำที่ใครๆก็อาจบอกว่าเป็น “เพียงคำเดียวที่ปรารถนา”
เพราะเป็นคำที่ใครๆก็คงต้องการจะฟัง ต้องการให้มีใครสักคนมาบอก เพราะทุกคนต่างก็ต้องการเป็นที่รักหรือถูกรัก


แต่การที่จะเป็นผู้ให้ความรักอย่างจริงใจกับใครสักคนคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

ถ้าเพียงแค่พูดคำว่า “รัก” คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร


แต่รักที่ไม่ใช่เพียงแต่เอ่ยปาก

เป็นรักที่มาจากใจที่รัก

รักด้วยเมตตาและปรารถนาดีอย่างแท้จริง

มีแต่การให้ ให้ ให้ แล้วก็ให้ โดยมิได้หวังผลอื่นใด

ให้แล้วให้ขาด ไม่เคยทวงถามหรือร้องขอสิ่งใดกลับคืน


ความรักที่มีแต่ให้นี้คงไม่ได้เกิดกับใครได้ง่ายๆ ถ้าผู้นั้นไม่ได้มีเมตตาอยู่อย่างล้นเปี่ยมภายในใจและซึมซาบอยู่เสมือนเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้คงอยู่


ขออนุญาตนำจดหมาย ๒ ฉบับ ซึ่ง ฉบับแรกเป็นจดหมายจากพระมหาวิสูตร วิสุทฺธิเมธี เขียนถึงอาจารย์บุษกร เมธางกูร และ อีกฉบับเป็นจดหมายตอบจากอาจารย์บุษกร

ซึ่งพระมหาวิสูตร วิสุทฺธิเมธี นี้เป็นผู้ซึ่งมีภูมิธรรมและมีความสนใจในการศึกษาพระอภิธรรม มีความตั้งใจที่จะสืบทอดพระธรรมอันเป็นหลักสำคัญนี้ให้ปรากฎอยู่ต่อไปเพื่อประโยชน์แก่พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย อันเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาโดยตรงอันเป็นอุดมการณ์ที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ในการทำงานของ อ.บุษกร เพื่อเผยแผ่พระอภิธรรม ด้วยเหตุนี้ อ.บุษกรและมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิจึงได้ให้การสนับสนุนส่งพระมหาวิสูตร วิสุทฺธิเมธี ไปศึกษา ณ ประเทศเมียนม่าร์ เพื่อประโยชน์ดังกล่าวแล้วข้างต้น นับจากวันที่ท่านเดินทางไปศึกษาจนถึงวันนี้เป็นเวลาร่วม ๘ เดือน อ.บุษกร มิได้เพียงดูแลและให้การสนับสนุนเฉพาะพระมหาวิสูตรเท่านั้นแต่ท่านยังเป็นห่วงไปถึงโยมพ่อโยมแม่ของพระมหาวิสูตรอีกด้วย

การที่นำจดหมาย ๒ ฉบับนี้มาถ่ายทอดแก่ทุกท่านก็เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ประจักษ์ชัดถึงคำว่า “ความรักคือการให้” ค่ะ

ขอเชิญติดตามได้แล้วค่ะ

......

โดย ทวีพร [13 ม.ค. 2546 , 20:51:36 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



……



วัดมหาวิสุตาราม กุฏิสุวัณณวดี เมืองปขุกกู่ เมียนม่าร์

๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๕


เจริญพร โยมอาจารย์บุษกร เมธางกูร

เรื่องที่คุณโยมอาจารย์ขอให้บอกชื่อโยมพ่อโยมแม่นั้น อาตมารู้สึก ตื้นตันใจและซาบซึ้งมาก ก็จะขอบอกให้ตามความประสงค์ โยมแม่ของอาตมา ชื่อว่า คุณแม่ประนอม ดอกพิกุล ส่วนคุณพ่อ ชื่อว่าเป๊ะ ดอกพิกุล อยู่บ้านเลขที่ ๓๙๗ หมู่ที่ ๕ บ้านหนองหัวฟาน ต.หนองหัวฟาน อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา รหัสไปรษณีย์ ๓๐๒๙๐ ฯ

อาตมาต้องขอโทษคุณโยมอาจารย์ด้วย ตอนพูดโทรศัพท์รู้สึกว่าจะพูดน้อย พอรู้ว่าเป็นเสียงของโยมอาจารย์ก็ให้รู้สึกตื้นตันใจ จนพูดอะไรไม่ค่อยออก และกลัวว่าโยมอาจารย์จะเสียค่าโทรศัพท์เยอะ และเรื่องให้บอกชื่อพ่อแม่อีก ทำให้รู้สึกหนักอึ้งไปเลย อาตมารู้สึกว่า เหมือนโยมอาจารย์จะรู้ว่า อาตมามีความประสงค์ยังไงต่อพ่อ-แม่ ฯ

สมัยที่อาตมาอยู่ที่เมืองไทยเวลากลับบ้านครั้งใด ก็พอมีปัจจัยได้ให้ท่านได้ใช้บ้างทีละหมื่นสองหมื่น ตามสมควร อาตมารู้สึกเห็นใจท่านทั้งสองมาก ท่านทั้งสองแก่แล้ว ความรู้ก็ไม่มี พ่อจบแค่ ป.๒ ส่วนคุณแม่จบแค่ ป.๔ เงินดาวเงินเดือนก็ไม่มี มีลูก ๔ คน ก็แยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมด เหลือแต่อาตมาอยู่องค์เดียวฯ

ตอนสมัยเป็นเณรบวชพรรษาแรก อาตมาไปพักเรียนนักธรรมตรีที่ในเมือง ได้กลับไปเยี่ยมบ้านไม่มีเงินค่ารถ กลับมาเรียนต่อ ก็เลยขอแม่ ส่วนคุณพ่อไปทำงานอยู่ที่ในเมือง คุณแม่ท่านก็ไม่มีเงินเหมือนกัน แต่ท่านก็ไม่พูดท่านบอกว่าให้อยู่ต่อสัก ๒ - ๓ วัน แล้วท่านก็ไปรับจ้างทำไร่หักข้าวฟ่าง ได้ค่าแรงวันละ ๓๐ บาท
๒ วัน รวม ๖๐ บาท แล้วก็เก็บเอาไว้ให้อาตมา อาตมาสมัยเป็นเณรน้อยก็ซุกซนสนุกสนานไปตามเพื่อนสามเณรด้วยกัน ไม่ค่อยรับรู้เรื่องราวอะไร ไม่ค่อยรับรู้ความทุกข์ของใคร ตอนจะกลับก็ไปหาคุณแม่เห็นท่านนอนอยู่ อาตมาถามว่าแม่เป็นอะไร ท่านบอกไม่ค่อยสบาย จะกลับแล้วหรือ นี่เงินค่ารถ ๖๐ บาท อาตมาก็ถามว่า แม่เอามาจากไหน แม่บอกว่า ไปรับจ้างทำไร่มา ๒ วันๆ ละ ๓๐ บาท อาตมาก็ร้องไห้เลย ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยขอท่านอีกเลย มีแต่ให้กับให้ เวลาอาตมาจะไปไหนท่านก็จะหยิบดินมาโปรยลงบนศีรษะ แล้วพูดว่า ฝากแม่ธรณี ช่วยคุ้มครองลูกด้วย


อมฺม แม่ แน่นักสลักจิต
เป็นมิ่งมิตรผิดห้ามคอยถามไถ่
เป็นร่มโพธิ์, โล่ห์ , แพ, เป็นร่มไทร
ทั้งห่วงใยอภัยบ่อยทั้งคอยเตือน

มีเมตตาอารีมิมีเปลี่ยน
กรุณาปราณีมิมีเคลื่อน
มุทิตายินดีมิมีเหมือน
อุเบกขาบางคราไม่ปรารมณ์ ฯ


……

โดย ทวีพร [13 ม.ค. 2546 , 20:59:11 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 2


……



อาตมาก็รู้สึกดีใจนะที่มีคนมาให้แทนอาตมา เหมือนกับจะรู้ใจอาตมาเหมือนกับวันนี้เลย อาตมานั่งเขียนอภิธัมมัตถสังคหะจบถึงปริจเฉทที่ ๓ พอดีเทียนหมดคิดว่าพรุ่งนี้จะไปซื้อเทียน เพราะเมืองพม่า ไฟฟ้ามาเป็นบางวัน ถึงมาก็ส่งแสงไม่ถึงโต๊ะเขียนหนังสือ แสงเทียนจึงมีค่ามากที่สุด พอดีเลย ตอนเช้าบิณฑบาตได้เทียนมา ๖ แท่งราคา ๑๔๐ จั๊ต ก็คงเขียนต่อได้อีกรู้สึกดีใจมากๆ เพราะคิดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนว่า พรุ่งนี้จะไปซื้อเทียน ๖ แท่ง อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น ฯ

ตอนคุยโทรศัพท์อาตมาฟังไม่ถนัดว่า โยมอาจารย์ขอเป็นลูกคุณพ่อคุณแม่จะได้ไหม คงหูไม่ฝาด ทำให้รู้สึกอึ้งไปเลย อยากจะพูดแทนแม่จังเลยว่า ถ้าท่านรู้คงอยากจะพูดว่า จะไหวเร้อ เป็นลูกตาสีตาสา บ้านป่าบ้านดอย ทำไร่ทำนา ท่านคงกลัวเคียวจะเกี่ยวก้อยนา กลัวผิวขาวๆ จะหมอง กลัวหน้ามนๆ จะหม่น กลัวว่า จะต้องทนทุกข์ยากลำบาก ตรากตรำทำงานหนัก กลัวว่า บ้านเรามันบุญน้อยศักดิ์ด้อย จะรับผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ไหวหรือ กลัวบ้านจะพังกลัวว่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ท่านคงกลัวไปหมดทุกสิ่ง แต่ว่า ถ้าไม่รังเกียจ บ้านป่าดงดอยคนมีความรู้น้อย คนเฒ่าชแรแก่ชรา พูดจาซ้ำๆ ซากๆ ท่านก็คงไม่มีอะไรจะต้องกลัว ท่านคงจะยินดีปรีดาและรู้สึกว่า ผลบุญส่งแล้ว นางฟ้ามาช่วยแล้ว เป็นนางฟ้าที่แสนสวย แสนดี แสนเก่ง แสนเฮง และแสนที่จะมีคุณธรรมประจำใจ คงจะเป็นบุญของท่านที่จะทำให้มั่นใจว่า ทำดีย่อมได้ดีแน่นอน ส่วนคุณพ่อก็คงจะพูดอย่างเดียวกันกับคุณแม่นั่นแหละ ฯ

อาตมามาอยู่ที่วัดมหาวิสุตารามที่เมืองปขุกกู่วันแรกออกบิณฑบาตแต่เช้าตรู่เวลาประมาณตี ๐๕.๓๐ นาฬิกา ไปเข้าแถวกันที่ซุ้มประตูหน้าวัด, พระที่วัดมหาวิสุตาราม รวมทั้งเณรด้วยประมาณ ๗๐๐ รูป และข้างหน้ายังมีพระต่างวัดอีก ๓๐๐ -๔๐๐ รูป รวมประมาณ ๑,๐๐๐ กว่ารูป แล้วก็ทะยอยกันไปที่โรงทานรับบาตร ทายก ทายิกาตักบาตรกันประมาณ ๖ - ๗ คน รับข้าวองค์ละ ๑ จาน แกง ๑ ถ้วยน้ำชา รับถั่วงอก ๑ หยิบมือ และรับพริกเผา ๑ ช้อน แล้วก็กลับมาฉันที่วัด เห็นพระ-เณร ท่านฉันกันด้วยความเอร็ดอร่อยก็ให้เกิดความรู้สึกว่า ทำอย่างไรเราจะได้ทำบุญตักบาตรเช่นนี้บ้าง

ก็เลยให้เณรสุทัศน์พาไปถามเขาที่โรงทาน เขาบอกว่าทำได้แต่ว่าต้องจ่ายเงิน อาหารอย่างดีก็ราคา ๕๐,๐๐๐ - ๘๐,๐๐๐ จั๊ต อาตมาเลยเลือกอาหารที่ราคา ๕๐,๐๐๐ จั๊ต จ่ายเงินเขาไปทันที อาหารก็มีข้าว, มะเขือผัดเนื้อ, ถั่วงอก และพริกเผา แล้วกลับวัดมาชักชวนมหาฉลาดท่านบอกว่าไม่มีศรัทธา ไม่ค่อยมีเงินอาตมาก็ชักชวนๆๆ อยู่นั่นแหละ ท้ายสุดได้มา ๑๕,๐๐๐ จั๊ต พอถึงวันที่ ๙ ธันวาคม ก็ไปตักบาตรกับท่านร่วมกับอาจารย์พม่าอีก ๒ รูป อาตมาตักข้าว, พระมหาฉลาดตักแกง แล้วอาจารย์พม่าก็ช่วยกันพระ-เณรเป็นพันกว่ารูปตักบาตรจนเมื่อยมือเลยทีเดียว ก็ให้รู้สึกเป็นสุข และเกิดปีติโสมนัสเป็นล้นพ้น ก็ขอมอบบุญกุศลส่วนนี้ให้คุณโยมอาจารย์ และศิษยานุศิษย์อภิธรรมมูลนิธิทุกคนตลอดทั้งสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ได้อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ ปัจจัยที่ได้มีโอกาสได้ทำบุญก็เป็นของคุณโยมอาจารย์นั่นแหละถวายไว้ ฯ

ที่วัดมหาวิสุตารามบริเวณที่นั่งทำวัตรตอนเช้าเวลา ๐๔.๓๐ นาฬิกามีพระพุทธรูปที่เปล่งพระฉัพพัณณรังสี สวยสดงดงามและน่าเลื่อมใสมาก นั่งทำวัตรไปใจก็เกิดปีติเหมือนกับว่าพระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่


พระพุทธรูปเปล่งพระฉัพพัณณรังสี
ทรงช่วยชี้หนทางสว่างไสว
ขอให้โยมอาจารย์บุษกรปลอดโรคภัย
มีดวงใจสุข, แข็งแรง ด้วยแสงธรรม ฯ


เจริญพร
พระมหาวิสูตร วิสุทฺธิเมธี


……

โดย ทวีพร [13 ม.ค. 2546 , 21:05:36 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 3



……
............


มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

๑๑ มกราคม ๒๕๔๖


กราบนมัสการท่านพระมหาวิสูตร ที่เคารพยิ่ง

ได้รับจดหมายจากท่าน หลังจากอ่านแล้วสองรอบก็อดที่จะเป็นห่วงท่านไม่ได้ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า ท่านเลือกทางที่ดีมากๆ ให้แก่ชีวิตท่านต่างหาก ทางที่พร้อมจะสร้างบารมีให้แก่ตนเองสารพัดโดยเฉพาะปัญญา

แต่อ่านถึงความเป็นอยู่ซึ่งต้องบอกว่าแร้นแค้นมากจริงๆ ถ้าเทียบกับวัดที่ประเทศไทยต้องใช้เทียนไขเป็นแสงนำ…เพื่อทำแสงสว่างให้แก่ชีวิต…คิดดูไม่ใช่เรื่องง่ายเลยถ้าผู้นั้นไม่มีใจรักในพระศาสนาอย่างล้นปรี่ ที่ต้องคิดแบบนี้ก็เพราะท่านทั้งสองรูปเป็นพระไทยเคยอยู่แบบสบายภายใต้ร่มพระบารมี ซึ่งไม่ใช่พระท้องถิ่น การยอมรับสภาพได้เช่นนั้นทำให้หนูเองอ่านไปน้ำตาแห่งความศรัทธาในเจตนาของท่านนั้นหลั่งไหลไม่หยุด แต่ก็เป็นน้ำตาแห่งความปีตินะเจ้าคะ

สักชาติหนึ่ง หนูคงถึงโอกาสที่จะได้สร้างสมบารมีแบบท่านบ้างเนกขัมมะ เป็นสิ่งสร้างยากมากๆ นะคะ แต่ท่านซิคะได้กำลังกระทำตามคำขอบวชเป็นพระภิกษุ เพื่อสร้างทางให้ตนพ้นภัยจากวังวนแห่งสงสารโดยแท้

ท่านเจ้าคะหนูเองยังเคยคิดเลยว่า ทำไมนะพระส่วนมาก ไม่รักพระวินัยเลยทั้งๆ ที่มีโอกาสมากจริงๆ พระวินัยนอกจากจะเป็นข้อปฏิบัติขัดเกลาตนเองให้บริสุทธิ์ เป็นวิถีทางไปสู่เป้าหมายของพรหมจรรย์แล้ว หนูเห็นว่ายังเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเลื่อมใสแก่ผู้พบเห็นด้วยนะคะ

คุณพ่อของหนูท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ท่านพูดให้หนูฟังตั้งแต่หนูเด็กๆ นะคะว่าพระวินัยเป็นรากแก้วของพระศาสนา หนูเลยตั้งคำถามคุณพ่อว่าแล้วทำไมพ่อมาสอนพระอภิธรรมละจ๊ะ ในเมื่อพระวินัยเป็นรากแก้ว ที่เหลือไม่ใช่รากฝอยหรือคะคุณพ่อ (ตอนนั้นอายุราว ๑๑ ขวบนะคะ) ท่านคะคุณพ่อหัวเราะใหญ่เลยค่ะท่าน จำได้ว่าคุณพ่อบอกว่า…พระวินัยสามารถบ่งชี้ความเจริญและความเสื่อมได้ ถ้าพระภิกษุประพฤติดีปฏิบัติชอบตามหลักพระวินัย รักษาพระวินัยไว้ได้อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ก็แสดงถึงความเจริญ

คุณพ่อบอกว่า พระปาฏิโมกข์นั้น หากพระรูปใดสามารถจำและสวดได้อย่างคล่องแคล่วด้วยเข้าใจด้วย นับเป็นบุญลาภที่ยิ่งใหญ่หาประมาณไม่ได้เลยค่ะ…นี่ที่หนูฟังจากคุณพ่อสอนไว้นะคะ มาถึงตรงนี้นึกได้เลยค่ะท่าน ขอโอกาสท่านอวดความจำสักนิดนะคะ..นิดเดียวพอค่ะกลัวผิด

น ขมฺภกโต อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา
พึงศึกษาว่าเราจะไม่ทำความค้ำกายนั่งในละแวกบ้าน

น โอคุณฺฐิโต อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา
พึงศึกษาว่าเราจะไม่คลุมศีรษะนั่งในละแวกบ้าน


พอดีกว่าเดี๋ยวผิดค่ะเลือนๆ ไปมากมายแล้วค่ะ
เพราะอะไรไม่ได้ใช้ก็เสื่อมนะคะท่านขา


……


โดย ทวีพร [13 ม.ค. 2546 , 21:12:39 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 4



……
............



มาถึงเรื่องที่อยากจะเรียนท่านว่า หลังจากรับจดหมายท่านแล้วหนูก็รีบจัดการส่งเงินจำนวน ๕,๐๐๐ บาท ไปให้คุณแม่และคุณพ่อของท่านแล้วค่ะโดยใช้เขียนในนามท่านแทนค่ะ เพราะหนูตั้งใจถวายท่านและให้ท่านได้ส่งให้แก่โยมของท่านเพื่อเป็นมงคลชีวิตไงคะ หนูเองได้บุญสองต่อเลยค่ะท่าน

หนูรักและเคารพคุณพ่อ – คุณแม่ของท่านมากนะคะ ท่านเป็นผู้มีบุญจริงๆ ค่ะที่มีลูกเป็นอภิชาตบุตรได้บวชเรียนตามหลักของจริงที่ประเสริฐ ที่เกิดจากการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และยังมีศีลาจารวัตรที่ดีที่สมควร ใฝ่รู้ธรรมเช่นท่านแค่หนูได้มีส่วนดูแลท่านบ้างตามควรแก่ฐานะหนู หนูก็เป็นปลื้มมากแล้วเจ้าค่ะท่าน หนูจะเขียนจดหมายไปคุยถามทุกข์-สุขท่านเสมอๆ ค่ะไม่ต้องห่วงนะคะท่าน


หนูเองก็กำพร้ามากจริงๆ ท่านอาจารย์บุญมี ก็จากไป ๑๒ ปีแล้ว พอจะมีพ่อให้อุ่นใจ หลวงพ่อแสวงก็มาจากไปอีกเกือบสองปีแล้ว หนูจึงอยากจะหาหลักใจไว้ค่ะท่านเพื่อเป็นมงคลแก่ตนและเพื่อสร้างมงคลแก่ชีวิตไงคะ ไม่กลัวดำ ไม่กลัวแดด ไม่กลัวหน้าหม่น ผิวหมองใดใดทั้งสิ้นเจ้าค่ะ กลัวอย่างเดียวจะไม่เป็นคนดีค่ะ จึงต้องหาทางกระทำทุกๆ อย่างที่จะเป็นกำแพงมาล้อมชีวิตเอาไว้ให้อยู่ในกำแพงบุญให้มากที่สุดค่ะท่าน

อีกเรื่องหนึ่งก็คือหนูได้ให้ญาติท่านอาจารย์โกณฑัญญะนำเงินไปถวายให้ท่านใช้ไปพลางๆ ก่อนอีกรูปละ ๓,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๘ มกราคม นี้ท่านได้รับแล้วใช่ไหมคะ เพราะวันนั้นหนูก็ไปทำกุศลมาด้วยการบริจาคเงินจำนวนสามแสนบาทเพื่อสร้างห้องให้แก่ผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสิรินธรมา ดังรูปที่แนบมาให้ท่านได้ร่วมอนุโมทนาค่ะท่าน

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะสามารถไปพบท่านที่พม่าได้ในไม่ช้านี้นะคะ


ในวันที่ ๒๔ – ๒๙ นี้ที่วัดสุทัศน์มีการเจริญพระพุทธมนต์นั่งปรก มีพระพม่ามานั่ง ๑๐ รูปค่ะเป็นพี่ชายท่านอาจารย์โกณฑัญญะรูปหนึ่ง และท่านเมยยะไวยะ เพื่อนหลวงพ่อแสวงท่านหนึ่ง ถ้าท่านจะกลับ หนูจะฝากเทียนและน้ำพริกไปถวายนะเจ้าคะท่าน

ที่สุดของจดหมายที่เรียนมายังท่านนี้ ขอให้ท่านสบายใจได้นะคะ หนูพร้อมและเต็มใจทำในสิ่งที่หนูพร้อมทำเสมอค่ะอย่าได้กังวล เพราะหนูต้องการสร้างสมความดีให้มากๆ เพื่อเป็นนิสสยปัจจัยแก่ภพชาติที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดค่ะ

ด้วยกุศลนานาประการที่หนูเพียรกระทำมา หนูขอกราบถวายท่านอาจารย์พระมหาวิสูตร และท่านมหาฉลาดด้วยนะเจ้าคะ

กราบเรียนมาด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ

บุษกร เมธางกูร


……

โดย ทวีพร [13 ม.ค. 2546 , 21:18:17 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 5


Love is, above all else,

the gift of oneself.








โดย vichit [13 ม.ค. 2546 , 21:59:08 น.] ( IP = 203.155.230.135 : : )


  สลักธรรม 6

อันเมตตาปรากฏกำหนดจิต
เป็นนิมิตความดีที่ยิ่งใหญ่
แผ่เผื่อผองคล่องเปี่ยมเยี่ยมใกล้ไกล
เต็มหัวใจให้ปันไร้วันทวง....

ขออนุโมทนาด้วยค่ะ อาจารย์บุษกร ที่มีน้ำใจประเสริฐยิ่ง

ความเจริญใด ได้โปรดบังเกิดแด่ท่านอาจารย์ด้วยค่ะ

โดย ดอกสารภี [14 ม.ค. 2546 , 05:39:31 น.] ( IP = 202.28.27.2 : : 202.28.25.183 )


  สลักธรรม 7

รัก...คือ...การให้
...ให้เธอคิด ให้เธอมีเสรีภาพ
ให้เธอหวัง ให้เธอวาด
ให้เธอ...


ขอบคุณคุณทวีพรมากๆ ค่ะ
จะปริ้นท์กระทู้นี้ไว้อ่าน ไว้เตือนว่าตนเองได้รับความสะดวกสบายกว่าพระท่านมากนัก
ต้องเร่งขวนขวายหาความรู้สร้างปัญญาให้มากตามสติกำลัง

โดย มด [14 ม.ค. 2546 , 08:36:10 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 8


ขอบคุณน้องทวีพรมากค่ะ

และอนุโมทนากับอาจารย์บุษกร ด้วยค่ะ

ท่านมีความรัก ที่มีแต่ให้ เหมือนดังที่ท่านเคยพูดอยู่เสมอๆ ว่ารักคือการให้

ท่านแสดงออกทั้งการพูด และการกระทำเสมอมา

ดีใจมากค่ะที่ได้มีโอกาสเป็นศิษย์ของท่าน


ทั้งๆที่ได้ฟังข้องความในจดหมายมาแล้ว
มาอ่านอีกรอบ ต่อมน้ำตาก็ทำงานอีก ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน


ความรู้สึกสะท้อนถึงตนเองว่าเราได้รับความสะดวกสบายกว่าพระท่านมากนักจริงๆ มากกว่าหลายเท่า
นอนสบาย กินสบาย ห้องเรียนเย็นสบาย ไฟฟ้าสว่างตลอด ไม่ต้องจุดเทียนหรืออาศัยแสงจันทร์ และอีกสารพัดที่อำนวยความสบาย


แต่ความเพียรเราไม่เท่าเสี้ยวหนึ่งของพระมหาวิสูตรเลย

ก็หวังว่าคงจะได้มีโอกาสเป็นศิษย์ของท่านพระมหาวิสูตรอีกครั้งหลังจากท่านกลับจากเมียนม่านะคะ

ขอก้มกราบถวายกุศลที่เพียรกระทำมาเป็นเครื่องบูชาพระมหาวิสูตร ซึ่งเป็นครูท่านหนึ่งของข้าพเจ้า
เนื่องในวันครู ๑๖ มกราคมนี้ด้วยค่ะ

โดย พี่ดา [14 ม.ค. 2546 , 09:31:11 น.] ( IP = 158.108.12.117 : : )


  สลักธรรม 9

…
สวัสดีหลังปีใหม่ครับทุกท่าน
ผมว่าความรักเป็นเรื่องดีล้วนๆ ครับ :- )
…

โดย นรพัลลภ [14 ม.ค. 2546 , 09:51:15 น.] ( IP = 203.154.163.129 : : )


  สลักธรรม 10

โมพูดไม่ออกเลยค่ะ เป็นเรื่อง "ดีดี" ที่พาดแทรกผ่านเข้ามาในวันนี้ของ "ชีวิตนี้"จริง ๆ ค่ะ

โดย โมฬี - [14 ม.ค. 2546 , 14:02:04 น.] ( IP = 203.155.7.130 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org