มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มาฆบูชา ....ตั้งจิตเวียนทักษิณา ณ พุทธมณฑล




สวัสดีค่ะทุกท่าน

เป็นที่ทราบกันดีแล้วนะคะว่า วันนี้ (๑๖ ก.พ. ๔๖) เป็นวันมาฆบูชา.... หลายๆท่านคงจะมีโอกาสประกอบกุศลให้เกิดขึ้นแก่ตนเองนับตั้งแต่เวลาเช้าเป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา และการเวียนทักษิณาบูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ...จึงขอกราบอนุโมทนาในกุศลของทุกท่านไว้ ณ เบื้องนี้ด้วยความเคารพค่ะ


ขอแจ้งให้พี่น้องหลายๆท่านที่ไม่ได้มามูลนิธิทราบก่อนนะคะว่า วันนี้พี่ดอกแก้วสบายดีค่ะแต่ประกาศงดการบรรยายธรรมหนึ่งวัน เนื่องจากการไฟฟ้าฯงดจ่ายกระแสไฟฟ้าตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๕.๓๐ น. ค่ะ .... ดังนั้น เมื่อวานนี้พี่ดอกแก้วจึงให้เวลาชดเชยแก่พวกเราไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยบรรยายธรรมตั้งแต่สิบโมงเช้าจนถึงเกือบบ่ายสามโมง หลังจากนั้นก็เป็นแขกรับเชิญเข้าไปร่วมด้วยช่วยกันติวในชั้นเรียนปริจเฉทที่ ๑ จนถึงหนึ่งทุ่มกว่าๆ จึงได้ออกมารับประทานอาหารเย็นแล้วก็กลับบ้าน...

และก่อนที่รถของพี่ดอกแก้วจะพ้นประตูรั้วของมูลนิธิไป พี่ดอกแก้วก็หันมาบอกน้องกิ๊ฟว่า พรุ่งนี้จะมาทบทวนธรรมะที่บรรยายไปแล้วให้เข้าใจกันอีกครั้ง ....หลังจากนั้นจึงค่อยไปเวียนเทียนกัน

น้องกิ๊ฟฟังแล้วก็ให้รู้สึกดีใจ เพราะถึงแม้จะมีอุปสรรคเกิดขึ้นบ้างแต่ก็ไม่ทำให้งานกุศลของพี่ดอกแก้วต้องหยุดชะงักไป ..โดยเฉพาะงานในการให้เพื่อสาธารณกุศลทั้งหลาย ....และยังทำให้น้องกิ๊ฟและเพื่อนๆมีโอกาสที่จะได้พัฒนาปัญญาให้ถูกตรงได้ยิ่งขึ้นแม้สถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวยเท่าใดนัก
... นี่แหละค่ะการให้ด้วยชีวิตและหัวใจ ....
เรียกว่า ถ้ายังทำงานไหว และยังมีคนได้รับประโยชน์จากงานที่ทำ พี่ดอกแก้วก็ไม่เคยปฏิเสธโอกาสที่จะกระทำเลยนะคะ ....แม้ว่าในบางครั้งจะมีอาการเจ็บป่วยอย่างรุนแรง แต่ถ้าผู้ฟังพร้อม ..พี่ดอกแก้วก็พร้อมที่จะเป็นผู้ให้ความรู้แก่ทุกท่านในทันทีเลยค่ะ ...... เจตนาในการรักษาเส้นทางสายธรรมทานนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปรไปจากพี่ดอกแก้วเลยนะคะ


และก็ทำให้น้องกิ๊ฟอดนึกขึ้นมาไม่ได้ว่า .... พี่ดอกแก้วนี่แหละคือกำลังของพระศาสนาที่แท้จริง และงานที่พี่ดอกแก้วทำก็คืองานที่สืบตามพระดำรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง ..เพราะในอดีตกาล การออกเผยแผ่พระศาสนานั้นเป็นเพราะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพิจารณาเห็นว่า มีพระสาวกมากเพียงพอที่จะส่งออกไปประกาศธรรมแล้ว จึงมีพระดำรัสแก่พระสาวกให้จาริกไปตามชนบทต่างๆเพื่อแสดงพระธรรมประกาศพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์แก่สัตว์ที่มีกิเลสบังปัญญาดุจฝุ่นผงจำนวนน้อยในดวงตา ให้ได้รับคุณค่าแห่งพระธรรมตามลำดับบารมีของบุคคล ... ซึ่งก็คือพระมหากรุณาธิคุณอย่างเปี่ยมล้นนั่นเอง

แต่พี่ดอกแก้วนั้นคงจะเหนื่อยกว่าพระสาวกหลายเท่าเลยนะคะ เพราะในแต่ละวันที่พี่ดอกแก้วใช้ชีวิตเพื่อให้ธรรมเป็นทานนั้น .พี่ดอกแก้วไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่า ใครที่มีกิเลสน้อยเหมาะแก่การฝึกหัด ...คงได้แต่ทุ่มเททำงานอย่างมีความหวังว่า อาจจะมีใครสักคนที่เกิดความรู้ความเข้าใจในพระธรรมขึ้นบ้าง ..และแม้จะไม่มีใครเลยสักคนที่จะมีความเข้าใจในสิ่งที่กำลังอธิบาย ....การให้ก็ยังคงดำเนินต่อไป เพราะพี่ดอกแก้วถือว่า การเผยแผ่พระศาสนาโดยเฉพาะพระอภิธรรมนั้นเป็นงานของพุทธศาสนิกชนโดยตรง และยังเป็นงานที่ได้รับมอบมาจากท่านพระอาจารย์บุญมีในฐานะทายาทโดยตรง..... นี่แหละค่ะคนทำงานในดวงใจของน้องกิ๊ฟและพี่น้องทุกคนไงคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ก.พ. 2546 , 01:36:35 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.241 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

เราก็ต้องทำความรู้จักตนเองก่อนนะคะว่า เราเป็นมนุษย์ซึ่งอยู่ในกามาวจรภูมิ และปรารถนามรรคผลนิพพาน ...เราจึงต้องนำความรู้จากตัวเลขนั้นมากำหนดทิศทางของชีวิตโดยตัดเส้นทางที่ไม่จำเป็นออกไป คือ

วิริยเจตสิกที่นอกเหนือจากการประกอบในอกุศลจิต ๑๒ ที่เราไม่ควรทำแล้ว ยังเหลืออีก ๖๑ ดวงซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในชาติต่างๆ


เราก็ต้องมาดูว่า กลุ่มใดที่พัฒนาได้ กลุ่มใดที่พัฒนาไม่ได้ และกลุ่มใดที่พัฒนาได้แต่ควรหรือไม่ควรพัฒนา


กลุ่มที่พัฒนาได้ก็คือ จิตที่เป็นกุศลชาติทั้งปวง ที่ประกอบด้วย มหากุศลจิต ๘ รูปาวจรกุศลจิต ๕ อรูปาวจรกุศลจิต ๔ และมรรคจิต ๔

กลุ่มที่เราไม่สามารถพัฒนาได้ก็คือกลุ่มของวิบากจิตและกิริยาจิตที่เหลือ

กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่พัฒนาได้แต่ควรหรือไม่ควรพัฒนา...เรามามองย้อนจากข้างหลังไปข้างหน้านะคะ

เริ่มที่มรรคจิต ๔ ดวง
ถามว่า ขณะนี้เรามีสิทธิใช้มรรคจิตดวงใดดวงหนึ่งหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่มี.... เพราะมรรคจิตเป็นฝ่ายโลกุตตระที่ต้องเป็นไปตามลำดับขั้นแห่งญาณปัญญาเพื่อประหารกิเลส โดยจะต้องเริ่มการฝึกฝนพัฒนาจากมหากุศลจิตให้มีกำลังเสียก่อน.... จึงเป็นจิตที่เรามุ่งหมายใฝ่ฝันที่จะมีให้ได้แต่ยังไม่มีในขณะนี้
ดังนั้น คำตอบสุดท้ายสำหรับมรรคจิตนี้ก็คือ เราไม่มีสิทธิที่จะไปพัฒนาแม้แต่น้อย


กลุ่มต่อไปก็คือ อรูปาวจรจิต ๔ เป็นจิตที่กระทำอรูปฌาน ...ถามว่าขณะนี้เรามีอรูปฌานใดอรูปฌานหนึ่งหรือไม่ ..คำตอบก็คือ ไม่มี ..... อรูปฌานจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีการพัฒนาไปจากรูปฌานเสียก่อน และยังต้องใช้ความเพียรเป็นอย่างมาก มิหนำซ้ำอรูปฌานนี้ก็ไม่ใช่การกระทำเพื่อความพ้นทุกข์ ซ้ำยังมีโทษมากเพราะทำให้ติดแน่นอยู่ในทิฏฐิบางประการ รวมทั้งทำลายโอกาสในการบรรลุมรรคผลนิพพานได้ ถ้าหากเราปล่อยชีวิตให้ปฏิสนธิอยู่ในอรูปภูมิ .... ก็จะมีความฉิบหายเกิดขึ้นแก่ชีวิต ต้องขอประทานโทษนะคะที่ใช้คำไม่สุภาพ แต่ในอดีตกาลนั้นได้มีตัวอย่างแห่งความฉิบหายให้พวกเราทราบกันเป็นอย่างดี ...ดังเช่นอาฬารดาบสและอุททกดาบสที่ไปเกิดเป็นอรูปพรหม ซึ่งพระพุทธองค์ไม่สามารถไปดทศานาสั่งสอนให้บรรลุธรรมได้แม้ว่าจะมีกิเลสบางเบาแล้วก็ตาม

ดังนั้น จึงเป็นคำตอบสุดท้ายอีกเช่นกันว่า เราไม่ควรพัฒนาจิตในกลุ่มนี้




กลุ่มต่อมาก็คือกลุ่มของรูปาวจรกุศลจิต ๕ เป็นกลุ่มของจิตที่กระทำกุศลประเภทรูปฌาน ซึ่งก็ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์เช่นเดียวกัน เพราะมีอารมณ์อยู่กับบัญญัติต่างๆ ที่ไม่ใช่ปรมัตถธรรม
ดังนั้น คำตอบสุดท้ายของจิตกลุ่มนี้ก็คือ การไม่ควรเข้าไปพัฒนาเช่นกัน


มาถึงกลุ่มสุดท้ายแล้วค่ะ คือ มหากุศลจิต ๘ เป็นจิตที่อยู่ในกามภูมิ ..นี่แหละค่ะที่เป็นสิทธิการเกิดขึ้นในกามาวจรภูมิของพวกเราโดยตรงที่จะกระทำได้....
และการเจริญสติปัฏฐานก็ต้องใช้มหากุศลจิตนี้เป็นชวนจิต.....คงจะพูดเพียงคร่าวๆนะคะว่า ... จิตกลุ่มนี้แหละค่ะที่เราควรพัฒนาให้เกิดขึ้นมากๆ และที่สำคัญก็คือ มหากุศลญาณสัมปยุตตจิต ๔ ดวง เพราะเป็นจิตที่ก่อให้เกิดผลที่มีคุณภาพสามารถนำไปสู่การประหารกิเลสได้ เรียกว่า กุศลชั้นเยี่ยมๆ .....เป็นจิตที่ใช้ในการเจริญสติปัฏฐาน อันนำไปสู่มรรคจิตต่อไปค่ะ
ส่วนมหากุศลญาณวิปปยุตตจิต ๔ ดวงนั้นเป็นจิตที่ให้ผลที่ด้อยลงถ้าทำให้มีเกิดขึ้นมากๆก็ยังคงต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพภูมิต่อไป.....


โดยสรุปก็คือ เราก็ต้องนำตัวเลข ๗๓ ที่ทราบนั้นมาพิจารณาดูว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ ...ที่ควรทำนั้นจะต้องทำอย่างไร ให้คุ้มค่าค่ะ....

นี่แหละค่ะคือการใช้ตัวเลขให้เกิดประโยชน์

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ก.พ. 2546 , 15:25:26 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.142 )


  สลักธรรม 12

พี่ดาขอถามแทรกนะคะ

น้องกิ๊ฟจำได้ไหมคะ ว่าพี่ดอกแก้วชอบจิตดวงไหนมากที่สุด เพราะอะไรคะ

กำลังเอียงหูฟังอยู่นะคะ ตอบด่วน.....นนน

ก่อนที่ไวรัสจะลงไปใน files นะคะ

โดย พี่ดา [17 ก.พ. 2546 , 15:44:22 น.] ( IP = 203.107.210.30 : : )


  สลักธรรม 13

สวัสดีค่ะน้องลูกอ๊อด

ขอบคุณมากนะคะที่ให้ความสนใจในเรื่องราวที่น้องกิ๊ฟนำเสนอ และยังมีคำถามแถมมาให้อีก


น้องกิ๊ฟจะพยายามใช้ความรู้และความเพียรตอบให้ดีที่สุดค่ะ ...ส่วนความเข้าใจที่จะเกิดขึ้นจากคำตอบนี้เป็นเรื่องที่น้องลูกอ๊อดจะต้องเพียรให้มีเกิดขึ้นเอง

....ซึ่งความเพียรที่เราทั้งสองกำลังกระทำให้เกิดขึ้นนี้จัดว่าเป็นความเพียรในมหากุศลญาณสัมปยุตตจิตโดยตรงเลยนะคะ...


ที่น้องลูกอ๊อดถามมาว่า ....เหลือแต่มหากุศลจิต ๘ ดวงเท่านั้นเองซิที่กามาวจรภูมิอย่างเราๆควรเพียรใช่ไหม?
ขอตอบว่า ใช่ค่ะ...ถูกต้อง....สำหรับผู้ที่ปรารถนาสันติสุข ไม่ใช่สุขในองค์ฌานนะคะ .....

มนุษย์ธรรมดาปราศจากมหัคตกุศลอย่างพวกเราที่ปรารถนามรรคผลนิพพานนั้น ควรอย่างยิ่งที่จะเพียรอยู่ในมหากุศลจิต ๘ ดวง เพราะมหากุศลจิตทั้ง ๘ ดวงนี้เป็นจิตที่กระทำทาน ศีล ภาวนาให้เกิดขึ้น ....โดยเฉพาะในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น จิตที่เป็นที่ตั้งแห่งความมีสติมา สัมปชาโณ และอาตาปี นั้นจะต้องเป็นจิตที่มีระดับของสมาธิที่ไม่แนบแน่นมากและต้องประกอบไปด้วยปัญญาซึ่งก็คือ มหากุศลญาณสัมปยุตตจิต ๔ ดวงนั่นเอง

มาถึงตอนนี้น้องลูกอ๊อดคงจะเห็นว่ามีคำแปลกๆปรากฏออกมาหลายคำเลยนะคะ อย่างคำว่า ..อาตาปี.. อาตาปีคำนี้ก็หมายถึงความเพียรซึ่งองค์ธรรมก็คือวิริยเจตสิกนี่แหละค่ะ ....นอกจากนี้น้องลูกอ๊อดอาจจะเคยได้ยินคำว่า สัมมัปปธาน ๔ ซึ่งก็คือความเพียร ที่มีองค์ธรรมคือวิริยเจตสิกเช่นเดียวกัน ...แต่คงต้องให้น้องแก้วมาอธิบายดีกว่านะคะ ว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร


เมื่อชี้เฉพาะเจาะจงลงไปในคำตอบแล้วก็จะยิ่งเห็นว่า ในมหากุศลจิตทั้ง ๘ ดวงนั้น ที่ควรต้องเพียรให้มีมากๆก็คือ มหากุศลญาณสัมปยุตตจิต ๔ ดวง นี้เท่านั้นค่ะน้องลูกอ๊อด ...

... แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับบางท่านที่มีรสนิยมส่วนตัวที่จะหันไปใช้เส้นทางความเพียรสายรูปาวจรกุศลจิตควบคู่กันไปด้วยก็เชิญตามอัธยาศัยนะคะ.... อันนี้ไม่บังคับค่ะ เพราะทุกคนที่ศึกษาพระอภิธรรมบ้างแล้วก็คงจะทราบดีว่า ไม่ใช่เส้นทางสายพ้นทุกข์โดยตรง แต่เป็นเส้นทางสายพรหมโลกค่ะ ...


สำหรับคำถามที่สองนั้น ขอเก็บเอาไปตอบสลักธรรมต่อไปนะคะ ..อิอิ

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ก.พ. 2546 , 16:49:10 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.155.142 )


  สลักธรรม 14

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ก.พ. 2546 , 17:57:27 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.149.121 )


  สลักธรรม 15

พี่ดอกแก้ว.....ไม่สอนที่วัดมหาธาตุหรือฮะ
จะได้เข้าไปฟังlecture บ้าง

ผมเรียนก็ท่องอย่างเดียวเลย
มีเคล็ดวิชาง่ายๆมั๊ยฮะ

โดย JaY [17 ก.พ. 2546 , 22:38:19 น.] ( IP = 202.44.8.98 : : 202.44.10.31 )


  สลักธรรม 16

ขอบคุณค่ะน้องกิ๊ฟ
ฟังคำตอบแล้ว ก็รู้สึกทึ่งมาก เพราะคนส่วนมากจะชอบผล แล้วนอนรอ แต่มิได้สาวไปถึงต้นตอว่าควรจะทำอะไร สร้างเหตุอะไร จึงจะได้ผลที่ต้องการ

ครั้งแรกฟังแล้วก็งูตามมาสองตัว ...งง

เพราะความรู้เรายังน้อยศึกษาไม่ลึกซึ้งพอ จึงมองเพียงผิวเผิน เห็นว่ามโนทวาราวัชชนจิตนั้น รับอารมณ์เยอะแยะไปหมด แถมอยู่ในกลุ่มอเหตุกจิตอีก
แต่ ลืมคิดไปว่ามโนทวาราวัชชนจิตนั้นทำหน้าที่โวฏฐัพพนกิจ ตัดสินอารมณ์ แล้วจึงเข้าสู่ชวนะเสพอารมณ์ ...

อ้อ..น้องลูกอ๊อดค่ะ ตามความเห็นของพี่ดานั้น พี่ดอกแก้วเวลาสอนธรรมะนั้น ไม่ดุหรอกนะ พี่ดอกแก้วสอนสนุก เพียงแต่เวลาเรียนพี่ดอกแก้วไม่ชอบให้เล่นหรือคุยกันนอกเรื่อง พี่ดอกแก้วมีความสามารถพิเศษที่สามารถหยิบยกเรื่องที่อยู่เฉพาะหน้ามาสอนเป็นเรื่องของธรรมะได้หมด ไม่ต้องตรียมอุปกรณ์การสอนอะไรให้ยุ่งยาก พี่ดอกแก้วจะพูดตรงไปตรงมา ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก ขอให้มีเหตุผล สรุปแล้วเรียนสนุก เฮฮาตลอดเวลา...๕๕๕

โดย พี่ดา [18 ก.พ. 2546 , 11:53:40 น.] ( IP = 158.108.12.86 : : )


  สลักธรรม 17

ก่อนอื่นก็ต้องขออนุโมทนาพี่น้องกิ๊ฟด้วยค่ะไม่ค่อยได้มีโอกาสเปิดเข้ามาดูพอได้เปิดก็ต้องเลือกเพราะมีให้เปิดดูเยอะมากเลยต้องเลือกและพออ่านแล้วรู้สึกดีมากดียังไงนะหรือค่ะข้อแรกต้องบอกว่าภูมิใจที่มีครูดีอย่างพี่ดอกแก้วเพราะอ่านแล้วนึกถึงบรรยากาศในห้องสอนธรรมะที่ครูสง่าและครูดอกแก้วสอนสนุกสนานและชวนให้อยากเรียนอยากรู้ อยากมีโอกาส อยากมีเวลา เอะอยากแบบนี้ก็เป็นโลภะไหมค่ะแต่คงเป็นโลภะในทางดีเนอะ ดีข้อต่อมาคือได้รู้ข่าวการทำกุศลของมูลนิธิในวันสำคัญเป็นการกระตุ้นเตือนตัวนะว่าเราชาวพุทธนี่รู้อะไรบ้างในวันมาฆบูชา และที่สำคัญวันเสาร์ได้มีโอกาสไปนั่งฟังเรื่องจิตพอพี่น้องกิ๊มาเขียนเรื่องนี้ในแง่ที่สามารถนำมาคิดให้นำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนก็รู้สึกดีมากๆขออนุโมทนาด้วยใจจริงอีกครั้งนะค่ะ

โดย ปุ้มค่ะ [18 ก.พ. 2546 , 13:30:13 น.] ( IP = 203.113.35.8 : : )


  สลักธรรม 18


กลับมาอ่านอย่างตั้งใจใหม่อีกครั้ง


ก็ต้องขอปรบมือ และแสดงความชื่นชมกับความจำและไหวพริบของน้องกิ๊ฟ....ที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากมายให้กับพวกเรา พร้อมทั้งขออนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง

การที่จะนำเอา..
ตัวเลขอภิธรรมมาทำให้เกิดประโยชน์กับชีวิต..นั้น

ถ้าไม่มีครูอาจารย์มาแนะนำ เราก็ไม่รู้เลยว่าจะนำมาใช้อย่างไร ก็ได้แต่ท่องปาวๆ กันไปเท่านั้น หรือไม่ก็ประเภทรู้ไว้ใช่ว่า...

แต่อ่านวันนี้แล้ว คิดว่าเลขที่เราเรียนเหล่านี้ แท้ที่จริงแล้วสามารถนำมาคิด และพัฒนาที่ตนเองได้


ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุษกร เมธางกูร เป็นอย่างมาก กับการให้ที่ยิ่งใหญ่ของท่าน

และขอบพระคุณ น้องลูกอ๊อด กับพี่ดาด้วยค่ะ ที่ช่วยตั้งคำถาม

โดย วยุรี [19 ก.พ. 2546 , 05:50:05 น.] ( IP = 203.113.38.8 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org