มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


-*-มิลินทปัญหา-*-...ว่าด้วยการบูชาพระพุทธเจ้า




วัชฌาวัชฌปัญหา...ว่าด้วยการบูชาพระพุทธเจ้า


ลำดับนั้น พระเจ้ามิลินท์จึงทรงดำริว่า พระนาคเสนให้โอกาสแก่เราแล้ว ฯ
ครั้งทรงดำริดังนี้แล้ว จึงทรงหมอบลงในที่ใกล้เท้าของพระนาคเสน แล้วทรงประนมอัญชลีขึ้นที่พระเศียร แล้วตรัสว่า

“ ข้าแต่พระนาคเสน พวกเดียรถีย์กล่าวว่า ถ้าพระพุทธเจ้ายังทรงยินดีต่อการบูชาอยู่ ก็ยังไม่ชื่อว่าปรินิพพาน ยังเกี่ยวข้องอยู่กับโลก ยังติดอยู่ในโลก
ยังสาธารณะอยู่กับโลก การบูชาพระพุทธเจ้าก็ ไม่เป็นหมัน ยังมีผลอยู่ ฯ
ถ้าพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับโลกแล้ว หลุดพ้นไปจากภพทั้งปวงแล้ว
การบูชาพระพุทธเจ้า ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะผู้ปรินิพพานแล้ว ย่อมไม่รู้จักยินดีต่อสิ่งใด
การบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ไม่รู้จักยินดี ก็เป็นหมัน ไม่มีผลอันใด ฯ
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ปัญหานี้ เป็น อุภโตโกฏิ ๒เงื่อน๒แง่ ไม่ใช่วิสัยของผู้มีความคิดสติปัญญาน้อยเลย
เป็นวิสัยของผู้มีความคิดสติปัญญามาก ขอพระผู้เป็นเจ้าจงทำลายข่าย คือ ทิฏฐินี้
พระผู้เป็นเจ้าสามารถทำลายข่าย คือ ทิฏฐินี้ได้โดยแท้
ปัญหานี้ได้มาถึงพระผู้เป็นเจ้าแล้ว ขอพระผู้เป็นเจ้าจงให้ดวงตา คือปัญญาแก่พระชินบุตรทั้งหลายในอนาคต เพื่อจะได้ข่มเสียซึ่งถ้อยคำอันเป็นหลักตอในพระพุทธศาสนา พระคุณเจ้าข้า ”


ลำดับนั้น พระนาคเสนเถรเจ้าจึงตอบว่า
“ขอถวายพระพร พระตถาคตเจ้าปรินิพพานแล้วจริง พระตถาคตเจ้า เมื่อยังไม่ปรินิพพาน
ก็ไม่ทรงยินดีต่อการสักการบูชา เพราะว่าได้ทรงสละความยินดีเสียที่ภายใต้ไม้ศรีมหาโพธิโน้นแล้ว
ไม่ต้องกล่าวถึงพระพุทธเจ้า ผู้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ฯ” ข้อนี้สมกับที่ พระสารีบุตร ผู้เป็นพระธรรมเสนาบดีได้กล่าวไว้ว่า
“ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้เสมอกับพระพุทธเจ้า ผู้ไม่มีผู้เสมอเหมือน ผู้อันเทพยดามนุษย์ทั้งหลาย สักกการบูชาแล้วนั้น ย่อมไม่ทรงยินดีต่อสักการบูชาเลย อันนี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย” ดังนี้ ขอถวายพระพร ”


“ ข้าแต่พระนาคเสน ธรรมดาบุตรก็ย่อมสรรเสริญบิดา บิดาก็ย่อมสรรเสริญบุตร
ข้อนี้ ไม่เป็นเหตุให้ข่มขี่ถ้อยคำของผู้อื่นได้ ข้อนี้ยังเชื่อฟังไม่ได้ก่อน
ขอพระผู้เป็นเจ้า จงกล่าวถึงเหตุการณ์ทั้งปวง เพื่อให้ถ้อยคำของพระผู้เป็นเจ้ามั่นคง
เพื่อทำลายเสียซึ่งข่าย คือ ทิฏฐินี้เถิด ”

โดย กมลชนก...นำมาฝากเจ้าค่ะ [8 ก.พ. 2546 , 22:22:19 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


พระเถรเจ้าตอบว่า...
“ ขอถวายพระพร พระตถาคตเจ้าได้ดับขันธปรินิพพานแล้วจริง
พระตถาคตเจ้านั้นย่อมไม่ทรงยินดีต่อการบูชา แต่เทพยดามนุษย์ทั้งหลาย
กระทำซึ่งพระอัฏฐิธาตุของพระพุทธเจ้า ผู้ไม่รู้จักทรงยินดี ผู้ปรินิพพานแล้วนั้น
ให้เป็นอารมณ์ ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็ย่อมได้สมบัติ ๓ ประการ (มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ และนิพพานสมบัติ)
เนื้อความข้อนี้ควรทราบได้ด้วยอุปมา ฯ คืออย่างไร ?
คือ กองไฟใหญ่ลุกรุ่งเรืองแล้วดับไป
อาตมาขอถามว่า กองไฟใหญ่นั้น ยินดีต่อเชื้อไฟ คือ หญ้าและไม้ หรือ ขอถวายพระพร ”


พระเจ้ามิลินท์ตรัสตอบว่า...
“ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า กองไฟใหญ่นั้นถึงจะยังลุกโพลงอยู่ ก็ไม่ยินดีต่อเชื้อ คือหญ้าและไม้
ไม่ต้องพูดถึงไฟที่ดับไปแล้ว เพราะไฟไม่มีเจตนาจะยินดีอย่างไร ฯ”
“ ขอถวายพระพร เมื่อไฟนั้นดับไปแล้ว โลกมิสูญจากไฟหรือ
พวกมนุษย์ที่ต้องการไฟก็ไม่สมหวังน่ะซิ ฯ ”


“ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะว่าไม้ย่อมเป็นวัตถุที่จะให้เกิดไฟขึ้นได้
พวกที่ต้องการไฟก็เอาไม้มาสีกัน แล้วก็ทำให้เกิดไฟขึ้นได้ ฯ”


“ ขอถวายพระพร ถ้าอย่างนั้น ถ้อยคำของพวกเดียรถีย์ที่ว่า การบูชาพระพุทธเจ้า
ผู้ไม่รู้จักยินดี เป็นของหมัน ไม่มีผลนั้น ก็ผิดไป
เพราะว่าพระพุทธเจ้า ย่อมรุ่งเรืองอยู่ในหมื่นโลกธาตุด้วยพระพุทธรัศมี
เหมือนกับกองไฟใหญ่ฉะนั้น ฯ ขอถวายพระพร กองไฟใหญ่รุ่งเรืองแล้วดับไปฉันใด
พระพุทธเจ้าก็ทรงรุ่งเรืองด้วยพระพุทธรังสีในหมื่นโลกธาตุ แล้วดับไปด้วยการดับขันธ์ฉันนั้น ฯ ไฟที่ดับแล้ว ย่อมไม่ยินดีต่อเชื้อ คือหญ้าและไม้ฉันใด
พระพุทธเจ้า ก็ไม่ทรงยินดีต่อเครื่องสักการบูชาฉันนั้น ฯ
เมื่อไฟดับแล้ว มนุษย์เอาไม้มาสีไฟให้เกิดขึ้นได้อีกฉันใด
เทพยดาทั้งหลายนึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าผู้ปรินิพพานแล้ว
ผู้ไม่รู้จักยินดี แล้วปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ก็ได้สมบัติ ๓ ประการฉันนั้น
ด้วยเหตุนี้แหละ มหาบพิตร การสักการบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ดับขันธปรินิพพานแล้ว ผู้ไม่ทรงยินดีต่อสิ่งใด จึงไม่เป็นหมัน จึงมีผล ”

โดย กมลชนก [8 ก.พ. 2546 , 22:24:42 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 2


“ ขอถวายพระพร ขอมหาบพิตรจงทรงสดับเหตุการณ์อื่นอีกให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้ ถ้ามหาบพิตรยังเคลือบแคลงสงสัยอยู่ ด้วยเหตุที่การบูชาพระพุทธเจ้าผู้ปรินิพพานแล้ว ผู้ไม่ทรงยินดีว่า ไม่เป็นหมัน ยังมีผลอยู่นั้น อาตมภาพจะอุปมาถวาย กล่าวคือ ลมใหญ่พัดมาแล้วหายไป ขอถามว่า ลมที่หายไปแล้วนั้น จะกลับพัดมาอีกหรือไม่ ? ”

“ ไม่กลับพัดมาอีก พระผู้เป็นเจ้า เพราะลมนั้นไม่มีความผูกใจ หรือการกระทำไว้ในใจที่จะกลับพัดมาอีกเลย ด้วยเหตุว่า ลมนั้นไม่มีเจตนา ฯ”

“ ขอถวายพระพร ลมที่หายไปแล้วนั้น ชื่อว่าก็ขาดหายไปด้วยหรือ ? ”

“ ไม่ขาดหายไป ผู้เป็นเจ้า คือ มนุษย์เหล่าใดร้อนขึ้นมาแล้ว มนุษย์เหล่านั้น ก็ทำให้ลมเกิดขึ้นด้วยใบตาล หรือด้วยเครื่องพัดอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามเรี่ยวแรงกำลังของตน แล้วกระทำให้ความร้อนนั้นหายไปด้วยลมนั้น ฯ”

“ ขอถวายพระพร ถ้าอย่างนั้น คำที่พวกเดียรถีย์ว่า การบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ดับขันธปรินิพพานแล้ว ผู้ไม่รู้จักทรงยินดี เป็นของหมัน ไม่มีผลนั้นก็ผิดไป เพราะพระพุทธเจ้า ได้พัดสัตวโลกให้เย็น ด้วยลมคือ พระเมตตาพรหมวิหาร อันเกษมศานต์ สุขุมเย็นใจ แผ่ไปทั่วหมื่นโลกธาตุ เหมือนกับลมใหญ่พัดให้สัตว์โลกเย็นฉะนั้น ฯ
ลมใหญ่พัดมาแล้วหายไปฉันใด พระพุทธเจ้าก็พัดสัตวโลกในหมื่นโลกธาตุ ให้เย็นด้วยเมตตาอันสุขุมยิ่ง แล้วก็ดับขันธ์ไปฉันนั้น ฯ
ลมที่หายไปแล้วกลับพัดขึ้นมาอีก ก็ไม่รู้สึกยินดีฉันใด
ความยินดีของพระพุทธเจ้าผู้ทรงเกื้อกูลโลก ก็สงบไปแล้วฉันนั้น ฯ
พวกมนุษย์ที่ร้อน มีอุปมาฉันใด เทพยดามนุษย์ทั้งหลายที่เร่าร้อนด้วยไฟกิเลส ๓ กอง ก็มีอุปมาฉันนั้น ฯ
ใบตาล และเครื่องพัด ย่อมเป็นเหตุให้ลมเกิดขึ้นฉันใด พระธาตุรัตนะ พระญาณรัตนะ ของพระพุทธเจ้า ก็เป็นเหตุให้ได้สมบัติ ๓ ประการ ฉันนั้น ฯ
เมื่อพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ หรือเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วก็ดี
ผู้ใดสักการบูชาด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ผู้นั้นก็ได้ความรื่นเริงบันเทิงใจ
พวกที่ปรารถนาสมบัติ ๓ ประการ ก็ได้สำเร็จสมความปรารถนา ฯ
พวกมนุษย์ที่ร้อนทำให้ลมเกิดขึ้นด้วยใบตาล หรือด้วยเครื่องพัดอย่างใดอย่างหนึ่ง
ก็ทำให้ความร้อนนั้นดับไปได้ฉันใด เทพยดามนุษย์ทั้งหลาย บูชาพระธาตุรัตนะ และพระญาณรัตนะ ของพระพุทธเจ้า ผู้ปรินิพพานแล้ว ผู้ไม่ทรงยินดี ทำกุศลให้เกิดขึ้นแล้ว ก็ดับความเร่าร้อน ๓ ประการ ด้วยกุศลนั้น
ด้วยเหตุนี้แหละ มหาบพิตร จึงเป็นอันว่า การบูชาพระพุทธเจ้าผู้ปรินิพพานแล้ว ผู้ไม่รู้จักทรงยินดี ไม่เป็นหมัน ยังมีผลอยู่ ฯ”


“ ข้าแต่พระนาคเสน พระผู้เป็นเจ้ากล่าวบรรยายมากเกินไป ขอจงกล่าวเฉพาะใจความให้กระทัดรัดเถิด ”

โดย กมลชนก [8 ก.พ. 2546 , 22:29:41 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 3


“ ขอถวายพระพร ขอมหาบพิตรจงทรงสดับเหตุอื่นให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก เพื่อข่มขี่ถ้อยคำของผู้อื่นเสีย คือ บุรุษคนหนึ่งตีกลองทำให้เกิดเสียงขึ้น
เสียงกลองที่บุรุษนั้นทำให้เกิดขึ้นก็หายไป เสียงกลองที่หายไปแล้วนั้น ยินดีที่จะเกิดมาอีกหรือไม่ ? ”


“ ไม่ยินดี พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่าเสียงกลองนั้น ไม่มีความผูกใจหรือใส่ใจอันใด เมื่อดังขึ้นแล้วหายไปก็เป็นอันขาดเสียง ฯ แต่กลองนั้น ยังเป็นของที่จะทำให้เกิดเสียงได้อยู่ เมื่อเหตุปัจจัยมีอยู่ บุรุษก็ตีกลองให้เกิดเสียงได้อีก ฯ”

“ ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร คือพระพุทธเจ้าทรงตั้งพระธาตุรัตนะ อันพระองค์ทรงอบรมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติ ญาณทัสสนะ ไว้แล้ว
ทรงตั้งพระธรรมวินัยให้แทนพระองค์ไว้แล้ว จึงดับขันธปรินิพพานไป ไม่ใช่ว่า เมื่อพระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพานไปแล้ว การได้สมบัติจะขาดไป คือสัตว์ทั้งหลายที่ถูกความทุกข์ในโลกบีบคั้นแล้ว ก็กระทำพระธาตุรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระวินัยรัตนะ ให้เป็นปัจจัยสืบต่อไป แล้วก็ทำให้เกิดสมบัติได้ตามปรารถนา เหมือนกับกลองทำให้เกิดเสียงได้ฉะนั้น ฯ

ขอถวายพระพร ถ้ากลองที่จะทำให้เกิดเสียงมีอยู่ เมื่อมีผู้ตีกลองก็ทำให้เกิดเสียงได้อีก
เมื่อพระธาตุรัตนะมีอยู่ ผู้ปรารถนาสมบัติ กระทำพระธาตุรัตนะ ให้เป็นปัจจัยสืบต่อไป
ก็ย่อมได้สมบัติ ฯ ด้วยเหตุอันนี้ ก็ชี้ให้เห็นว่า
การบูชาพระพุทธเจ้าผู้ปรินิพพานแล้ว ผู้ไม่รู้จักทรงยินดี ยังมีอานิสงส์ ยังมีผลอยู่ ฯ
ข้อนี้สมกับที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า

“ ดูก่อนอานนท์ ต่อไปข้างหน้าจะมีผู้กล่าวว่า
ศาสนาไม่มีพระศาสดาแล้ว พระศาสดาของพวกท่านก็ต้องไม่มี ดังนี้
แต่ว่าอานนท์ไม่ควรเห็นอย่างนี้ คือ ธรรมวินัยอันใดที่เราแสดงไว้แล้ว
บัญญัติไว้แล้ว ธรรมวินัยอันนั้นแหละ เมื่อเราล่วงไปแล้ว จักเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย ”

ดังนี้ เพราะเหตุนี้แหละ มหาบพิตร จึงว่า คำที่พวกเดียรถีย์ว่า การบูชาพระพุทธเจ้าผู้ปรินิพพานแล้ว ผู้ไม่จักทรงยินดี เป็นของหมัน ไม่มีผลนั้น ก็ผิดไป ”

“ ขอถวายพระพร ขอจงทรงสดับเหตุอย่างอื่นให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก เพื่อให้ทรงเข้าพระทัยว่า การบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ปรินิพพานแล้วนั้น ยังมีอานิสงส์ ยังมีผลอยู่ คือ แผ่นดินอันใหญ่นี้ ย่อมยินดีว่า พืชทั้งปวงงอกงามขึ้นในตัวเราหรือไม่ ? ”


“ ไม่ยินดีเลย พระผู้เป็นเจ้า ฯ”

“ ขอถวายพระพร เมื่อแผ่นดินอันใหญ่ไม่ยินดี เหตุใดพืชทั้งปวงนั้นจึงงอกงามขึ้น มีรากมั่นคง มีต้น มีแก่น กิ่งใบ ดอกผลเล่า ?”

“ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ถึงแผ่นดินใหญ่จะไม่ยินดีก็ดี ก็เป็นที่ตั้งแห่งพืชเหล่านั้น พืชเหล่านั้นจึงงอกงามขึ้นได้ ฯ”

“ ขอถวายพระพร ถ้าอย่างนั้น ก็เป็นอันว่าได้กำจัดถ้อยคำของพวกเดียรถีย์ให้หมดสิ้นไปแล้ว ด้วยอุปมาข้อนี้ ฯ
ขอถวายพระพร พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้สมบูรณ์ด้วยวิชชาจรณะ
ผู้เสด็จไปดี ผู้รู้ตลอดโลก เหมือนกับแผ่นดินอันใหญ่ ฯ คือ แผ่นดินใหญ่ ไม่รู้จักยินดีต่อพืชใด ๆ ฉันใด พระพุทธเจ้า ก็ไม่ทรงยินดีต่ออะไรในโลกฉันนั้น ฯ
ขอถวายพระพร พืชทั้งปวงนั้น ได้อาศัยแผ่นดินแล้วก็งอกงามขึ้น มีราก มีลำต้น กิ่งใบ ดอกผลฉันใด เทพยดามนุษย์ทั้งหลาย ได้อาศัยพระญาณรัตนะของพระพุทธเจ้า
ผู้ปรินิพพานแล้ว ผู้ไม่ทรงยินดีต่อสิ่งใด ก็เกิดรากคือกุศลมั่นคง เกิดแก่นคือสมาธิธรรม มีกิ่งคือศีล มีดอกคือวิมุตติ มีผล คือ โลกุตตรผล ดัวยเหตุอันนี้ ก็ชี้ให้เห็นว่า การบูชาพระพุทธเจ้าผู้ดับขันธปรินิพพานแล้ว ไม่เป็นหมันยังมีผลอยู่ ”

โดย กมลชนก [8 ก.พ. 2546 , 22:33:17 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 4


“ ขอถวายพระพร จงทรงสดับเหตุอื่นให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก
คือ อูฐ โค ลา ช้าง กระบือ สัตว์ของเลี้ยง และมนุษย์ทั้งหลายเหล่านี้
ยินดีต่อหมู่หนอนที่มีอยู่ในท้องของตนหรือไม่ ? ”


“ ไม่ยินดีเลย พระผู้เป็นเจ้า ฯ”

“ ก็เมื่อไม่ยินดี เหตุไรหมู่หนอนเหล่านั้นจึงมีลูก หลาน เหลน เกิดขึ้นมากมายในท้องของสัตว์เหล่านั้น ฯ ”

“ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เพราะเหตุบาปกรรมมของสัตว์เหล่านั้น ทำให้เกิดหมู่หนอนในท้อง ฯ ”

“ ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร สักการบูชาที่บุคคลกระทำต่อพระพุทธเจ้า จึงไม่เป็นหมัน
ยังมีผลอยู่ เพราะพระธาตุรัตนะ พระญาณรัตนะ ของพระพุทธเจ้านั้น ยังมีกำลังแรงกล้าอยู่ ”


“ ขอมหาบพิตรจงทรงสดับเหตุอื่นให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก
คือ มนุษย์ทั้งหลายยินดีให้ฉัพพนวุติโรค คือโรค ๙๖ ประการ เกิดขึ้นในร่างกายของตนหรือไม่ ? ”


“ ไม่ยินดีเลย พระผู้เป็นเจ้า ?”

“ ในเมื่อไม่ยินดี เหตุไรโรคเหล่านั้น จึงเกิดขึ้นในร่างกายของมนุษย์ ? ”

“เหตุทุจริตทีเขาทำไว้ในปางก่อนน่ะซิ พระผู้เป็นเจ้า ฯ”

“ ขอถวายพระพร ถ้าอกุศลที่เขาทำไว้ในชาติก่อน ทำให้ได้รับผลในชาตินี้
กุศลกรรม อกุศลกรรม ที่เขาทำไว้ในชาติก่อนก็ดี ในชาตินี้ก็ดี ก็ต้องไม่เป็นหมัน ยังมีผลอยู่ ฯ
ถึงด้วยเหตุอันนี้ ก็ชี้ให้เห็นว่า การบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ดับขันธปรินิพพานแล้ว ก็ไม่เป็นหมัน ยังมีผลอยู่”

“ มหาบพิตรได้เคยทรงสดับหรือไม่ว่า นันทกยักษ์ มีจิตคิดร้ายต่อ พระสารีบุตรเถรเจ้า แล้วถูกแผ่นดินสูบ ฯ ”


“ ได้เคยสดับ ผู้เป็นเจ้า เพราะเรื่องนี้ปรากฏอยู่ในโลก ฯ”

โดย กมลชนก [8 ก.พ. 2546 , 22:35:11 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 5


“ ขอถวายพระพร พระสารีบุตรเถรเจ้า ยินดีให้นันทยักษ์ถูกแผ่นดินสูบหรือไม่? ”

“ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ถึงมนุษย์โลก เทวโลกเป็นไปอยู่ก็ดี ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์จะตกลงมาที่พื้นดินก็ดี พระยาเขาสิเนรุจะแตกกระจัดกระจายก็ดี พระสารีบุตรเถรเจ้า ก็ไม่ยินดีต่อทุกข์ของผู้อื่น เพราะเหตุว่าพระเถรเจ้านั้น ได้ตัดมูลเหตุที่ให้เกิดความยินดีร้ายเสียแล้ว ถึงจะมีผู้ทำลายชีวิตของท่าน ท่านก็ไม่โกรธ ฯ”

“ ขอถวายพระพร ถ้าพระสารีบุตรไม่ยินดีให้แผ่นดินสูบนันทกยักษ์ เหตุใดนันทกยักษ์จึงถูกแผ่นดินสูบจมลงไปใต้พื้นดิน ?”

“ เพราะเหตุอกุศลกรรมของเขาแรงกล้า พระผู้เป็นเจ้า ฯ”

“ ขอถวายพระพร ถ้านันทกยักษ์จมลงไปในพื้นดิน เพราะอกุศลกรรมของเขาแรงกล้า การบูชาพระพุทธเจ้าผู้ไม่รู้จักทรงยินดี ก็ไม่เป็นหมัน ยังมีอานิสงส์อยู่ เพราะกุศลกรรมเป็นของแรงกล้า
ด้วยเหตุอันนี้ก็ดี ก็ชี้ให้เห็นว่า การบูชาพระพุทธเจ้าผู้ดับขันธปรินิพพานแล้ว ผู้ไม่รู้จักทรงยินดี ก็ยังมีผลอยู่ ฯ”


“ ขอถวายพระพร พวกมนุษย์ที่ถูกแผ่นดินสูบในครั้งพุทธกาลนี้ มีอยู่สักเท่าไร มหาบพิตรได้เคยสดับหรือไม่ ? ”

“ เคยสดับ ผู้เป็นเจ้า ฯ”

“ ขอเชิญมหาบพิตรว่าไป คือใครบ้าง ? ”

“ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า คนที่ถูกแผ่นดินสูบนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาว่ามีอยู่ ๕ คน
คือ นางจิญจมาณวิกา ๑ สุปปพุทธสักยะ ๑ พระเทวทัต๑ นันทกยักษ์ ๑ นันทมาณพ ๑”


“ ขอถวายพระพร บุคคลเหล่านั้นผิดต่อใคร ? ”

“ ผิดต่อพระพุทธเจ้าก็มี ผิดต่อพระสาวกก็มี พระผู้เป็นเจ้า ฯ”

“ ขอถวายพระพร พระพุทธเจ้าทรงยินดีให้บุคคลเหล่านั้นถูกแผ่นดินสูบจนลงไปในดินหรือไม่ ?”

“ ไม่ทรงยินดีเลย พระผู้เป็นเจ้า ฯ”

“ ขอถวายพระพร ถ้าอย่างนั้นขอจงเข้าพระทัยเถิดว่า การบูชาพระพุทธเจ้าผู้ปรินิพพานแล้ว ผู้ไม่รู้จักทรงยินดี จึงไม่เป็นหมัน ยังมีผลอยู่ ฯ”

“ ข้าแต่พระนาคเสน ปัญหาอันรู้ได้ยาก พระผู้เป็นเจ้าทำให้รู้ได้ง่ายแล้ว ปัญหาอันลึก พระผู้เป็นเจ้าทำให้ตื้นแล้ว พระผู้เป็นเจ้าได้ทำลายข้อลี้ลับแล้ว ทำลายข้อยุ่งยากแล้ว ทำลายถ้อยคำของผู้อื่นแล้ว ความเห็นอันชั่วร้ายของพวกเดียรถีย์สิ้นไปแล้ว พระผู้เป็นเจ้ามาถึงแล้ว ซึ่งความเป็นผู้ประเสริฐในหมู่ผู้ประเสริฐ”

จบวัชชาวัชชปัญหา


จาก...มิลินทปัญหา ฉบับพร้อมด้วยอรรถกถา ฎีกา แปลโดย...ปุ้ย แสงฉาย

โดย กมลชนก [8 ก.พ. 2546 , 22:38:39 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนาค่ะ คุณกมลชนก เยี่ยมมาก









width=185 height=138 autostart=true controls=ImageWindow console=cons type=audio/x-pn-realaudio-plugin name=javaPlug1>



โดย ฟูฟู [8 ก.พ. 2546 , 23:28:24 น.] ( IP = 203.107.209.78 : : )


  สลักธรรม 7


มีคำตอบที่ช่วยเร่งให้เกิดปัญญามากเลยคะน้องมด และยังสามารถจำแนวไว้แก้ปัญหาได้ในสถานการณ์ต่างๆได้ด้วยค่ะ ขอบคุณนะคะ

โดย พี่ต้อย [9 ก.พ. 2546 , 04:21:18 น.] ( IP = 203.107.212.82 : : )


  สลักธรรม 8

......

อนุโมทนา คุณกมลชนกค่ะ.

โดย ธัญธร [9 ก.พ. 2546 , 20:38:28 น.] ( IP = 203.113.71.164 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณมากค่ะคุณกมลชนก
ได้อ่านอย่างจุใจเลยค่ะ...และได้ความเข้าใจในเรื่องการบูชามากขึ้นด้วย

โดย น้องกิ๊ฟ [9 ก.พ. 2546 , 23:01:00 น.] ( IP = 203.170.137.192 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org