มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ครูของฉัน ในวันนี้






ภาพปริศนา
ลองทายดูซิว่า... บุคคลในภาพนี้ ใครเป็นครู ใครเป็นศิษย์



คนทั่วๆ ไปมักเปรียบอาชีพครูว่าเป็นเรือจ้าง
และอีกหลายๆ คน….เมื่อพูดถึงครู จะนึกภาพผู้หญิง (เชยๆ) ยืนกอดอกมองลอดแว่น
พร้อมสอดส่ายสายตาหาความบกพร่องของเด็กนักเรียน



แต่ครูของฉันไม่ได้เป็นเช่นนั้น…
อยากรู้ไหมล่ะ ว่า
ครูของฉัน ในวันนี้ เป็นอย่างไร

เนื่องจากวันนี้ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๖ เป็น "วันครู" จึงขอนำเรื่อง ครูของฉัน ในวันนี้
มาให้ท่านทั้งหลายได้อ่านแทนเรื่อง "สิตางศุ์"....ค่ะ


โดย วยุรี [16 ม.ค. 2546 , 06:13:29 น.] ( IP = 203.113.38.7 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


ครูของฉัน ในวันนี้




เมื่อสมันก่อน ตอนวัยเด็ก ขณะที่เรียนชั้นป.เตรียม (แค่ภาษาก็บอกให้รู้ว่าเป็นรุ่นเก่ามากเพียงใด ในตอนนั้นยังไม่เรียกว่าอนุบาล)และชั้นประถม …. ครูของฉันก็คือ ผู้ที่ยืนอยู่หน้ากระดานดำ พร้อมไม้ในมือที่คอยชี้ไปตามตัวหนังสือบนกระดาน คราใดที่เด็กๆ ส่งเสียงดัง ครูก็จะเอาไม้นั้นฟาดไปที่บนโต๊ะหลายๆ ครั้ง พร้อมส่งเสียงบอกให้เงียบ !
เพียงแค่นี้ ครูของฉันก็โก้เก๋เพียงพอที่จะทำให้ฉันกลับไปยืนทำท่าเช่นนั้นที่บ้าน โดยมีตัวตุ๊กตุ่นตุ๊กตานั่งเรียงหน้าเป็นลูกศิษย์
และในสมัยนั้น ตลอดทั้งปีฉันต้องนั่งเรียนกับครูเพียงคนเดียวอย่างไม่มีทางเลือก



พอขึ้นชั้นมัธยม และอุดมศึกษา เริ่มมีครูมากหน้าหลายตาผลัดกันเข้ามาสอน เพราะเมื่อเรียนวิชาใดก็จะมีครูประจำวิชานั้นๆ ยิ่งเรียนสูง ก็ยิ่งมีครูมากขึ้น ( น่าจะเรียกว่ามีครูประจำบทเรียนมากกว่า )อุปกรณ์การสอนที่ทันสมัยถูกนำมาใช้ประกอบการเรียน แทนที่จะเป็นไม้เรียวอันเดียวที่ใช้ได้ทั้งชี้กระดาน และฟาดก้นเด็ก …
คราวนี้ ฉันเริ่มมีข้อเปรียบเทียบระหว่างครูคนนั้นกับครูคนนี้ มีความประทับใจในตัวครูต่างๆ กัน


ในสมัยนั้นเด็กนักเรียนจะกลัวครูกันจนหงอ… ตอนเรียนชั้นมัธยมมีครูท่านหนึ่งดุมาก พอถึงชั่วโมงเรียนของครูคนนี้ นักเรียนทุกคนจะรู้สึกมือเท้าเย็นเฉียบ ห้องเรียนเงียบกริบ ทุกคนนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่มีเสียงคุยกันเลย พอสายตาของครูมองตกไปที่ใคร คนๆนั้นแทบจะขนหัวลุก

เมื่อผ่านพ้นชั่วโมงเรียนนั้นได้ โล่งอกโล่งใจ ยิ้มแย้มแจ่มใสไปตามๆ กัน อย่างไรก็ตามก็ยังพอมีครูบางท่านที่สอนสนุก มีความเป็นกันเองกับนักเรียน พอที่จะชดเชยความรู้สึกที่ไม่ดีไปได้บ้าง

จนเมื่อได้เรียนในชั้นอุดมศึกษาเกิดความประทับใจในคุณครูอยู่สองท่าน ซึ่งมากเพียงพอจนทำให้ตัดสินใจเลือกอาชีพนี้เป็นหนทางเดินของชีวิต และตั้งใจว่าจะต้องเป็นครูที่ดีให้ได้


เมื่อได้มาสัมผัสรสชาดของความเป็น “ครู” ด้วยตนเอง จึงรู้ซึ้งว่าการเป็นครูนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นครูที่ดีมีอุดมการณ์มากเท่าไร ย่อมต้องมีกฏเกณฑ์และความลำบากมากยิ่งขึ้นเท่านั้น


ที่สำคัญ ความเป็นครูนั้นย่อมติดตามผู้ที่เป็นนั้นไปตลอดชีวิต
แม้ว่าปัจจุบันนี้จะแขวนชอล์คบอกลาจากอาชีพนี้แล้วก็ตาม ลูกศิษย์ที่เคยสอนส่วนใหญ่เขายังคิดว่า เรายังเป็นครูของเขาอยู่ตลอดเวลา เมื่อใดที่เขามีปัญหาเดือดร้อนใจก็จะมาหา บางเวลาก็โทรศัพท์มาปรับทุกข์ ..เรื่องบางเรื่องที่ไม่ควรเล่า ก็กล้าที่จะเล่าและระบายให้ฟัง

บางคนไม่เคยเจอะเจอมาเป็นสิบๆ ปี พอพบหน้ากันเข้ามาทักทาย ถ้าเราสามารถเรียกชื่อเขาได้ถูกต้อง เพียงเล็กๆน้อยๆ แค่นี้ก็ยังความปลาบปลื้มให้แก่เขาอย่างมากมาย ฉันเคยได้รับจดหมายจากลูกศิษย์ที่เขียนมาขอบคุณที่ยังสามารถจดจำชื่อของเขาได้ แม้เวลาจะผ่านไปแล้วหลายๆ ปี


มีเหตุการณ์ๆ หนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ และสร้างความประทับใจให้แก่ฉันเป็นอย่างมาก

คือเช้าวันหนึ่ง ฉันได้รับโทรศัพท์จากลูกศิษย์ท่านหนึ่ง ซึ่งขณะนี้อายุประมาณสี่สิบเศษ โทรฯ มาเพียงเพื่อบอกครูว่า.. คิดถึง แต่คำพูดที่ตามมานั่นเองที่สร้างความปีติใจให้กับฉันเป็นอย่างยิ่ง
“อยากบอกกับอาจารย์ว่า ผมมีวันนี้ได้ก็เพราะอาจารย์”
(เขาโทรศัพท์มาหาในขณะที่รถติดตอนกำลังเดินทางไปทำงาน)


ตอนนั้นความรู้สึกบอกตนเองว่า “นี่ล่ะ คือความสำเร็จของอาชีพครู”

โดย วยุรี [16 ม.ค. 2546 , 06:25:36 น.] ( IP = 203.113.38.7 : : )


  สลักธรรม 2


แต่เมื่อฉันได้มีโอกาสกลับเข้ามาเป็นลูกศิษย์อีกครั้งหนึ่ง ในมหาวิทยาลัยชีวิต ซึ่งสอนอยู่เพียงวิชาเดียว คือ พุทธศาสน์

ครูผู้สอนวิชานี้ ทำให้ฉันรู้สึกว่าค่านิยมของคำว่า ครู ที่ในใจของฉันได้ถูกลบทิ้งไปหมด


เพราะครูของฉันท่านนี้ ไม่เคยมองลอดแว่น ไม่เคยสอดส่ายสายตามองหาความบกพร่องของพฤติกรรมจากลูกศิษย์คนใด


..แต่ท่านจะคอยถักสานสายใจร้อยรัดศิษย์ไว้ไม่ให้มีพฤติกรรมที่จะนำไปสู่อบาย


คุณเชื่อไหมว่า ฉันเคยเห็นท่านช่วยชีวิตของลูกศิษย์คนหนึ่งไม่ให้ตกอบาย (จากการยิงตัวตาย)
ด้วยการนำตัวเองเข้าไปเป็นหนี้ธนาคารเพื่อช่วยเหลือลูกศิษย์คนนั้น
ด้วยเหตุผลว่า กว่าเขาจะโชคดีได้มาเรียนธรรมะจนเข้าใจถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แต่ถ้าปล่อยให้เขาตัดสินใจชั่ววูบด้วยโมหะแล้ว เขาจะต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในอบายตราบนานแสนนาน จนไม่อาจบอกได้เลยว่า เขาจะมีโอกาสกลับมาเป็นเช่นชาตินี้ได้อีกหรือไม่



บ่อยครั้งที่ฉันได้เห็นการกระทำอันน่าประทับใจของครูผู้นี้ โดยที่ไม่เคยเห็นครู(ทางโลก)คนใดทำมาก่อนเลย
นั่นคือ
ครูของฉันท่านนี้จึงสามารถก้มลงกราบลูกศิษย์ได้ อย่างไม่เคอะเขิน (ดังภาพปริศนา)
เพียงเพื่อความถูกต้อง และความดีแล้ว…ครูของฉันคนนี้ทำได้เสมอ
ความอดทน ความเสียสละ ….ความอ่อนน้อม ล้วนมีพร้อมในตัวท่าน


ครูของฉันไม่เพียงแค่ช่วยป้องกันชีวิตของพวกเราเหล่าศิษย์ไม่ให้ตกต่ำเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมพวกเราให้พัฒนาชีวิตสูงขึ้น ด้วย ทาน ศีล ภาวนา

อย่างเช่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ท่านได้กลับมาสอนพวกเราตามปกติ แม้ว่าร่างกายจะไม่เอื้ออำนวยเท่าไรนัก เพราะยังอยู่ในช่วงเวลาพักฟื้นตามที่หมอกำหนดไว้
ท่านเริ่มการสอนด้วยการถามว่า
“ใครชอบเพลง ความรักคือการให้ บ้าง แล้วเห็นจริงด้วยไหม”
ฉันเคยรู้สึกทึ่งในการสอนของท่านอย่างมาก เพราะสมัยที่ฉันเป็นครูกว่าจะนำนักเรียนเข้าสู่บทเรียน หาอุปกรณ์กันแทบตาย
แต่สำหรับท่านแล้ว นำเอาสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว แค่มีเสียงเพลง ก็เอาเนื้อเพลงที่ได้ยินนั้นมานำเข้าสู่บทเรียนได้


แล้วท่านก็ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความรักว่า


คนเราไม่อาจเข้มแข็งได้ถ้าปราศจากความรัก เพราะความรัก คือ เลือดเลี้ยงชีวิต


หากว่ากันโดยธรรมชาติแล้ว ลูกเกิดขึ้นมา ก็ด้วยความรักของพ่อและแม่ และเด็กคนนั้นก็เจริญเติบโตมาด้วยความรัก

นึกไป นึกมา …จริงซินะ
ชีวิตมาจากความรัก แล้วความรักคือ การให้
ดังที่ท่านยกตัวอย่าง
...ชีวิตของเด็กที่เกิดมานี้ มาจากการให้จริงๆ เริ่มจาก
การให้ของพ่อและแม่ นั่นคือพ่อให้สเปิร์ม แม่ให้เซลล์ไข่ จึงได้เซลล์ไซโกตมา ๑ เซลล์
ตอนอยู่ในท้องแม่ ก็มาจาก
การให้ของแม่ นั่นก็คือเลือดจากแม่จะนำสารอาหาร ออกซิเจน และสิ่งที่มีประโยชน์จิปาถะมาส่งให้ จนในที่สุดเซลล์ไซโกตนั้นก็จะเจริญเป็นตัวอ่อนระยะต่างๆ เป็นทารก และเจริญเติบโตจนคลอดออกมา นี่ไง ! เลือดเลี้ยงชีวิต
พอโตขึ้น ได้ศึกษาหาความรู้ เพื่อไปประกอบอาชีพ ก็มาจาก การให้ของครูบาอาจารย์

โดย วยุรี [16 ม.ค. 2546 , 06:40:28 น.] ( IP = 203.113.38.7 : : )


  สลักธรรม 3


แล้วท่านก็เข้าสู่บทเรียนที่จะเรียนในวันนั้น
ด้วยการกล่าวว่า วันนี้ (๑๒ มกราคม) เลยวันเด็กมา ๑ วัน แต่ก็ยังอยู่ในเทศกาลวันเด็ก (มิน่าล่ะ ถึงยกเด็กขึ้นมาก่อน) แล้วก็ใกล้ถึงวันครู (ที่ ๑๖ มกรา)แล้ว ท่านก็เชิญคุณครูที่เกษียนออกมาหน้าชั้น


เอาละซี…ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องออกไป เพราะเล่นเกษียณตัวเองออกก่อนกำหนด ในใจก็นึกว่า...จะมีอะไรเกิดขึ้นนี่ เพราะครูของฉันคนนี้ ลูกศิษย์ก็ตั้งฉายาเอาไว้แล้วว่า
“คุณครูกระดาษทราย”
ซึ่งเพลงนี้…เนื้อร้องท่อนหนึ่งมีอยู่ว่า


ผิดอะไรนิดเดียวครูเห็นเป็นเรื่องยาว บ่นจนใครเขาดึงไม่อยู่
พวกเราเองก็เลยรวมหัวตั้งชื่อครู เรียกคุณครูว่าครูกระดาษทราย

…

เห็นไหม มันน่าหวั่นใจสักแค่ไหน แต่แล้วท่านกลับบรรยายถึงความดีของครู… คือ พวกเรา ที่เป็นครูโดยหน้าที่ (ของการประกอบอาชีพ)


แต่ในขณะเดียวกันนั้น พวกเราก็เป็นลูกศิษย์ของท่าน ซึ่งเป็นครูด้วยหัวใจ



ครูของฉันได้อ่านกลอนบทหนึ่งที่ท่านประพันธ์เพียง ๕ นาทีในเช้าวันนั้นว่า



หากการให้คือความรักประจักษ์แท้.....………..ครูให้ใจเธอแน่กว่าสิ่งไหน
หากว่าครูสามารถควักดวงใจ.....………..มายืนยันประกันให้...ว่าใจครู


มีแต่ให้ ให้ ให้ กับ ให้ ให้
.....………..โดยไม่หวังสิ่งใด มั่นใจรู้
ครูสอนธรรม ละกิเลส เหตุศัตรู.....………..ครูจึงต้อง ต่อสู้ ...รู้จักเธอ


ถ้าใจเธอยังมีตระหนี่แน่น .....………..ครูจะแล่นทำขอเธอเสมอ
ให้เธอยอมพร้อมใจด้วยใจเธอ.....………..ครูนี้พร้อมเสมอเพื่อเธอดี


ใครจะเห็นว่าครูดูงกมาก.....………..ใครจะเห็นครูอยากไปเสมอ
ใครจะเห็นครูเด่นกว่าพวกเธอ.....………..ครูไม่เซ่อน้อยใจในคำคน


มาวันนี้เธอถูกปั้นมาดีแล้ว ......………..ศิษย์เกลอแก้วครูเกษียนเวียนมาหา
ครูคนนี้ขอบอกจากอุรา.....………..ครูรักเธอมากกว่าชีวาครู


จึ่งขอมอบรางวัลให้ชีวิต.....………..ที่พวกเธออุทิศมาเสมอ
จนแก่เฒ่าความดีที่พวกเธอ.....………..ยังตรึงใจครูเสมอมิมีลืม


จงรับไว้ใช้หนี้แห่งชีวิต.....……....จงรับไว้อุทิศเป็นกุศล
จงรับไว้เป็นตัวอย่างแก่ทุกคน..... ………..ดีนานาไม่อับจนคนรู้มี


ขอเป็นหนึ่งในล้านงานครั้งนี้.....………..แทนพวกศิษย์ที่ดีเป็นศรีขวัญ
บูชาครูให้ครูมีสุขครัน .....………..มอบรางวัลให้ครูผู้ดีจริง


แล้วท่านก็มอบของขวัญให้กับพวกเรา ๔ คน ซึ่งท่านบอกว่า เป็นรางวัลของชีวิต(แห่งความเป็นครู)

ตัวฉัน และเพื่อนของฉันอีกท่านหนึ่ง คือ อาจารย์กาญจนา ตันตินันท์ ได้ซองสวยๆ จากท่านคนละ ๑ ซอง
ในแต่ละซองนั้นมีเงินอยู่หนึ่งหมื่นบาท เป็นเงินที่ท่านอาจารย์เก็บไว้เมื่อเดือน มิถุนายน ๒๕๔๔ และ ๒๕๔๕ โดยไม่ได้นำเงินออกไปใช้เลย ด้วยการตั้งใจจะเก็บไว้ทำกุศล นั่นเอง (บุพพเจตนามีกำลังแรงและยาวนาน)

ส่วนอาจารย์อัมพา พึ่งเกตุ ซึ่งปัจจุบันนี้แม้จะเกษียนแล้ว ก็ยังไปช่วยราชการอยู่ที่สมาคมครูภาษาไทย กรมวิชาการ ท่านอาจารย์ได้มอบสร้อยสามกษัตริย์ที่ทำขึ้นเป็นพิเศษโดยมีพระอยู่ตลอดเส้น

สำหรับท่านสุดท้าย คือคุณปราณี ตีรเศรษฐ นั้น ท่านอาจารย์ได้ถอดสร้อยทองที่แขวนคอพร้อมมีล้อกเก็ตรูปพระอาจารย์บุญมีแขวนอยู่ (ซึ่งสร้อยเส้นนี้ท่านอาจารย์จะแขวนติดตัวเป็นประจำ) มาสวมใส่ให้



วิธีการสอนของท่านครั้งนี้สร้างความปลื้มปิติให้กับลูกศิษย์ทุกๆ คนที่อยู่ในเหตุการณ์

โดย วยุรี [16 ม.ค. 2546 , 06:56:34 น.] ( IP = 203.113.38.7 : : )


  สลักธรรม 4


มีข้อความตอนหนึ่งที่ท่านเขียนขึ้นจากใจใส่บทกลอนว่า
จงรับไว้ใช้หนี้แห่งชีวิต.......จงรับไว้อุทิศเป็นกุศล

ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ทุกวันนี้เรามีหนี้ชีวิต เป็นหนี้ที่ทุกคนมักจะลืมกัน (ถ้าไม่ลืมก็เบี้ยว)
นั่นคือ เราเกิดมาได้เพราะกุศล (จึงได้สุคติภูมิ เป็นมนุษย์) ฉะนั้นเราทุกคนจึงเป็นหนี้กุศล
จึงสมควรที่จะชดใช้หนี้ชีวิตนี้ด้วยการทำกุศลต่อๆ ไป


นับว่า…วันครูปีนี้ ทุกๆ คนได้ข้อคิดที่ดี เป็นข้อคิดที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งครู และคนทั่วๆไป

โดยเฉพาะคุณครูส่วนใหญ่นั้น เมื่อถึงวันครู ก็จะคอยรับ(ไหว้)จากลูกศิษย์

แต่ครูของฉันท่านนี้ สอนให้รู้ว่า ถ้าเราเห็นด้วยกับเนื้อเพลงที่ว่า ความรักคือ การให้


ครูที่รักศิษย์ ก็ต้องเป็นผู้ให้แก่ศิษย์ อย่าคอยให้ลูกศิษย์เดินมาหา เดินมาให้ เราจงเป็นผู้ให้เสียก่อน
แล้ว ครูของฉันคนนี้ ก็ได้ทำเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้ว


ที่สำคัญ การกระทำของท่านนั้นยังเป็นการเดินตามพระบรมราโชวาทที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทานให้เป็นของขวัญในวันปีใหม่อีกด้วย


มาถึงตอนนี้ ฉันรู้แล้วว่า ความสำเร็จในการเป็นครู ที่ฉันรู้สึกนั้น มันต่างกับ ครูของฉันในวันนี้ โดยสิ้นเชิง เพราะว่า
…..ความสำเร็จของฉัน และคนทั่วๆไปนั้น อยู่ที่ โลกธรรม(ฝ่ายดี ๔) คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เป็นใหญ่
…..แต่ ความสำเร็จของครูของฉันนั้น อยู่ที่ คุณธรรม คือ การทำความดี เป็นใหญ่



ทำให้นึกถึงคำสอนของหลวงพ่อ ที่กล่าวถึง มีดี และ ทำดี
มีดี ยังมีวันหมด แต่ ทำดี ต้องได้ แน่นอน
เพราะ มีดี คือการรับผล เป็นวิบาก ย่อมหมดได้ แต่ ทำดี คือ กรรม ย่อมต้องมีผลเป็นวิบาก อย่างแน่นอน



ความสำเร็จของครูของฉันท่านนี้ จึงอยู่ที่ การให้ ดั่งข้อความที่ท่านกล่าวว่า


หากว่าครูสามารถควักดวงใจ..... …..มายืนยันประกันให้ ว่าใจครู
มีแต่ให้ ให้ ให้ กับ ให้ ให้.....………..โดยไม่หวังสิ่งใด มั่นใจรู้



ดังนั้น…หากจะเปรียบครูของฉัน ว่าเป็นเรือจ้าง ก็คงไม่ถูกต้องนัก
เพราะท่านไม่ได้รับค่าจ้างแรงงานใดๆ ทั้งสิ้น
ท่านมีแต่ให้แก่ผู้ที่มาลงเรือ ทั้งยังคอยปกป้องพวกเราผู้โดยสารทุกคนไม่ให้ตกลงไปในแม่น้ำตัณหาที่จะพาพวกเราจมดิ่งสู่ความทุกข์
และประการสำคัญ เรือของท่านที่บรรทุกพวกเราเพื่อไปส่งให้ถึงฝั่งแห่งความสุขนั้น
ถูกประกอบขึ้นมาจากชีวิต เลือดเนื้อ และวิญญาณของท่านเอง



นี่ไง ! ครูของฉันในวันนี้ …ครูที่เป็นเสมือนเรือชีวิตที่อุทิศตนพาคนข้ามฟาก โดยไม่หวังสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากใครๆ เป็นค่าตอบแทนเลย

โดย วยุรี [16 ม.ค. 2546 , 07:08:58 น.] ( IP = 203.113.38.7 : : )


  สลักธรรม 5


จึงขอเป็นตัวแทนลูกศิษย์ทุกๆ คน กราบเท้าครูของฉัน และของพวกเราทุกๆ คน
ท่านอาจารย์บุษกร เมธางกูร ...…ครูที่พร้อมเสมอเพื่อ(ทำให้)เธอ(เป็นคน)ดี


….ครูคะรู้ไหม ที่ครูคอยว่าเรา ดุเราอยู่ทุกวัน
ครูคะรู้ไหม กระดาษทรายแผ่นนั้น นั่นเองขัดเกลาเราจนได้ดี
อยากให้วันนี้ครูได้รู้และได้เห็น ว่าครูทำให้เป็นอย่างนี้
จากวันวานแม้พวกเรานั้นไม่ค่อยดี แต่เรามีวันนี้(วันที่พวกเรารู้จักชีวิต และยอมรับความจริงได้มากขึ้น)....
เพราะครู



อยากจะบอก เรารักครู คุณครูกระดาษทราย


กุศลใดๆ ที่พึงบังเกิดจากการเขียนความรู้สึกครั้งนี้
ข้าพเจ้าขอกราบถวายกุศลนั้นให้แก่
หลวงพ่อเสือ ท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร พระครูศรีโชติญาณ ตลอดจนครูอาจารย์ทุกๆ ท่าน

โดยเฉพาะท่านอาจารย์วิชิต ธรรมรังษี

ซึ่งเป็นครูอีกท่านหนึ่งที่อุทิศชีวิตเป็นเสมือนนายอินทร์ ผู้ปิดทองหลังพระมาโดยตลอด



จึงขอกราบบูชา “คุณครู” ทุกๆ ท่านที่เป็นผู้ขัดเกลาให้ชีวิตของฉัน เป็น “คนดี” ขึ้นมาได้ในวันนี้



ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด
วยุรี สุวรรณอินทร์
วันครู ๑๖ มกราคม ๒๕๔๖



โดย วยุรี [16 ม.ค. 2546 , 07:16:40 น.] ( IP = 203.113.38.7 : : )


  สลักธรรม 6





.....ขอให้ คุณครู ทุกๆ ท่าน มีความสุข มากๆ นะคะ.......

โดย ศิษย์ [16 ม.ค. 2546 , 07:44:48 น.] ( IP = 203.113.38.7 : : )


  สลักธรรม 7





สิบนิ้วพนมมือ ขอก้มกราบวันทาครูค่ะ



โดย ภญ.ธัญนันทน์ เลิศหิรัญวงศ์ [16 ม.ค. 2546 , 09:34:06 น.] ( IP = 158.108.12.81 : : )


  สลักธรรม 8

กราบวันทาครูผู้ทรงศีล สอนทั้งหัวใจ ให้ทั้งจิตวิญญาน ทั้งที่เห็นได้และเห็นไม่ได้

โดย MASHIMA [16 ม.ค. 2546 , 10:40:40 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )


  สลักธรรม 9

อ่านข้อความของคุณวยุรีแล้วรู้สึกประทับใจ ผมเองแม้ไม่เคยไปเรียนที่มูลนิธิ แต่ผมก็สัมผัสได้ถึงความเมตตาของท่านอาจารย์บุษกร และท่านอาจารย์เทพธรรมที่มีต่อผมในเรื่อง CD และหนังสืออันทรงคุณค่า แม้เหตุการณ์จะเกิดในช่วงระยะเวลาสั้นในบ่ายวันอาทิตย์ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่ก็ยังอบอวบและอยู่ในความทรงจำของผมเสมอมา
เนื่องในวันครูผมขอกราบวันทาท่านอาจารย์บุษกร และท่านอาจารย์เทพธรรม ด้วยความเคารพอย่างสูง

โดย คุณวุฒิชัย [16 ม.ค. 2546 , 11:22:21 น.] ( IP = 203.155.224.207 : : )


  สลักธรรม 10


ขอบูชาพระคุณครูผู้ประเสริฐ
เทิดพระคุณท่านผู้ให้ไว้เหนือเศียร
ให้ทุกอย่างเพื่อให้ศิษย์ได้พากเพียร
ได้เรียนรู้ความจริงที่ยิ่งยง
ทั้งปริยัติแลปฏิบัติให้สั่งสม
เพียรอบรมตามแนวทางพระพุทธองค์
เพื่อได้ดีมีทางไปที่มั่นคง
ไม่หลงลงสู่อบายที่หมายดี
หลายสิบปีเพียรสอนสั่งด้วยเมตตา
มากด้วยกรุณาแลน้ำใจและไมตรี
ยอมสละแม้ชีวีเพื่อศิษย์นี้
เพิ่มความดีเป็นทุนอุดหนุนไป
ใจของศิษย์น้อมระลึกพระคุณครู
ท่านเป็นผู้ให้ชีวิตที่ยิ่งใหญ่
ศิษย์ขอระลึกพระคุณท่านตลอดไป
โปรดรับไว้เป็นศิษย์ตลอดกาล

กราบแทบเท้าหลวงพ่อทุกๆท่าน ท่านอาจารย์บุษกร เมธางกูร และท่านอาจารย์วิชิต ธรรมรังษี
ด้วยความเคารพรักและบูชาอย่างสูง

โดย ปราณีค่ะ [16 ม.ค. 2546 , 11:24:17 น.] ( IP = 203.148.162.224 : : 10.199.199.95 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org