| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เวลาแห่งปัญญา สัมปยุตตปัจจัย (19)
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
ปรมัตถธรรม 4 ประการ อันได้แก่ จิต เจตสิก รูป และ นิพพาน
แบ่งเป็น
ด้านนามธรรม 3 ประการ ได้แก่ จิต เจตสิก และนิพพาน
และ ด้านรูปธรรม 1 ประการ ได้แก่ รูป
โดย อัญชลี สมโสภณ [28 ม.ค. 2546 , 21:46:00 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )
สลักธรรม 2ทั้ง 4 ประการต่างก็มีลักษณะเฉพาะที่เป็นพิเศษของตนเอง เรียกว่า วิเสสลักษณะ ซึ่งมีลักษณะประกอบ 4 ประการ เรียกว่า ลักขณาทิจตุกะ
ได้แก่
1 มีเครื่องหมาย หรือสภาพโดยเฉพาะที่ประจำลักษณะนั้น เรียกว่า ลักษณะ มีดังนี้
จิต จึงมีการรู้อารมณ์ เป็นลักษณะ
เจตสิก มีการอาศัยจิตเกิดขึ้น เป็นลักษณะ
รูป-มีการสลายแปรปรวน เป็นลักษณะ
นิพพาน มีความสงบจากปวงทุกข์ เป็นลักษณะ
2. มีหน้าที่ กิจการงาน เรียกว่า กิจมีดังนี้
จิต มีการเกิดก่อนและเป็นประธานในธรรมทั้งปวง เป็นกิจ
เจตสิก มีการเกิดร่วมกับจิต เป็นกิจ
รูป มีการแยกออกจากกัน (กับจิต) ได้ เป็นกิจ
นิพพาน-มีความไม่แตกดับ เป็นกิจ
3.มีอาการปรากฏที่เกิดจากธรรมนั้นๆ เรียกว่า ปัจจุปัฏฐาน มีดังนี้
จิต- มีการเกิดขึ้นต่อเนื่องกันไม่ขาดสาย เป็นผล หรือเป็นอาการปรากฏ
เจตสิก-มีการรับอารมณ์อย่างเดียวกันกับจิต เป็นผล หรือเป็นอาการปรากฏ
รูป มีความเป็นอพพยากตธรรม เป็นผล หรือเป็นอาการปรากฏ
นิพพาน-มีการไม่มีนิมิตเครื่องหมาย มีการสลัดออกจากภพ เป็นผล หรือเป็นอาการปรากฏ
4. มีเหตุใกล้ที่ทำให้ธรรมนั้นเกิด เรียกว่า ปทัฏฐาน มีดังนี้
จิต มีนามรูป เป็นเหตุใกล้ให้เกิด
เจตสิก มีการเกิดขึ้นแห่งจิต เป็นเหตุใกล้
รูป- มีวิญญาณ(จิต) เป็นเหตุใกล้
นิพพาน-ไม่มีเหตุใกล้ เพราะเป็นธรรมที่พ้นจากเหตุปัจจัยทั้งปวงมาปรุงแต่ง
โดย อัญชลี สมโสภณ [28 ม.ค. 2546 , 21:51:09 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )
สลักธรรม 3
สัมปยุตต ต่างกับวิปปยุตต อย่างไร
![]()
ธรรมที่เป็น สัมปยุตต ได้นั้นต้องประกอบด้วยลักษณะ 4 ประการ
1. เอกุปปาทะ หมายถึง เวลาเกิดก็เกิดร่วมกัน
2. เอกนิโรธ หมายถึง เวลาดับก็ดับพร้อมกัน
3. เอกาลัมพณะ หมายถึง มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน
4. เอกวัตถุกะ หมายถึง มีที่อาศัยเดียวกันหากธรรมใดไม่มีลักษณะทั้ง 4 ย่อมไม่สามารถนำไปสู่ สัมปยุตต ได้
และ จากที่ได้กล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า มีแต่ จิต และเจตสิก เท่านั้นที่มีลักษณะร่วมกันได้ หรือ เป็นสัมปยุตตกันได้ เพราะประกอบด้วยอาการครบลักษณะทั้ง 4 คือเอกุปปาทะ
เอกนิโรธ
เอกาลัมพณะ และ
เอกวัตถุกะ
โดย อัญชลี สมโสภณ [28 ม.ค. 2546 , 21:53:33 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )
สลักธรรม 4นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า
ระหว่างนามขันธ์ 4 และนิพพาน แม้ว่า จะเป็นนามธรรมเหมือนกัน แต่ การเกิดร่วมกันนั้น ไม่ใช่สัมปยุตต แต่เป็นวิปปยุตต
และระหว่างนามขันธ์ 4 ที่เกิดร่วมกับ รูป ก็ไม่ใช่สัมปยุตต แต่เป็นวิปปยุตต
เพราะว่า ไม่มีอาการครบทั้ง 4 ประการ นั่นเองโดย อัญชลี สมโสภณ [28 ม.ค. 2546 , 21:57:30 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )
สลักธรรม 5หรือบางท่านอาจคิดว่า
รูป กับรูป ที่เกิดร่วมกันน่าจะเป็นสัมปยุตตได้ แต่ก็ไม่ใช่สัมปยุตต เพราะไม่มีอาการครบทั้ง 4 ประการ เช่นเดียวกันระหว่างรูปกับรูป รูปกับนิพพาน ทั้งหมดนี้ และก็ไม่เรียกว่า เป็นสัมปยุตต หรือ วิปปยุตต แต่อย่างไร
โดย อัญชลี สมโสภณ [28 ม.ค. 2546 , 21:59:15 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )
สลักธรรม 6สัมปยุตตปัจจัย หมายถึงอย่างไร
สัมปยุตตปัจจัย หมายถึงธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นผู้ประกอบเข้ากันได้
ปัจจัยนี้ จัดเป็นประเภท นาม เป็นปัจจัยแก่ นาม
ทั้งปัจจัยและปัจจยุปบัน มีการเกิดร่วมกันในคราวเดียวกัน เป็นสหชาตชาติ
และเกิดขึ้นในปัจจุบันกาลเท่านั้น![]()
ปัจจัยนี้ได้แก่ นามขันธ์ 4 ได้แก่ จิต 89 เจตสิก 52 แล้วแต่จะยกขันธ์ใด เป็นปัจจัย ขันธ์นั้นก็เป็นสัมปยุตตปัจจัยโดย อัญชลี สมโสภณ [28 ม.ค. 2546 , 22:01:02 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )
สลักธรรม 7ตัวอย่างเช่น
หากยกขันธ์ใดขันธ์หนึ่งเป็นปัจจัย เช่น เวทนาขันธ์ นามขันธ์ 3 ที่เหลือ ได้แก่ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ ก็ทำหน้าที่เป็นปัจจยุปบัน
หากยกนามขันธ์ 3เป็นปัจจัย เช่น สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ นามขันธ์ 1 ที่เหลือ คือ เวทนาขันธ์ ก็ทำหน้าที่เป็นปัจจยุปบัน
หรือ หากยก นามขันธ์ 2 เป็นปัจจัย นามขันธ์ 2 ที่เหลือ ก็จะเป็นปัจจยุปบัน![]()
และข้อสังเกตในปัจจัยนี้ จะเห็นได้ว่า รูปทั้งหมด จะไม่ปรากฏความเป็นผลที่เกิดจากปัจจัยนี้ได้เลย จึงทำหน้าที่เป็นปัจจนิก ได้เท่านั้น
โดย อัญชลี สมโสภณ [28 ม.ค. 2546 , 22:02:29 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )
สลักธรรม 8การเกิดขึ้นของนามขันธ์ 4
หลายคนอาจจะท่องได้ว่า นามขันธ์ 4 ได้แก่ วิญญาณ เวทนา สัญญา สังขาร
และคิดไปว่า นามขันธ์ 4 ทำหน้าที่คนละขณะ เช่น
ขณะเห็นรูป (รูปารมณ์) วิญญาณทำหน้าที่รู้ก่อน
ต่อมา เวทนา ทำหน้าที่เสวยอารมณ์หลังจากที่เห็นรูป
และ สัญญา ทำหน้าที่จำอารมณ์นี้ไว้
โดยมี สังขารทำหน้าที่ปรุงแต่งอารมณ์
แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่...
แม้ นามขันธ์ทั้ง 4 มีลักษณะ และกิจที่ต่างกัน แต่เมื่อขณะเกิดขึ้นย่อมเกิดพร้อมกันเสมอไม่ได้เกิดขึ้นตามลำดับทีละขันธ์
และในทำหน้าที่ของแต่ละขันธ์ย่อมทำงานในคราวเดียวกัน
และการที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะการช่วยอุดหนุนซึ่งกันละกันจากสัมปยุตตปัจจัยนี่เองโดย อัญชลี สมโสภณ [28 ม.ค. 2546 , 22:04:11 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )
สลักธรรม 9คำถามประจำวันนี้
เพราะเหตุใด ในสัมปยุตตปัจจัย นี้ มัคคปัจจัย ฌาณปัจจัย และเหตุปัจจัย จึง ไม่สามารถเป็นปัจจัยที่เกิดร่วมกันได้
พบกันคราวหน้าใน วิปปยุตตปัจจัย (20)ค่ะ
![]()
โดย อัญชลี สมโสภณ [28 ม.ค. 2546 , 22:06:09 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )
สลักธรรม 10
อนุโมทนากับพี่อุ๊มากค่ะ แล้วจะกลับมาอ่านคำตอบอีกครั้งค่ะ
โดย เล็ก [28 ม.ค. 2546 , 22:26:18 น.] ( IP = 203.107.206.48 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |