มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ลักษณะของจิตตอนใกล้ตาย




ลักษณะของจิตตอนใกล้ตาย
ศพป.

ลักษณะของจิตตอนใกล้จะตายในภพชาติหนึ่งๆ มีอธิบายอยู่แล้ว ในอภิธรรม ในตอนที่เกี่ยวกับวิถีสังคหะ ในตอนที่ว่าด้วย มรณาสันนวิถี , พูดย่อๆคือตรงนั้นอารมณ์ของจิตจะอ่อนมาก ชวนะจิตจะเหลือแค่ ๔ หรือ ๕ ชวะเท่านั้น แล้วจะเหนี่ยวอามณ์ที่เกิดขึ้นในตอนหลังสุดนี้ เอาไปเกิดในภพชาติต่อไป แล้วแต่กรรมอะไรจะโผล่ออกมาให้ผลตอนนั้น ที่เรียกกันว่ากรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์หรือกรรมารมณ์
คือหมายความว่าทำกรรมอะไรไว้ไม่ว่าดีหรือชั่ว กรรมไหนที่มีกำลังที่สุดก็จะแสดงตัวเป็นรูปแบบของกรรมนั้นออกมาให้จุติจิตจับไว้ แล้วดับไป จิตดวงต่อไปก้คือปฏิสนธิจิตจะเกิดในภพชาติใหม่ทันที เอาอารมณ์เดียวจากจุติจิตที่ส่งต่อมาให้นั้นไว้ เป็นเครื่องจับ เช่นคนเคยฆ่าคนตายเมื่อจิตดวงสุดท้ายจะดับลงก็อาจจะเห็นภาพว่ากำลังลงมือฆ่าคนมา ภาพนี้ก็จะมาปรากฎ ทำให้จิตนั้นมีความทุกข์ร้อนใจอย่างมาก และเหนี่ยวนำให้ไปเกิดต่อในอบายภูมิเลย(ส่วนมากในนรก)
ถ้าทำกรรมดีมาเช่นเคยสร้างกุฏิถวายวัด ภาพสุดท้ายก่อนตายอาจจะเห็นภาพกุฏิที่สร้างนั้นโผล่มา หรือตนกำลังกรวดน้ำอยู่ หรือภาพที่ตนกำลังลงมือก่อสร้างอยู่ จิตก็จะเป็นกุศลสุขสบาย เหนี่ยวนำให้ไปเกิดในสุคติ
เวลาจิตไปเกิด ไม่มีสภาพอะไรให้จับได้ เพราะไปได้ในหลายสภาพที่ไม่อาจมีใครวาดมโนภาพได้ เร็วยิ่งกว่าแสง เร็วจนไม่มีขอบเขตจำกัด อย่าเข้าใจผิดว่า จะออกจากร่างไปในลักษณะคล้ายๆวิญญาณที่เป็นรูปร่างของคนนั้นกำลังออกไปจากร่าง เหมือนที่เห็นในภาพยนตร์หรือตามที่คนทั่วๆไปนึกกัน เพราะจิตไม่ใช่สสารไม่ใช่พลังงาน แต่มาเกี่ยวข้องปรุงแต่งกับสสารพลังงานได้ตามเจตนาของจิตนั้นเอง จิตไม่มีขนาด ไม่มีสี ไม่มีน้ำหนัก จึงไม่อาจจะวัดได้ด้วยเครื่องมือใดๆนอกจาก จากจิตอื่นที่มีความสามารถจะรู้ได้เท่านั้นจึงจะรู้ถึงกันได้ เช่นผู้ที่มีอภิญญาสามารถรู้จิตคนอื่นได้, ถ้ายังฝึกไม่ถึงขั้นอภิญญาก็หมดสิทธิ์ที่จะรู้ได้, ส่วนที่บางคนเห็นว่าคนตายไปแล้วมาหาในบางครั้งนั้น อันนั้นก็คือจิตนั้นได้เกิดเรียบร้อยแล้ว เป็นอะไรสักอย่าง เช่นพระภูมิเจ้าที่ ผีบ้านผีเรือน เปรต อสุรกาย เทวดาชั้นใดชั้นหนึ่ง..ฯลฯ .


คัดลอกมาจาก .http://www.budpage.com ครับผมเผื่อท่านจะมีความเห็นร่วมครับผม

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [28 ม.ค. 2546 , 07:32:30 น.] ( IP = 203.155.227.247 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ตามมาอ่านค่ะ...ยังไม่มีเวลาพิจารณาอย่างช้าๆ ...เสร็จงานราชการสำคัญแล้วจะกลับมาอ่านอีกครั้งค่ะ...

โดย น้องกิ๊ฟ [28 ม.ค. 2546 , 16:14:50 น.] ( IP = 203.146.170.2 : : )


  สลักธรรม 2

ไม่เคยรู้ว่าจิตตอนใกล้ตายเป็นอย่างไร แต่จากการที่ได้เห็นตอนที่จิตจะจากร่างของคุณแม่ไป (เห็นจะๆกับตา) รู้สึกว่าคนเราตอนจะตายคงมีหลายแบบ แต่แบบที่เห็นจากการจากไปของคุณแม่เป็นแบบที่ไม่มีวันลืม คุณแม่ไม่มีอาการป่วยไข้มาก่อน แข็งแรงดีมากสำหรับคนอายุ 83 ย่าง 84 วันที่คุณแม่จะเสีย ท่านมีอาการ อาเจียรออกมานิดเดียวเป็นน้ำ ดิฉันได้เห็นในทันทีที่ท่านมีอาการนั้น และเข้าไปถามว่าแม่อาเจียรหรือคะ ท่านพยักหน้า และหยิบผ้ามาเช็ด ท่านถูอยู่อย่างนั้น ณ วินาทีนั้นเองดิฉันว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เพราะท่านถูไปเรื่อยไม่หยุด จนดิฉัน
ต้องไปจับมือให้หยุดถู คุณแม่มีอาการหายใจถี่ๆ ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่านี่เป็นอาการอะไร (ไม่เคยเห็นคนใกล้ตาย) ตอนนั้นยังไม่คิดว่าแม่เราจะตาย ถามคุณแม่ว่า เป็นอะไรหายใจไม่สดวกใช่ไม๊คะ ท่านพยักหน้า กำลังจะพาท่านส่งโรงพยาบาล ความที่ตกใจถามท่านไปว่า แม่จะทิ้งหนูแล้วเหรอ จะจากหนูไปเหรอ ท่านลืมตาขึ้นมามองแล้วพยักหน้า ไม่มีท่าทางคนใกล้ตาย เหมือนคนรู้สติทุกอย่าง ดิฉันจึงบอกท่านไปว่า ถ้าแม่จะไป หนูขอให้แม่ไปอยู่ที่แม่เป็นสุขที่สุดนะคะ (ตอนนั้นร้องไห้มาก ไม่อยากพูดคำนี้เลย เหมือนเป็นการสั่งลา แต่ถ้าไม่พูดก็กลัวว่าไม่มีใครบอกทางแม่ มันสับสนมาก ถ้าพูดก็เหมือนจะแช่งให้แม่เราตาย) แล้วคุณแม่ก็หลับตาและนอนซบไปที่ไหล่เรา ไม่มีอาการทุรนทุราย นอนหลับเฉยๆ ณ ขณะนั้นยังคิดว่า อีกเดี๋ยวแม่จะลืมตาและขอกินยาหอม และแม่จะเหมือนเดิม นั่นคือจิตแม่ออกจากร่างไปแล้ว แม่ตายแล้ว ยามที่จิตออกจากร่างมันช่างง่ายดายเสียจริง ทุกอย่างจบในชั่วพริบตา ไปตามทางของแต่ละคน ตอนที่คุณแม่จากไปตอนนั้นยังคิดว่า ดวงวิญญาณแม่ยังอยู่ในบ้านนี้ไม๊นะ จะเห็นว่าเรากำลังร้องไห้อยู่ไม๊ แม่จากเราไปแล้วจริงๆเหรอ ในวินาทีวันนี้ 8.20 น. 14 สิงหาคม 2545 แม่จากไปชั่วนิรันดร์.

โดย พี่เงี้ยว [28 ม.ค. 2546 , 20:01:30 น.] ( IP = 203.148.232.107 : : 203.148.217.165 )


  สลักธรรม 3

อนุโมทนากับพี่เทพธรรมค่ะ

โดย เล็ก [28 ม.ค. 2546 , 22:30:13 น.] ( IP = 203.107.206.48 : : )


  สลักธรรม 4

อ่านไปๆก็ดูเหมือนว่าจะสอดคล้องกับพระปริยัติที่เคยศึกษามา แต่เมื่ออ่านมาถึง"เวลาจิตไปเกิด ไม่มีสภาพอะไรให้จับได้ เพราะไปได้ในหลายสภาพที่ไม่อาจมีใครวาดมโนภาพได้ เร็วยิ่งกว่าแสง เร็วจนไม่มีขอบเขตจำกัด อย่าเข้าใจผิดว่า จะออกจากร่างไปในลักษณะคล้ายๆวิญญาณที่เป็นรูปร่างของคนนั้นกำลังออกไปจากร่าง เหมือนที่เห็นในภาพยนตร์หรือตามที่คนทั่วๆไปนึกกัน เพราะจิตไม่ใช่สสารไม่ใช่พลังงาน แต่มาเกี่ยวข้องปรุงแต่งกับสสารพลังงานได้ตามเจตนาของจิตนั้นเอง" ตรงนี้อ่านแล้วคิดว่าคงไม่ใช่สภาวะของจิตอย่างแน่นอน เพราะจิตมีการรู้อารมณ์เป็นลักษณะ และยังเป็นประธานแก่ธรรมทั้งปวง นอกจากนี้อาการปรากฏของจิตมีการเกิดขึ้นและดับไปต่อเนื่องกันไปอย่างไม่ขาดสาย โดยเป็นไปตามเหตุและปัจจัย เท่านั้น คงไม่มีจิตที่วิ่งไปมาในหลายสถานอย่างแนนอน ดังนั้นหากคิดว่าจิตที่มีสภาพเที่ยงและไปตามที่ต่างๆได้ อย่างนี้ก็คงเรียกว่ายังเห็นผิด และเรียกว่ายังมีสัสตตทิฏฐิ และนอกจากนี้จิตก็ไม่ใช่สสารไม่ใช่พลังงาน แต่มาเกี่ยวข้องปรุงแต่งกับสสารพลังงานได้ตามเจตนาของจิตอย่างแน่นอน เพราะมีแต่เจตสิก ที่มาประกอบกับจิต ที่ทำให้จิตมีสภาพปรุงแต่งที่แตกต่างกัน

โดย หมออุ๊ [28 ม.ค. 2546 , 22:39:48 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org