มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


น้องๆไปหาหลวงตากันเถอะ




เร็วๆน้องๆเวลาจะมีค่า เวลานั้นย่อมต้องประกอบไปด้วยปัญญานะ นี่พี่เณรกำลังจะไปหาหลวงตา เพื่อถามเรื่องรูปกันไง!!!

สวัสดีจ๊ะพี่เณร จะไปถามเรื่องรูปอะไรหรือจ๊ะ

อ้อ!!น้องจุก พี่เณรจะไปถามความจริงกับหลวงตาว่าหลวงตามีความคิดอย่างไรเรื่องรูปนะจ๊ะน้องจุก...ไปเร็วเดี๋ยวท่านติดเพลอีก



โดย พี่เณร [29 ม.ค. 2546 , 21:56:43 น.] ( IP = 203.107.206.139 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ]


  สลักธรรม 1



สวัสดีจ๊ะสมาชิกนักศึกษาพระอภิธรรมทุกคนเลยน้องจุก น้องกิ้ฟ น้องเล็ก น้องวี
น้องมด น้องปูและพี่เณร กำลังจะไปเรียนธรรมะกับหลวงตาละซิ น้องแก้วขออนุโมทนาบุญด้วยนะจ๊ะฝากกราบหลวงตาด้วยนะเจ้าค่ะพี่เณร.



โดย น้องแก้ว [29 ม.ค. 2546 , 22:01:35 น.] ( IP = 203.107.206.139 : : )


  สลักธรรม 2

อ้าวแล้วน้องแก้ว

ไม่ไปด้วยกันหรือครับวันนี้.


น้องแก้วไปไม่ได้หรอกค่ะวันนี้ เพราะน้องแก้วต้องเรียนกับท่านอาจารย์ค่ะ วันนี้ท่านนัดน้องแก้วไว้จะสอนธรรมะให้กับน้องแก้วค่ะเพราะน้องแก้วยังไม่เก่งในเรื่องธาตุค่ะ ถ้าไม่สร้างความเข้าใจให้แน่นแล้วปริเฉทสูงๆจะดูวุ่นวายมากค่ะพี่เณร

ว้าย!!!พี่เณรและทุกๆคนน้องแก้วไปก่อนนะนั่นอาจารย์มาแล้วละค่ะ...ปรื้อ




โดย พี่เณร [29 ม.ค. 2546 , 22:09:41 น.] ( IP = 203.107.206.139 : : )


  สลักธรรม 3


ขอความเจริญในพระสัทธรรมจงบังเกิดแก่ท่านนักศึกษาทุกๆท่านครับ


สำหรับในวันนี้เราจะมาทำ

ความเข้าใจในเรื่องของชีวิตของเราในด้านรูปธรรม

กันนะครับ

เพราะชีวิตนั้นมีทั้งรูปและนาม แต่วันนี้เรามาพูดกัน

ในเรื่องรูปนะครับขอให้ท่านนักศึกษาเปิดคู่มือศึกษา

พระอภิธรรมด้วยครับ


โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร [29 ม.ค. 2546 , 22:16:08 น.] ( IP = 203.107.206.139 : : )


  สลักธรรม 4

ชีวิตต้องมีทั้งกายและจิต กายเป็นสภาพที่มองเห็นได้ สัมผัสได้ มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทั้งแบบค่อยเป็นค่อยไป และแบบเฉียบพลัน

เช่น จากผิวเด็กที่เต่งตึง แปรสภาพไปสู่ความเหี่ยว

ย่นเมื่อถึงวัยชราเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้ตัว

ค่อยๆ เปลี่ยนไป แต่ถ้าถูกน้ำร้อน หรือถูกไฟไหม้

หรือถูกแสงแดดมากเกินไป ก็จะเห็นความเสื่อม

สลายได้ในทันที กายอย่างเดียวเป็นสิ่งที่รับรู้ความดี

ความชั่ว ความสุข ความเจ็บปวดทรมานไม่ได้ เช่น

คนตาย กายไม่มีการเคลื่อนไหว ถึงจะถูกน้ำร้อน

หรือไฟไหม้ ก็ไม่มีความรู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่าง

ใด กายในภาษาธรรมเรียกว่า รูป อาการ

ของกาย ก็คือ อาการของรูป กายนั่ง จึงหมายถึง รูป

นั่ง

รูปเป็นธรรมชาติที่ย่อมแตกสลายไปด้วยอำนาจของ

ความร้อนและเย็น และรูปเป็นสิ่งที่รับรู้อารมณ์ใด ๆ

ไม่ได้นะครับท่านนักศึกษา


ดังนั้น จึงต้องมีสภาวธรรมอีกชนิดหนึ่ง เป็นตัวรับรู้ความดี ความชั่ว ความสุข ความเจ็บปวดทรงมานดังกล่าว

ตัวรับรู้นั้นคือ จิต ซึ่งเป็นสภาวธรรมที่มองไม่เห็น ไม่มีรูปร่าง แต่รู้อารมณ์ได้ สภาพที่น้อมไปสู่อารมณ์ในภาษาธรรม เรียกว่า นาม จิตจึงเป็นนามชนิดหนึ่ง (นอกจากจิตแล้ว เจตสิกและนิพพานก็เป็นนามเช่นกัน)

สิ่งที่เรียกว่าอารมณ์มี ๖ ชนิด คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสเย็น ร้อน อ่อน แข็ง และความนึกคิด

จิตอาศัยรู้อารมณ์เหล่านี้ทางระบบประสาทของ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ สำหรับคนที่ตายแล้วระบบประสาททั้งหมดทั่วร่างกายไม่ทำงาน เมื่อจิตไม่มีที่อาศัยเกิด จึงไม่มีการรับรู้อารมณ์ใด ๆ อีก

ความสำคัญของจิตหรือนามจะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่งในโอกาสต่อไป


โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร [29 ม.ค. 2546 , 22:23:10 น.] ( IP = 203.107.206.139 : : )


  สลักธรรม 5


ที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อแสดงถึงความหมายของรูปและนาม ตามความเข้าใจของคนทั่วไป และตามหลักทางธรรม

ในที่นี้จะเสนอแนวคิดเรื่องรูปปรมัตถ์ด้วยวิธีการของอภิธรรมก่อน กล่าวคือ สิ่งที่เรียกว่า รูปธรรม มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้คือ


รุปปน ลกฺขณํ.....มีการสลายไปแปรปรวนไป เป็นลักษณะ

วิกิรณ รสํ......มีการแยกออกจากกัน (กับจิต) ได้ เป็นกิจ

อพฺยากต ปจฺจุปฏฺฐานํ......มีความเป็นอพยากตธรรม (คือ ธรรมที่ไม่ใช่กุศลและไม่ใช่อกุศล) เป็นอาการปรากฏ

วิญฺญาณ ปทฏฺฐานํ......มีวิญญาณเป็นเหตุใกล้ให้เกิด



ในขณะที่ความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา

ศึกษาถึงส่วนประกอบตามระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบเนื้อเยื่อ ระบบผิวหนัง ระบบหายใจ ระบบกล้ามเนื้อ หรือระบบประสาท

โดยศึกษาว่าแต่ละระบบมีส่วนประกอบสำคัญอะไรบ้าง แต่ละส่วนมีหน้าที่พิเศษอย่างไรในการรักษาสมดุลของร่างกาย


การศึกษาเรื่องรูปในทางพุทธศาสนา ก็ศึกษาถึงส่วนประกอบหน้าที่การทำงานและความสัมพันธ์ของแต่ละส่วนเช่นกัน

โดยวิเคราะห์ไปถึงเหตุ ปัจจัย ที่ทำให้แต่ละส่วนสามารถรักษาโครงสร้างของตนเองอยู่ได้

แต่ศึกษาในลักษณะที่เป็นสภาวะของรูปปรมัตถ์ซึ่งมีความละเอียดเล็กมาก รูปปรมัตถ์ทางพระพุทธศาสนามีทั้งหมด ๒๘ รูปนะครับ




โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร [29 ม.ค. 2546 , 22:31:21 น.] ( IP = 203.107.206.139 : : )


  สลักธรรม 6




นี้คือผังการศึกษาเรื่องรูป 28 นะครับ.

โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร [29 ม.ค. 2546 , 22:43:23 น.] ( IP = 203.107.206.139 : : )


  สลักธรรม 7

ท่านนักศึกษา ดูเป็นกลุ่มๆนะครับ แต่ละกลุ่มมีชื่อดังนี้.

อวินิพโภครูป ๘

.วิการรูป ๓

สัททรูป ๑

เอกันตกัมมัชรูป ๙

วิญัตติรูป ๒

ลักขณรูป ๔

ปริเฉทรูป ๑


วิการรูป ๓ วิญญัติรูป ๒ ลักษณรูป ๔ ปริจเฉทรูป 1 ทั้ง ๑๐ รูป ไม่ใช่รูปปรมัตถ์แท้

เพียงแต่เป็นรูปพิเศษ...ที่เกิดขึ้นเพื่อแสดงอาการเคลื่อนไหว...ของรูปปรมัตถ์แท้เท่านั้น

ไม่มีสภาวะลักษณะ ประจำของตน รูปที่ไมใช่รูปปรมัตถ์แท้

เช่น ความเบา ความอ่อน ความควรแก่การงาน
ในการเคลื่อนไหวร่างกาย การพูด เป็นต้น

รูปเหล่านี้จะเปลี่ยนไปได้ตามความนึกคิดที่จะเปลี่ยน

ส่วนลักษณะความเกิดขึ้น สืบต่อ ความเสื่อมสลาย
และช่องว่างระหว่างรูป ก็เป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงไปตามอายุของแต่ละรูป จึงไม่มีลักษณะเฉพาะของตน

ในเนื้อเยื่อร่างกายของคนเราจะมีรูปได้มากที่สุด ๒๗ รูป กล่าวคือ ถ้าเป็นหญิงก็ต้องยกเว้นไป ๑ รูป ที่แสดงลักษณะเพศชาย (ปุริสะภาวะ)

ถ้าเป็นชายก็จะยกเว้น 1 รูปที่แสดงลักษณะของหญิง (อิตถีภาวะ)


ถ้าพิการ เช่น ประสาทตาหรือหูพิการ จำนวนรูปก็จะลดลงอีกครับ



โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร [30 ม.ค. 2546 , 05:40:22 น.] ( IP = 203.155.225.230 : : )


  สลักธรรม 8

.ในที่นี้จะกล่าวถึงรูปปรมัตถ์แท้เพียง ๒ กลุ่ม

คือ อวินิพโภครูป ๘

และเอกันตกัมมชรูป ๙

ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของชีวิตในมนุษยภูมิ

โดยเฉพาะกลุ่มเอกันตกัมมชรูป ๙ เป็นรูปที่เกี่ยว

เนื่องด้วยกรรมในอดีต เป็นตัวสร้างรูปเหล่านี้ขึ้น

และเป็นที่มาของพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์

ส่วนสัททรูป (เสียง) เป็นรูปปรมัตถ์แท้ ซึ่งเกิดจาก

จิตและอุตุในปัจจุบันภพ ไม่ได้เกิดจากกรรมในอดีต

จึงขอแยก และงดกล่าวถึงรายละเอียด องค์ประกอบ

พื้นฐานของรูปทุกชนิดต้องมี อย่างน้อย ๔ ธาตุ

เป็นประธานของรูปอื่น ๆ

เรียกว่า มหาภูตรูป ๔ ส่วนที่เหลืออีก ๒๔ รูป

จะต้องอาศัยมหาภูตรูป ๔ เกิดเรียกว่า อุปาทายรูป

ธาตุประธานหรือมหาภูตรูป ๔ นั้น ได้แก่



ธาตุดิน มีลักษณะเด่น คือ

ความแข็งหรือความอ่อน เช่น กระดูก กล้ามเนื้อ

อวัยวะทุกส่วน


ธาตุน้ำ มีลักษณะเด่น คือ

การไหลและเกาะกุม เช่น น้ำเลือด น้ำเหลือง ในเนื้อ

เยื่อทุกส่วนจะมีน้ำ เป็นส่วนประกอบสำคัญ ทำให้

เนื้อเยื่อต่าง ๆ เกาะกลุ่มกันได้ ไม่กระจัดกระจาย

ออกไป


ธาตุไฟ มีลักษณะเด่น คือ

ให้ความร้อนและพลังงาน ในการเผาผลาญอาหาร

ในร่างกาย และยังทำให้ร่างกายแก่ชราทรุดโทรม

เช่น ผมหงอก ฟันหัก เป็นต้น


.ธาตุลม มีลักษณะเด่น

คือ ความเคร่งตึง เคลื่อนไหว เช่น ลมหายใจทำให้

เกิดการกระเพื่อมของทรวงอก ตามไขข้อต่าง ๆ

สามารถเหยียดยืดออกและหดงอเข้าได้ การเคลื่อน

ไหวทุกส่วนเกิดจากคุณสมบัติของธาตุลมนั่นเอง




โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร [30 ม.ค. 2546 , 05:48:22 น.] ( IP = 203.155.225.230 : : )


  สลักธรรม 9

และท่านนักศึกษาต้องจำด้วยนะครับว่า

.ภายในธาตุทั้ง ๔ แต่ละธาตุมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ๔ อย่าง คือ สี กลิ่น รส โอชะ

เช่น...ภายในธาตุดินเองจะมีทั้งสี กลิ่น รส โอชะ

ประจำธาตุดินอยู่ ธาตุอื่น ๆ ก็เช่นกัน ดังนั้น

องค์ประกอบพื้นฐานของรูปธรรมจึงมีอยู่ ๘ รูป

ซึ่งแยกออกจากกันไม่ได้เลย คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม

สี กลิ่น รส โอชะ เรียกว่า อวินิพโภครูป ๘.


นอกจากกลุ่มอวินิพโภครูป ๘ แล้ว รูปปรมัตถ์แท้ที่สำคัญอีก ๙ รูป

เป็นรูปที่เกิดจากกรรมโดยตรง

กัมมชรูปทั้ง ๙ นั้น ได้แก่


ชีวิตรูป เป็นรูปอย่างหนึ่งเกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐาน แทรกอยู่ในทุกเนื้อเยื่อของร่างกาย มีหน้าที่รักษารูปที่เกิดพร้อมกับตนให้คงอยู่ และเป็นไปได้ตลอดอายุของรูปนั้น ๆ

หทยวัตถุรูป เป็นรูปที่เกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐาน ตั้งอยู่ภายในช่องเนื้อเยื่อหัวใจโตเท่าเมล็ดดอกบุนนาค เป็นที่อาศัยเกิดของจิต
(จิตประเภทมโนธาตุ และมโนวิญญาณธาตุ) เพื่อการรู้ธรรมารมณ์

ปสาทรูป ๕ รูปที่เกิดจากกรรม

ปสาทรูป หมายถึง รูปที่มีความใสเป็นที่อาศัยเกิดของจิตประเภทปัญจวิญญาณ

รูปที่มีความใสนี้มีอยู่ 5 อย่าง คือ
จักขุปสาทรูป
โสตปสาทรูป
ฆานปสาทรูป
ชิวหาปสาทรูป
และกายปสาทรูป

ตำแหน่ง รูปร่างสัญฐาน และการเรียงตัวของเนื้อเยื่อเฉพาะ ๆ ของรูปทั้ง ๕ ไม่เหมือนกัน

ปสาทรูป ๕ จึงเป็นที่อาศัยเกิดของจิตได้เพียงบางดวง และไม่ก้าวก่ายกัน เช่น จักขุปสาทรูป เป็นที่ตั้งของจักขุวิญญาณเพื่อทำหน้าที่เห็นเท่านั้น

ส่วนโสตปสาทรูป จะเหมาะสำหรับเป็นที่อาศัยเกิด
ของโสตวิญญาณเพื่อทำหน้าที่ได้ยินเท่านั้น

จักขุวิญญาณจะไปอาศัยเกิดที่โสตปสาทรูป เพื่อทำหน้าที่เห็น หรือแม้แต่ทำหน้าที่ได้ยินก็ไม่ได้

ปสาทรูปอื่นก็เช่นเดียวกัน คือ เป็นที่อาศัยเกิดของจิตเฉพาะดวง


โดยจิตนั้นมีความสามารถรับอารมณ์ได้เฉพาะอารมณ์ของตน ๆ ไม่ปะปนกัน


ภาวรูป ๒ เป็นรูปที่เกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐาน

แสดงสภาพความเป็นหญิง (อิตถีภาวะ)
เป็นชาย (ปุริสะภาวะ)

ภาวรูปนี้จะแทรกอยู่ในทุกเนื้อเยื่อของ
ร่างกายเช่นกัน

การแสดงความเป็นหญิงหรือเป็นชายนั้นอาศัยเครื่อง

หมายที่แสดงออก 4 อย่าง

คือ รูปร่าง ลักษณะเฉพาะ นิสัยใจคอ และกิริยาอาการ

- รูปร่าง ได้แก่ อวัยวะต่าง ๆ แขนขา หน้าตา เพศ ที่ปรากฏแต่กำเนิด

- ลักษณะเฉพาะ เช่น หนวด เครา หน้าอก

- นิสัยใจคอ การละเล่น การกระทำ เช่น หญิงชอบเล่นตุ๊กตา ทำครัว ส่วนชายชอบซุกซน

- กิริยาอาการ เดิน ยืน นั่ง นอน การพูด หญิงมีลักษณะเรียบร้อย เอียงอาย ชายจะว่องไว

รูปปรมัตถ์แท้ทั้ง ๑๘ รูป ได้แก่ อวินิพโภครูป ๘ สัททรูป ๑ เอกันตกัมมัชรูป ๙





โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร [30 ม.ค. 2546 , 05:57:19 น.] ( IP = 203.155.225.230 : : )


  สลักธรรม 10

จากที่ผมอ่านที่พี่เณรกับน้องแก้วคุยกัน ผมสงสัยว่า พี่เณรกับน้องแก้วนี่คนเดียวกันหรือเปล่าครับ ใครช่วยอธิบายหน่อย ถ้าใช่ก็แปลกดี คือคุยกับตัวเองได้ แต่ถ้าไม่ใช่ก็ยังแปลกอยู่ดี เพราะคุยพร้อมกันในสลักธรรมเดียวกัน... O_o''

ต้องกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูรอย่างสูงครับที่ได้ช่วยนำธรรมะมาเผยแผ่

โดย Somkeat [30 ม.ค. 2546 , 09:26:42 น.] ( IP = 206.149.192.157 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org