| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พุทธศาสนาแสดงกาลเวลาไว้
เห็นพระพุทธศาสนาให้ความสำคัญของกาลเวลาในเรื่องอดีต อนาคตและปัจจุบัน
กาลเวลานั้นสำคัญอย่างไรในชีวิตโดย คุณพิศมัย [30 ส.ค. 2544 , 10:20:06 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )
สลักธรรม 1พุทธศาสนาแสดงกาลเวลาไว้อย่างไรนั้น
เราท่านที่คุ้นกับพุทธธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นย่อมรู้ดีว่า ศาสนาพุทธ เราเป็นศาสนาสากล ที่เน้นที่คนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นใครอยู่ในชั้นวรรณะไหน และเป็นศาสนาที่เน้นที่การปฏิบัติและการปฏิบัติย่อมเป็นเรื่องของปัจจุบันกาล
ดังนั้น พระพุทธองค์จึงสอนให้สนใจและมีสติ แต่เรื่องที่จะต้องกระทำในช่วงเวลานั้น ไม่ควรหวนกลับไปนึกถึงอดีตที่ไม่ว่าอย่างไรก็ผ่านพ้นไปแล้ว จะเอามันกลับคืนมาอีกคงไม่ได้ ส่วนอนาคตก็เป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง ไม่มีใครรู้ว่าแม้ใครจะตายไปเมื่อไรได้ ที่สำคัญจึงอยู่ที่ปัจจุบัน
จะต้องทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
เพราะว่ามีแต่ปัจจุบันที่จะก่อเกิดอนาคตผลอย่างที่ไม่มีใครจะหลีกหนีได้ เช่นที่ปัจจุบันผลก็เป็นผลกรรมของอดีตเหตุ แต่ที่พระพุทธองค์สั่งสอนนั้นเป็นการสอนวิธีปฏิบัติตนให้กับคนทั่วไปที่มีระดับสติปัญญาหลายหลากเพื่อหวังผลที่การพ้นทุกข์ในเวลาปัจจุบัน และเพื่อพ้นจากการก่อเหตุที่จะยังผลในอนาคต
ดังนั้นแม้ว่าพระพุทธเจ้าเองจะสามารถระลึกรู้อดีตได้อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด ทั้งสามารถเห็นอนาคตอย่างไม่สิ้นสุด แม้แต่เวลาของการเสด็จปรินิพพาน แต่พระองค์ก็ทรงไม่นิยมที่จะสอนหรือ
ชี้แนะให้คนธรรมดาทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นภิกษุหรือฆราวาสให้หวนระลึกถึงอดีตหรือแสวงหาอนาคต
จนลืมปัจจุบันที่เป็นทั้งผลและเหตุดังกล่าวมาข้างต้น ยกเว้นเมื่อพระองค์เสวนากับศิษย์ที่มีวุฒิภาวะบรรลุธรรมตามที่พระพุทธองค์ ทรงแสดง
ทั้งนี้ก็เพราะประสบการณ์ของคนทั่วไปที่มีความแตกต่างกัน รวมทั้งพื้นฐานทางความรู้ สติปัญญาและโอกาสของคนในยุคสมัยนั้นโดยทั่วไปดังกล่าวมาแล้ว ที่อาจเรียกได้ว่าแทบทุกคนรับรู้ความจริงเพียงในด้านของโลกกายแห่งภววิสัย ไม่อยู่ในฐานะที่สามารถจะรับรู้เข้าใจความจริงแท้ที่จะได้มาก็
ด้วยการปฏิบัติทางจิตอันล้ำลึกยาวนาน นอกจากนั้น ในช่วงหลายพันปีก่อนนั้น ความรู้สมัยใหม่โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมา คนทั่วไปทั้งหลายจึงไม่สามารถที่จะเข้าถึงหรือแม้แต่จะสัมผัสความจริงแท้ได้ด้วยภาษา
แต่ที่เป็นเรื่องจริงทางวิทยาศาสตร์เป็นฟิสิกส์แห่งยุคใหม่ของทุกวันนี้ ความเป็นจริงในภาพรวมของจักรวาลระดับมหภาค หลายคนคงจะเริ่มคุ้นเคยกับความคิดเห็นที่เมื่อก่อนเชื่อว่า เป็นไปไม่ได้ไร้เหตุผล ไม่เป็นความจริง
แต่ด้วยฟิสิกส์ใหม่ของเวลาปัจจุบัน กลับเป็นความจริงกว่า แท้ยิ่งกว่าความจริงที่เป็นสมมุติสัจจะ
ที่รับรู้ด้วยตาและประสาทสัมผัสสมมุติสัจจะ ที่เกิดจากความเคยชินเกิดจากสามัญสำนึกของเราอันเป็นโลกาทิฎฐิ สามัญสำนึกที่มีศูนย์กลางที่ตัวเราของของเราและกำหนดด้วยการรับรู้เป็นโลกแห่งกาย
สามัญสำนึกที่บอกเราว่า ผลต้องเกิดจากเหตุตามกฎของการเคลื่อนที่
ซึ่งจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นั่นเป็นเพราะเราคิดและสรุปตามความรู้สึกของเราด้วยจิตของเรา
จนเชื่อมั่นว่าอะไรๆ โดยมีเวลาเป็น
ตัวกำหนดทั้งสิ้น (Linear mind to the arrow of time) แต่ทุกวันนี้ฟิสิกส์แห่งยุคใหม่ความรู้ใหม่ได้ล้มล้างความจริงสมมติที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางลงไปแทบทั้งหมด ความรู้ใหม่หรือวิทยาศาสตร์ใหม่ มีศูนย์กลางอยู่ที่องค์รวมซ้อนองค์รวม อยู่ที่โลก อยู่ที่ระบบสุริยะ อยู่ที่ทางช้างเผือก ไล่ต่อไปถึงจักรวาลอันไม่สิ้นสุดตามลำดับ วิทยาศาสตร์จึงเป็นบทพิสูจน์พุทธศาสตร์ ให้ทันต่อกาลเวลาว่า
เป็นสิ่งที่เรียกว่าสัจจะแห่งกาลเวลา
โดย อาศรมบำเพ็ญบุญบารมี [31 ส.ค. 2544 , 09:10:24 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )
สลักธรรม 2ถ้าศึกษาและปฏิบัติให้ถึงที่สุดแล้ว...พุทธศาสนาไม่มีคำอธิบายใดๆเลย(No description)
โดย สุญฯ [31 ส.ค. 2544 , 10:06:39 น.] ( IP = 202.183.252.227 : : )
สลักธรรม 3กาล ๓ กาลคืออดีต ปัจจุบัน อนาคต
อดีต
การกระทำ หรือ ก็คือ กรรมที่ได้ทำไปแล้ว
ปัจจุบัน
เป็นผลของ(กรรม คือ การกระทำทั้งดีและชั่ว
หรือทั้งกุศลและอกุศลใน)อดีต
และกรรมหรือการกระทำทางกาย วาจา ใจ
ในปัจจุบันนี้เอง จะไปส่งผลในอนาคต
อนาคต
คือ ผลของปัจจุบัน
ท่านว่า
[u]อดีตไม่พึงล้วง[/u]
อาทิ อดีต ไม่พึงไปนึกถึงด้วยความ
เสียดายหรือเสียใจในสิ่งที่ไม่ดีที่
ได้กระทำไป และไม่ต้องไปเสียดาย
หรือเสียใจในความดีที่ไม่ได้กระทำ
ในตอนนั้นๆ
[u]อนาคตไม่พึงเอื้อม[/u]
คือ ไม่ต้องมานั่งคิดถึงอนาคตให้มากนัก
หรือก็คือไม่ต้องหมกมุ่นกับสิ่งไกลตัว
[u]แต่ให้ทำ 'ปัจจุบัน' ให้ดีที่สุด[/u]
คือ เอาใจ เอาสติ มาอยู่กับปัจจุบัน
ในทุกๆ ขณะในชีวิตนี่แหละ เพราะปัจจุบัน
เป็นสิ่งที่เป็นจริงที่สุด และเป็นสิ่ง
ที่จะให้ผลเป็นอนาคตได้
ดังนั้น เรื่องของกาลเท่าที่มีความรู้
อันน้อยนิดนี้ก็คือ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
อยู่กับปัจจุบัน โดยดำรงตนอยู่กับ
การกระทำทางกายก็ตาม-วาจาก็ตาม-ใจก็ตาม
ที่เป็นการกระทำที่ดี เป็นกุศล
ไม่เบียดเบียนตน ไม่เบียดเบียนชีวิตอื่น
เมื่อปัจจุบันดีแล้ว อนาคตก็ย่อมมีแต่ดี
นี่เป็นแง่โลกๆ มองแบบชีวิตฆราวาส
ในแง่มุ่งพ้นทุกข์
การทำปัจจุบันเพื่อมุ่งแผ้วทางสู่ความ
พ้นทุกข์ในอนาคต ก็คือ การเพียรมีสติรู้ตัว
ทั่วพร้อมในกายและใจหรือก็คือ
สติปัฏฐานสี่ให้เนืองๆ และปฏิบัติ
วิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐานสี่
ให้เป็นประจำ ให้เป็นนิจสิน นั่นเอง
โดย nothingness [31 ส.ค. 2544 , 23:29:20 น.] ( IP = 203.146.214.141 : : )
สลักธรรม 4"เวลา" โดยนัยแห่งพระพุทธศาสนาน่า
จะหมายถึงความต่อเนื่องแห่งสังสารวัฏ
เป็นเรื่องเหตุปัจจัย เมื่อเกิด (ฝัน) กับ "สิ่ง" นั้น
จึงมี (โดยเห็นโดยสัมผัส) เมื่อหมดเหตุจึงดับ
หมดไป แล้วก็ต้องอาศัยปัจจัย (จำ) ของ "สิ่ง" นั้น
เกิดขึ้นต่อๆไปด้วยอำนาจของจิตที่ปรุงแต่ง
ขึ้นมาอีก..ว่ากันไปศึกษากันไปเรื่อยๆต่อๆไป
ดังที่พระเจ้ามิลินท ถามว่า "ธรรมอะไรเป็นเหตุแห่ง
อดีตกาล อนาคตกาล และปัจจุบันกาล"
พระนาคเสน ตอบว่า "ธรรมนั้นคือปฏิจจสมุปบาท"
(อ่านรายละเอียดใน มิลินทปัญหา..ตติยวัคควัคคที่สาม
เช่น อัทธานปัญหา เป็นต้น)โดย เทวฑูต [3 ก.ย. 2544 , 11:00:01 น.] ( IP = 161.200.130.141 : : 161.200.130.141 )
สลักธรรม 5555
โดย a [4 พ.ย. 2545 , 19:46:13 น.] ( IP = 203.113.37.10 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |