มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หลวงตาขามาฆะบูชาจะถึงแล้วคะ





วันอาทิตย์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ที่จะมาถึงนี้ จะเป็นอีกวันหนึ่งที่สำคัญมากๆต่อเราชาวพุทธทั้งหลาย..

.หลวงตาเจ้าขา ความดีทั้งหลายทั้งปวงมีมากมาย
น้องแก้วควรจะทำอย่างไรเพื่อเป็นการกระทำที่สมบรูณ์แก่การทำที่จะเป็นการปฏิบัติบูชาเจ้าคะหลวงตาเจ้าขา



โดย น้องแก้วค่ะ [5 ก.พ. 2546 , 12:04:44 น.] ( IP = 203.155.226.192 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ] [ 4 ][ 5 ]


  สลักธรรม 21


ปาติโมกข์สังวรศีล

.ปาติโมกข์สังวรศีล เป็นความบริสุทธิ์ในการประพฤติตามธรรมวินัย ที่พระพุทธองค์บัญญัติไว้

พระภิกษุที่มาบวชในพระพุทธศาสนา มิใช่บวชเพื่อลาภ ยศ สรรเสริญ สุข

แต่บวชเพื่อประพฤติพรหมจรรย์ ให้พ้นจากทุกข์ พ้นจากสังสารวัฏของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เท่านั้น

ปาฏิโมกข์สังวรศีลนี้จะบริสุทธิ์ได้ ก็ด้วยกำลังของศรัทธาที่จะพ้นทุกข์จริง ๆ จึงจะรักษาได้ เป็นศีลของพระภิกษุโดยตรง ส่วนฆราวาสจะใช้เพียงศีล ๕ หรืออุโบสถศีลเท่านั้น



อินทรีย์สังวรศีล

อินทรีย์สังวรศีล คือ ความบริสุทธิ์ในการสำรวมทวารทั้ง 6 ในขณะที่ตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นรู้รส กายถูกต้อง ใจรู้ธรรมารมณ์

โดยการสำรวม ไม่ให้อภิชฌา และโทมนัส เข้าอาศัยได้

กิเลส คือ ความรัก ความโกรธ ความหลง เข้าครอบงำไม่ได้

อินทรีย์สังวรนี้จะบริสุทธิ์ได้ก็ด้วยกำลังของสติ


อาชีวะปาริสุทธิศีล

อาชีวะปาริสุทธิศีล คือ ความบริสุทธิ์ในการเลี้ยงชีพ สิ่งใดที่ไม่ถูกต้องด้วยพระธรรมวินัย จะไม่ก้าวล่วงเด็ดขาด

ถึงแม้ชีวิตต้องตกต่ำหรือตายไปก็ยอม แต่ไม่ยอมผิดศีล

โดยส่วนมากแล้วคนเรามักจะผิดศีล เพราะเห็นแก่ลาภ เห็นแก่ยศ เห็นแก่ญาติ และเห็นแก่ชีวิต

แต่อาชีวปาริสุทธิศีลนี้ไม่ยอมมีที่สุด แม้เพราะลาภ ยศ หรือญาติ หรือเพราะชีวิต

เพราะชีวิตเป็นไปเพื่อทุกข์ จึงรักษาพระธรรมวินัยดีกว่า เพราะพระธรรมวินัยช่วยสงเคราะห์แก่สัตว์โลก ให้ถึงความพ้นทุกข์ อาชีวปาริสุทธิศีลนี้จะบริสุทธิ์ได้ก็ด้วยกำลังของวิริยะ


ปัจจยสันนิสิตศีล

.ปัจจยสันนิสิตศีล คือ ความบริสุทธิ์ในการรับปัจจัย

ขณะที่พระภิกษุจะรับปัจจัย ๔ ต้องพิจารณาเสียก่อนว่า ...ควรแก่สมณะหรือไม่

ถ้าไม่ควรก็ไม่รับ การใช้เครื่องนุ่งห่มก็เช่นกันต้องพิจารณาก่อนว่า นุ่งห่มเพื่ออะไร มิใช่เพื่อความสวยงาม แต่เพื่อกันความหนาว ความร้อน แมลงต่าง ๆ เป็นต้น

อันเป็นเหตุไม่สะดวก แก่การเจริญสมณะธรรม ปัจจยสันนิสิตศีลจะบริสุทธิ์ได้ก็ด้วยกำลังของปัญญา



โดย หลวงตา [6 ก.พ. 2546 , 12:48:47 น.] ( IP = 203.155.224.12 : : )


  สลักธรรม 22


นี่ก็ได้บอกกล่าวมาจนถึงเรื่องศีลที่จะเป็นเหตุให้ละความยึดผิดถือผิดมาแล้ว .

วันนี้เอาแค่นี้ก่อนละนะ ขนไปมากเดี๋ยวหล่นลืมหมดกัน หลวงตาจะต้องไปทำกิจต่างๆต่อแล้วละเจริญสุขทั่วหน้ากันทุกๆคนนะ

โดย หลวงตา [6 ก.พ. 2546 , 12:55:27 น.] ( IP = 203.155.224.12 : : )


  สลักธรรม 23

กราบนมัสการค่ะหลวงตา และสวัสดีพี่น้องที่คิดถึงทุกท่านค่ะ

มาอ่านต่อค่ะน้องแก้ว .....น้องแก้วอธิบายถึงความเกี่ยวเนื่องในเรื่องความวิปลาสที่มีจุดเชื่อมต่อและเป็นพลังผลักดันให้เกิดวิปลาสอื่นๆตามมาไว้อย่างสามารถเข้าใจได้ง่ายๆเลยนะคะ ....เห็นวงจรแห่งความโง่เขลาได้ชัดเจนมาก.... และยิ่งหลวงตามาอธิบายวิธีการกำจัดวิปลาสด้วยวิสุทธิต่างๆด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ได้รับความเพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบ ...

กราบขอบพระคุณหลวงตา และน้องแก้วมากค่ะ
อ้อ! ขอบคุณพี่เณรด้วยค่ะที่เป็นเหตุให้น้องแก้วอธิบายเรื่องวิปลาส

โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.พ. 2546 , 15:40:53 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 24


สวัสดีค่ะน้องกิ้ฟ น้องแก้วก็พยายามที่สุดละคะที่จะบอกทุกๆคนว่า รักตนเองกันให้ถูกๆจะดีกว่าที่ใช้เวลาไปเปลื้องเปล่าค่ะ เพราะน้องแก้วหวังดีกับทุกๆชีวิตเลยคะ

น้องกิ้ฟละจ๊ะ รู้สึกอย่างไรบ้างกับชีวิตตอนนี้ ถ้าเทียบกับ สิบปีที่แล้วนะคะ


โดย น้องแก้ว [6 ก.พ. 2546 , 20:26:07 น.] ( IP = 203.155.225.183 : : )


  สลักธรรม 25

น้องเล็กเข้ามาเรียนกับหลวงตา น้องแก้ว พี่เณรและพี่ๆทั้งหลายค่ะ น้องเล็กเข้าใจเรื่องวิสุทธิ ๗ มากขึ้นค่ะ

โดย เล็ก [7 ก.พ. 2546 , 09:53:14 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )


  สลักธรรม 26


สวัสดีๆเด็กทุกๆคน ขอให้เจริญๆด้วยบารมีธรรมกันนะ อุสาหะอย่างนี้น่ายกย่องจริงเรามาเรียนกันต่อจะได้ไม่เสียเวลา

คราวนี้ก็มาดูวิสุทธิข้อ ๒ กันนะ มีชื่อว่าจิตตวิสุทธิ

จิตตวิสุทธิ.....หมายถึง จิตที่มีความบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส
ถ้าเราจะจิตตวิสุทธิว่าโดยอรรถ ได้แก่ สมาธิวิสุทธิ นั่นเองนะเด็กๆ เคยได้ยินมาบ้างไหมละ

จิตตวิสุทธิหรือสมาธิวิสุทธิ ต้องเป็นไปเพื่อ อานิสงส์ที่เป็นปัจจัยแก่การพ้นทุกข์เท่านั้น สมาธินี้จึงชื่อว่าบริสุทธิ์

ถ้าทำสมาธิเพื่อจะได้มีความสุข ต้องการให้จิตสงบ ความเข้าใจเช่นนี้ สมาธินั้นก็ไม่บริสุทธิ์

เพราะไม่ต้องการพ้นทุกข์ มัวแต่มุ่งหาความสุขความสงบเท่านั้น....เห็นไหมเรื่องนี้ก็มีเท่านี้แหละ

โดย หลวงตา [7 ก.พ. 2546 , 12:21:59 น.] ( IP = 203.155.230.110 : : )


  สลักธรรม 27



ประเด็นสำคัญของ "จิตตวิสุทธิ" หลวงตาได้กล่าวไปแล้ว คราวนี้มาดูกันว่า การงานของจิตตวิสุทธิหรือสมาธิวิสุทธิกันนะ

ตั้งใจละเดี๋ยวสัปสนนะถ้าไม่สังเกตุดีๆ


หน้าที่ของสมาธิในสติปัฏฐานนั้น คือ

การทำลายอภิชฌาและโทมนัส
หรือทำลายความยินดียินร้ายที่อยู่ในจิตใจนั่นเอง


ซึ่งศีลไม่สามารถทำลายความรู้สึกนึกคิดได้
ศีลเพียงแต่กันไม่ให้แสดงออกทางกาย ทางวาจาเท่านั้น
นิวรณ์ธรรมเกิดขึ้นในระดับจิตใจขณะที่คิดนึกถึงเรื่องราวที่เป็นอดีตหรืออนาคต
ถ้าขณะใดจิตตั้งมั่นในอารมณ์ปัจจุบันแล้ว นิวรณ์จะเกิดไม่ได้เลย

สมาธิมีอยู่ ๓ ขั้นด้วยกันนะจำไว้

ขั้น ขณิกสมาธิ
ขั้น อุปจารสมาธิ
ขั้น อัปปนาสมาธิ


ขณิกสมาธิเป็นได้ทั่วไปในอารมณ์ทั้ง ๖ เมื่อตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง
ขณะย้ายอารมณ์ไปตามทวารทั้ง ๖ ด้วยเหตุใดก็ตาม ขณิกสมาธิจะติดตามไปด้วยเสมอ


ขณิกสมาธิดังกล่าวนี้จึงเป็นปัจจัยหรือเป็นบาทฐานให้แก่วิปัสสนา เพราะการเปลี่ยนอารมณ์ที่เป็นไปตามเหตุผลนั้นเอง ที่เป็นเหตุให้เห็นถึงความเกิดขึ้นและดับไปของอารมณ์และของจิตได้ เพราะถ้าหากไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์แล้ว ยากที่จะเข้าใจถึงสภาวะของความเกิด ความดับ ของจิตได้

ยากไหมละ การวางใจให้ถูกตรง เห็นไหมไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะมาพูดเองส่งๆ โดยไม่ศึกษาให้ละเอียดถี่ถ้วน

และก็ไม่ใช่จะมานั่งหลับหูหลับตาแล้วบอกว่าหมดกิเลสเสียเมื่อไหร่กัน จำไว้นะเด็กๆจะได้ไม่หลงทาง






โดย หลวงตา [7 ก.พ. 2546 , 12:49:02 น.] ( IP = 203.107.212.206 : : )


  สลักธรรม 28



_/¦\_ _/¦\_ _/¦\_
เจ้าคะหลวงตาน้องแก้วเข้าใจแล้วเจ้าคะ


ความเกิดของจิตในอารมณ์หนึ่ง ๆ นั้น รวดเร็วมากจนไม่ทันเห็นความดับของจิตได้ จึงคิดว่าอารมณ์มีอยู่กัน

ดังนั้นที่หลวงตาอธิบายเมื่อสักครู่ว่า สมาธิที่แน่วแน่จึงไม่เป็นบาทแก่วิปัสสนา และไม่เป็นเหตุให้เห็นความเกิดขึ้นและความดับไปของจิตและอารมณ์ใช่ไหมเจ้คะหลวงตาขา

และความสามารถ ในการรู้ทุกข์ในจิต หรือในอารมณ์นั้น ไม่อาจรู้ได้ด้วยสมาธิ แต่จะรู้ได้ด้วยปัญญาเจ้าคะน้องแก้วเข้าใจแล้วถูกไหมเจ้าคะหลวงตาเจ้าขา...เย้ๆๆๆ









.................

โดย น้องแก้ว [7 ก.พ. 2546 , 13:04:49 น.] ( IP = 203.107.212.206 : : )


  สลักธรรม 29


ดีมากลูกแก้ว ต้องทำความเข้าใจให้ดีเช่นนี้ละนะ จะได้เป็นการช่วยพยุงพระศาสนาเอาไว้ด้วย

รู้ไหมได้บุญมากนะ และการเดินทางไปยังจุดหมายคืออมตะมหานิพพานจะได้ไม่ผิด

ขอให้หนูสามารถจำและถ่ายทอดพระธรรมไปได้มากๆนะ


ที่ลูกแก้วกล่าวมานั้นถูกเลย เพราะจิตที่ตั้งอยู่ในอารมณ์ ของสติปัฏฐาน
จึงเป็นบาทให้เห็นความเกิดขึ้นและดับไปของอารมณ์ได้

ผู้บำเพ็ญเพียรจะโดยสมถะก็ดี หรือวิปัสสนาก็ดี สิ่งสำคัญอยู่ที่อารมณ์ที่ใช้ในการพิจารณา


จึงต้องศึกษาเรื่องอารมณ์...ว่าอารมณ์อย่างไร จึงจะเป็นปัจจัยแก่วิปัสสนา

และอารมณ์อย่างไร....เป็นปัจจัยแก่สมถะ


สมาธิที่เป็นจิตตวิสุทธิ

จะต้องเป็นไปในอารมณ์ของสติปัฏฐาน เพราะ

ทำลายกิเลส คือ อภิชฌาและโทมนัส


ถ้าสมาธิไม่มี สติปัฏฐานเป็นอารมณ์แล้ว จะทำให้เกิดความสงบ มีความสุข มีความพอใจในความสงบหรือความสุขนั้นความพอใจเป็นกิเลสอย่างหนึ่ง อาศัยสมาธิเกิดขึ้น

สมาธิเช่นนี้จึงไม่สามารถทำลายอารมณ์วิปลาสได้


สำหรับการเจริญ

วิปัสสนา ของผู้ที่ได้ฌานแล้ว มีวิธีทำอย่างไรรู้

ไหมเด็กๆ ?

(อัฏฐสาลินี อ. ๑ / ๓๕๕) ที่เรามักได้ยินกันว่า

ยกองค์ฌานขึ้นสู่วิปัสสนา นั้นหมายความว่า
ในองค์ฌานทั้ง ๕ คือ วิตก วิจาร ปิติ สุข และ

เอกัคคตา
ผู้ที่ได้

ฌานมักจะติดในสุข และเพลิดเพลินในสุข

ความสุขนี้เกิดจากปิติเป็นเหตุ


ฉะนั้น การยกองค์ฌานจึงอาศัยการเพ่งปิติ...ซึ่งเป็นองค์ฌานและเป็นนามธรรมนั่นเอง

ธรรมชาติของปิตินั้น จะเพ่งหรือไม่เพ่งก็มีการเกิดดับ แม้จิตที่เป็นสมาธิก็มีการเกิดดับ ปิติซึ่งอาศัยจิตที่ได้ฌานแล้ว ยิ่งเกิดดับรวดเร็วมาก ปิตินั่นแหละจะแสดงความเกิดดับให้ปรากฏแก่ผู้เพ่งพิจารณา


เมื่อเห็นว่าปิติ มีความไม่

เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาแล้ว

จิตก็จะดำเนินไปในอารมณ์ของวิปัสสนาด้วยอำนาจ

ของการเพ่งลักษณะของปิติ
(ไม่ใช่เพ่งอารมณ์บัญญัติ)

วิปลาสก็จับในอารมณ์นั้นไม่ได้แล้ว


ดังนั้น ถ้าฌานใดที่เพ่งลักษณะ หรือสมาธิใดที่พิจารณาลักษณะที่กำลังเปลี่ยนแปลง (ลักขณูปนิชฌาน)

สมาธินั้นชื่อว่าเป็นบาทของวิปัสสนา และเรียกสมาธิ

นั้นว่า จิตตวิสุทธิ

ส่วนสมาธิใดที่เพ่งอารมณ์บัญญัติ
(อารัมมณูปนิชฌาน)

ไม่เพ่งลักษณะ ไม่จัดว่าเป็นจิตตวิสุทธิ..จำไว้นะลูกแก้ว นี่คือเรื่องวิสุทธิที่ ๒ แล้วนะ












โดย หลวงตา [7 ก.พ. 2546 , 19:33:18 น.] ( IP = 203.107.212.179 : : )


  สลักธรรม 30

กราบนมัสการค่ะหลวงตา
สวัสดีค่ะน้องแก้ว

เพิ่งกลับมาถึงบ้านค่ะ .... ไปดูงานที่จะสร้างความรุ่งเรืองให้แก่สำนักงานก็เลยมี Project เบ่งบานอยู่ในหัวใจอีกหลายเรื่อง ..... วันนี้จึงวุ่นวายทั้งวันกับการทำความเข้าใจ การโต้ตอบ การซักถาม การกระทำเพื่อมารยาท การสานสัมพันธไมตรี การพยายามดูแลอารมณ์ให้อยู่ในสภาพปกติไม่ให้ฮือโหมไปในทางโทโส จ โมโห....

และที่สำคัญก็คือ การอยู่กับสภาพการณ์เฉพาะหน้าได้มากขึ้นโดยไม่ตามไปทวงถามถึงอดีตที่เพิ่งผ่านไป หรือหาสาเหตุให้วุ่นวายใจว่า ทำไม ...เพราะอะไร..ใครทำ..เนื่องจากทราบว่าเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วและได้ผ่านไปแล้ว ไม่ควรค่าที่จะไปรื้อฟื้นให้ความไม่สบายใจเฟื่อฟูขึ้นมาอีก... เรียกว่ามีความรอบคอบในชีวิตมากขึ้นก็ได้

ที่เล่ามานี้ก็เพราะจะตอบน้องแก้วละค่ะว่า ..นี่คือสิ่งที่ไม่เหมือนกับความรู้สึกนึกคิดในสิบปีที่แล้ว ...สิบปีที่ผ่านมานี้รู้สึกว่าตัวเองอยู่ง่ายขึ้น มีมาตรฐานชีวิตและความพอใจที่ไม่ค่อยจะเบียดเบียนใคร.....

....มีความรู้ทางธรรมมากขึ้น และสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตของตัวเองได้ดีขึ้น ไม่ใช่เรียนแบบที่เคยเป็นคือจำเก็บไว้เฉยๆ .....ก็เพราะได้ทราบ ได้รู้ ได้เห็น ตัวอย่างที่ดีจากครูผู้สอนค่ะ ....... หลายๆสิ่งหลายอย่างๆที่ได้ทำให้เกิดขึ้นในชีวิตของน้องกิ๊ฟนั้นมีแรงบันดาลใจมาจากการใช้ชีวิตของครูนี่แหละค่ะ...ที่ทำให้น้องกิ๊ฟงอมืองอเท้าเป็นคนง่อยเปลี้ยเสียขาในการพัฒนาชีวิตของตนเองไม่ได้ .... การได้เรียนรู้จากภาพชีวิตของครูที่ทำหน้าที่ให้มาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้น้องกิ๊ฟมีตัวอย่างอย่างที่ชัดเจนขึ้นในการพินิจพิเคราะห์...


ขอบอกว่าในการเรียนพระอภิธรรมของน้องกิ๊ฟนั้นคงถือได้ว่าเป็นโชคดีอย่างมหาศาลที่ได้มาเรียนกับพี่ดอกแก้วหรืออาจารย์บุษกร เมธางกูร เพราะพี่ดอกแก้วสามารถอธิบายขยายความในเรื่องยากๆของพระอภิธรรมให้น้องกิ๊ฟเข้าใจได้ง่ายขึ้น และรับรู้ว่าสภาวธรรมเหล่านั้นเป็นชีวิตเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองอยู่เสมอ ...ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ...... นี่แหละค่ะคือความรู้สึกบางประการในตอนนี้ ....

และในลำดับสุดท้ายนั้นน้องกิ๊ฟนึกถึงท่านพระอาจารย์บุญมีค่ะ เวลาฟังการบรรยายของท่านจากเทปคาสเซทก็อดคิดไม่ได้ว่า คงจะหาผู้ที่เชี่ยวชาญแตกฉานในการสอนพระอภิธรรมเทียบเท่าพระอาจารย์บุญมีได้ยาก ความรู้ทางธรรมของท่านนั้นก็คงยากที่ใครจะรับสืบทอดไว้ได้

.....แต่พอได้มาเรียนกับพี่ดอกแก้วหรืออาจารย์บุษกรอย่างจริงจังแล้ว ก็ไม่เป็นกังวลแล้วค่ะที่จะเรียนพระอภิธรรมไม่รู้เรื่อง เพราะอาจารย์บุษกรนั้นสามารถรับมรดกธรรมของท่านพระอาจารย์บุญมีไว้ได้ทั้งภาคปริยัติและปฏิบัติที่ทำให้น้องกิ๊ฟและสมาชิกหลายๆท่านได้รับประโยชน์กันถ้วนทั่ว.... นี่ละค่ะคือความรู้สึกประการสุดท้ายที่ไม่เหมือนสิบปีก่อน


จึงขอตอบน้องแก้วมาด้วยความเคารพนะคะ
และขอกราบขอบพระคุณหลวงตาเป็นอย่างสูงค่ะที่ได้อธิบายเพิ่มเติมในเรื่องของวิสุทธิ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2546 , 21:23:28 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.156.71 )
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ] [ 4 ][ 5 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org