มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อยากทราบองค์ธรรมของวิปัสสนา




อยากทราบองค์ธรรมของวิปัสสนาโดยละเอียดว่ามีอะไรบ้าง ปฏิบัติแล้วเป็นอย่างไร ถ้าจะสืบค้น มีหนังสืออะไรบ้าง ต้องการแบบวิชาการมีหลักฐานอ้างอิง เพราะจะทำรายงานส่งอาจารย์ ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับท่านผู้กรุณาช่วยตอบปัญหาให้

โดย วุฒิ - - 162732970 [1 ก.พ. 2546 , 15:50:13 น.] ( IP = 203.107.156.183 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

......

การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

1. เป็นการปฏิบัติเพื่อพ้นทุกข์

2. ทุกข์นั้นได้แก่ ขันธ์ 5 (รูปนามที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย และวนเวียนอยู่ในขณะนี้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น)

3. จะพ้นทุกข์ได้ด้วยการเห็นอริยสัจจธรรมทั้ง 4 ตามที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้

4. อริยสัจจธรรมทั้ง 4 คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

5. จะเห็นอริยสัจจธรรมทั้ง 4 ได้ต้องทำกิจ คือ

ทุกข์ ได้แก่ ขันธ์ 5 หรือ รูปนาม เป็นกิจที่ควรกำหนดรู้อย่างเดียว

สมุทัย ได้แก่ กิเลส ตัณหา 3 เป็นกิจที่ควรทำให้หมดไป

นิโรธ ได้แก่ นิพพาน เป็นกิจที่ควรทำให้แจ้งด้วยการเรียนคันถธุระ และทำให้ถึงด้วยการปฏิบัติ

มรรค ได้แก่ มรรค8 เป็นกิจที่ควรเจริญให้เกิดขึ้น

6. การกำหนดรู้ทุกข์
ผู้กำหนดรู้ทุกข์ ได้แก่ ความเพียร สติ สัมปชัญญะ (ไม่ใช่เรา เพราะไม่มีเรา)
ผู้ละสมุทัย ได้แก่ ความเพียร สติ สัมปชัญญะ (ไม่ใช่เรา เพราะไม่มีเรา)
ผู้แจ้งนิโรธ ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ 8
ผู้เจริญมรรค ได้แก่ มรรคมีองค์ 8

มรรค 8 นี้เองเป็นผู้ทำกิจรู้ทุกข์ ละตัณหา และแจ้งนิโรธ


การทำกิจเช่นนี้ต้องเริ่มต้นที่สติปัฏฐาน มีอารมณ์ และ ผู้ทำงาน

อารมณ์ ได้แก่ ทุกข์ คือ กาย เวทนา จิต ธรรม เป็นอารมณ์ให้ผู้กำหนดรู้

ผู้ทำงาน คือ โยคาวจร ได้แก่ ความเพียร สติ สัมปชัญญะ


......

โดย ทวีพร [2 ก.พ. 2546 , 20:10:25 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 2



วิปัสสนาเป็นชื่อของปัญญา และปัญญาที่ว่านี้เป็นปัญญาที่รู้หรือเห็นนาม รูปไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ตัวตน ถ้ารู้อย่างอื่นหรือเห็นอย่างอื่นนอกจากนี้ ไม่ชื่อว่า วิปัสสนาปัญญา

การเจริญวิปัสสนาจึงต้องกำหนดหรือต้องดูรูป นามที่เป็นอารมณ์ปัจจุบัน แล้วจึงจะเห็นไตรลักษณ์

ประโยชน์เบื้องต้นของวิปัสสนา คือ ทำลายวิปลาสธรรม ได้แก่ ความเห็นผิดที่เห็นรูปนามว่า งาม เที่ยง เป็นสุข เป็นตัวเป็นตน ส่วนประโยชน์สูงสุดคือทำให้ถึงสันติสุขคือพระนิพพาน




หนังสือที่จะใช้อ้างอิงในเรื่องนี้ได้ ขอแนะนำคู่มือการศึกษา พระอภิธัมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ 9 กรรมฐานสังคหวิภาค โดยอาจารย์บุญมี เมธางกูร ซึ่งเป็นหนังสือของมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ คุณวุฒิอาจลองโทรมาสอบถามที่มูลนิธิ หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือหนังสือนี้น่าจะมีอยู่ที่ห้องสมุดของสถาบันการศึกษาหลายแห่งนะคะ

โดย ทวีพร [2 ก.พ. 2546 , 20:41:10 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 3



การเจริญวิปัสสนานั้น จะต้องปฏิบัติโดยอาศัยหลักฐานตามคำสอนในสติปัฏฐาน 4

สติปัฏฐาน คือ เป็นฐานที่ตั้งของสติ หรือที่เป็นฐานที่รับรองการกำหนดของสติอย่างประเสริฐ เพราะว่าอารมณ์ของสติปัฏฐาน4 นี้สามารถที่จะนำจิตให้ดำเนินไปถึงพระนิพพานอันเป็นธรรมที่เกษมได้

สติปัฏฐาน 4 ประกอบด้วย
1. กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
2. เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน
3. จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
4. ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน

โดยที่องค์ธรรมของสติปัฏฐาน 4 นี้คือ สติเจตสิก

โดย ทวีพร [2 ก.พ. 2546 , 20:53:59 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 4

เรียนคุณวุฒิ ถ้าอยากทราบว่าปฏิบัติแล้วเป็นอย่างไร อยากแนะนำให้ไปลองปฏิบัติเอง ต่อให้คุณส่งรายงานไปแล้ว ก็ยังอยากให้ไปลองปฏิบัติอยู่ดี จะได้ทราบว่า ที่ตัวเองส่งรายงานไปนั้น ใกล้เคียงความเป็นจริงประการใด

ขอแนะนำคอร์สระยะสั้นที่ได้ผลดี ๘ วัน ๗ คืน ฟรี ตลอด เป็นคอร์สตามแนวคุณแม่สิริ กรินชัย ความจริงก็มีสอนหลายที่ ได้ไปมาหลายที่แล้ว แต่ที่ดีที่สุด คือมีความสัปปายะ ครบถ้วนที่สุด ในความเห็นส่วนตัว คือ ที่ ศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่ ลองแวะไปดูที่เวบของเขาได้ที่ http://vipassana.webguu.com/ หรือโทร.ไปขอข้อมูลการปฏิบัติ พร้อมตารางปีนี้ได้เลย ที่ (053) 225570 หรือจะเมล์ไปถามประธานมูลนิธิ ศูนย์วิปัสสนาฯ เชียงใหม่ก็ได้ ชื่ออ.พิชัย กรรณกุลสุนทร ที่ pichai212@hotmail.com

ข้อแนะนำ ขอให้ลืมทุกอย่างที่เคยเห็น หรือ อ่าน มาในตำราให้หมด ให้ไปด้วยสมองที่ว่างเปล่า แล้วจะได้กลับมาเยอะสุด!

ท่านเจ้าคุณอาจารย์ใหญ่ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ท่านพระธรรมธีรราชมุนี ที่ทรงมรณภาพไปแล้ว ท่านเคยเปรยไว้ว่า พวกที่สอนวิปัสสนายากที่สุดคือ พระภิกษุ หรือ ผู้ที่เรียนด้านปริยัติ ท่องแต่ตำรับตำรามามากนั่นเอง!

ขอให้คุณเจริญทางธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยการปฏิบัติ เพราะการรู้เอาแต่จากตำรา พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงสรรเสริญ ท่านจะเรียกว่าเป็นพวกใบลานว่างเปล่า สู้เอาเวลาไปปฏิบัติจะได้ประโยชน์แก่ตนและครอบครัว ตลอดจนสังคมที่ตนอยู่มากกว่านะ

ขออนุโมทนา

โดย ผู้ปฏิบัติ - [6 ก.พ. 2546 , 04:09:53 น.] ( IP = 202.57.165.3 : : 10.0.4.16 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org