| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ลักษณะของจิตตอนใกล้ตาย
สลักธรรม 1
ตามมาอ่านค่ะ...ยังไม่มีเวลาพิจารณาอย่างช้าๆ ...เสร็จงานราชการสำคัญแล้วจะกลับมาอ่านอีกครั้งค่ะ...
โดย น้องกิ๊ฟ [28 ม.ค. 2546 , 16:14:50 น.] ( IP = 203.146.170.2 : : )
สลักธรรม 2ไม่เคยรู้ว่าจิตตอนใกล้ตายเป็นอย่างไร แต่จากการที่ได้เห็นตอนที่จิตจะจากร่างของคุณแม่ไป (เห็นจะๆกับตา) รู้สึกว่าคนเราตอนจะตายคงมีหลายแบบ แต่แบบที่เห็นจากการจากไปของคุณแม่เป็นแบบที่ไม่มีวันลืม คุณแม่ไม่มีอาการป่วยไข้มาก่อน แข็งแรงดีมากสำหรับคนอายุ 83 ย่าง 84 วันที่คุณแม่จะเสีย ท่านมีอาการ อาเจียรออกมานิดเดียวเป็นน้ำ ดิฉันได้เห็นในทันทีที่ท่านมีอาการนั้น และเข้าไปถามว่าแม่อาเจียรหรือคะ ท่านพยักหน้า และหยิบผ้ามาเช็ด ท่านถูอยู่อย่างนั้น ณ วินาทีนั้นเองดิฉันว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เพราะท่านถูไปเรื่อยไม่หยุด จนดิฉัน
ต้องไปจับมือให้หยุดถู คุณแม่มีอาการหายใจถี่ๆ ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่านี่เป็นอาการอะไร (ไม่เคยเห็นคนใกล้ตาย) ตอนนั้นยังไม่คิดว่าแม่เราจะตาย ถามคุณแม่ว่า เป็นอะไรหายใจไม่สดวกใช่ไม๊คะ ท่านพยักหน้า กำลังจะพาท่านส่งโรงพยาบาล ความที่ตกใจถามท่านไปว่า แม่จะทิ้งหนูแล้วเหรอ จะจากหนูไปเหรอ ท่านลืมตาขึ้นมามองแล้วพยักหน้า ไม่มีท่าทางคนใกล้ตาย เหมือนคนรู้สติทุกอย่าง ดิฉันจึงบอกท่านไปว่า ถ้าแม่จะไป หนูขอให้แม่ไปอยู่ที่แม่เป็นสุขที่สุดนะคะ (ตอนนั้นร้องไห้มาก ไม่อยากพูดคำนี้เลย เหมือนเป็นการสั่งลา แต่ถ้าไม่พูดก็กลัวว่าไม่มีใครบอกทางแม่ มันสับสนมาก ถ้าพูดก็เหมือนจะแช่งให้แม่เราตาย) แล้วคุณแม่ก็หลับตาและนอนซบไปที่ไหล่เรา ไม่มีอาการทุรนทุราย นอนหลับเฉยๆ ณ ขณะนั้นยังคิดว่า อีกเดี๋ยวแม่จะลืมตาและขอกินยาหอม และแม่จะเหมือนเดิม นั่นคือจิตแม่ออกจากร่างไปแล้ว แม่ตายแล้ว ยามที่จิตออกจากร่างมันช่างง่ายดายเสียจริง ทุกอย่างจบในชั่วพริบตา ไปตามทางของแต่ละคน ตอนที่คุณแม่จากไปตอนนั้นยังคิดว่า ดวงวิญญาณแม่ยังอยู่ในบ้านนี้ไม๊นะ จะเห็นว่าเรากำลังร้องไห้อยู่ไม๊ แม่จากเราไปแล้วจริงๆเหรอ ในวินาทีวันนี้ 8.20 น. 14 สิงหาคม 2545 แม่จากไปชั่วนิรันดร์.โดย พี่เงี้ยว [28 ม.ค. 2546 , 20:01:30 น.] ( IP = 203.148.232.107 : : 203.148.217.165 )
สลักธรรม 3
อนุโมทนากับพี่เทพธรรมค่ะ
โดย เล็ก [28 ม.ค. 2546 , 22:30:13 น.] ( IP = 203.107.206.48 : : )
สลักธรรม 4อ่านไปๆก็ดูเหมือนว่าจะสอดคล้องกับพระปริยัติที่เคยศึกษามา แต่เมื่ออ่านมาถึง"เวลาจิตไปเกิด ไม่มีสภาพอะไรให้จับได้ เพราะไปได้ในหลายสภาพที่ไม่อาจมีใครวาดมโนภาพได้ เร็วยิ่งกว่าแสง เร็วจนไม่มีขอบเขตจำกัด อย่าเข้าใจผิดว่า จะออกจากร่างไปในลักษณะคล้ายๆวิญญาณที่เป็นรูปร่างของคนนั้นกำลังออกไปจากร่าง เหมือนที่เห็นในภาพยนตร์หรือตามที่คนทั่วๆไปนึกกัน เพราะจิตไม่ใช่สสารไม่ใช่พลังงาน แต่มาเกี่ยวข้องปรุงแต่งกับสสารพลังงานได้ตามเจตนาของจิตนั้นเอง" ตรงนี้อ่านแล้วคิดว่าคงไม่ใช่สภาวะของจิตอย่างแน่นอน เพราะจิตมีการรู้อารมณ์เป็นลักษณะ และยังเป็นประธานแก่ธรรมทั้งปวง นอกจากนี้อาการปรากฏของจิตมีการเกิดขึ้นและดับไปต่อเนื่องกันไปอย่างไม่ขาดสาย โดยเป็นไปตามเหตุและปัจจัย เท่านั้น คงไม่มีจิตที่วิ่งไปมาในหลายสถานอย่างแนนอน ดังนั้นหากคิดว่าจิตที่มีสภาพเที่ยงและไปตามที่ต่างๆได้ อย่างนี้ก็คงเรียกว่ายังเห็นผิด และเรียกว่ายังมีสัสตตทิฏฐิ และนอกจากนี้จิตก็ไม่ใช่สสารไม่ใช่พลังงาน แต่มาเกี่ยวข้องปรุงแต่งกับสสารพลังงานได้ตามเจตนาของจิตอย่างแน่นอน เพราะมีแต่เจตสิก ที่มาประกอบกับจิต ที่ทำให้จิตมีสภาพปรุงแต่งที่แตกต่างกัน
โดย หมออุ๊ [28 ม.ค. 2546 , 22:39:48 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |