มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เมื่อโลกพูดถึงความรัก ทางธรรมะจะพูดถึงอะไร





เมื่อโลกพูดถึงความรัก
แต่ทางธรรมต้องพูดถึงเมตตา


คำว่าเมตตาเป็นภาษาบาลี เรามาเรียกกันว่า
ไมตรี ก็มี นี่มาจากศัพท์ว่า เมตตา
โดยความก็หมายถึงว่า...
แสดงความรักหรือประกอบด้วยความรัก อันเป็นข้าศึกแก่ความเกลียด


เมตตาไม่ใช่ความรักเกี่ยวข้องกับกาม

. ถ้ารักเกี่ยวกับกามหรือเกี่ยว
ด้วยกามราคะ ความยินดีในกาม นั่น
เป็นกามราคะ หรือกามฉันท์ไม่ใช่ความหมายของเมตตา,


อีกอย่างหนึ่ง ความรักที่มีเป็นธรรมดา
แก่คนที่เกี่ยวข้องกัน เช่น มารดาบิดา
รักลูก ลูกรักมารดาบิดา ญาติรักญาติ
เหล่านี้ ไม่ใช่เมตตา ไม่ใช่กามฉันท์
หรือกามราคะ
ท่านเรียกว่า เคหสิต-เปมะ ความรักที่อาศัยเรือน

ถ้าหมายความตามภาษาไทย ก็คือ ความรักที่เกี่ยวกันกับคนในครอบครัว นี่ชนิดหนึ่ง.

เมตตาเป็นความรักที่ปรารถนาสุขให้แก่คน
ทั่วไปหรือสัตว์อื่น. การแผ่เมตตาก็มี
จำเพาะบ้าง ทั่วไปบ้าง แผ่เมตตาจำเพาะ


เช่น มารดาบิดาแผ่เมตตาไปในบุตร หรือ
บุตรธิดาแผ่เมตตาไปให้มารดาชิดา นี่เรียกว่าจำเพาะ

, แผ่ไปไม่จำเพาะ คือแผ่ตลอด
ไปในสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง, ต้องการให้
สัตว์ทั้งหมดมีสุขหรือได้ถึงสุข, เมื่อทำ
เมตตาให้เกิดขึ้นในใจ ใจประกอบด้วย
เมตตาแล้ว ก็จักไม่พยาบาท จนถึงไม่
โกรธเคืองขัดแค้นใครต่อใคร,


พยาบาทคือ
มุ่งร้าย, เมตตาตรงกันข้าม คือ ปรารถนาสุขให้แก่สัตว์ทั่วไป, เมื่อใจประกอบด้วยเมตตาแล้ว ก็เป็นอันตัดความมุ่งร้ายในคนและสัตว์อื่น


คนและสัตว์อื่น เป็นบารมีอย่างหนึ่งใน บารมี ๑๐ คือ เมตตาบารมี. ( โอ. ๑/๘๑-๘๒ ).

การแผ่ไมตรีจิตให้เขาเป็นสุข ได้ชื่อ ว่า เมตตา เป็นเครื่องป้องกัน และกำจัด พยาบาทความมุ่งร้าย มีปริยายที่จะพึง

แสดงเป็น ๒ คือ แผ่เฉพาะและแผ่ทั่วไป
ได้ชื่อตามเหตุนั้นว่า โอทิสฺสผรณา( แผ่จำเพาะ ) และ อโนทิสฺสผรณา( แผ่ไม่จำเพาะ )


การแผ่โดยเฉพาะเจาะ
จงบุคคล หรือหมู่ ซึ่งได้ชื่อว่า โอทิสส-ผรณา พึงเห็นด้วยอย่างในมารดาบิดา

หวังความสุขแก่บุตรธิดา หรือครูบาอาจารย์หวังความเจริญแก่ศิษย์

คนที่เป็นมิตรหวังความเจริญแก่กันและกัน ตลอด ถึงท่านผู้ดำรงอิสริยยศสูงสุดในหมู่หวัง ความดีความเจริญแก่ปริสชนเป็นต้น.

การ แผ่โดยไม่มีขอบเขต เฉพาะเจาะจงบุคคล สุดแต่ตนหวังสุขเกลียดทุกข์ฉันใด ก็มีแก่ ใจคิดจะให้ผู้อื่นเป็นฉันนั้น ได้ชื่อว่า อโนทิสฺสผรณา

พึงเห็นตัวอย่างใน สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้มีพระหฤทัย หวังจะให้สัตว์บรรลุถึงสุขทุกถ้วนหน้า

โดย เณรวัส [11 ก.พ. 2546 , 16:50:28 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สาธุครับท่านเณรวัส ผมเห็นด้วยครับ

เรารักกันแบบไหน ตรงนี้ต้องถามกันให้ชัดเจนก่อน เรารักกันเพราะกามคุณ 5 ใช่ไหม ถ้าใช่ก็เรียกว่าเริ่มต้นคิดก็ผิดแล้ว สังคมยังให้อภัยถ้าเลิกเสียแต่ตอนนี้

ความรักต้องเป็นการที่เราอยากให้คนอื่นมีความสุข เรารักเขาแบบนี้สังคมจะไม่วุ่นวาย สุขนี้ก็เป็นสุขทางใจนะครับ ไม่ใช่การบำรุงบำเรอร่างกายกันให้สุข

การจะสุขทางใจได้ก็ต้องอาศัยธรรมะ ธรรมะเปรียบเหมือนอาหาร และยารักษาโรคของใจอย่างหนึ่ง มีมากๆ ใจเราก็อ้วนอิ่มหมีพีมัน สุขภาพใจแข็งแรง ไม่เป็นโรคทางใจ บางคนเป็นโรคทางใจ ยิงหัวตาย สมองไหลนอง น่ากลัวจริงๆ

สาธุ สาธุ สาธุ (แด่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์)

โดย Somkeat [11 ก.พ. 2546 , 23:32:25 น.] ( IP = 206.149.192.158 : : )


  สลักธรรม 2

ความมีเมตตาทำให้หมู่ชนที่รวมกันเป็น
หมวดหมู่ ตั้งต้นแห่งสกุลหนึ่ง เมื่อต่าง
มาปลูกเมตตาจิตในกันและกัน แต่นั้นก็
จะได้ประกอบการงาน ซึ่งเป็นประโยชน์
ตนและประโยชน์ท่าน ไม่เห็นแก่กาลนั้น
เข้ากับตน ทั้งผลที่เกิดก็เป็นไปเพื่อความ
สามัคคี ไม่วิวาทเกี่ยงแย่ง เป็นไปเพื่อ
ความรักใคร่นับถือกันและกัน ร่วม
ฉันทะในอันประกอบการงาน สมด้วย
พระพุทธภาษิตบรรหาร ในสาราณีย-
ธรรมสูตรว่า อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน
เมตฺตํ กายกมฺมํ ปจฺจุปฏฺ€ิตํ โหติ
เป็นต้น ความว่า ภิกษุทั้งหลาย กาย
กรรม วจีกรรม มโนกรรม ประกอบ
ด้วยเมตตา อันภิกษุในพระศาสนานี้มา
ตั้งไว้เฉพาะในกันและกัน อยมฺปิ
ธมฺโม สาราณีโย อันนี้เป็นธรรมที่
ตั้งแห่งอันยังกันและกัน ให้ระลึกถึงกัน
เป็นธรรมทำความรักใคร่ เคารพนับถือ
กันและกัน ตามฉันผู้น้อยผู้ใหญ่ เป็น
ไปเพื่อสงเคราะห์กันและกัน เพื่อไม่
วิวาทบาดหมางกัน เพื่อพร้อมเพรียง
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังนี้. ข้อความ
ที่ยกมาสาธกนี้ เป็นตัวอย่างในทาง
ปฏิบัติทั้งฝ่ายบรรพชิต ทั้งฝ่ายฆราวาส.
เมตตานี้เป็นข้าศึกแห่งพยาบาท และ
เป็นบุญประการหนึ่ง. ( วชิร. ๑๗๘-๑๙๐ ).

โดย เณรวัส [12 ก.พ. 2546 , 08:56:38 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 3

ตามมาอ่านค่ะเณรวัส อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.พ. 2546 , 15:29:09 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

ความรักต้องเป็นการที่เราอยากให้คนอื่นมีความสุข เรารักเขาแบบนี้สังคมจะไม่วุ่นวาย สุขนี้ก็เป็นสุขทางใจนะครับ ไม่ใช่การบำรุงบำเรอร่างกายกันให้สุข

โดย JaY [13 ก.พ. 2546 , 01:41:51 น.] ( IP = 202.44.8.98 : : 202.44.10.25 )


  สลักธรรม 5

เมตตาราคะไม่
ขอบเขตไร้ให้ทุกคน
เจริญเชิญหมู่ชน
ชื่นหัวในในเมตตา

ราคะนะรักกัน
มีโศกศัลย์นั้นโหยหา
ช้ำใจได้กลับมา
เมื่อรักคลายหายลับไป....


โดย ดอกสารภี [15 ก.พ. 2546 , 07:25:28 น.] ( IP = 202.28.27.2 : : 202.28.25.183 )


  สลักธรรม 6

ขออภัยค่ะ แก้ไข

เมตตาราคะไม่
ขอบเขตไร้ให้ทุกคน
เจริญเชิญหมู่ชน
ชื่นหัวใจในเมตตา

ราคะนะรักกัน
มักโศกศัลย์ไห้โหยหา
ช้ำใจได้พบพา
เมื่อรักพรากจากลับคลาย...

โดย ดอกสารภี [15 ก.พ. 2546 , 07:30:31 น.] ( IP = 202.28.27.2 : : 202.28.25.183 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org