มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อัครสาวกปรินิพพาน(๒)




อัครสาวกปรินิพพาน





ในครั้งนั้นชนทั้งหลายร้องไห้รำพัน ด้วยความอาลัยในพระเถรเจ้า ติดตามไปเป็นอันมาก พระเถรเจ้าได้ให้โอวาท ให้เห็นความไม่จีรังของสังขารทั้งหลาย พร้อมกับเตือนใจให้มั่นอยู่ในความไม่ประมาทในอริยธรรมแล้วให้ชนเหล่านั้นพากันกลับไปสิ้น


พระเถรเจ้าเดินทางไป ๗ วันก็ถึงบ้านนาลันทคาม แคว้นมคธรัฐในเวลาเย็น จึงพาภิกษุทั้งหลายพักที่ร่มไทรใหญ่ใกล้ประตูบ้าน บังเอิญอุปเรวัตตมานพ หลานชายของพระธรรมเสนาบดีสารีบุตร เดินเที่ยวออกมานอกบ้านเห็นพระเถรเจ้าเข้าก็ดีใจ เข้าไปนมัสการ


พระเถรเจ้าถามว่า “อุปเรวัตต ยายของเธออยู่ หรือไปไหน?” “อยู่ที่เรือนเจ้าข้า” อุปเรวัตตเรียนพระเถรเจ้าด้วยความเคารพ “ถ้าเช่นนั้น เธอจงกลับเข้าไปบอกยาย ขอห้องที่ประสูติให้ลุงพักกับขอให้จัดที่สำหรับสงฆ์ ๕๐๐ ที่มานี้ ได้พักอาศัยในวันนี้ด้วย”


อุปเรวัตตมานพรีบกลับเข้าบ้าน ตรงเข้าไปหานางสารีพราหมณี ผู้เป็นยายด้วยความดีใจ บอกตามคำที่พระเถรเจ้าสั่งมา “เวลานี้ลุงของเจ้าอยู่ที่ไหน” “อยู่ที่ประตูบ้านจ้ะ ยาย” “เจ้ารู้ไหมว่า ลุงเจ้ามาทำไม?” “ไม่ทราบจ้ะ” นางสารีพราหมณีคิดว่า “อุปดิส ลูกเราขอพักที่ห้องประสูติ เธอบวชมานานแล้ว ชะรอยจะเบื่อบวช มาคราวนี้อาจจะรู้สึกก็ได้” คิดแล้วก็ดีใจสั่งให้คนใช้รีบจัดแจงห้องประสูติ และสถานที่สำหรับพระสงฆ์ห้าร้อยพอพักอาศัยภายในบ้านแล้ว ให้อุปเรวัตตมานพออกไปอาราธนาพระเถรเจ้าให้เข้ามาสู่เรือน


พระธรรมเสนาบดีสารีบุตร พาพระสงฆ์บริวารขึ้นเรือนมารดา ให้พระสงฆ์ทั้งหลายพักอาศัยอยู่ ยังที่จัดแจงไว้ภายนอก ส่วนพระเถรเจ้าเข้าไปพักภายในห้องประสูติของท่าน พอเวลาค่ำ โรคาพาธกล้าได้เกิดแก่พระมหาเถระ ถึงอาเจียนเป็นโลหิต พระภิกษุเข้าถวายปฏิบัติ นำภาชนะอาเจียนออกมาชำระผลัดเปลี่ยนอยู่เนืองๆ


นางสารีพราหมณีเป็นทุกข์ใจในอาการอาพาธของพระมหาเถรเจ้าเป็นอันมาก นั่งคอยดูอยู่ที่ประตูห้อง ในค่ำคืนนั้น เทพยดาในเทวโลกได้พากันมาเยี่ยมพระเถรเจ้าเป็นอันมาก เริ่มต้นแต่ท้าวโลกบาลทั้ง ๔ องค์ ท้าวโกสีย์เทวราช ท้าวสุยามเทวราช และท้าวสันตุสิตเทวราช ตลอดท้าวมหาพรหม ต่างเข้ามาขอโอกาสปฏิบัติพยาบาลเช่นเดียวกันโดยลำดับ


พระเถรเจ้าให้คำตอบแก่เทพยดาทั้งหลายว่า “ภิกษุคิลานุปัฏฐาก ผู้ปฏิบัติพยาบาลของอาตมามีแล้ว ขอให้ท่านกลับไปเถิด” ฝ่ายนางสารีพราหมณี เห็นเทวดาไปมาไม่ขาด แต่ละองค์ล้วนมีรัศมีโอภาสงามยิ่งนัก เพียบพร้อมด้วยทิพยรัตน์สรรพาภรณ์ล้ำค่าทั้งสิ้น ต่างเข้าไปหาพระเถรเจ้าด้วยอาการคารวะเป็นอันดี มีความสงสัยเทพยดานั้นคือใคร มีธุระอันใดหนอ? จึงเข้าไปถามอาการไข้กะพระจุนทเถระ บุตรชายคนน้อยว่า “พ่อจุนทะ อาการไข้ของอุปดิสพี่ชายของพ่อ เป็นอย่างไรบ้าง”


“ยังพอทนได้อยู่ดอก แม่” พระจุนทะตอบ แล้วแจ้งอาการไข้ให้มารดาฟัง “ขณะนี้อาการไข้สงบแล้ว ทั้งว่างคนเยี่ยมด้วย แม่เข้าไปสนทนากับพี่ใหญ่เถิด” นางพราหมณีได้โอกาสเข้าไปหาพระเถรเจ้า แล้วถามว่า “บุคคลที่เข้ามาหาพ่อก่อนนั้น คือผู้ใด?” “ท้าวจตุโลกบาลจ้ะ แม่” นางพราหมณีตะลึงในเกียรติอันสูงของพระลูกชาย พลางปราศรัยต่อไปว่า “พ่ออุปดิส พ่อยังเป็นใหญ่กว่าท้าวจตุโลกบาลอีกหรือนี่?”


“ท้าวจตุโลกบาลก็เหมือนคนอุปัฏฐาก บำรุงวัดเท่านั้นแหละ แม่! เมื่อครั้งพระบรมศาสดาของลูกปฏิสนธิในครรภ์ของพระพุทธมารดา ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่พระองค์นี้ ยังลงมาถวายอารักขาเป็นนิตย์” บุคคลที่สองเล่า พ่ออุปดิส คือผู้ใด?” “นั่นท้าวโกสีย์ อมรินทราธิราชจ้ะ แม่” “พ่ออุปดิส ลูกยังสูงกว่าจอมเทพยดาชั้นดาวดึงส์สวรรค์อีกหรือ?” “ท้าวโกสีย์ ก็เหมือนกับสามเณรถือบริขารของพระบรมศาสดาเท่านั้นแหละแม่!เมื่อครั้งพระบรมศาสดาของลูกเสด็จลงจากเทวโลก ที่ประตูเมืองสังกัสสนคร ท้าวโกสีย์องค์นี้ยังถือบาตรนำเสด็จพระบรมครูของลูกเลย แม่”


“ใครกันเล่า พ่ออุปดิสที่เข้ามาหาลูก หลังจากท้าวโกสีย์เทวราช และใครต่อใครกลับไปแล้ว ท่านผู้นั้นก็ช่างมีรัศมีรุ่งเรืองยิ่งนัก” “นั่นท้าวมหาพรหมจ้ะแม่” “พ่ออุปดิส ลูกยังเหนือท้าวมหาพรหมอีกหรือลูก?” “ท้าวมหาพรหมองค์นี้แหละแม่ ในวันที่พระบรมศาสดาของลูกประสูติ ได้ถือเอาข่ายทองเข้ารองรับพระกุมาร ถวายการบำรุงรักษาพระบรมศาสดาอยู่เนืองนิตย์ แม้ในวันที่พระบรมศาสดาเสด็จลงจากเทวโลก ก็ยังกั้นเศวตฉัตรถวาย ปรากฏแก่เทพยดาและมนุษย์ทั้งหลาย ที่ประชุมอยู่แทบประตูเมืองสังกัสสนคร ทั่วทุกคน”


นางสารีพราหมณีฟังพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรบรรยายแล้ว เห็นคุณอันมหัศจรรย์ในพระมหาเถระว่า อานุภาพบุตรเรายังปรากฏถึงเพียงนี้แล้ว และอานุภาพของพระชินศรีสัมพุทธเจ้าผู้เป็นครูของบุตรเรา คงจะสูงยิ่งกว่านี้เป็นแน่ เกิดปิติเบิกบานใจ



…ยังมีต่อค่ะ…




จาก....พุทธประวัติทัศนศึกษา โดย....พระธรรมโกศาจารย์

โดย เบญจพร : นำเสนอ [15 ม.ค. 2546 , 11:00:04 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เข้ามาแอนุโมทนาอาจารย์เบญจพรอีกแล้วค่ะ ติดตามอยู่ตลอดเลยค่ะ

โดย MASHIMA [15 ม.ค. 2546 , 11:43:06 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )


  สลักธรรม 2

การมีชีวิตเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น
เป็นสิ่งที่มีค่ามากเลยนะคะ...เพราะชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่มีค่า แต่การทำประโยชน์เป็นสิ่งที่มีค่า....
ความพร่ำรำพันยิ่งทวีคูณเมื่อรู้ว่าต้องพลัดพรากจากผู้ให้คุณค่า....

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์เบญจพร

โดย น้องกิ๊ฟ [15 ม.ค. 2546 , 12:48:04 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [15 ม.ค. 2546 , 14:08:12 น.] ( IP = 158.108.12.213 : : )


  สลักธรรม 4



ขอบคุณและอนุโมทนาค่ะ...อาจารย์เบญจพร

โดย ทวีพร [15 ม.ค. 2546 , 22:02:58 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.147.39 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org