มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สาราณียธรรมเป็นไฉน




มีการกล่าวถึงคำว่าสาราณียธรรมในกระทู้
เรื่องศีล จึงขอขยายความคำว่า สาราณียธรรมนั้นเป็น
ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่ง
ความระลึกถึงกันนี้ โดยตรง พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าทรงแสดงแก่บรรพชิต คือผู้
บวชเป็นบรรพชิตในพระพุทธศาสนา,
แต่ว่าพระพุทธภาษิตนั้นไม่ใช่เฉพาะแต่
บรรพชิต ย่อมสาธารณ์ทั่วไปถึงบุคคล
ทุกทั่วหน้าไม่มีว่างเว้น. สาราณียธรรม
นี้แปลว่าธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึก
ถึงกัน ปิยกรณา ทำความรักกัน ครุกร-
ณา ทำความเคารพนบนอบกัน สงฺค-
หาย อวิวาทาย สามคฺคิยา เอกีภาวาย
สํวตฺตนฺติ เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน
และกัน เป็นไปเพื่อไม่วิวาทเกี่ยงแย่ง
กันและกัน จนถึงทะเลาะเบาะแว้งกัน
เป็นไปเพื่อความสามัคคีกันเป็นไปเพื่อ
ความเป็นหมวดหมู่เดียวกัน หรือรวม
กันเป็นหมวด หมู่เดียว นี้เป็นอาการ
ของสาราณียธรรฒ. ถ้าสาราณียธรรม
ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกันนี้ มี
ในบุคคลใดและหมู่ใด, บุคคลนั้นและหมู่
นั้น ก็จะระลึกถึงด้วยความดีความ
ชอบทำความรักกัน ทำความเคารพนบ-
นอบกัน เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน เป็นไป
เพื่อไม่วิวาทเกี่ยงแย่งกัน เป็นไปเพื่อความ
สามัคคีกัน เป็นไปเพื่อความเป็นพวกเดียว
หมู่เดียวกัน. แต่ถ้าสาราณียธรรม ธรรม
เป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกันนี้ไม่มีในผู้
ใดในหมู่ใด แต่กลับมีตรงกันข้าม, บุคคล
แม้จะระลึกถึงกัน ถึงระลึกถึงกันด้วยความ
มุ่งร้าย ไม่ใช่มุ่งดีต่อกันไม่ทำความรักกัน
แต่ทำความโกรธกัน ไม่ทำความเคารพ
นบนอบกัน แต่ทำความ ไม่เป็นไป ดู
หมิ่นดูแคลนเย่อหยิ่งต่อกันและกัน เพื่อ
ความสงเคราะห์กัน แต่เป็นไปเพื่อ
ความทำลายกัน ไม่เป็นไปเพื่อความไม่
วิวาทเกี่ยงแย่งกัน แต่เป็นไปเพื่อความ
ทะเลาะเบาะแว้งกัน วิวาทกัน ไม่เป็นไป
เพื่อความสามัคคีกัน แต่เป็นไปเพื่อแตก
ความสามัคคี ไม่เป็นไปเพื่อความเป็น
หมวดหมู่เดียวกัน แต่เป็นไปเพื่อความ
แตกแยกกันและกัน. นี้เป็นคุณของสารา-
ณียธรรม
.

โดย เณรวัส [5 ก.พ. 2546 , 15:04:25 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สาราณียธรรม ธรรมเป็นที่ตั้ง
แห่งความระลึกถึงกันนี้ พระสัมมาสัม-
พุทธเจ้าทรงแสดงเพื่อปลุกบุคคลที่อยู่ด้วย
กันเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้เป็นหมู่ที่อยู่ด้วย
กันด้วยดี มี ๖ อย่างคือ :-
๑. เข้าไปตั้งเมตตา ปรารถนาสุข
ปรารถนาดีต่อกันและกัน ประกอบกิจ
การงานทางกายแก่กันและกัน อย่างหนึ่ง.
๒. เข้าไปตั้งเมตตาปรารถนาดีปรา-
รถนาแก่กันและกัน ประกอบกิจการ
งาน ที่จะพึงทำทางวาจา คือพูดแก่กัน
หรือแนะนำกัน เพื่อให้ได้รู้และทำกิจการ
งานที่ดีที่ชอบ อย่างหนึ่ง.
๓. เข้าไปตั้งเมตตาปรารถนาสุข ปรา-
รถนาดีต่อกัน ประกอบกิจการงานที่จะ
พึงทำทางใจ คือใจมุ่งที่จะให้คนทั้งหลาย
อยู่เป็นสุข จนถึงช่วยคิดถึงกิจการที่เขาจะ
พึงทำให้ดำเนินไปในทางดีทางชอบ นี้
อย่างหนึ่ง.
รวมความก็คือเข้าไปตั้งเมตตากาย
กรรม เข้าไปตั้งเมตตาวจีกรรม เข้าไปตั้ง
เมตตามโนกรรม ต่อกันและกันทั้งในที่
ต่อหน้าทั้งในที่ลับหลัง รวมเป็นสาม.
๔. เฉลี่ยลาภที่ได้มาโดยชอบธรรม
ให้แก่กันและกัน ตามสมควร อันเป็น
บุญกุศล มุ่งความเฉลี่ยนเผื่อแผ่ด้วยตนเอง
ไม่ใช่ไปรีดให้ใครเขาต้องออกทรัพย์ให้
ตน และใช้ให้บุคคลอื่นทำกิจการงาน
อย่างทาส เพราะนั่นเป็นเจตนาอันทารุณ
โหดร้ายมุ่งหมายแต่ความดีความสุขเฉพาะ
ตน, แต่การเฉลี่ยลาภให้แก่กันในทางพระ
พุทธศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรง
แนะนำให้บุคคลมีใจประกอบด้วยเมตตา
กรุณาแก่กันและกัน และเต็มใจเฉลี่ยเผื่อ
แผ่ลาภที่ได้มาแก่กันและกัน สำหรับ
บรรพชิต ทรงแสดงว่าแม้บิณฑบาตที่ได้
มาก็เฉลี่ยเผื่อแผ่แก่กันตามสมควร ดังนี้
อีกข้อหนึ่ง.
๕. มีศีล คือความประพฤติดีทาง
กายทางวาจาด้วยความตั้งใจให้สม่ำเสมอ
กัน เพราะคนที่อยู่ด้วยกันเป็นหมวดหมู่
ตั้งต้นแต่หมู่อุบาสก อุบาสิกา หมู่สามเณร
หมู่ภิกษุ หรือหมู่ฤษีชีไพรต่าง ๆ ถ้ามี
ความประพฤติทางกายทางวาจาด้วยความ
ตั้งใจสม่ำเสมอกัน และสม่ำเสมอกันใน
ทางดีแล้ว จะอยู่ด้วยกันเป็นสุข. พิจารณา
ดูในบัดนี้จะเห็นได้ แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างมี
ศีลชั่ว คือความตั้งใจประพฤติกายประ-
พฤติวาจา ด้วยความตั้งใจ เป็นไปในทาง
ชั่วแก่กันและกันแล้ว หมู่ที่อยู่ด้วยกันก็ไม่
เป็นสุข ไม่ใช่แต่ไม่เป็นสุขเปล่า ๆ อาจ
อยู่ด้วยกันเป็นหมู่ไม่ได้, เพราะต่างฝ่าย
ต่างก็มุ่งร้ายต่อกันและกันอยู่เสมอ จะไม่
เป็นสุขได้เลย, แม้คนสองคนต่างฝ่ายต่าง
ประพฤติชั่ว คือมีศีลชั่วต่อกันและกันแล้ว
ก็อยู่ไม่เป็นสุข พึงเห็นตัวอย่างในบัดนี้
คนที่อยู่ด้วยกันในธรรมสภานี้ในเวลานี้
ล้วนมีศีล คือตั้งใจประพฤติดีประพฤติ
ชอบต่อกันและกัน จึงอยู่ด้วยกันด้วยความ
สงบเรียบร้อย แต่ถ้าในหมู่นี้แหละ ต่าง
มุ่งประพฤติชั่วต่อกันและกันแล้ว จะเกิด
อากูลวุ่นวายขึ้นเท่าไร จะสงบอยู่เช่นนี้ไม่
ได้. เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จึงทรงแสดงแนะนำให้เป็นผู้มีศีล คือตั้ง
ใจประพฤติดีประพฤติชอบต่อกันและกัน
นี่ข้อหนึ่ง.
๖. อีกข้อหนึ่ง ทรงแนะนำให้มีทิฏฐิ
คือความเห็นเหมือน ๆ กันหรือเสมอกัน,
แต่ว่าคนเราแม้เพียงสองคน จะมีความ
เห็นเหมือนกันไปทุกอย่าง ย่อมไม่ได้,
เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึง
ทรงแสดงข้อที่จะพึงกำหนดมุ่งหมายไว้ว่า
ทิฏฐิคือความเห็นนั้นต้องเป็นทิฏฐิอันประ
เสริฐ นำออกจากทุกข์ ดำเนินไปถึงความ
สิ้นทุกข์โดยชอบแก่บุคคลที่มีทิฏฐินั้น นี้
เป็นอีกข้อหนึ่ง.
รวมเป็น ๖ คือตั้งเมตตากายกรรม
ตั้งเมตตาวจีกรรม ตั้งเมตตามโนกรรม
ต่อกันและกัน ทั้งในที่ลับ ทั้งในที่แจ้ง
เฉลี่ยลาภที่ได้มาโดยชอบธรรมแก่กันและ
กันตามสมควร ตั้งใจประพฤติดีประพฤติ
ชอบให้เสมอ ๆ กัน ตามภูมิตามชั้น มุ่ง
ทำความเห็นอันประเสริฐ คือความเห็นที่
จะดำเนินไปเพื่อความสิ้นทุกข์เหมือนกัน
จึงรวมเป็น ๖ ข้อ ด้วยประการฉะนี้.
( วชิร. ๓๗๕-๓๗๙ ).

โดย เณรวัส [5 ก.พ. 2546 , 15:11:00 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 2

อีกปริยายหนึ่ง เพราะบุคคลจำต้อง
อาศัยกันเป็นหมวดหมู่, พระสัมมาสัม-
พุทธเจ้าผู้มีกรุณา ทรงหวังสุขประโยชน์
แก่หมู่ชน จึงทางแสดงธรรมอันเป็นที่ตั้ง
แห่งความระลึกถึงกัน ทำความรักกัน ทำ
ความเคารพกัน เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กัน
เพื่อไม่วิวาทกัน เพื่อพร้อมเพรียงกัน
เพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อันเป็น
ประโยชน์สำหรับหมู่ ๖ ประการ เรียกว่า
สาราณียธรรม. ( ในที่มาแห่งเรื่องนี้ พระ
ผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงแก่หมู่ภิกษุ )
เมื่อถือเอาเนื้อความโดยสาธารณ์ทั่วไปก็
คือ ตั้งใจทำการงานทางกาย ทางวาจา
และทางใจ คือคิดประกอบด้วยเมตตา
ในกันและกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
เผื่อแผ่แบ่งปันลาภที่ได้มาโดยธรรม, อุด
หนุนแก่กันและกันตามสมควร ไม่หวังไว้
บริโภคแต่ผู้เดียว, ตั้งใจประพฤติกายวาจา
ให้ดีเป็นส่วนศีลให้เสมอกัน ไม่ประพฤติ
ตนให้เป็นคนเลวทรามเป็นที่รังเกียจของ
กันและกัน, ประกอบด้วยความเห็นที่ดี ที่
นำผู้เห็นเช่นนั้นออกเพื่อสิ้นทุกข์โดยชอบ
เสมอกันและกัน, ผู้ประกอบด้วยสาราณีย-
ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่าทำตนให้เป็นคนดีใน
หมู่ด้วย ทำหมู่ให้ดีด้วย จึงควรชื่อว่า
คณโสภณะ ผู้ทำหมู่ให้งาม, ส่วนผู้ประ-
พฤติตรงข้าม ย่อมทำตนให้เป็นคนเลว
ด้วย ทำหมู่ให้เดือดร้อนด้วย จึงควรได้
ชื่อว่าคณปโทสะ ผู้ประทุษร้ายหมู่, แต่
ผู้ไม่ประพฤติทั้ง ๒ อย่าง ควรได้ชื่อว่า
คณปูรกะ ผู้พอทำหมู่ให้เต็ม คือให้มาก
ขึ้นเท่านั้น เพราะไม่ทำหมู่ให้ดี และไม่
ทำหมู่ให้ชั่ว แม้ผู้อื่นรู้จะความประพฤติ
ของคนนั้น ๆ หรือไม่ก็ตาม ส่วนผู้ทำ
ก็คงเป็นเช่นนั้นเอง ตามเหตุและผล.
ท่านผู้ตั้งใจประกอบด้วยสาราณียธรรม
นั้น ไม่เพียงแต่เป็นคณโสภณะผู้ทำหมู่
ให้งามในปัจจุบันเท่านั้น ยังเป็นผู้บำเพ็ญ
กุศล อันจักให้ผลเป็นสุขในภายหน้าอีก
ด้วย เพราะ สัมปรายิกัตถประโยชน์ ที่
จะพึงได้ในภายหน้า อันพระสัมมาสัม-
พุทธะทรงแสดงไว้ ๔ ประการ คือ
ประกอบด้วยศรัทธา ความเชื่อเหตุเชื่อ
ผล และเชื่อความเป็นผู้มีกรรมเป็นของ
ตน ๑, ประกอบด้วยความตั้งใจรักษา
กายวาจาให้ดีอันเป็นส่วนศีล ๑, ประ-
กอบด้วยกาลสละ ๑, ประกอบด้วยปัญญา
พิจารณาให้รู้จักเหตุแห่งความเจริญ และ
เหตุแห่งความเสื่อม ๑ ก็ย่อมรวมลงใน
สาราณียธรรมนี้เอง. เพราะฉะนั้น ท่าน
ผู้ประกอบด้วยสาราณียธรรม จึงชื่อว่า
บำเพ็ญประโยชน์ทั้ง ๒ คือ ประโยชน์
ในปัจจุบันด้วย ประโยชน์ในภายหน้า
ด้วยก็จักถึงความสงบสุขไม่ต้องเดือดร้อน
เพราะว้าเหว่ใจในประโยชน์ทั้ง ๒ ด้วย
ประการฉะนี้. ( วชิร. ๕๘๓-๕๘๖ ).


โดย เณรวัส [5 ก.พ. 2546 , 15:12:18 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 3

สาธุครับผมเณรวัส ขอบคุณมากครับที่มาช่วยลงสิ่งดีๆให้อ่าน
ช่วงนี้กำลังวุ่นมากๆเลยครับงานต้องทำหลายด้านฝากๆเณรวัสด้วยนะครับผม

โดย เณรชิต [5 ก.พ. 2546 , 16:14:08 น.] ( IP = 203.155.226.154 : : )


  สลักธรรม 4


อนุโมทนากับท่าานเณรวัสด้วยค่ะ

โดย วยุรี [6 ก.พ. 2546 , 06:34:58 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนาท่านเณรวัสด้วยค่ะ สำหรับความรู้เรื่องสาราณียธรรมที่นำมาเป็นธรรมทาน

โดย ปราณี [6 ก.พ. 2546 , 09:36:09 น.] ( IP = 203.148.162.223 : : 10.199.199.95 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org