มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เวลาแห่งปัญญา “ สัมปยุตตปัจจัย” (19)




นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ


พบกันอีกครั้งแล้วนะคะ
หวังว่าพบกันคราวที่แล้ว ท่านคงเลือกหนทางเดินกันได้แล้วนะคะ
และมาศึกษาความเห็นถูกกันต่อเถอะค่ะ เพราะเวลาของชีวิตเหลือน้อยเหลือเกิน
ก่อนที่จะนำท่านสู่สัมปยุตตปัจจัย…
มาทบทวนปรมัตถธรรมทั้ง 4 กันสักเล็กน้อย

โดย อัญชลี สมโสภณ [28 ม.ค. 2546 , 21:41:45 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

เพราะสัมปยุตปัจจัยนั้นมีปัจจัยที่เกิดร่วมกันได้กับสัมปยุตปัจจัยได้คือพี่เณรตอบแบบรวมนะครับผม



ปัจจัยที่เกิดร่วมด้วยกันได้ รวม ๗ ปัจจัย คือ

๑. สัมปยุตตปัจจัย
๒. สหชาตปัจจัย
๓. อัญญมัญญปัจจัย

๔. สหชาตนิสสยปัจจัย
๕. วิปากปัจจัย
๖. สหชาตัตถิปัจจัย
๗. สหชาตอวิคตปัจจัย


พี่เณรจำได้ว่า ความหมายโดยย่อ สัมปยุตตปัจจัยนี้ มี ๓ วาระ

(๑) กุสลเป็นปัจจัยแก่กุสล กุสลนามขันธ์ ๔ อันได้แก่

กุสลจิต ๒๑ เจตสิก ๓๘ ขันธ์ใดขันธ์หนึ่งเป็น สัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ที่เหลือนั้นก็เป็น สัมปยุตตปัจจยุบบันน


.(๒) อกุสลเป็นปัจจัยแก่อกุสล อกุสลนามขันธ์ ๔ อันได้แก่ อกุสลจิต ๑๒ เจตสิก ๒๗ ขันธ์ใดขันธ์หนึ่ง เป็นสัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ที่เหลือนั้นก็เป็นสัมปยุตต ปัจจยุบบันน.

(๓) อพยากตะเป็นปัจจัยแก่อพยากตะ วิบากนามขันธ์ ๔ อันได้แก่ วิบากจิต ๓๖ กิริยานามขันธ์ ๔ อันได้แก่ กิริยาจิต ๒๐ เจตสิก ๓๘ ในปวัตติกาลและ ในปฏิสนธิกาลนั้น ขันธ์ใดขันธ์หนึ่งเป็นสัมปยุตตปัจจัย ขันธ์ที่เหลือในจิตดวงเดียว กันนั้น ก็เป็นสัมปยุตตปัจจยุบบันน

พี่เณรจำได้แค่นี้นะพอแล้วถ้ามากกว่านี้เดียวเอ๋อ อาคิก อาคิก ครับหมออุ๊


โดย พี่เณร [29 ม.ค. 2546 , 06:24:30 น.] ( IP = 203.155.226.241 : : )


  สลักธรรม 12


สัมปยุตปัจจัย ปัจจัยที่ ๑๙ แล้วนะคะน้องอัญชลี พี่ต้อยดีใจจังเลยที่มีผู้สะสานงานพระศาสนาด้วยใจรักและประกอบไปด้วยความรู้จริงในเรื่องเหตุปัจจัย นับว่าผู้ที่เข้ามาอ่านนั้นยังมีผู้ที่ยังสามารถเป็นกัลยาณมิตรกับชีวิตของเราท่านอยู่...ในขณะที่โลกกำลังร้อนระอุด้วยไฟกิเลสเช่นทุกวันนี้แต่เราท่าน
ยังได้ประสบพบความจริงว่า..
ธรรมทั้งหลายนั้นมีเหตุเป็นแดนเกิด..
โชคดีจริงๆค่ะ


นอกจากเราจะเข้าใจความจริงแห่งเหตุแล้ว เหตุต่างๆก็มีหน้าที่สำคัญๆโดยเฉพาะๆไม่ก้าวก่ายกันเลยนะคะ ธรรมชาติที่ทรงตรัสรู้นั้นจึงบริสุทธิ์จริงๆ แต่ชีวิตที่คละเคล้าไปด้วยโมหะอวิชชานั้นสกปรกเพราะธรรมที่เป็นชีวิตนั้นถูกปรุงแต่งด้วยอะไรมากมายจริงๆโดยเฉพาะกิเลสทั้งหลาย

ในสัมปยุตปัจจัยนั้นหมายความว่า ธรรมชาติที่เป็นนามธรรมเหมือนกัน
คือจิต และเจตสิกที่ประกอบพร้อมแล้วด้วยลักษณะ ๓ หรือ ๔ ประการ
ที่๓ ประการเพราะหมายถึงในจตุโวการภูมิไงค่ะเพราะนามในที่นั้นไม่ต้องอาศัยวัตถุรูปเกิด.


นามธรรมคือจิตและเจตสิกนี้เมื่อเกิดขึ้นประกอบพร้อมกันแล้ว ยังกลมกลืนเข้ากันได้สนิทเหมือนธรรมอันเดียวกันเลยจนไม่อาจแยกได้ว่าอะไรคืออะไรนะค่ะแต่ก็ไม่เกินวิสัยแห่งสัพพัญูได้เลย

พี่ต้อยเคยได้ฟังคำอุปมาว่า เหมือนยาที่เรียกว่า จตุมธุรส อันประกอบด้วยของ ๔ อย่างคือ
น้ำมันเนย น้ำมันงา น้ำผึ้ง น้ำตาลโตนด เมื่อเอาสิ่งเหล่านี้มาผสมกันกวนให้เข้ากันแล้ว
ผู้บริโภคจะไม่สามารถแยกรู้ได้ว่า นี่น้ำมันเนย นี้เป็นรสของน้ำผึ้งหรือรสของน้ำตางโตนด ทั้งที่ยานี้เป็นรูปธรรมซึ่งมีลักษณะหยาบกว่านามธรรม ก็ยังแยกออกไม่ได้ฉันใด
...จิตเจตสิกที่นามธรรมที่ละเอียดมองไม่เห็นจะแยกออกได้อย่างไรว่า นี้เป็นจิต นี้เป็นเจตสิก
แต่เพราะอาศัยสัพพัญญุตาญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงรู้ในสิ่งที่รู้ได้ยากยิ่ง จึงสามารถแยกธรรมเหล่านี้ออกจากกันได้แล้วได้นำมาแสดงให้ผู้อื่นรู้ตาม คือบอกลักษณะจิต และเจตสิกที่มีลักษณะต่างๆกันให้รู้ตรงตามความเป็นจริงทุกประการ...


.เพราะธรรมดาที่จิตเกิดขึ้นนั้นจะมีจิตอย่างเดียวไม่ได้จะต้องมีเจตสิกหลายอย่างเกิดร่วมด้วย
และนามที่เกิดร่วมด้วยในลักษณะ ๓ หรือ ๔ อย่างดังที่คุณอัชลีอธิบายไว้นั้นจึงจะเรียกว่าสัมปยุตปัจจัย
คือนามเป็นปัจจัยให้แก่นามเท่านั้น และนามเหล่านี้ก็เกิดขึ้นพร้อมกัน ต่างก็อาศัยซึ่งกันและกันโดยไม่เป็นปฎิปักษ์ต่อกันเลย

.ส่วนรูปแม้จะเกิดพร้อมกันได้ แต่ก็ไม่ได้ทำกิจร่วมกันครบทั้ง ๔จึงไม่เป็นสัมปยุตปัจจัย
เช่นเกิดพร้อมกับจิต แต่ไม่ได้ดับพร้อมกับจิตครบทั้ง ๔ไงค่ะและนามที่เป็นนามขันธ์ ๔ กับนามที่เป็นพระนิพพาน เกิดพร้อมกันได้ แต่ไม่เรียกว่าเป็นวัมปยุตปัจจัยเพราะนามธรรมที่เป็นสัมปยุตปัจจัยได้ก็เฉพาะแต่นามขันธ์ ๔คือ จิตและเจตสิกที่เกิดพร้อมกันเท่านั้น แต่นามธรรมที่เป็นกุศล
กับอพยากตก็ไม่ชื่อว่าเป็นสัมปยุตปัจจัย เพราะเกิดในจิตคนละดวงกันนะค่ะ


สัมปยุตปัจจัย เป็นประเภทนาเป็นปัจจัยแก่นาม เกิดขึ้นพร้อมกันในจิตดวงเดียวกัน จึงเป็นปัจจุบันกาล เป็นพวกสหชาตชาติ ทำได้ ๒ กิจคือ
ชนกกิจ และ อุปถัมภกิจ สัมปยุตปัจจัยจึงมีลักษณะคล้ายสหชาตปัจจัยและอัญญมัญญปัจจัยเ พราะเกิดพร้อมกันด้วย อิงอาศัยกันและกันด้วย และมีลักษณะครบทั้ง ๓ หรือ๔ด้วยนะค่ะ


โดย พี่ต้อยค่ะ [29 ม.ค. 2546 , 08:13:11 น.] ( IP = 203.155.226.142 : : )


  สลักธรรม 13

สาธุ..............
"แก่นแท้ของธรรมจริง ๆ อยู่ที่........? อยากรู้จึงถาม

โดย ทางผ่าน [29 ม.ค. 2546 , 09:14:28 น.] ( IP = 203.156.11.230 : : )


  สลักธรรม 14

พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นเพราะพระมหากรุณาธิคุณเหนือที่พรรณานะค่ะ พี่ต้อยอยากให้คำตอบว่าพระพุทธประสงค์คือการสิ้นสงสารนั่นเอง

ธรรมใดที่จะนำสัตวโลก ออกจากกองทุกข์ได้ธรรมนั้นแหละค่ะเป็นแก่นแท้เนื้อแท้ของธรรมค่ะ (พระพุทธประสงค์ค่ะ) บอกตรงๆว่าเบื่อจริงๆที่นำการเปรียบเทียบพระไตรปิฎกไปเสมือนต้นไม้มีเปลือก กระพี้อะไรต่อมิอะไรมากมายจนตนต้องตายแล้วตายอีกก็ไม่พ้นทุกข์ เพราะมัวแต่หาไม่ยอมลงมือปฎิบัติจึงไม่ทราบว่าอะไรคือความเปลี่ยนแปลงได้นั่นเองนะค่ะ

โดย พี่ต้อย [29 ม.ค. 2546 , 11:12:01 น.] ( IP = 203.155.227.162 : : )


  สลักธรรม 15

"ปฎิบัติ"

โดย ทางผ่าน [29 ม.ค. 2546 , 11:39:34 น.] ( IP = 203.156.11.230 : : )


  สลักธรรม 16

กราบขอบพระคุณพี่เณร และพี่ดอกแก้ว เป็นอย่างสูงค่ะที่ทำให้สัมปยุตตปัจจัยในครั้งนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
จากคำตอบของท่านอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 2 หลายท่านคงได้รับความรู้เพิ่มพูนขึ้นจากแล้วนะคะ
และจะขอร่วมคำตอบในอีกลักษณะหนึ่ง
จะเห็นได้ว่า สัมปยุตตปัจจัย ย่อมมีปัจจัยร่วมได้ทั้งหมดถึง 7 ปัจจัย (ตามที่พี่เณรแสดงให้เห็น)
โดย ในส่วนของ กุศลบท มีปัจจัยร่วมได้เพียง 6 ปัจจัย
ในส่วนของ อกุศลบท มีปัจจัยร่วมได้เพียง 6 ปัจจัย
แต่ ในส่วนของอัพยากตบท มีปัจจัยร่วมได้ถึง 7 ปัจจัย โดยมีวิปากปัจจัยเพิ่มอีก 1 ปัจจัย
สรุปทั้งหมดจึงมีได้ถึง 7 ปัจจัยนี่เอง

และจากคำถาม เพราะเหตุใด ในสัมปยุตตปัจจัย นี้ มัคคปัจจัย ฌาณปัจจัย และเหตุปัจจัย จึง ไม่สามารถเป็นปัจจัยที่เกิดร่วมกันได้
ก็เพราะว่า สัมปยุตตปัจจัย จัดเป็นประเภท นาม เป็นปัจจัยแก่ นาม
แต่ใน มัคคปัจจัย ฌาณปัจจัย และเหตุปัจจัย จัดเป็นประเภท นาม เป็นปัจจัยแก่ นาม รูป
แม้ว่า ทั้ง มัคคปัจจัย ฌาณปัจจัย และเหตุปัจจัย จะมีปัจจัยเป็นประเภท นาม ทั้งหมด แต่ย่อมอุดหนุนแก่ รูป (จิตชรูป และ ปฏิสนธิกัมมชรูป) ด้วย
และ ใน สัมปยุตตปัจจัย มีปัจจัยเป็นประเภท นาม เช่นเดียวกัน แต่ อุดหนุนแก่รูปไม่ได้ เพราะการสัมปยุตตเกิดได้เฉพาะ จิต และเจตสิก เท่านั้น

และเป็นที่น่าสังเกตในเฉพาะส่วนของปัจจัยที่เป็น นาม นี้ว่า
ในเหตุปัจจัย – ปัจจัยนี้ ได้แก่ เหตุ 6 ซึ่งเป็นได้ เฉพาะ สังขารขันธ์ เท่านั้น
ในฌาณปัจจัย –ปัจจัยนี้ ได้แก่ วิตก วิจาร ปิติ เวทนา เอกัคคตา ซึ่งเป็นได้แต่ สังขารขันธ์ และเวทนาขันธ์
ในมัคคปัจจัย – ปัจจัยนี้ ได้แก่ องค์มรรค 9 ซึ่งเป็นได้ เฉพาะ สังขารขันธ์ เท่านั้น
ดังนั้น ในการสัมปยุตต จึงมิได้ยกเอาเฉพาะนามขันธ์ บางประเภทมาเป็นปัจจัยเท่านั้น แต่ ยกเอานามขันธ์ทั้ง 4 มีอำนาจเป็นปัจจัยได้ทั้งหมด จึงไม่สามารถนำเอา มัคคปัจจัย ฌาณปัจจัย และเหตุปัจจัย มาเป็นปัจจัยร่วมได้
แม้ว่า วิปากปัจจัย จะเป็นประเภท นาม เป็นปัจจัยแก่ นามรูป ก็ตาม สามารถนำมาเป็นปัจจัยร่วมได้ในสัมปยุตตปัจจัย ในส่วนของ อัพพยากตบท ได้ เพราะ วิปากปัจจัย นามขันธ์ 4 สามารถเป็นปัจจัยได้ทั้งหมด ซึ่งไม่ขัดแย้งกับหลักสัมปยุตต


โดย อัญชลี สมโสภณ [29 ม.ค. 2546 , 21:21:12 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )


  สลักธรรม 17

เข้ามาอนุโมทนาช้าไป เพราะcopyไปอ่านทำความเข้าใจก่อนค่ะ ลองคิดหาคำตอบ ก็...แฮะแฮะ..ความสามารถไม่ถึง

แต่พอมาอ่านคำตอบ ทำไมง่ายจัง
ต้องกลับไปอ่านอีกสัก ๕รอบ พอไหมค่ะ หมออุ๊คนเก่ง
ขอบคุณและอนุโมทนากับทุกท่านค่ะ

โดย พี่ดา [30 ม.ค. 2546 , 13:08:30 น.] ( IP = 203.107.155.1 : : )


  สลักธรรม 18

มาแล้วค่ะพี่อุ๊...หุหุหุ

ได้ความรู้ครบเครื่องเรื่องสัมปยุตปัจจัย..
ขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านค่ะ ที่กรุณาเพิ่มแสงให้สว่างไสวยิ่งขึ้น....ดีจังๆ

โดย น้องกิ๊ฟ [31 ม.ค. 2546 , 19:09:57 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.156.102 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org