๑๘.มนสิการกรรมฐาน
๑๘.๑ มรณสติ
วิสุทธิมรรคอธิบายว่า
มนสิการให้เป็นไปโดยแยบคาย(คือถูกทาง)ว่า "ความตายจักมี ชีวิตินทรีย์จักขาด" ดังนี้ หรือว่า "ตาย ตาย" ลางท่าน(ที่อินทรีย์กล้า)มนสิการให้เป็นไปอย่างนั้นเท่านั้นแหละ นิวรณ์ทั้งหลายจะรำงับลง สติอันมีความตายเป็นอารมณ์จะตั้งมั่น กรรมฐานถึงอุปจารทีเดียวก็เป็นได้
แต่สำหรับผู้ใด ด้วยมนสิการเพียงเท่านี้ กรรมฐานยังไม่เป็น(อย่างนั้น) ผู้นั้นพึงระลึกถึงความตายโดยอาการ ๘ นี้ คือ
๑. โดยปรากฏดุจเพชฌฆาต
เพชฌฆาตจักตัดศีรษะอยู่ฉันใด แม้ความตายก็ปรากฏฉันนั้น เพราะมันมาพร้อมกับความเกิด และเพราะมันคร่าเอาชีวิตไป ความตายย่อมใกล้เข้ามาทุกที ดุจความแห้งไปแห่ง
(น้ำใน)ลำน้ำน้อยทั้งหลายที่ถูกแดดในฤดูร้อนแผดเผา มรณะนี้นั้นย่อมคร่าเอาชีวิตไป
ท่าเดียว ครั้นคร่าเอาไปแล้วก็มิได้ (ปล่อย)
ให้กลับ ดุจเพชฌฆาตนั้นจ่อดาบที่คอ
(จะฟันลงเป็นแน่)
๒.โดยวิบัติแห่งสมบัติ
อันสมบัติในโลกนี้จะงดงามอยู่ได้ก็ชั่วเวลาที่วิบัติยังไม่ครอบงำ และขึ้นชื่อว่าสมบัติที่จะล่วงพ้นวิบัติรอดอยู่ได้หามีไม่ วิบัติคือมรณะเป็นปริโยสาน(ที่สุดรอบ)แห่งสมบัติคือชีวิต
๓. โดยเปรียบเทียบ
(นึก)เปรียบเทียบตนกับคนอื่น ๆ(ที่ตายแล้ว) ด้วยอาการ ๗ คือ
-๓.๑โดยความมียศใหญ่
อันความตายนี้ได้ตกต้องผองท่านผู้มียศใหญ่ ก็เหตุไฉนมันจักไม่ตกต้องตัวเราเล่า
-๓.๒โดยความมีบุญมาก
เศรษฐีที่ปรากฏว่าเป็นผู้มีบุญมากในโลกยังถึงซึ่งความตายไปสิ้น กล่าวอะไรในเราเล่า
-๓.๓โดยความมีเรี่ยวแรงมาก
บุคคลผู้เลื่องชื่อในโลกว่าเป็นคนมีกำลัง
เรี่ยวแรงอย่างนี้ก็ยังถึงซึ่งความตายกล่าวอะไรในเราเล่า
-๓.๔โดยความมีฤทธิ์มาก
-๓.๕โดยความมีปัญญามาก
-๓.๖โดยความเป็นพระปัจเจกพุทธะ
-๓.๗โดยความเป็นพระสัมมาสัมพุทธะ(บุคคลอย่างนี้ก็ยังถึงซึ่งความตายกล่าวอะไรในเราเล่า)
๔. โดยร่างกายเป็นสาธารณ(อาหาร)แก่สัตว์และปัจจัยแห่งความตายมากชนิด
๕. โดยอายุเป็นของอ่อนแอ
ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายผูกพันอยู่กับลมหายใจเข้าออก ๑ ผูกพันอยู่กับอิริยาบถ ๑ ผูกพันอยู่กับความเย็นความร้อน ๑ ผูกพันอยู่กับมหาภูต ๑ ผูกพันอยู่กับอาหาร ๑ ชีวิตนั้นได้ความเป็นไปสม่ำเสมอแห่งลมหายใจ..
(จนถึง)..อาหารจึงเป็นไปได้ แต่เมื่อไม่ได้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือเกินประมาณไปอายุสังขารย่อมขาด
๖.โดยชีวิตไม่มีนิมิต
เพราะไม่มีกำหนดว่าจะพึงเป็นอยู่เพียงเท่านี้ ไม่เป็นอยู่ต่อแต่นี้ไป
๗.โดยชีวิตมีกำหนดกาล
ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายในบัดนี้สั้น ผู้ใดเป็นอยู่ยืนผู้นั้นก็เป็นอยู่สัก ๑๐๐ ปี เกินนั้นไปก็มีบ้าง แต่(เป็นส่วน)น้อย
๘. โดยชีวิตมีขณะสั้น
ว่าโดยปรมัตถ์ขณะแห่งชีวิตของสัตว์ทั้งหลายสั้นเต็มที ชั่วความเป็นไปแห่งจิตดวงหนึ่งเท่านั้นเอง ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็เป็นสิ่งที่
เป็นไปชั่วขณะจิตเดียว พอจิตดวงนั้นดับไปสัตว์ก็ได้ชื่อว่าดับ(คือตาย)
เมื่อพระโยคาวจรแม้ระลึกอยู่ด้วยอาการ ๘ นี้ อย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้ ด้วยอำนาจ
การทำในใจแล้ว ๆ เล่า ๆ จิตย่อมจะได้
อาเสวนา(ความคล่อง) สติอันมีความตายเป็นอารมณ์ย่อมจะตั้งมั่น นิวรณ์ทั้งหลายย่อมจะรำงับ องค์ฌานทั้งหลายย่อมจะปรากฏขึ้น
หมายเหตุ
ท่านที่สนใจข้อความเต็มในวิสุทธิมรรค
ดาวโหลดได้จากเวปไซท์นี้ครับ
http://www.geocities.com/SouthBeach/Terrace/4587/visuthi.htm
แล้วเลือกตรงวิสุทธิมรรค ภาค ๒ ตอน ๑ หน้า ๑ - ๒๔
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ