มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เวลาแห่งปัญญา “ อินทริยปัจจัย”(16)




นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ


พบกันอีกครั้งคราวนี้มาถึงปัจจัยที่ 16 แล้วนะคะ และวันนี้ก็เป็นวันที่ 16 ม.ค. ซึ่ง ถือเป็นวันที่ควรแก่การบูชา ได้แก่ “วันครู” อีกด้วย
จึงขอน้อมนำปัจจัยทั้ง 16 ปัจจัยที่ได้ดำเนินมาเป็นเครื่องบูชาพระคุณครู โดยมีหลวงพ่อเสือเป็นประธาน และคณาจารย์ทุกๆท่าน ด้วยความเคารพและสักการะบูชายิ่ง และสิ่งที่มีค่ายิ่ง 16 นี้จึงเสมือนปัญญาญาณทั้ง 16 หรือ โสฬสญาณ ที่เป็นแนวทางเดียวที่พาชีวิตให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวง
และ จะเป็นเช่นนี้ได้ …ย่อมต้องเริ่มต้นจากเหตุปัจจัย ที่ประกอบด้วย สัมมาทิฏฐินั่นเอง เรามาทำความเห็นถูกกันต่อเถอะค่ะ

โดย อัญฃลี สมโสภณ [16 ม.ค. 2546 , 01:16:42 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

คำว่า “ อินทรีย์” หมายถึง ความเป็นผู้ปกครอง หรือ ความเป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน
การจะเป็นผู้ปกครอง ย่อมต้องปกครองได้เฉพาะในหน้าที่ของตนเท่านั้น จะไม่ก้าวก่ายไปในหน้าที่ของผู้อื่น
ในกิจการงานหนึ่งๆ ย่อมต้องมีหน่วยงานต่างๆอยู่ร่วมกัน และแต่ละหน่วยก็จะทำหน้าที่ของตนๆ

ดูอย่าง คอนเสริท์ พี่เบริด ซิคะ ในชุด รับแขก หรือ แฟนจ๋า ก็ได้นะคะ
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายดนตรี ฝ่ายการแสดง ฝ่ายนักร้อง ฝ่ายแสงเสียง ฝ่ายเวที ฝ่ายฉาก เป็นต้น ต่างก็มีหัวหน้าปกครองในแต่ละฝ่าย และทำหน้าที่ของตน ซึ่งทำให้งานชิ้นโบว์แดงเช่นนี้สำเร็จได้อย่างน่าชื่นใจ

เช่น ในขณะที่ พี่เบริด เป็นตัวเด่น หรือเป็นปัจจัย ฝ่ายอื่นๆที่ทำหน้าร่วมกัน ก็เป็นฝ่ายประกอบร่วม
ในขณะที่ ดนตรี เป็นจุดเด่น หรือเป็นปัจจัย ฝ่ายอื่นๆ รวมทั้งพี่เบริดด้วยก็เป็นฝ่ายประกอบร่วม

โดย อัญฃลี สมโสภณ [16 ม.ค. 2546 , 01:21:19 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )


  สลักธรรม 2


เช่นเดียวกัน “ ในการเห็นครั้งหนึ่งๆ” ย่อมต้องมีธรรมที่เป็นอินทรีย์อยู่หลายประการ
ขณะที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองหรือเป็นใหญ่ในการรับคลื่นแสงหรือรูปารมณ์ ซึ่งจักขุปสาทรูป ก็ทำหน้าที่อันนี้

ขณะที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองหรือเป็นใหญ่ในการเห็นรูปารมณ์ ซึ่งจักขุวิญญาณ หรือจิตที่ทำหน้าที่เห็น ก็ทำหน้าที่นี้

และขณะเดียวกัน ย่อมต้องมีผู้ปกครองที่ต้องคอยรักษากัมมชรูป และจักขุปสาทรูปที่เกิดพร้อมกับตนด้วย ซึ่ง ชีวิตรูป ก็จะทำหน้าที่เหล่านี้
จะเห็นได้ว่า การเห็นครั้งหนึ่งย่อมมีหลายๆอินทรีย์เกิดพร้อมๆกัน ต่างก็ทำหน้าที่ของตนและไม่ก้าวก่ายกัน

สำหรับการได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส รู้ถูกต้องสัมผัส หรือนึกคิด ก็เป็นไปเช่นเดียวกันค่ะ

โดย อัญฃลี สมโสภณ [16 ม.ค. 2546 , 01:23:49 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )


  สลักธรรม 3

อินทรีย์ ต่างกับ อินทริยปัจจัย อย่างไร
ต่างกันค่ะ เพราะ คำว่าปัจจัย ย่อมต้องประกอบด้วยอำนาจ 2 อย่าง คือ
1. ทำหน้าที่ให้ผลเกิดขึ้น (ชนกสัตติ)
2. ทำหน้าที่ให้ผลนั้นตั้งอยู่ได้ (อุปถัมภกสัตติ)
อินทรีย์ มีถึง 22 ประเภท แต่ อินทริยปัจจัย มีได้แค่ 20 ประเภท
ที่เว้นไป 2 ประเภท ได้แก่ อิตถินทรีย์ และปุริสินทรีย์ หรือ ภาวะรูปความเป็นหญิง และภาวะรูปความเป็นชาย 2 อย่างนี้ ไม่สามารถเป็นอินทริยปัจจัยได้ เพราะว่าไม่มีความสามารถที่จะช่วยอุปการะให้ธรรมอื่นๆเกิดขึ้น และ ไม่สามารถอุปการะให้ธรรมอื่นๆให้ตั้งอยู่ได้

โดย อัญชลี สมโสภณ [16 ม.ค. 2546 , 01:29:03 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )


  สลักธรรม 4

สำหรับอิตถินทรีย์ และปุริสินทรีย์ เป็นอินทรีย์ได้ เพราะอะไร
เพราะมีอำนาจแห่งการปกครองต่อลักษณะ 4 อย่าง ได้แก่
1. รูปร่างสัณฐาน ทำให้มีรูปลักษณะบ่งบอกความเป็นหญิง ความเป็นชาย
2. มีเครื่องหมาย ทำให้ไม่มีหนวด หรือ มีหนวด
3. การละเล่นเฉพาะ หญิง ทำให้มีการเล่นตามลักษณะของเพศ เช่นชอบเล่นตุ๊กตา ชอบเล่นประเภทเครื่องยนต์
4. มีกิริยาอาการ ทำให้มีท่าทางในการเดิน นั่ง ยืน นอน ตามลักษณะของเพศนั้นๆ



และ อิตถินทรีย์ และปุริสินทรีย์ เป็นอินทรียปัจจัย ไม่ได้
ก็เพราะว่า ไม่สามารถทำให้ธรรมที่เป็นผลเกิดขึ้น และตั้งอยู่ได้


ลองดูซิคะ ในขณะที่เกิด หรือขณะปฏิสนธิ ลักษณะทั้ง 4 ก็ยังไม่สามารถเกิดได้ แต่จะเกิดในภายหลัง
หรือ ภาวะรูปที่เป็นหญิง และชายนี้ ก็ไม่มีอำนาจในการปกครองให้รูปที่เกิดร่วมกับตนเกิดขึ้นได้ แต่เป็นหน้าที่ของ ชีวิตรูปที่ทำหน้าที่นี้ และ ภาวะรูปเหล่านี้เป็นเพียงผลที่เกิดร่วมกับชีวิตรูป


โดย อัญชลี สมโสภณ [16 ม.ค. 2546 , 01:31:27 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )


  สลักธรรม 5

อินทริยปัจจัย หมายถึง อะไร
หมายถึง ธรรมที่ช่วยอุดหนุนโดยความเป็นใหญ่ หรือโดยความเป็นผู้ปกครอง
แบ่งเป็น 3 ปัจจัย ได้แก่

1. สหชาตินทริยปัจจัย
นาม เป็นปัจจัยแก่ นาม รูป
2. ปุเรชาตินทริยปัจจัย
รูป เป็นปัจจัยแก่ นาม
3. รูปชีวิตินทริยปัจจัย
รูป เป็นปัจจัยแก่ รูป

โดย อัญชลี สมโสภณ [16 ม.ค. 2546 , 01:32:53 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )


  สลักธรรม 6

สหชาตินทริยปัจจัย

สหชาตินทริยปัจจัย หมายถึง นามอินทรีย์ 8 ประการ ได้แก่ จิต ชีวิตินทรีย์ เวทนา สัทธา วิริยะ สติ เอกัคคตา ปัญญา เป็นปัจจัยช่วยอุปการะโดยความเป็นใหญ่ แก่ นาม รูปที่เกิดพร้อมกันตน
ตัวอย่าง “ ขณะนี้คุณหน่องกำลังเกิดกุศลจิต”

ดังนั้น นามธรรม 8 ประการ ที่ประกอบร่วมกันในกุศลจิตเหล่านี้ เป็นปัจจัยให้แก่ กุศลจิตที่เกิดในขณะนั้น และกุศลรูปที่เกิดขึ้นในขณะนั้นด้วย
นามธรรมทั้ง 8 อาจะยกนามธรรมที่เป็นอินทรีย์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นปัจจัยแล้ว นามธรรมที่เป็นอินทรีย์ที่เหลือ และนามธรรมอื่นๆที่เกิดร่วมก็จะเป็นธรรมฝ่ายผล
เช่น ยก “จิต” เป็นปัจจัย อินทรีย์ที่เหลือ 7 เจตสิกอื่นๆที่เกิดร่วม และ รูปที่เกิดพร้อมกัน ก็ทำหน้าที่เป็นธรรมฝ่ายผล

โดย อัญชลี สมโสภณ [16 ม.ค. 2546 , 01:35:12 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )


  สลักธรรม 7

ปุเรชาตินทริยปัจจัย

ปุเรชาตินทริยปัจจัย (วัตถุปุเรชาตินทริยปัจจัย) หมายถึง เฉพาะปสาทรูป 5 ( ปสาทตา ปสาทหู ปสาทจมูก ปสาทลิ้น และปสาทกาย) เป็นปัจจัยแก่ ทวิปัญจวิญญาณ และ สัพพสาธารณเจตสิก หรือ ได้แก่ จิต และเจตสิก ที่ทำหน้า เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รู้รส และรู้สัมผัส

โดย อัญชลี สมโสภณ [16 ม.ค. 2546 , 01:36:29 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )


  สลักธรรม 8

รูปชีวิตินทริยปัจจัย

รูปชีวิตินทริยปัจจัย หมายถึง ชีวิตรูป ที่เป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่กัมมชรูปที่เกิดพร้อมกับตน
โดยปกติ รูปหนึ่งๆที่เกิดขึ้น ย่อมประกอบด้วยรูปหลายชนิด และจะต้องมีชีวิตรูปที่เกิดพร้อมด้วยกันเสมอจซึ่งทำหน้าที่ ปกครองรักษารูปที่เกิดร่วมกับตนให้เกิดขึ้นและตั้งอยู่ได้

โดย อัญชลี สมโสภณ [16 ม.ค. 2546 , 01:37:53 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )


  สลักธรรม 9

เพิ่ม ความรู้ตรงนี้อีกสักเล็กน้อยนะคะ
การที่พระพุทธองค์ทรงแยกปัจจัยนี้ จากสหชาตินทริยปัจจัย ก็เพราะว่า
ในสหชาตินทริยปัจจัย มีปัจจัย เป็น นาม อุดหนุนแก่ นามและรูป และการอุดหนุนเริ่มตั้งแต่ อุปาทะขณะ
แต่ใน รูปชีวิตินทริยปัจจัย มีปัจจัยเป็น รูป อุดหนุนแก่ รูป และการอุดหนุนต้องเริ่มที่ฐิติขณะของรูป เพราะในอุปาทะขณะยังมีกำลังน้อยยังไม่สามารถทำหน้าที่อุดหนุนแก่ธรรมอื่นได้

โดย อัญชลี สมโสภณ [16 ม.ค. 2546 , 01:39:14 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )


  สลักธรรม 10

คำถามประจำวันนี้
ถามว่า อินทรีย์มีถึง 22 ประเภท แต่ทำไม อินทรีย์ที่ทำหน้าที่ที่ให้ถึงความสิ้นอาสวะจึงมีแค่ 5 ประการ และอินทรีย์ทั้ง 5 เหล่านี้ต้องมีสภาพธรรมเช่นไร
เชิญติดตามตอนต่อไปใน “ ฌานปัจจัย” ซึ่งเป็นปัจจัยที่ 17 ค่ะ และวันนี้เราก็รู้จักกันมาถึง 26 ปัจจัยแล้วนะคะ
สวัสดีค่ะ จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมเป็นครูแก่ทุกคนค่ะ

โดย อัญชลี สมโสภณ [16 ม.ค. 2546 , 01:41:23 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org