| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เวลาแห่งปัญญา อัตถิปัจจัย(21)
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1คำว่า อัตถิ ในที่นี้หมายถึง มีอยู่
สิ่งที่มีอยู่ จึงหมายถึง ธรรมที่เป็นปัจจัย หรือผู้ให้ และธรรมที่เป็นปัจจยุปบัน หรือธรรมที่เป็นฝ่ายผล นั้น จะต้องมีอยู่ในระหว่างที่เกิดขึ้น ขณะที่ตั้งอยู่ และในขณะที่ยังไม่ทันดับไป
ในทางธรรม เราเรียก![]()
ขณะที่เกิดขึ้น เรียกว่า อุปาทะขณะ
ขณะที่ตั้งอยู่ เรียกว่า ฐีติขณะ
ขณะที่ดับไป เรียกว่า ภังคะขณะ
สิ่งที่มีสภาพธรรมเช่นนี้ได้ มี อะไรบ้าง
ได้แก่ปรมัตถธรรม 3 ประการ คือ
จิต เจตสิก และ รูป เท่านั้น
โดย อัญชลี สมโสภณ [11 ก.พ. 2546 , 00:19:22 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )
สลักธรรม 2
อัตถิปัจจัย หมายถึง ธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นผู้ยังมีอยู่
หรือ หมายถึง ธรรมที่เป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่ธรรมที่มีสภาพเช่นเดียวกัน โดยความเป็นสภาพที่มีอยู่ คือ มีการกำลังเกิดอยู่เฉพาะหน้าเป็นลักษณะ
ในที่นี้ ปัจจัยธรรมนี้ จะเป็นผู้อุปการะได้นั้น จะต้องอยู่ในระหว่าง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และยังไม่ทันดับไป
และ ปัจจยุปบันธรรม ก็ย่อมปรากฏอยู่ในระหว่าง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และยังไม่ทันดับไป เช่นเดียวกัน
ดังนั้นถ้าปัจจัย หรือ ปัจจยุปบัน ไม่ปรากฏ หรือ ดับไปก่อน ก็ไม่ชื่อว่า อัตถิ หรือเรียกปัจจัยนี้ว่า อัตถิปัจจัยไม่ได้
![]()
ตัวอย่าง เช่น พื้นดิน กับต้นไม้
พื้นดินย่อมอุปการะแก่ต้นไม้ให้งอกงามและเจริญขึ้น เติบโต และตั้งอยู่ได้พื้นดิน จึง เสมือนเป็นปัจจัย
และต้นไม้ จึงเสมือนปัจจยุปบัน
หากขาดพื้นดิน หรือต้นไม้ ก็ไม่เรียกว่า มีการอุดหนุนกันโดย อัญชลี สมโสภณ [11 ก.พ. 2546 , 00:24:06 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )
สลักธรรม 3ใน อัตถิปัจจัยนี้ ธรรมที่ปรากฏต้องอยู่ในระหว่าง อุปาทะ ฐิติ ภังคะ
การปรากฏของอัตถิปัจจัย ย่อมปรากฏชัดใน ฐีติขณะมากกว่า และชัดกว่า
ในอุปาทะขณะ และ ภังคะขณะ
เพราะในอุปาทะขณะ ยังมีอำนาจอ่อนเนื่องจากเพิ่งเกิดขึ้น และใน ภังคะขณะก็ใกล้จะหมดอำนาจที่จะทำให้อำนาจนั้นตั้งอยู่ต่อไปได้ อำนาจตรงนี้ก็อ่อนไป เช่นเดียวกัน
เหมือนการโยนบอลไปในที่สูง
บอลที่มีอำนาจตั้งอยู่ได้ในอากาศนั้น จะต้องมีการเริ่มต้นโยนไป และเมื่อหมดอำนาจ บอลนั้นก็ต้องตกลงสู่พื้นดินในที่สุดนั้นเองโดย อัญชลี สมโสภณ [11 ก.พ. 2546 , 00:26:23 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )
สลักธรรม 4(ฝีมือที่ยังไม่พัฒนาก็เป็นเช่นนี้ค่ะ)
> แม้ว่า อัตถิปัจจัยนี้ จะมีอำนาจถึง 2 อย่าง คือ
1.ช่วยอุดหนุนให้ปัจจยุปบันธรรมเกิดขึ้น หรือเรียกว่า ชนกสัตติ
2. ช่วยอุดนหนุนให้ปัจจยุปบันธรรมตั้งอยู่ได้ หรือเรียกว่า อุปถัมภกสัตติ
แต่อุปถัมภกสัตติ มีความสำคัญมากกว่า ชนกสัตติ
ดังนั้น อุปถัมภกสัตติ จึงเป็นประธานในปัจจัยนี้
โดย อัญชลี สมโสภณ [11 ก.พ. 2546 , 00:30:03 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )
สลักธรรม 5
อัตถิปัจจัย ยังจำแนกได้ 6 ปัจจัย ได้แก่
1.สหชาตัตถิปัจจัย
2.อารัมมณปุเรชาตัตถิปัจจัย
3.วัตถุปุเรชาตัตถิปัจจัย
4.ปัจฉาชาตัตถิปัจจัย
5.อาหารัตถิปัจจัย
6.อินทริยัตถิปัจจัย
สหชาตัตถิปัจจัย ( ปัจจัยธรรมที่ช่วยอุปการะแก่ปัจจยุบันธรรมโดยความเกิดพร้อมกัน และ โดยความเป็นผู้ยังมีอยู่)
ปัจจัยนี้เหมือนกับ สหชาตปัจจัย
จัดเป็นประเภท นามรูป เป็นปัจจัยแก่ นามรูป
ตัวอย่างบางประการ เช่น
นามขันธ์ 4 ยกเอาขันธ์ใดขันธ์หนึ่งเป็นสหชาตัตถิปัจจัย นามขันธ์ 3 ที่เหลือ ก็เป็นสหชาตัตถิปัจจยุปบันธรรม
มหาภูตรูป 4 ยกเอารูปใดรูปหนึ่ง เป็นเป็นสหชาตัตถิปัจจัย มหาภูตรูป 3 ที่เหลือ ก็เป็นสหชาตัตถิปัจจยุปบันธรรม
อารัมมณปุเรชาตัตถิปัจจัย (อารมณ์เฉพาะแต่ที่เป็นรูปธรรม หรือเรียกว่า ปัจจุบันนิปผันรูป ที่เกิดก่อน และยังไม่ทันดับไป โดยความเป็นผู้ยังมีอยู่ ช่วยอุปการะให้ปัจจยุบันธรรมเกิดขึ้น)
ปัจจัยนี้เหมือนกับ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย
จัดเป็นประเภท รูป เป็นปัจจัยแก่ นาม
ตัวอย่างบางประการ เช่น
รูปารมณ์ เป็นอารัมมณปุเรชาตัตถิปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่ จักขุวิญญาณและเจตสิกที่เกิดพร้อมกัน
วัตถุปุเรชาตัตถิปัจจัย ( วัตถุที่เกิดก่อน และยังไม่ทันดับไป โดยความเป็นผู้ยังมีอยู่ช่วยอุปการะให้ปัจจยุบันธรรมเกิดขึ้น)
ปัจจัยนี้ เหมือนกับ วัตถุปุเรชาตปัจจัย
จัดเป็นประเภท รูป เป็นปัจจัยแก่ นาม
ตัวอย่างบางประการ เช่น
วัตถุ 5 มีจักขุประสาทเป็นต้น เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ช่วยอุดหนุนแก่ ทวิปัญจวิญญาณ มีจักขุวิญญาณเป็นต้น ให้เกิดขึ้นและตั้งอยู่ได้
ปัจฉาชาตัตถิปัจจัย ( ปัจจัยธรรมได้แก่นามที่เกิดทีหลังโดยความเป็นผู้ยังมีอยู่ อุปการะแก่ ปัจจยุบันธรรม ได้แก่ รูป เกิดก่อน)
ปัจจัยนี้เหมือน ปัจฉาชาตปัจจัย
จัดเป็นประเภท นาม เป็นปัจจัยแก่ รูป
อาหารัตถิปัจจัย ( ปัจจัยธรรมได้แก่ รูปอาหาร เป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่ รูปอาหาร)
ปัจจัยนี้เหมือน รูปอาหารปัจจัย
จัดเป็นประเภท รูป เป็นปัจจัยแก่ รูป
ตัวอย่างบางประการ เช่น
โอชาที่อยู่ภายในรูปอาหาร เป็นปัจจัยแก่อาหารชรูป และอุปการะแก่ ติชรูปที่เหลือ (กัมมชโอชา จิตตโอชา และอุตุชโอชา)
(ขอสังเกตในปัจจัยนี้ยกมาเฉพาะ รูปอาหารเท่านั้น)![]()
อินทริยัตถิปัจจัย (ปัจจัยธรรมนั้นได้แก่ ชีวิตรูปที่ทำหน้าที่เป็นใหญ่ และยังมีอยู่นั้นช่วยอุดหนุนแก่ กัมมชรูปที่เหลือซึ่งอยู่ในกลาปเดียวกันกับ ชีวิตรูปนั้นๆ)
ปัจจัยนี้ เหมือนรูปชีวิตินทริยปัจจัย
จัดเป็นประเภท รูป เป็นปัจจัยแก่ รูป
(ข้อสังเกต ปัจจัยนี้ ยกมาเฉพาะ รูปชีวิตินทริยปัจจัยเท่านั้น)![]()
โดย อัญชลี สมโสภณ [11 ก.พ. 2546 , 00:36:45 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )
สลักธรรม 6คำถามประจำวันนี้ ถามว่า
1. ทำไมพระนิพพาน จัดเป็นอัตถิปัจจัย ไม่ได้
> 2. ในปัจจัยนี้ โดยเฉพาะ อาหารัตถิปัจจัย ทำไมไม่ยกเอา นามอาหารปัจจัย มากล่าวด้วย
และ ใน อินทริยัตถิปัจจัย ทำไมไม่ยกเอา สหชาตินทริยปัจจัย และ ปุเรชาตินทริยปัจจัย มากล่าวด้วย
พบกันคราวหน้าใน นัตถิปัจจัย ( 22) ค่ะ![]()
สวัสดีค่ะ..โดย อัญชลี สมโสภณ [11 ก.พ. 2546 , 00:38:53 น.] ( IP = 203.113.38.12 : : )
สลักธรรม 7สาธุครับ คุณอัญชลี การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง
โดย Somkeat [11 ก.พ. 2546 , 09:23:07 น.] ( IP = 206.149.192.93 : : )
สลักธรรม 8อนุโมทนาค่ะ
ขออนุญาต copy ไปอ่านก่อนนะคะ
ยิ่งมีคำถามด้วยสงสัยต้องอ่านอย่างน้อย ๓ รอบ
ไม่เบาแล้วนะหมออุ๊คนเก่ง มีรูป ใหญ่โตดูชัดเจนดีค่ะโดย พี่ดา [11 ก.พ. 2546 , 10:23:50 น.] ( IP = 158.108.12.99 : : )
สลักธรรม 9
อนุโมทนาค่ะ น้องหมออุ๊
เห็นคำถามแล้ว อยากจะมีส่วนร่วมตอบด้วยค่ะ แต่ความรู้ยังน้อย ขอตอบเท่าที่ทราบนะคะ
. ทำไมพระนิพพาน จัดเป็นอัตถิปัจจัย ไม่ได้
เพราะว่า พระนิพพานไม่ได้อยู่ในสภาพที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปค่ะ
ปัจจัยธรรมที่จะเป็นอัตถิปัจจัยได้นั้น จะต้องอยู่ในระหว่างอุปปาทะ ฐีติ ภังคะ และอุปการะปัจจยุบบันธรรมให้ตั้งอยู่ได้ โดยความเป็นอุปถัมภกสัตติ พระนิพพานไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นอัตถิปัจจัยได้ค่ะ
2 ในปัจจัยนี้ โดยเฉพาะ อาหารัตถิปัจจัย ทำไมไม่ยกเอา นามอาหารปัจจัย มากล่าวด้วย
ข้อนี้ขอตอบว่า เพราะอาหารัตถิปัจจัย จัดเป็นประเภท รูปเป็นปัจจัยแก่รูป จึงไม่ยกเอานามอาหารปัจจัย ซึ่งเป็นนามมากล่าวด้วย
สำหรับ ข้ออินทริยัตถิปัจจัย ไม่ค่อยแน่ใจค่ะ
ที่ไม่ยกเอาสหชาติทริยปัจจัย และปุเชาตินทริยปัจจัยมากล่าว เข้าใจว่าเพราะปัจจัยธรรมในที่นี้หมายเฉพาะรูปชีวิตินทรีย์เท่านั้น และเป็นประเภทรูปเป็นปัจจัยแก่รูปด้วย ส่วนสหชาตินทริยปัจจัยเป็นประเภท นามเป็นปัจจัยแก่นาม และปุเรชาตินทริยปัจจัยเป็นประเภท นามเป็นปัจจัยแก่รูป
อันนี้ก็ไม่ทราบจะถูกหรือเปล่าค่ะ เพราะว่าตอบตามความเข้าใจ ไม่ได้เปิดตำราดูค่ะ![]()
โดย ธัญธร [11 ก.พ. 2546 , 22:48:42 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )
สลักธรรม 10
หลังจากไปอ่าน ๓ รอบ ตามที่บอกแล้ว
กลับมาก็มีคนดีจากภาคใต้มาชิงตอบเสียแล้ว
แง..แง..โดย พี่ดา [12 ก.พ. 2546 , 13:03:49 น.] ( IP = 158.108.12.128 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |