มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บิณฑบาตครั้งสุดท้าย




บิณฑบาตครั้งสุดท้าย





ในกาลนั้นนายจุนท์ได้สดับข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมาสถิตอยู่ในสวนของตน ก็มีความยินดีได้นำสักการะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ ถวายนมัสการแล้วนั่ง ณ ที่ควร พระบรมศาสดาตรัสพระธรรมเทศนาโปรดให้นายจุนท์ชื่นชมโสมนัสและบรรลุโสดาปัตติผล นายจุนท์ได้กราบทูลนิมนต์พระผู้มีพระภาคกับทั้งพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ให้เข้าไปรับอาหารบิณฑบาตยังนิเวศน์ของตน พระบรมศาสดาทรงรับด้วยดุษณีภาพ



ครั้นนายจุนท์ทราบในพุทธอัธยาศัยแล้วก็กลับคืนสู่นิเวศน์ ให้ตกแต่งขาทนียะและโภชนียาหารกับทั้งสุกรมัทวะประกอบด้วยรสอันเอมโอชแต่ในเวลาราตรี ครั้นรุ่งเช้านายจุนท์ได้ออกไปทูลอัญเชิญเสด็จพระบรมศาสดา



พระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ได้เสด็จไปยังนิเวศน์ของนายจุนท์ ประทับนั่งบนพุทธาอาสน์แล้ว ตรัสแก่นายจุนท์ว่า “สุกรมัทวะซึ่งท่านตกแต่งไว้นั้น จงอังคาสเฉพาะแต่ตถาคตผู้เดียว ที่เหลือนั้นให้ขุดหลุมฝังเสีย และจงอังคาสภิกษุสงฆ์ทั้งหลายด้วยอาหารอย่างอื่นๆเถิด” นายจุนท์ก็กระทำตามพระพุทธบัญชา ครั้นเสร็จภัตกิจแล้วก็ตรัสอนุโมทนา ให้นายจุนท์ปสาทะเบิกบานในไทยทานที่ถวายแล้ว ก็เสด็จกลับไปสู่อัมพวัน



เมื่อพระพุทธองค์ทรงเสวยภัตตาหารของนายจุนท์ในวันนั้นก็ทรงประชวรพระโรค “โลหิตปักขันทิกาพาธ” มีกำลังกล้าลงพระโลหิต เกิดทุกขเวทนามาก ได้แสดงปุพพกรรมที่ทรงทำไว้ในชาติก่อน แก่พระอานนท์แล้วตรัสว่า “อานนท์ มาเราจะไปสู่เมืองกุสินารานคร” พระอานนท์รับพระบัญชาแจ้งให้พระสงฆ์ทั้งหลายเตรียมตามเสด็จพร้อมแล้ว

โดย เบญจพร : นำเสนอ [21 ม.ค. 2546 , 08:48:58 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ทรงขอน้ำเสวย





ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคทรงเยียวยาพระโรคาพาธด้วยโอสถ คือสมาบัติภาวนา เสด็จจากเมืองปาวาพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ตามมรรคาโดยลำดับ ขณะที่เสด็จพระพุทธดำเนินตามทางนั้น ให้บังเกิดกระหายน้ำเป็นกำลัง จึงเสด็จแวะเข้าพักยังร่มไม้ริมทาง พลางตรัสเรียกพระอานนท์ว่า “อานนท์ ตถาคตกระหายน้ำมาก เธอจงไปตักน้ำมาให้ตถาคตดื่มระงับความกระหายให้สงบ”



เป็นครั้งแรกและเป็นครั้งเดียว ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเรียกขอน้ำเสวยในขณะเดินทางยังไม่ถึงที่พัก เนื่องด้วยพระองค์ทรงประชวรมาก ใกล้อวสานพระชนม์ ต้องเสวยทุกขเวทนาซึ่งเกิดแต่สังขาร สมดังกระแสพระโอวาทที่ตรัสว่า “สังขารเป็นมารทำลายความสงบสุข ไม่เลือกว่าสังขารของผู้ใดทั้งสิ้น”


พระอานนท์ได้กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เกวียนประมาณ ๕๐๐ เล่มเพิ่งข้ามแม่น้ำนี้ไป แม่น้ำนี้เป็นแม่น้ำเล็ก น้ำในแม่น้ำก็น้อย เมื่อล้อเกวียนมากด้วยกัน บดไปตลอดทุกเล่ม น้ำขุ่นนัก ไม่ควรจะเป็นน้ำเสวย ถัดนี้ไปไม่ไกลนัก แม่น้ำกกุธานทีมีน้ำจืดใสเย็น ทั้งมีท่ารื่นรมย์เชิญเสด็จพระผู้มีพระภาคไปยังแม่น้ำกกุธานทีโน้นเถิด ผิวะเสวยหรือจะสรงก็จะเย็นเป็นสุขสำราญ”



“ไปเถอะ อานนท์” ทรงรับสั่ง “ไปนำน้ำในแม่น้ำนี้แหละมาให้ตถาคตดื่มบรรเทาความกระหาย” พระอานนท์ได้กราบทูลทัดทานถึง ๒ ครั้ง เมื่อได้สดับกระแสรับสั่งครั้งที่ ๓ พระเถรเจ้าก็อนุวัตรตามพระบัญชาทันที ด้วยได้สติรู้ทันในพระบารมีของพระสัมพุทธเจ้าว่า “อันธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จะดำรงคงพระวาจามั่นในสิ่งซึ่งหาสาเหตุมิได้ เป็นไม่มี” จึงรีบนำบาตรเดินตรงไปยังแม่น้ำนั้น ครั้นเข้าไปใกล้แม่น้ำนั้นก็พลันได้ปีติโสมนัส ด้วยพุทธานุภาพของพระพุทธเจ้ามาบันดาลน้ำในแม่น้ำซึ่งขุ่นข้นให้กลับกลายเป็นน้ำใสสะอาดปราศจากมลทิน


เมื่อพระอานนท์ได้เห็นเช่นนั้นก็เกิดอัศจรรย์ใจ พิศวงในอานุภาพของพระผู้มีพระภาคเจ้า ดำริว่า “อานุภาพอันใหญ่หลวงของพระพุทธเจ้าเห็นปานนี้เป็นความอัศจรรย์ ไม่เคยมีมาในกาลก่อน” พระเถรเจ้าได้ลงไปตักน้ำด้วยโสมนัส แล้วเดินมาด้วยความบันเทิง น้อมเข้าไปถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ทรงเสวยตามพระพุทธประสงค์แล้วได้กราบทูลถึงเหตุอัศจรรย์ที่ได้ประสบมานั้น


ครั้งนั้น ปุกกุสะบุตรแห่งมัลลกษัตริย์ ผู้เป็นสาวกของท่านอาฬารดาบส กาลามโคตร เดินทางจากเมืองกุสินารา เพื่อจะไปยังปาวานครโดยทางนั้น ครั้นมาถึงที่นั้นเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ร่มไม้ใหญ่ริมทาง จึงเข้าไปเฝ้าถวายบังคม แล้วนั่ง ณ ที่ควร พระบรมศาสดาได้ทรงแสดงสันติวิหารธรรมโปรด ปุกกุสะได้สดับแล้วเกิดความเลื่อมใส ได้น้อมคู่ผ้าสิงคิวรรณอันมีเนื้อละเอียด มีสีดังทองสิงคี งามประณีตมีค่ามาก ถวายพระผู้มีพระภาค พร้อมด้วยกราบทูล “ขอพระผู้มีพระภาคได้ทรงอนุเคราะห์ รับคู่ผ้าสิงคิวรรณนี้ เพื่อประโยชน์สุขแก่ข้าพระองค์สิ้นกาลนานเถิด”


“ปุกกุสะ ถ้าเช่นนั้น เธอจงคลุมกายตถาคตเพียงผืนเดียว อีกผืนหนึ่งจงให้อานนท์เถิด” ปุกกุสะได้น้อมผ้าเข้าถวายเป็นพุทธบริโภคผืนหนึ่ง ถวายพระอานนท์เถระผืนหนึ่ง ตามพระพุทธบัญชา พระบรมศาสดาได้ทรงแสดงธรรมีกถาให้ปุกกุสะมัลลบุตร เบิกบานรื่นเริงในกุศลจริยาตามสมควร แล้วปุกกุสะได้อภิวาททูลลาไป

โดย เบญจพร [21 ม.ค. 2546 , 08:50:03 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 2

ผิวกายของพระพุทธเจ้าผ่องใสยิ่งใน ๒ เวลา





เมื่อปุกกุสะมัลลบุตรหลีกไปแล้ว พระอานนท์เถระได้นำผ้าสิงคิวรรณทั้ง ๒ ผืนเข้าถวายพระผู้มีพระภาค ทรงนุ่งผืนหนึ่ง ห่มผืนหนึ่ง ผ้าสิงคิวรรณสีดุจถ่านไฟที่ปราศจากเปลวงาม เมื่อพระเถรเจ้านำเข้าถวายปกคลุมพระกายเป็นพุทธบริโภคทั้งคู่ ในทันใดนั้น ผิวกายของพระผู้มีพระภาค ก็งามบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งนัก


พระอานนท์ได้กราบทูลสรรเสริญ ความอัศจรรย์ของพระฉวีวรรณ งามผ่องใสสมกับคู่ผ้าสิงคิวรรณที่ปกคลุมพระกายยิ่งนัก “จริงดังอานนท์สรรเสริญ” พระผู้มีพระภาคทรงรับสั่ง “กายของตถาคตย่อมงามบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งใน ๒ เวลาคือ เวลาราตรีที่จะตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ๑ และเวลาราตรีที่จะปรินิพพาน ๑ อานนท์เวลานี้แล กายของตถาคตงามบริสุทธิ์ยิ่งนัก”


“อานนท์ ในยามที่สุดแห่งราตรีวันนี้แหละ ตถาคตจะปรินิพพาน ณ ระหว่างไม้สาละทั้งคู่ ณ สาลวัน แห่งมัลลกษัตริย์ ใกล้เมืองกุสินารา อานนท์ เรามาไปพร้อมกันยังแม่น้ำกกุธานที” พระอานนท์รับพระบัญชา มาแจ้งให้พระสงฆ์ทราบทั่วกัน


ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็เสด็จไปโดยมรรคานั้น จนถึงแม่น้ำกกุธานที เสด็จลงเสวยและสนานสำราญพระกายตามอัธยาศัยแล้ว เสด็จขึ้นมาประทับยังร่มไม้ รับสั่งให้พระจุนท์เถระลาดสังฆาฏิถวาย ด้วยขณะนั้นพระอานนท์กำลังบิดผ้าชุบสรงอยู่ แล้วสมเด็จพระบรมครูก็เสด็จบรรทมระงับความลำบากกายที่ตรากตรำมาในระยะทาง



…ยังมีต่อค่ะ…





จาก....พุทธประวัติทัศนศึกษา โดย....พระธรรมโกศาจารย์

โดย เบญจพร [21 ม.ค. 2546 , 08:50:37 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 3

อ่านไปก็รู้สึกถึงความเศร้าที่เกิดขึ้นมาในใจ และก็นึกถึงเมื่อครั้งที่ได้เดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถานที่ประเทศอินเดียกับท่านอาจารย์บุษกรนะคะ... จำได้ว่า คณะของเราได้นำผ้าคลุมพระวรกายไปคลุมถวายพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ณ เมืองกุสินารา ...ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่าสืบเนื่องด้วยสาเหตุใด ..แต่ในครั้งนี้ที่อ่านเรื่องผ้าสิงคิวรรณ...จึงทำให้เกิดความปีติใจที่พวกเราได้มีโอกาสถวายผ้าคลุมพระองค์ขึ้นมาค่ะ..... ขอบคุณมากนะคะอาจารย์เบญจพร

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ม.ค. 2546 , 10:45:05 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

จริงอย่างที่น้องกิ๊ฟ พูดนึกถึงตอนที่ไปอินเดียแล้วเข้าไปนมัสกากรพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ทำให้ความศรัทธานั้นเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ
ขออนุโมทนาอาจารย์เบญจพรค่ะ

โดย MASHIMA [23 ม.ค. 2546 , 09:11:17 น.] ( IP = 210.1.12.130 : : )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนากับน้องเบญจพรมากค่ะ สังขารเป็นมารทำลายความสงบสุข ไม่เลือกว่าสังขารของผู้ใดทั้งสิ้นจะไม่มีสังขารก็ต้องเร่งเพียรปฏิบัติวิปัสสนาจนบรรลุพระอรหันต์เท่านั้นค่ะ ขอบคุณค่ะ

โดย พี่เล็ก [24 ม.ค. 2546 , 00:00:18 น.] ( IP = 203.107.203.197 : : )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนาค่ะอาจารย์เบญจพร

โดย มด [24 ม.ค. 2546 , 18:38:05 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org