มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เมื่อพ่อเป็นน้องชายของลูกสาว




เมื่อพ่อเป็นน้องชายของลูกสาว


ท่านที่ศึกษาพระพุทธศาสนามาบ้าง

คงได้ยินชื่อคนสำคัญที่เป็นคฤหัสถ์สองท่านมีบทบาทในการอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนาอย่างดี

ท่านแรกคือ อนาถบิณฑิกเศรษฐี ท่านที่สองคือ นางวิสาขามหาอุบาสิกา

อนาถบิณฑิกเศรษฐี นามเดิมว่าสุทัตตะ เป็นนายแบงก์ที่ร่ำรวย

ครั้งหนึ่งเดินทางไปธุรกิจที่เมืองราชคฤห์ จากเมืองสาวัตถีบ้านเกิดเมืองนอน ได้พบพระพุทธเจ้า

ถวายตนเป็นอุบาสกรับใช้พระพุทธเจ้าและพระศาสนา

กราบทูลอาราธนาพระพุทธองค์เสด็จมาโปรดเมืองสาวัตถี

พระองค์ทรงรับอาราธนา

อนาถบิณฑิกเศรษฐีซื้อสวนของเจ้าเชตด้วยราคาแพงลิบลิ่ว เพื่อสร้างถวายพระพุทธองค์

แพงอย่างไรหรือครับ

เจ้าเชตบอกว่าให้เอาเหรียญกหาปณะ (กษาปณ์) มาปูเต็มพื้นที่นั่นแหละ คือราคาของสวนล่ะ

เศรษฐีแกก็ใจถึง ให้ขนเงินออกมาปูได้ครึ่งสวน

เจ้าเชตเห็นความเอาจริงเช่นนั้น จึงร้องบอกว่า พอแล้วๆ เอาแค่นี้แหละ ที่เหลือขอให้ผมได้เป็นเจ้าภาพด้วย

ทั้งสองจึงช่วยกันสร้างวัดสำเร็จ ได้ตั้งชื่อวัดว่า "พระเชตวัน" ตามนามของเจ้าของสวนเดิม

พระพุทธองค์ก็เสด็จมาโปรดชาวเมืองสาวัตถีและส่วนมากก็จะประทับอยู่ที่พระเชตวันแห่งนี้แหละครับ

โดย เทพธรรม [6 ก.พ. 2546 , 09:41:01 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

เศรษฐีแกมีลูกสาวหลายคน ล้วนแต่ถือศีลฟังธรรมตามอย่างบิดา

มีเพียงลูกชายคนเดียวเท่านั้น ตอนแรกๆ ไม่เอาถ่าน

แต่เศรษฐีมีวิธีชักจูงลูกเข้าวัด โดยจ้างให้ไปฟังธรรมวันละหลายกหาปณะ

ลูกไปวัดเพราะอยากได้เงิน แต่ไม่ฟังธรรม

นานเข้าพ่อได้ขึ้นค่าไปวัดให้แพงขึ้น โดยวางเงื่อนไขว่า

ให้จำพระธรรมที่พระพุทธเจ้าแสดงมาบอกวันละบท

ด้วยความโลภอยากได้เงิน ลูกชายก็ทำตาม


เมื่อฟังธรรมบ่อยๆ เข้าก็ค่อยๆ ซาบซึ้งในธรรมะทีละเล็กละน้อย

ในที่สุดแกก็ปฏิเสธไม่เอาค่าจ้างจากพ่อ เข้าวัดฟังธรรมด้วยศรัทธาจริงๆ

คุณพ่อแม่จะเอาวิธีการของท่านเศรษฐีไปอบรมลูกบ้างก็ได้นะครับ



กล่าวถึงเศรษฐีผู้เป็นพ่อ เนื่องจากมัวแต่อุปถัมภ์บำรุงพระสงฆ์ด้วยปัจจัยสี่

ไม่ค่อยได้มีเวลาฟังธรรมและตรึกตรองธรรมเท่าที่ควร

มีความสงสัยอะไรก็ไม่กราบทูลถามพระพุทธองค์สักเท่าไหร่

เพราะท่านเศรษฐีเคารพรักในพระพุทธองค์มาก เกรงว่ารบกวน ถามอะไรมากๆ พระองค์จะทรงเหน็ดเหนื่อย

(คือรักมากทะนุถนอมมาก ว่าอย่างนั้นเถิด)

เศรษฐีจึงได้บรรลุธรรมเพียงชั้นต้นๆ คือเป็นพระโสดาบันเท่านั้น

โดย เทพธรรม [6 ก.พ. 2546 , 09:42:24 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

ลูกสาวคนเล็กนามว่า สุมนา ป่วยหนัก อาการน่าเป็นห่วง

ท่ามกลางพ่อแม่และพี่น้องทั้งหลาย พ่อก็ละล่ำละลักถามว่า
"เป็นอย่างไรบ้างลูก”

"ไม่เป็นอะไรมากดอก น้องชาย"
เสียงลูกสาวตอบเบาๆ

"นี่พ่อนะลูก ไม่ใช่น้อง จำพ่อไม่ได้หรือลูก" พ่อแย้ง

"จำได้น้องชาย" ลูกสาวยังยืนยันเช่นเดิม

จากนั้นไม่นานนางก็สิ้นลมอย่างสงบ

เศรษฐีกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ถึงกับร้องไห้เสียงดังออกมา



วันเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าก็ยังอดร้องไห้ถึงลูกสาวไม่ได้

พระพุทธองค์ตรัสว่า
"อนาถบิณฑิกเอย สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง

มีเกิดแล้วก็มีดับสลายไปเป็นธรรมดา สัตว์ทั้งหลายเกิดมาแล้ว ล้วนมีความตายเป็นที่สุด

ท่านจะเศร้าโศกไปไย ท่านก็เป็นถึงอริยบุคคลแล้ว"


แทรกตรงนี้สักหน่อย

อนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้ฟังธรรมจากพระพุทธองค์ที่เมืองราชคฤห์ เมื่อครั้งพบพระองค์ครั้งแรกโน้น

ได้บรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับต้น คือเป็นพระโสดาบัน

พระโสดาบันนี้ยังคงมีความเศร้าโศกเสียใจเหมือนกับปุถุชนธรรมดาๆ เหมือนกัน


เศรษฐีกราบทูลว่า "ข้อนั้นข้าพระองค์รู้"

"รู้แล้วทำไมจึงไม่ระงับความเศร้าโศกเสียบ้าง"
พระพุทธองค์ตรัสเตือน

"ข้าพระองค์เสียใจที่ลูกสาวของข้าพระองค์ตาย ในขณะที่จิตหลงไม่มีความสงบ"

"รู้ได้อย่างไรว่า ลูกสาวท่านตายจิตไม่สงบ"

"นางเพ้อเรียกข้าพระองค์ว่า น้องชายๆ ก่อนตาย พระเจ้าข้า"

"นางมิได้เพ้อดอก นางเรียกท่านเป็นน้องชาย ก็เพราะท่านเป็นน้องชายจริงๆ" พระพุทธองค์ตรัส

แล้วให้อรรถาธิบายว่า
"ลูกสาวของท่านก่อนตายได้บรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับสกทาคามีแล้ว

สูงกว่าท่านหนึ่งขั้น ถ้านับโดยระดับแห่งการบรรลุธรรม ท่านก็เป็น "น้อง"

นางหมายเอาเรื่องนี้ จึงกล่าวกับท่านอย่างนั้น"


เศรษฐีกราบทูลถามว่า "บัดนี้นางไปเกิดที่ไหน พระเจ้าข้า"

พระพุทธเจ้าตรัสว่า "นางไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว"

ได้ฟังดังนั้นเศรษฐีก็ปีติยินดีเป็นล้นพ้นว่า

ลูกสาวของตนขณะยังมีชีวิตอยู่ก็อยู่ท่ามกลางญาติมิตรผู้มีความสุขพรั่งพร้อมทุกอย่าง

ตายไปแล้วก็ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสิต ที่พรั่งพร้อมด้วยทิพยสมบัติ ท่ามกลางเหล่าเทพทั้งหลาย


พระพุทธองค์ตรัสเทศนาสั้นๆ เป็นคำประพันธ์ว่า

"ผู้ทำบุญไว้แล้ว ย่อมเพลิดเพลินในโลกนี้

ตายไปแล้ว ย่อมเพลิดเพลิน


เขานับว่าเพลิดเพลินทั้งในโลกนี้และปรโลก

เมื่อนึกถึงแต่คุณงามความดีที่ตนทำ ยิ่งเพลิดเพลินยิ่งขึ้น"



ครับ ทำดีไว้ไม่เสียหลาย อยู่ก็สบาย ตายก็เป็นสุข

นำมาฝากทุกท่านครับผม

โดย เทพธรรม [6 ก.พ. 2546 , 09:43:24 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3


น้องแก้วสวัสดีคะและขออนุโมทนาในกุศลธรรมด้วยเจ้าคะ

.ชีวิตก็หมุนเวียนไปตามอำนาจแห่งเหตุและปัจจัยจริงๆเลยนะคะ
น่ากลัวมากสำหรับการเข้าใจชีวิตผิดๆนะคะ
ความทุกข์อย่างเบาบางยังเกิดแด่พระผู้รู้แล้วละแล้วในกิเลสบางชนิดได้


จะเอาอะไรได้แน่แท้กับชีวิตผู้ยังมืดบอกอยู่นะคะ
นึกแล้วน้องแก้วก็สงสารตนเองและทุกๆคนเลยคะ


................

โดย น้องแก้ว [6 ก.พ. 2546 , 11:26:48 น.] ( IP = 203.155.224.12 : : )


  สลักธรรม 4

กราบอนุโมทนาในกุศลที่พี่เณรส่งมาให้ค่ะ และยังขออนุโมทนากับกุศลกรรมของท่านทั้งหลายดังกล่าวที่ให้การอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนาอย่างดี จึงทำให้ได้เห็นการดำเนินชีวิตที่มีค่าเช่นนี้ และยังสงสารตนเองเหมือนอย่างน้องแก้วเลยละค่ะ เพราะยังไม่มีทิศทางที่แน่นอนเลย ยังไงเวลาที่เหลือขอสะสมเสบียงแห่งความดีไว้เป็นเหตุก่อนคงจะดีแน่และขออย่าให้มีชีวิตที่เห็นผิดเลยนะคะ น่ากลัวจริงๆ

โดย หมออุ๊ [6 ก.พ. 2546 , 12:08:50 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )


  สลักธรรม 5

ดีจังหนอ ดีจังหนอ

โดย JaY [6 ก.พ. 2546 , 12:25:29 น.] ( IP = 168.120.13.205 : : )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนาค่ะ ขอบคุณพี่เณรชิตมากค่ะที่นำสิ่งดีๆมาให้ทราบทั่วกันตลอด

โดย เล็ก [6 ก.พ. 2546 , 15:55:59 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )


  สลักธรรม 7


กราบสวัสดีครับท่านอาจารย์เทพธรรมที่เคารพรัก
สนุกดีครับ แถมยังสอนให้รู้ว่า ถ้าเราพูดว่า..
เมื่อพ่อเป็นน้องชายของลูกสาว..

....ทางโลกนั้นไล่ลำดับกันยุ่งเลย
.....แต่ทางพุทธศาสนาแล้ว ง่ายมาก เพราะพระอริยบุคคลมีเพียง ๔ ลำดับเท่านั้น คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ ดังนั้น..

เมื่อพ่อบรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน
ส่วนลูกบรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคลระดับสกทาคามี

ลูกจึงสูงกว่าพ่อระดับหนึ่ง จึงเป็นพี่ชายพ่อ


..ศาสนาพุทธนี่ดีจริงแท้ ไม่รีบศึกษาตอนนี้ แล้วจะไปศึกษาเมื่อไร จริงไม๊ครับ..ท่านอาจารย์

ขอบพระคุณครับผม

โดย น้องจุก [6 ก.พ. 2546 , 18:00:54 น.] ( IP = 158.108.12.222 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมค่ะ สำหรับของฝากที่น่าอ่านและอ่านสนุกเช่นนี้ค่ะ

เห็นด้วยกับน้องจุกเลยค่ะ ศาสนาพุทธดีจริงแท้ แน่นอนที่สุด เพราะสอนวิธีที่จะให้พ้นไปจากทุกข์ได้
นับว่ายังโชคดี ที่ยังมีแก่นของพระพุทธศาสนาให้เราท่านได้ศึกษา ถ้าไม่รีบศึกษาตอนนี้ แล้วจะไปศึกษาเมื่อไร ใช่แล้วค่ะ น้องจุกคะ

โดย ธัญธร [6 ก.พ. 2546 , 21:37:27 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 9

เห็นด้วยกับน้องแก้วค่ะ จึงควรรีบสร้างเสบียง คือ คึกษาหาความรู้และการเจริญสติปัฏฐาน เพื่อให้ชีวิตไม่มืดบอด

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมค่ะ

โดย เซิ่น [7 ก.พ. 2546 , 00:18:26 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.158.209 )


  สลักธรรม 10


กราบขอบพระคุณท่านเณรชิตค่ะ



เห็นชื่อเรื่องแล้ว...อย่าพูดว่าลำดับญาติลำบากเลย ต้องบอกว่าลำดับไม่ได้...นี่คือทางโลก


อ่านแล้ว ทำให้นึกถึงเรื่องอารมณ์ก่อนตาย
ถ้าท่านสุมนาคิดว่า ท่านเศรษฐีเป็นพ่อ (ทางโลกีย์)ความอุปาทาน เกิดเป็นห่วง ...ก็คงไปเป็นอีกแบบ
แต่เพราะ "ปัญญา" ที่คมกล้าแล้วนั่นเอง ทำให้เรียกพ่อ เป็นน้องชาย (ทางโลกุตตร)ได้ ..


ดีจริงๆ ...ขอบพระคุณมากค่ะ


โดย วยุรี [7 ก.พ. 2546 , 06:17:52 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org