มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ยกกระทู้นี้..หลวงตาขาฯที่02440 มาต่อที่นี่






http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2440

เริ่มอ่านตรงนี้ได้นะคะ

กราบขอบพระคุณเจ้าคะหลวงตา มาถึงในกังขาวิตรณวิสุทธิ แล้วน้องแก้วเริ่มชัดเจนในธรรมบางอย่างบ้างแล้วคะ

โดย น้องแก้วค่ะ [15 ก.พ. 2546 , 20:28:40 น.] ( IP = 203.107.209.211 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ดีจริงนี่ เรียนแล้วเข้าใจดีก็มีประโยชน์รู้ไหม

เพราะโดยมากเรียนแบบท่องจำพอจะเอาความรู้จริงขึ้นมาก็ไม่ได้เรื่อง อย่างนี้เสียเวลารู้ไหมลูก.


ต่อไปมาทำความเข้าใจกันต่อนะ

๕. มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ


มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ

.คือ ปัญญาที่รู้โดยถูกต้องแน่นอนแล้ว ว่า วิธีการใดใช่ทาง หรือวิธีการใดไม่ใช่ทาง ที่จะดำเนินไปสู่การดับภพชาติของตน หรือ พระนิพพาน


ความรู้ ความเข้าใจที่สามารถตัดสิน วิธีการต่าง ๆ ได้นี้....

ชื่อว่าปัญญานั้นบริสุทธิ์แล้ว จากความเข้าใจผิดด้วยอำนาจตัณหาและทิฎฐิ

เมื่อกำจัด ความเข้าใจผิดได้ เรียกว่า....

มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ

นับตั้งแต่ อุทยัพพยญาณ อันเป็นวิปัสสนาญาณที่

แท้จริงเป็นต้นไป


ปัญญาในอุทยัพพยญาณเป็นปัญญาอันเป็นปฏิปทาที่ถูกต้อง

แต่อาจจะยังไม่สมบูรณ์พอที่จะรู้เท่าทัน ในอารมณ์ของกิเลส
คือ วิปัสสนูปกิเลส ๑๐ อย่าง มีโอภาสเป็นต้น ที่เกิดจากกำลังของสมาธิ

ถ้าอารมณ์ของสมาธิมีมากกว่าก็จะดึงจิตให้ตกจากอารมณ์วิปัสสนา ทำให้เห็นแสงสว่าง หรือรู้สึกสงบ เยือกเย็น เป็นต้น

ทำให้เข้าใจผิดว่าตนเองเข้าถึงธรรมที่ไม่มีกิเลสแล้ว ตนเข้าถึงนิพพานแล้ว ความรู้สึกว่าเป็นตัวเรา อาจจะเข้าอาศัยได้
ความรู้สึกนี้เป็นข้าศึกแก่อารมณ์วิปัสสนาที่ถือว่าไม่ใช่เราเหตุนี้ความรู้สึกเป็นตัวเราจึงเป็นกิเลสของวิปัสสนา ทำให้วิปัสสนาเศร้าหมองตกไปจากวิสุทธิ และมักทำให้หลงทางถ้ารู้เท่าทันวิปัสสนูปกิเลสที่เกิดขึ้น จะด้วยการศึกษา หรือครูอาจารย์บอกเหตุผลให้ก็ตาม

ความรู้สึกในอารมณ์ที่ถูก ของอุทยัพพยญาณจึงจะเกิดขึ้น ความรู้สึกที่ถูกต้องจะกันจิต มิให้ตกไปในอารมณ์ที่ผิดอีก

ความเข้าใจนี้เรียกว่า มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิเข้าใจไหม?











โดย หลวงตา [15 ก.พ. 2546 , 20:49:28 น.] ( IP = 203.107.212.19 : : )


  สลักธรรม 2

กราบนมัสการค่ะหลวงตา

เห็นน้องแก้วมาตั้งกระทู้ใหม่ก็เลยตามเข้ามาอ่านต่อค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะหลวงตา

โดย น้องกิ๊ฟ [15 ก.พ. 2546 , 22:01:07 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.146.88 )


  สลักธรรม 3


เจ้าค่ะหลวงตา น้องแก้วและเพื่อนๆได้ฟังหลวงตาชี้แจงมานั้น ยังประโยชน์มากเลยค่ะหลวงตา

ปัญญาที่รู้โดยถูกต้องแน่นอนแล้ว ว่า

วิธีการใดใช่ทาง หรือวิธีการใดไม่ใช่ทาง ที่จะดำเนินไปสู่การดับภพชาติของตน หรือ พระนิพพาน
ความรู้เช่นนี้ประเสริฐจังเลยนะคะ เพราะจะได้ไม่หลงทาง น้องแก้วและเพื่อนร่วมเดินทางมาไกลมากจนนับภพนับชาติไม่ได้ ต่างก็หลงทางและถูกกรรวกิเลสซัดโถมชีวิต ให้ซัดเซ พเนจรมาจนทุกวันนี้ก็เพราะไม่รู้จักทางที่ถูกนั่นเองแต่ก็ยังโชคดีนะคะหลวงตา ที่ได้มาพบหลวงตาและครูผู้รู้ธรรมมาชี้นำให้เพื่อไม่ต้องเดินเสมือนคนตาบอดสนิทอีกต่อไป

น้องแก้วกราบขอบพระคุณหลวงตาเจ้าคะ




.................

โดย น้องแก้ว [16 ก.พ. 2546 , 05:58:35 น.] ( IP = 203.107.210.38 : : )


  สลักธรรม 4


ถูกต้องลูกแก้ว ดีแล้วที่มาศึกษาทางให้รู้เสียเพราะคัมภีร์วิสุทธิมรรค ใช้ศึกษาถึงวิธีปฏิบัติโดยตรง ทั้ง ศีล สมาธิ ปัญญา เนื้อหา พัฒนาให้มีความละเอียดและหลากหลาย

ผู้ศึกษาต้องมีความรู้ทางสภาวธรรมระดับพื้นฐานมาก่อน จึงจะสามารถเข้าใจถึงความลุ่มลึกกว้างขวาง และอัจฉริยภาพในการเรียบเรียงเนื้อหาของท่านผู้รจนา

แม้จะไม่มีแบบการเรียนการสอนสำหรับคัมภีร์นี้โดยตรงสำหรับฆราวาส

แต่ถ้าผู้ใด ผ่านสภาวธรรมพื้นฐาน ในการได้เรียนพระอภิธัมมัตถสังคหะมาแล้ว ก็จะสามารถศึกษาคัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้ด้วยตนเองได้ไม่ยากนัก

เพราะคัมภีร์นี้มีการอ้างอิงถึงสภาวธรรมพื้นฐานในสังคหะบาลีจนถึงญาณปัญญาระดับสูงที่สามารถผลักดันชีวิตออกจากวัฏฏะสงสารได้.

โดย หลวงตา [16 ก.พ. 2546 , 06:14:00 น.] ( IP = 203.107.210.38 : : )


  สลักธรรม 5

๖. ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ



ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิคือ ปัญญาที่เข้าถึงความรู้สึกในทางที่ถูก ตรงสู่พระนิพพานโดยถูกต้องแล้ว ทางในที่นี้หมายถึง อารมณ์อันเป็นปฏิปทาที่ถูกต้อง ตัณหาแลทิฎฐิไม่สามารถเข้าไปในอารมณ์นั้นได้ อารมณ์ของ วิปัสสนา คือ ไตรลักษณ์ในนาม-รูป เป็นตัวถูกรู้ ส่วนปัญญาเป็นตัวรู้อารมณ์ไตรลักษณ์นั้น ความรู้เช่นนี้เป็นปัจจัยแก่วิปัสสนาญาณเบื้องสูงต่อเนื่องไปถึงโคตรภูญาณ
วิปัสสนาปัญญาตั้งแต่ อุทยัพพยญาณที่ปราศจากวิปัสสนูปกิเลส จนถึง โคตรภูญาณ จัดเข้าอยู่ในปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ
ดังนั้น วิสุทธิขั้นนี้จึงประกอบด้วยวิปัสสนาญาณลักษณะต่าง ๆ รวม ๑๐ ญาณ ได้แก่

วิปัสสนาปัญญาตั้งแต่ อุทยัพพยญาณที่ปราศจากวิปัสสนูปกิเลส จนถึง โคตรภูญาณ จัดเข้าอยู่ในปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ

ดังนั้น วิสุทธิขั้นนี้จึงประกอบด้วยวิปัสสนาญาณลักษณะต่าง ๆ รวม ๑๐ ญาณ ได้แก่
อุทยัพพยญาณที่ปราศจาก วิปัสสนูปกิเลส

ภังคญาณ

ภยญาน

อาทีนวญาณ

นิพพิทาญาณ

มุญจิตุกัมมยตาญาณ

ปฏิสังขาญาณ

สังขารุเปกขาญาณ

อนุโลมญาณ และโคตรภูญาณ



คราวนี้มาดูอานิสงส์ของการได้ปัญญาญาณนี้แล้วว่าจะมีชีวิตที่พร้อมด้วยคุณสมบัติมากมายเชียวนะ

อานิสงส์ที่จัดอยู่ในวิสุทธิข้อนี้
โดยเฉพาะผู้ที่ผ่านวิปัสสนาปัญญาขั้นภังคญาณหรือภังคานุปัสสนาญาณแล้ว จะได้รับอานิสง ๘ ประการ คือ


:-.,_,.-:*'``'*:-.,_,.-:*'``'*:-.,_,.-:*'``'*:-.,_:-.,_,.-:


โดย หลวงตา [16 ก.พ. 2546 , 14:32:01 น.] ( IP = 203.107.203.89 : : )


  สลักธรรม 6

๑. ละความใคร่ในภพต่าง ๆ เพราะรู้แล้วว่าไม่ใช่ความสุข


๒. ละความใคร่ในชีวิต เพราะเห็นแล้วว่าชีวิตเป็นไปเพื่อทุกข์และการแก้ไขเท่านั้น


๓. หมั่นประกอบความเพียร เพื่อจะได้พ้นจากทุกข์

๔ เลี้ยงชีพด้วยความบริสุทธิ์ ถูกต้องตามพระธรรมวินัย

๕. ไม่ขวนขวายในทางที่ผิด ให้ผิดไปจากพระธรรมวินัย

๖. มีความกล้าหาญ ไม่ยอมผิดศีล ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งที่จะทำให้เสียศีลธรรม

๗. มีขันติอดทน ไม่เป็นไปกับกิเลสของคนอื่น เป็นคนสอนง่าย เลี้ยงง่าย ไม่ดื้อรั้น

๘. อดกลั้นต่อความยินดียินร้ายไม่ตอบสนองกิเลสของตนเองในอารมณ์ต่างๆ โดยผิดทาง


คุณธรรมทั้ง ๘ ประการนี้ เป็นอานิสงส์อันเนื่องมาจาก ปัญญาของผู้ปฏิบัติที่เข้าถึง ภังคานุปัสสนาญาณดังกล่าว

อาศัยคุณธรรมเหล่านี้เป็นปัจจัยให้บรรลุถึงธรรมที่ดับทุกข์

ถ้าผู้ใดยังไม่ได้รับอานิสงส์นี้แล้ว ก็ยากจะดำเนิน ถึงพระนิพพานได้

อานิสงส์ดังกล่าวมิใช่เกิดจากทาน หรือจากศีล หรือจากสมาธิ แต่จะต้องได้มาจากเหตุโดยตรง คือ จากวิปัสสนาเท่านั้น


จะเห็นว่า วิปัสสนาญาณแต่ละลักษณะทำให้เกิดวิสุทธิได้ไม่เท่ากันทั้งนี้ก็เพราะญาณปัญญาแต่ละข้อมีอำนาจไม่เท่ากันนั่นเอง

วิปัสสนาบางข้อก็มีอำนาจให้เกิดวิสุทธิได้เต็มที่

เช่น นาม-รูปปริจเฉทญาณ ทำให้เกิดทิฎฐิวิสุทธิเต็ม

ปัจจยปริคหญาณ ทำให้เกิดกังขาวิตรณวิสุทธิ


ส่วนอุทยัพพยญาณที่ยังมีวิปัสสนูปกิเลสจัดอยู่ในขั้นมัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ

ถ้าปราศจากวิปัสสนูปกิเลสจะจัดอยู่ในขั้นปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ เป็นต้น


แต่วิปัสสนาบางข้อต้องรวมกันหลายข้อ จึงจะสามารถ ทำให้เกิดวิสุทธิได้เพียงข้อเดียว

เช่น อุทยัพพยญาณส่วนหลัง จนถึงโคตรภูญาณ

รวม ๑๐ ญาณ

ทำให้เกิดปฏิปทาญาณทัสนวิสุทธิ เพียงข้อเดียวเท่านั้น

นี่แหละแง่มุมที่สลับซับซ้อนมาก ที่จะต้องตั้งใจทำความรู้จักให้ดีเสียก่อนมิเช่นนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่ตรงความจริง

เมื่อไม่ตรงความจริงความบริสุทธิ์จริงจะเอามาจากไหนจริงไหมลูกแก้วเอ่ย.







โดย หลวงตา [16 ก.พ. 2546 , 14:46:54 น.] ( IP = 203.107.203.89 : : )


  สลักธรรม 7



จริงเลยเจ้าคะหลวงตา สร้างเหตุอย่างไรย่อมต้องได้ผลอย่างนั้น

น้องแก้วจะระวังให้มากคะ ไม่ว่าจะเป็นการฟังธรรมก็ดีถ้าไม่ตั้งใจ ขาดสติ ขาดสมาธิในการฟัง มีหวังแย่แน่เลยคะ

เพราะธรรมทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่องกันและกัน..ใช่ไหมเจ้าคะหลวงตาเจ้าขา




โดย น้องแก้ว [16 ก.พ. 2546 , 14:54:28 น.] ( IP = 203.107.203.89 : : )


  สลักธรรม 8

มาศึกษาต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณหลวงตาและน้องแก้วมากค่ะ
โดยเฉพาะบทสรุปในสลักธรรม ๖ ทำให้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างวิสุทธิทั้งสองได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ก.พ. 2546 , 11:16:52 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 202.183.157.139 )


  สลักธรรม 9


คราวนี้มาถึงวิสุทธิสุดท้ายกันแล้วนะ และหมั่นทบทวนบ่อยๆเล่า

อย่าทำตัวเหมือนแหนนะ ได้แต่แวกไปข้างหน้าแต่ด้านหลังตีบหมด แย่กัน

ขึ้นชื่อว่าสิ่งดี ความดีแล้วต้องคุ้นให้ได้ด้วยการทำบ่อยๆทำซ้ำๆเสมอไม่เบื่อหน่ายนะลูกนะ

โดย หลวงตา [17 ก.พ. 2546 , 14:36:53 น.] ( IP = 203.107.211.140 : : )


  สลักธรรม 10


๗. ญาณทัสสนวิสุทธิ



ญาณทัสสนวิสุทธิ คือ ปัญญาในมัคคญาณที่เห็นแจ้งพระนิพพนาน เป็นปัญญาขั้นสูงสุดของการเจริญวิปัสสนาหรือเจริญมหาสติปัฏฐาน จนเห็นอริยสัจจ์ทั้ง ๔ ครบถ้วน

ตั้งแต่วิสุทธิที่ ๑ ถึงวิสุทธิที่ ๖ นั้นรู้อริยสัจจ์เพียง ๒ สัจจะ

คือ รู้ทุกข์สัจจ์กับสมุทัยสัจจ์


ส่วนญาณทัสสนวิสุทธิเป็นโลกุตตรวิสุทธิ เพราะรู้แจ้งอริยสัจจ์ครบทั้ง ๔
ทั้งนี้วิสุทธิแต่ละวิสุทธิจะเป็นปัจจัยแก่กันและกันตามลำดับ

ไม่มีการข้ามขั้นตั้งแต่วิสุทธิที่๑ ถึงวิสุทธิที่ ๗


ดังนั้นทุกคนควรพึงสังวรไว้เสมอนะว่า

คำสอนในพระพุทธศาสนานั้นมีพระพุทธประสงค์

ก็เพื่อให้สัตว์ทั้งหลายเข้าถึงปัญญาที่ชื่อว่าญาณทัสสนวิสุทธิเท่านั้น

และธรรมทั้งหลาย ในคำสอนของพระองค์
ก็สงเคราะห์อยู่ในอริยสัจจ์ทั้งหมด จบแล้ววิสุทธิ ๗

ท้ายนี้ขอความเจริญความผาสุก อันจะเกิดขึ้นได้ด้วยการประพฤติในธรรมจนถึงความบริสุทธิ์จากกิเลสทั้งหมดทั้งมวล จงเจริญในชีวิตของท่านทั่วหน้ากันทุกคนเทอญ





โดย หลวงตา [17 ก.พ. 2546 , 14:52:50 น.] ( IP = 203.107.211.140 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org