มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การเรียนพระอภิธรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิบัติจริงหรือ?




ได้ยินผู้ที่ชื่นชอบกับการปฏิบัติกล่าวว่าการเรียนพระอภิธรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิบัติ เพราะทำให้คอยคิดถึงวภาวธรรมอยู่เรื่อยไป ทำให้เกิดความสับสน เพราะคิดว่าจะเรียนพระอภิธรรมสักระยะหนึ่ง พอให้รู้เรื่องบ้างๆ แล้วจึงค่อยปฏิบัติ ไม่ทราบว่าคิดถูกหรือเปล่า เพราะขณะนี้เวลาว่างก็จะคอยคิดถึงแต่เรื่องที่เรียนว่ารู้เรื่องไหม เข้าใจไหม จนบางครั้งก็ทำให้คิดว่าที่เขาพูดว่าการเรียนพระอภิธรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิบัติน่าจะจริง ก็เลยเขียนมาถามท่านอาจารย์และผู้รู้ที่งหลายช่วยแสดงความคิดเห็นและให้ความกระจ่างด้วยนะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

โดย ดา [3 ก.ย. 2544 , 11:39:24 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1

ต่อไปนี้เป็น บางส่วน จาก
รายงานการประชุม
สัมมนาการปฏิบัติธรรม ครั้งที่ ๑
ของ
มูลนิธิ แนบ มหานีรานนท์
ณ สำนักวิปัสสนากรรมฐาน อ้อมน้อย
วันที่ ๒๐-๒๒ มีนาคม ๒๕๒๔
*******************************************

ก. ภาคปัญหาทั่วไป แนวปริยัติ
ถาม พระพุทธศาสนา คืออะไร ? จำเป็นไหม ที่พุทธ-
ศาสนิกชนจะต้องเรียนรู้และปฏิบัติตาม

ตอบ พระพุทธศาสนา คือคำสอนของพระสัมมาสัม-
พุทธเจ้า เรียกกันว่า พระพุทธพจน์ ซึ่งมีหลายอย่าง
ต่างๆกัน
พระพุทธพจน์ มี ๑ ด้วยอำนาจแห่งรส คือ วิมุตติรส
เพื่อความหมดจดแห่งกิเลส
พระพุทธพจน์ มี ๒ ด้วยอำนาจแห่งธรรม และวินัย
พระพุทธพจน์ มี ๓ ด้วยอำนาจแห่งปิฎก คือ พระไตรปิฎก
พระพุทธพจน์ มี ๕ ด้วยอำนาจแห่งนิกาย ๕
พระพุทธพจน์ มี ๙ ด้วยอำนาจแห่งองค์ คือภาคคำสอน ๙ ประการ
พระพุทธพจน์ มี ๘๔,๐๐๐ ด้วยอำนาจแห่งธรรมขันธ์ คือหน่วยของ
ธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

เมื่อว่าโดยการเข้าถึงพระพุทธศาสนาแล้ว มี ๓ คือ
ปริยัติศาสนา ได้แก่การเรียนรู้พระไตรปิฎก
ปฏิบัติศาสนา ได้แก่การประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนด้วย
ศีล สมาธิ ปัญญา
ปฏิเวธศาสนา ได้แก่ผลรับที่ได้จากปริยัติ และปฏิบัติธรรม ๙ ประการ
คือ มรรค ๔ ผล ๔ และนิพพาน ๑

จำเป็นอย่างยิ่ง ที่พุทธศาสนิกชน จะต้องเรียนรู้และปฏิบัติตาม
เพราะคำสอนของพระพุทธองค์ ประสงค์จะให้สัตว์ทั้งหลาย
พ้นทุกข์ได้ด้วยการหมดจดจากกิเลส โดยสอนให้รู้จักรูป นาม
ขันธ์ ๕ ที่สัตว์ทั้งหลายยึดว่า เป็น ตน แท้จริงเป็นแค่
รูปกับนาม ซึ่งเป็น ทุกขสัจจะ ที่ควร กำหนดรู้
สมุทัยสัจจะ คือ ตัณหา เหตุให้เกิดทุกข์ เป็นธรรมที่ ควรละ
นิโรธสัจจะ คือ พระนิพพาน เป็นธรรมที่ควร ทำให้แจ้ง
และ มรรคสัจจะ คืออริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ เป็น
ธรรมที่ ควรเจริญ คำสอนของพระพุทธองค์เท่านั้น ที่ชี้ทาง
ให้พ้นจากความเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏทุกข์ได้ นอกจากพระ-
พุทธเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้น ทั้งยังชี้วิธีปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึง
ความพ้นทุกข์นั้นได้ว่า มีอยู่หนทางเดียวเท่านั้นคือ
การเจริญสติปัฏฐาน ๔

จึงนับว่า เป็นโอกาสอันดีที่พุทธบริษัททั้งหลายได้เกิดมาเป็น
มนุษย์พบพระพุทธศาสนา ได้สดับคำสอนของพระสัมมา-
สัมพุทธเจ้า จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พวกเรา ซึ่งเป็นผู้รับมรดกธรรม
อันล้ำค่านั้นนำไปประพฤติปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์
เพื่อการรักษาพระพุทธศาสนา และยังพาตนให้พ้นจาก
วัฏฏทุกข์ได้อย่างแท้จริง
......................................................................................
ถาม พระพุทธองค์มอบธุระในพระพุทธศาสนา ให้กับ
พุทธบริษัทไว้กี่อย่าง อะไรบ้าง ? สมถะ เป็น
ธุระในพระพุทธศาสนาด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใด ?

ตอบ พระพุทธองค์มอบธุระในพระศาสนา ให้แก่พุทธ-
บริษัทไว้ ๒ อย่าง คือ คันถธุระ และวิปัสสนาธุระ
คันถธุระ คือการศึกษาเล่าเรียนพระศาสนา มีพระไตรปิฎก เป็นต้น
วิปัสสนาธุระ คือการปฏิบัติพระศาสนาตามสิกขา ๓ ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา

สมถะ คือ อุบายอบรมใจให้สงบ มิใช่เป็นธุระในพระพุทธศาสนา
โดยตรง ดังจะเห็นได้จากการที่ท่านอุทกดาบสและอาฬารดาบส ที่เจริญ
สมถกรรมฐาน และสำเร็จอรูปฌานในชั้นอากิญจัญญายตนฌาน และ
เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน พระพุทธองค์เคยได้เล่าเรียนมา จน
สำเร็จทั้งสองอาจารย์ แต่ก็ปรารภว่า ทางนี้มิใช่เป็นทางให้พ้นทุกข์ และ
เมื่อทั้งสองถึงแก่ความตายลง ได้ปัจจัยให้เกิดในอากิญจัญญายนตภพ
และเนวสัญญานาสัญญายตภพ

สมถะอย่างนี้ เป็นไปเพื่ออรูปภพ มิใช่เป็นไปเพื่อพ้นทุกข์ จึงไม่ใช่
ธุระในพระพุทธศาสนา

ในธรรมบทภาค ๑ เรื่องพระจักขุปาลเถระ ท่านได้ทูลถามพระพุทธเจ้า
ว่า ธุระในพระศาสนานี้มีกี่อย่าง ? พระพุทธองค์ตรัสว่ามี ๒ อย่าง คือ
คันถธุระและวิปัสสนาธุระ มิได้ตรัส สมถธุระ เลย โดยตรัสว่า
"การเรียนนิกายหนึ่งก็ดี สองนิกายก็ดี จบพุทธวจนะ คือพระไตรปิฎก
ก็ดีตามสมควรแก่ปัญญาของตนแล้วทรงไว้ กล่าวบอกพุทธพจน์นั้น
ชื่อว่า คันถธุระ"

ส่วนการ เริ่มตั้ง ความสิ้น ความเสื่อมไว้ในอัตภาพ ยังวิปัสสนาให้เจริญ
ด้วยอำนาจแห่งการทำติดต่อแล้ว ถือเอาอรหัตของภิกขุผู้มีความประพฤติ
แคล่วคล่อง ยินดียิ่งในเสนาสนะอันสงัด ชื่อว่า "วิปัสสนาธุระ" ตาม
หลักฐานนี้แสดงธุระในพระศาสนาไว้ ๒ อย่าง ดังนี้

มีผู้อภิปรายว่า สมถะที่มีอารมณ์เดียวกับวิปัสสนา ที่เพ่งลักขณูปณิชฌาน
หรือศีล สมาธิ ปัญญาในองค์มรรค สมาธินั้นเป็นสมถะในพระศาสนา

สมถะ ที่เกิดร่วมกับวิปัสสนาก็ดี สมถะที่เกิดร่วมกับมรรคจิต หรือมรรคสิทธิฌานก็ดี
ตลอดจนสมถะที่เจริญ เพื่อประโยชน์แก่การเข้า ผลสมาบัติ หรือนิโรธสามบัติเหล่านี้
อาจารย์บางท่ายอภิปรายว่า เป็นสมถะในพระพุทธศาสนาได้ทั้งสิ้น

ฉะนั้น สมถะที่เป็นไปเพื่อวิปัสสนา หรือที่เกิดร่วมกับวิปัสสนา สมถะนั้นก็
เป็นธุระในพระพุทธศาสนา ส่วนสมถะใดที่มิได้เป็นไปเพื่อวิปัสสนา หรือ
เกิดในอารมณ์เดียวกับวิปัสสนา แต่สมถะนั้นเป็นไปเพื่อปรารภความสงบ
หวังรูปภพ อรูปภพ ที่ยังเป็นไปในวัฏฏะ หรือเพื่อหวังโลกียอภิญญา สามารถ
แสดงอิทธิฤทธิ์ต่างๆทางโลก เหล่านี้มิใช่เป็นธุระในพระศาสนา

การอภิปรายข้อนี้ จึงเป็นไปอย่างกว้างขวาง หาทางสรุปเอาเป็นข้อยุติยังไม่ได้

แต่ในความเห็นของกระผมผู้รวบรวม ได้อภิปรายไว้ว่า เราตีความคำว่า
"สมถะ" กันกว้างเกินไป รวมทั้งสมาธิ ตั้งแต่ขณิกาสมาธิไปจนถึง
อัปปนาสมาธิ แม้สมถะเพื่อผลสมาบัติ หรือนิโรธสมาบัติก็รวามเอามา
จึงนับว่าตีความกันกว้างขวางเกินขอบเขตไป ต้องขอยกคำวินิจฉัยของ
ท่านอาจารย์แนบฯ มาตัดสินว่า ธุระสำคัญในพระศาสนา มีอยู่ ๒
ประการเท่านั้น คือ

คันถธุระ ได้แก่การศึกษาให้เข้าใจอรรถ และพยัญชนะที่
มีอยู่ในพระไตรปิฎก
วิปัสสนาธุระ ได้แก่การปฏิบัติเพื่อขูดเกลากิเลสให้หมดสิ้นไป
เพราะวัตถุประสงค์ในพระพุทธศาสนา ต้องกำจัดกิเลสเพื่อพ้นจาก
สังสารทุกข์ เป็นประการสำคัญ

ฉะนั้น ธุระทั้ง ๒ ประการนี้ จึงเป็นธุระอันสำคัญยิ่งในพระพุทธศาสนา
ซึ่งพระพุทธศาสนาจะดำรงได้ และจะแพร่หลายรุ่งเรืองกว้างขวางออก
ไปได้ ก็ต้องอาศัยธุระทั้ง ๒ ประการนี้ แต่หากธุระทั้ง ๒ ประการนี้ไม่มี
หรือไม่สมบูรณ์แล้ว ก็เป็นอันว่า ชาวพุทธทั้งหลายไม่สามารถที่จะมี
ความเข้าใจ ถึงเหตุผลใน คำสอนของพระพุทธองค์ที่ถูกต้องโดยแท้จริง
ได้เลย เพราะธุระทั้ง ๒ ประการนี้ จะต้องอุปการะซึ่งกันและกัน
ฉะนั้น ธุระในพระศาสนานี้ จึงมี ๒ ประการ

ท่านอาจารย์แนบฯ ได้ปาฐกถาเรื่องธุระในพระพุทธศาสนา ไว้ ณ
พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๐๓ ท่าน
ถือเอาธุระอันสำคัญยิ่งในพระพุทธศาสนา ที่จะขาดเสียมิได้ไว้
๒ ประการ ธุระอื่นๆย่อมขาดได้ไม่สำคัญเท่า คันถธุระ และ
วิปัสสนาธุระ แม้สมถะ ก็ไม่ใช่งานสำคัญ เพราะฉะนั้น
ธุระในพระศาสนา จึงมี ๒ ประการ ทั้งตามเหตุผลและหลักฐาน
ด้วยประการฉะนี้
(มีต่อฉบับหน้า)

วรรณสิทธิ ไวทยะเสวี
ประธานกรรมการมูลนิธิ แนบ มหานีรานนท์
ผู้สรุปผลการประชุม
(คัดลอกจาก "ปัญญาสาร ฉบับที่ ๖" หน้า ๕๗-๖๕)

ขอได้โปรดพิจารณาเพื่อความเจริญยั่งยืนในธรรมฯนะครับ

โดย คนแก่ [3 ก.ย. 2544 , 12:26:20 น.] ( IP = 161.200.130.141 : : 161.200.130.141 )


  สลักธรรม 2

อย่าคิดมากนะคุณดา
สิ่งที่ท่านกำลังเรียน ไม่ว่าจะเป็นรูป หรือ นาม ท่านก็รู้แล้วว่ามีแต่ทุกข์ทั้งนั้นจริงไหมคะ เหลือแต่รู้แล้วไปดูให้รู้จักทุกข์เท่านั้นเอง ส่วนที่ไม่รู้ก็เพราะกิเลสมันล้อมหน้าล้อมหลัง เหมือนตัวข้าพเจ้าเลย ยอมรับความจริง
สรุปว่า....ไม่เป็นข้อปฏิปักษ์หรอกนะคุณดาที่น่ารัก ยังไงถ้าปฏิบัติแล้วยังนึกเปรียบเทียบปริยัติอยู่เรื่อยๆ ก็กำหนดนามฟุ้ง ไป

โดย รุ่นน้อง [3 ก.ย. 2544 , 13:28:26 น.] ( IP = unknown : : unknown )


  สลักธรรม 3



คุณดาค่ะพระพุทธองค์ทรงวางธุระไว้ในพุทธศาสนิกชน ๒ ธุระไงคะ
คันธะธุระ
วิปัสนาธุระ
ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นอุปสรรคต่อกันค่ะมีแต่จะเป็นอุปการะต่อกันค่ะคุณดา
การเรียนเหมือนได้รู้แผนที่และเส้นทางต่างๆที่จะไปไหนๆ
ส่วนการปฎิบัติเหมือนการเดินทางไงค่ะ เราจะได้รู้ว่าถูกไหมเส้นทางนี้เพราะเราเรียนมาก่อนไงค่ะคุณดา


โดย พี่ดอกแก้ว - [3 ก.ย. 2544 , 14:40:05 น.] ( IP = 203.170.154.126 : : 203.170.154.126 )


  สลักธรรม 4

พี่ดาขา
อย่าไปฟังอะไรมากเลยค่ะ พี่ดาจะสัปสนเปล่าๆตั้งใจเรียนไปนะดีแล้วค่ะอีกหน่อยสภาวะธรรมจะตัดสินให้เองค่ะ
นะค่ะสงสารพี่สง่าและพี่ดอกแก้วนะค่ะท่านตั้งใจสอนออกค่ะ..ถ้าไม่ดี/ถูกจริงเขาจะทำไปเพื่ออะไรค่ะ..จริงไหมค่ะพี่ดาขา
น้องแก้วค่ะ

โดย น้องแก้ว [3 ก.ย. 2544 , 20:12:28 น.] ( IP = 203.170.154.114 : : 203.170.154.114 )


  สลักธรรม 5


น้องแก้วขาน่ารักจัง เห็นแล้วอยากกอดจัง ต้องขออนุโมทนากับทุกๆท่านนะค่ะที่ช่วยให้ความกระจ่าง ขอบพระคุณค่ะ

โดย ดา [4 ก.ย. 2544 , 17:31:37 น.] ( IP = 158.108.12.241 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org