| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
นิพพานสูญ หรือ ไม่สูญ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
ต้องขอขอบคุณมากนะครับ คุณดังตฤณ ที่ได้เข้ามาช่วยเผยแพร่พระธรรม ที่ลานธรรมนี้ ยินดีอย่างยิ่งครับ.
โดย เทพธรรม [18 ม.ค. 2546 , 05:06:15 น.] ( IP = 203.107.204.40 : : )
สลักธรรม 2
สวัสดีค่ะ ดีมากๆค่ะที่ยกเรื่องพระนิพพานมาตั้งเป็นกระทู้ธรรมเพื่อแสดงให้ทราบทั่วกันว่า พระนิพพานเป็นบรมสุขแท้ค่ะ.
และจะเป็นสิ่งดีมากที่ใครได้รับผลนั้น คือพระนิพพาน จะพ้นไปจากทุกข์.
ด้วยทั้งความทุกข์ และพระนิพพาน เป็นธรรมฝ่ายผลที่เกิดจากเหตุนั่นเอง จึงควรเร่งรู้เหตุทั้ง ๒ ให้ถูกจริง เพื่อจะได้กระทำกิจที่ควรทำ - ควรได้รับอย่างถูกจริงนะคะ.
ขออนุโมทนาสาธุกับทุกๆท่านที่กำลังสร้างวิถีทางให้แก่ชีวิตตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ค่ะ.
แต่อย่าลืมรู้จักทุกข์ให้ดีให้ถูกต้องก่อนนะค่ะ
.ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
![]()
โดย อ.บุษกร เมธางกูร [18 ม.ค. 2546 , 05:41:42 น.] ( IP = 203.107.204.40 : : )
สลักธรรม 3
อนุโมทนากับทุกๆท่านเลยครับ พี่อ๊อดก็ขอเป็นกำลังในในการศึกษาหาความจริงอย่างจริงใจนะครับ เพราะเมื่อยังไม่เข้าใจทุกข์จะพ้นทุกข์ไม่ได้เลย
ดังนั้นชีวิตยังมีอยู่ก็ต้องสู้ไปครับผม
บนเส้นทางกว้างไกลในชีวิต
ที่เคยผิดพลาดมาก็หลายหน
ก้าวพลั้งไปเจ็บปวดจำต้องทน
หลีกไม่พ้นจนผ่านและผันไป
ทุกคนรู้ชีวิตต้องต่อสู้
ทุกคนรู้เลือกเกิดกันไม่ได้
ความเจ็บช้ำน้ำตาอยู่ในใจ
ถึงอย่างไรคงต้องสู้จนชีพวาย
หนทางนี้มิได้โรยกลีบกุหลาบ
เป็นพื้นราบปนขุรขระหลุมหลากหลาย
ให้คนเดินผันผ่านไปมากมาย
ตะวันฉายส่องมาท้าตัวเรา
โลกนี้ย่อมมีสิ่งที่สมหวัง
สร้างรอยยิ้มเป็นกำลังไม่ให้เฉา
เช่นเดียวกันความผิดหวังก็ไม่เบา
คงโศกเศร้าบนทางเดินของบางคน
เพราะชีวิตคือชีวิตอาจผิดพลาด
หากสามารถทนสู้ไปทุกแห่งหน
จักไม่เกิดทางตันจนอับจน
หลุดรอดพ้นเรื่องราวที่รุมมา
แล้วสักวันฟากฟ้าจะเปิดกว้าง
ส่องเห็นทางยาวไกลไร้ปัญหา
แม้วันใดพายุร้ายย่างกรายมา
ก็รู้ว่าสักวันจะผ่านไป..
โดย พี่อ๊อด [18 ม.ค. 2546 , 06:02:38 น.] ( IP = 203.107.204.40 : : )
สลักธรรม 4ขอบคุณมากค่ะคุณดังตฤณ ที่นำความรู้พร้อมกับความรอบคอบมานำเสนอ ..... เป็นประโยชน์แก่การถามและตอบมากเลยค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [18 ม.ค. 2546 , 09:08:32 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.150.112 )
สลักธรรม 5ความจริงนั้น "ไม่มีอัตตา" ใดๆ ในหรือนอกเอกภพ จะยืนยงคงตนเที่ยงแท้ ไม่แปรปรวน โดยอยู่อย่างเดิม ได้นิรันดร แม้แต่ "ปรมาตมัน" เองก็ ยืนยงคงตน อยู่อย่างเที่ยงแท้ นิรันดรไม่ได้
"ความมีอยู่" ทุกอย่างในเอกภพมหาจักรวาล ต้องมีการเปลี่ยนแปลงและหมุนเวียน ทั้งสิ้น ไม่ว่ารูปธรรม หรือ นามธรรม
สิ่งที่ยังปรากฏว่า "มี" จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือแปรปรวน ไม่เที่ยงแท้ (อนิจจัง) และต้องเคลื่อนที่ ไม่มีสิ่งใด อยู่นิ่งๆ ลอยตัวอยู่ได้ อย่างไร้สัมพัทธ์ในมหาเอกภพ ไม่มี "ความมี" ใดๆที่สามารถ คงที่ และเที่ยงแท้ ไม่แปรเปลี่ยนตนเอง หรือ ไม่เคลื่อนไหว วนเวียน
"นิพพาน" นั่นเองแหละ ที่จบสัมบูรณ์ ไม่แปรเปลี่ยนอีกแล้ว แต่กระนั้น ก็ยังเคลื่อนที่ไปกับ เหตุปัจจัย ที่เป็นองค์ประกอบของ "นิพพาน" ซึ่งก็คือ ขันธ์ ๕ ที่ประกอบกันอยู่ กับชีวิตพระอรหันต์ผู้ "ยังไม่ปรินิพพาน"
สุดท้ายแห่งสุดท้าย ก็คือ สภาพ "นิพพาน" เท่านั้นที่ ดับไม่เหลือ ชนิดสิ้นสูญทุกสิ่งอย่าง สำหรับตน ไม่ว่า "อัตตา" หรือ "ปรมาตมัน" แม้แต่ "ขันธ์ ๕" ที่เคยเป็นเหตุปัจจัย ก็มีไม่ได้อีก จึงไม่มีอะไรเคลื่อนไหว เวียนวนใดๆ สัมบูรณ์เด็ดขาด
ที่สุดแห่งที่สุด จะ "ไม่อยู่..ไม่มี" จะสลาย "อัตภาพ" ที่เป็น "อรหัตตภาวะ" สุดท้าย ไปจากมหาเอกภพ ไม่ให้เหลือ "ตัวตน ของตน" อยู่ ณ ที่ไหนๆอีกเลย "สูญสลาย" ไปจากทุกสิ่งทุกอย่าง ในมหาเอกภพนี้ สิ้น "ความมี" อยู่ในมหาเอกภพนี้อีกเด็ดขาด ก็ได้ เป็นที่สุดแห่งที่สุด เรียกว่า "นิพพาน"
ผู้ที่ได้เรียนรู้"โลกใหม่ ที่เรียกว่า โลกุตระ" และได้ปฏิบัติตนจนบรรลุผลสำเร็จจริง นับตั้งแต่ขั้นต้น ที่เรียกว่า "โสดาบัน" ก็เริ่มนับว่าเป็น "อาริยบุคคล" ระดับต้น และจะมีระดับสูงขึ้นๆ ต่อไปแต่ละระดับอีก ทั้งหมด ๔ ระดับ คือ โสดาบัน-สกทาคามี-อนาคามี-อรหันต์ ล้วนเรียกว่า "อาริยบุคคล" ทั้งสิ้น เมื่อจบ "อรหันต์" ก็ถือว่า "ผู้นั้นจบสมบูรณ์ สำหรับประโยชน์ตนสูงสุด"
โดย JaY [18 ม.ค. 2546 , 11:09:59 น.] ( IP = 168.120.12.81 : : )
สลักธรรม 6อนุโมทนาคุณดังตฤนค่ะ ที่แสดงลักษณะของพระนิพพาน พร้อมทั้งทัศนะให้เห็นอย่างรอบคอบ
ขอบคุณมากค่ะ
...
โดย ธัญธร [18 ม.ค. 2546 , 21:57:50 น.] ( IP = 203.113.71.167 : : )
สลักธรรม 7ความเป็นนิพพานนั้นไม่ใช่การไป การมา และเข้าสู่ธรรมชาติน่ะคะ แต่เป็นการไม่มีเชื้อเกิดได้อีกต่อไป
โดย สิริกร [19 ม.ค. 2546 , 19:26:35 น.] ( IP = 203.156.26.101 : : )
สลักธรรม 8อนุโมทนาค่ะ หลวงพ่อสอนว่า พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าทุกอย่างเป็นความว่าง อย่าไปยึด นั้นก็คือพระนิพพานนั้นเอง
โดย MASHIMA [20 ม.ค. 2546 , 10:38:58 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )
สลักธรรม 9คำว่า "มีอยู่"
เพราะเหตุที่มีการดับนั้นเอง พระพุทธเจ้าจึงทรงตรัสว่า "อายตนะนั้นมีอยู่" "ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย อายตนะนั้นมีอยู่ ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ โลกนี้ โลกหน้า พระจันทร์และพระอาทิตย์ทั้งสอง ย่อมไม่มีในอายตนะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่กล่าวซึ่งอายตนะนั้นว่า เป็นการมา เป็นการไป เป็นการตั้งอยู่ เป็นการ จุติ เป็นการอุบัติ อายตนะนั้นหาที่ตั้งอาศัยมิได้ มิได้เป็นไป หาอารมณ์มิได้ นี้แลเป็นที่สุดแห่งทุกข์" (ทรงจัดนิพพานว่าเป็นอายตนะอย่างหนึ่ง :
การมีอยู่ของนิพพานนั้น มีอยู่ เหมือนอย่างเช่นไฟที่ดับไปจากเทียนแล้วเราก็บอกว่า มีการดับ (อย่างงกับคำว่า "มีอยู่" ไม่ใช่วัตถุสิ่งของมีอยู่ ) เหตุที่นิพพาน (การดับกิเลสและขันธ์ ๕ ) มีอยู่ ก็เพราะว่า นิพพานนั้นเป็นอารมณ์ของจิตได้ ถ้านิพพานไม่มี จิตจะไปรับรู้ได้อย่างไร โลกุตตรจิต 8 ก็เกิดขึ้นไม่ได้โดย "อายตนะ" นั้น มีอยู่ ? [20 ม.ค. 2546 , 11:03:30 น.] ( IP = 202.133.187.172 : : )
สลักธรรม 10คำว่า "มีอยู่"
มีหลายคนหลายท่านครับ ที่เกิดความสงสัยในคำว่า มีอยู่ของ นิพพาน บางคนก็นึกเลยเถิดไปว่า น่าจะมีอยู่เป็นแบบ สวรรค์ วิมาน หรือภพภูมิอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่มีแต่ความสุขไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย เพราะติดกับคำว่า "มีอยู่" นี่แหละ
นิพพานคือความดับ หรือการออกจากกิเลสและขันธ์ 5 เพราะเหตุที่มีการดับนั้นเอง พระพุทธเจ้าจึงทรงตรัสว่า "อายตนะนั้นมีอยู่" "ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย อายตนะนั้นมีอยู่ ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ โลกนี้ โลกหน้า พระจันทร์และพระอาทิตย์ทั้งสอง ย่อมไม่มีในอายตนะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่กล่าวซึ่งอายตนะนั้นว่า เป็นการมา เป็นการไป เป็นการตั้งอยู่ เป็นการ จุติ เป็นการอุบัติ อายตนะนั้นหาที่ตั้งอาศัยมิได้ มิได้เป็นไป หาอารมณ์มิได้ นี้แลเป็นที่สุดแห่งทุกข์" (ทรงจัดนิพพานว่าเป็นอายตนะอย่างหนึ่ง : ดูต่อไป -,)
การมีอยู่ของนิพพานนั้น มีอยู่ เหมือนอย่างเช่นไฟที่ดับไปจากเทียนแล้วเราก็บอกว่า มีการดับ (อย่างงกับคำว่า "มีอยู่" ไม่ใช่วัตถุสิ่งของมีอยู่ ) เหตุที่นิพพาน (การดับกิเลสและขันธ์ ๕ ) มีอยู่ ก็เพราะว่า นิพพานนั้นเป็นอารมณ์ของจิต 19 ดวงได้ (มโนทวาราวัชชนะจิต 1, อภิญญาจิต 2, มหากุศลญาณสัมปยุตตจิต 4, มหากิริยาญาณสัมปยุตตจิต 4, โลกุตตรจิต 8 ) ถ้านิพพานไม่มี จิตจะไปรับรู้ได้อย่างไร โลกุตตรจิต 8 ก็เกิดขึ้นไม่ได้
ความไม่มีอะไรเลยในนิพพานนั่นแหละ จัดเป็นความมีอยู่อย่างหนึ่ง เหมือนกับที่เรากล่าวว่า ความไม่แน่นอน คือความแน่นอนหรือเป็นความแน่นอน เป็นความจริงแท้ เพราะฉะนั้นนิพพานจึงเป็น สูญ ว่างเปล่าโดย ความมีอยู่ของนิพพาน [20 ม.ค. 2546 , 11:13:36 น.] ( IP = 202.133.187.172 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |