มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธศาสนาแสดงเรื่องวิบัติใหญ่ไว้หรือไม่




พุทธศาสนาได้แสดงถึงความวิบัติใหม่ไว้หรือไม่ค่ะเห็นศาสนาอื่นพูดถึงมาก

โดย ผู้ใฝ่รู้ [3 ก.ย. 2544 , 15:11:34 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1

หนูไม่รู้หรอก

โดย น้องเก๋ [3 ก.ย. 2544 , 20:04:46 น.] ( IP = 203.170.154.114 : : 203.170.154.114 )


  สลักธรรม 2

เห็นมีเหมือนกันที่แสดงถึงความวิบัติ
ไว้6อย่าง
มหาวิบัติในทางพุทธศาสนามีวิบัติอยู่ประเภทหนึ่ง ที่จัดได้ว่าเป็นความวิบัติอันใหญ่หลวงของสามัญสัตว์ ซึ่งจัดว่าเป็นยอดแห่งการวิบัติ มีอยู่ 6 ประการคือ
1.วิบัติกาลหรือกาลวิบัติ
วิบัติกาลนี้ ได้แก่วิบัติเพราะว่ากาลว่างจากพระพุทธศาสนา หมายความว่าในโลกมนุษย์ที่เราเกิดนี้ ใช่ว่าจะปรากฏมีพระพุทธศาสนาอยู่เป็นประจำนั้นก็หามิได้ โดยแท้จริงแล้วบางกาลก็มีพระพุทธศาสนา แต่บางเวลาไม่มี เพราะไม่ใช่คราวที่สมเด็จพระจอมมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาอุบัติในโลก ก็ในระหว่างกาลที่มีพระพุทธศาสนากับไม่มีนี้ ปรากฏว่ากาลที่ไม่มีพระพุทธศาสนานั่นแหละ มีปริมาณมากกว่ากาลที่มีพระพุทธศาสนมากมายนัก ซึ่งก็หมายความว่า ในโลกนี้ นานๆจึงจะมีพุทธกาลเกิดขึ้นซักครั้งหนึ่ง คราวนี้แหละถ้าบังเอิญเราเกิดมาในตอนที่มิใช่พุทธกาลหรือกาลที่ว่างเว้นจากพุทธศาสนา เราก็หมดโอกาสรู้จักพระพุทธศาสนา มิได้รับรสพระสัทธรรมเทศนา การเกิดของเราก็เท่ากับว่าเกิดมาเปล่าประโยชน์ หาสาระแก่นสารในชีวิตอันแท้จริงมิได้ เกิดมาเปล่าแล้วก็ตายไปเปล่าตามธรรมดาของการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารเท่านั้นเอง สภาพเช่นนี้เราเรียกว่าวิบัติกาล เพราะเกิดผิดกาลเวลา นับว่าเป็นมหาวิบัติประการหนึ่ง
2.วิบัติคติหรือคติวิบัติ
ได้แก่วิบัติเพราะไม่ได้คติที่ดี หมายความว่าแม้กาลเวลาจะถึงพร้อมแล้ว คือมีสมเด็จพระมิ่งมงกุฏสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาอุบัติตรัสในโลก ทรงประกาศพระสัทธรรมเทศนา ยังประชาสัตว์ให้ได้ดื่มอมตรส ทรงโปรดสัตว์รี้อสัตว์ขนสัตว์ให้พ้นทุกข์จากวัฏสงสาร ให้ลุล่วงถึงพระนิพพาน ทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้ปรากฎอยู่ในโลกเช่นในปัจจุบันทุกวันนี้ แต่ที่นี้สมมุติว่า ตัวเราเป็นคนอาภัพอับโชค มีบุญน้อยด้อยวาสนา ไม่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์อย่างทุกวันนี้ เพราะค่าที่เป็นผู้มีคติวิบัติพลัดไปเกิดในภูมิอื่นโลกอื่นเสียอย่างเพลิดเพลิน (แต่บางอย่างมันคงจะไม่ค่อยเพลินหละมั้ง) เช่น กำลังไปเกิดอยู่ในนิรยภูมิถือกำเนิดเป็นสัตว์นรกเสียก็ตาม กำลังเป็นเกิดอยู่ในอสุรกายภูมิ ถือกำเนิดเป็นอสุรกายมีความหิวกระหายอย่างแสนสาหัสก็ตาม หรือกำลังไปเกิดอยู่ในติรัจฉานภูมิ ถือกำเนิดเป็นสัตว์เดียรัจฉานอยู่เสีย เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ก้หมดโอกาสที่จะได้มาพบพระพุทธศาสนา เพราะสัตว์ในอบายภูมิทั้งหลายนั้น ทุกวันเวลามีแต่จะต้องเสวยทุกข์โทษ มีชีวิตอย่างหดหู่น่าสมเพขเวทนา ก้มหน้าก้มตารับผลกรรมชั่วของตน ไม่มีเวลาหยุดว่างเว้น สภาพการณ์เช่นที่ว่ามานี้ เรียกว่าวิบัติคติ ประสบความเสียหายอย่างใหญ่หลวงในชีวิต เพราะไปเกิดผิดภูมิผิดโลก นับว่าเป็นมหาวิบัติประการที่สอง
3.วิบัติประเทศ
วิบัติประเทศนี้ ได้แก่วิบัติเพราะเป็นประเทศที่ไม่มีพระพุทธศาสนา หมายความว่า ถึงแม้จะพ้นจากวิบัติที่กล่าวมาแล้ว คือมีพระพุทธเจ้ามาอุบัติในโลกแล้ว และตัวเราก็พ้นจากคติวิบัติ มาอุบัติเป็นมนุษย์ในโลกนี้แล้ว แต่เพราะว่าโลกนี้กว้างใหญ่นักหนา เป็นที่สถิตแห่งนานาประเทศ พระพุทธศาสนาไม่อาจแผ่ไปถึงทั่วประเทศทั้งปวงได้ ประเทศใดพระพุทธศาสนาแผ่ไปไม่ถึง ประเทศนั้นก็ไม่รู้จักคุณค่าของบวรพุทธศาสนา ไม่ทราบเลยว่าคำสอนแห่งองค์พระพุทธเจ้า เป็นนิยยานิกธรรมสามารถนำสัตว์โลกออกจากกองทุกข์ได้อย่างแท้จริงโดยไม่ต้องสงสัย ที่นี้ถ้าเราไปเกิดในประเทศนั้น ก็ไม่มีวันที่จะได้รู้จักพระพุทธศาสนาเลย เมื่อไม่รู้จักก็ไม่รู้คุณค่าอันมีอยู่โดยวิเศษเป็นธรรมดา เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วย่อมจะมีชีวิตอยู่ในชาติหนึ่งอย่างไร้สาระแก่นสารน่าเศร้า เข้าทำนองเกิดมาแล้วก็ตายเปล่าเท่านั้นเอง สภาพเช่นนี้เรียกว่าวิบัติประเทศ เพราะไปแกิดผิดประเทศ จึงต้องโชคร้ายนักหนา จัดว่าเป็นมหาวิบัติประการที่สาม
4.วิบัติตระกูล
วิบัติตระกูลนี้ ได้แก่วิบัติเพราะตระกูลไม่เป็นสัมมาทิฐิ หมายความว่า ถึงแม้จะได้มีสมเด็จพระพุทธเจ้าเสด็จมาอุบัติตรัสในโลกนี้แล้ว และเราก็ได้มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์เป็นคน ในประเทศที่นับถือพระบวรพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติแล้ว ก็แต่ว่าในประเทศนั้นย่อมมีวงส์ตระกูลที่เป้นมิจฉาทิฐิเสีย ไม่มีความเลื่อมใส ไม่เคารพนับถือในพระพุทธศาสนาก็มี ที่นี้บังเอิญเราไปเกิดในตระกูลดังกล่าว ซึ่งบิดามารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งเป็นบรรพชนของเรา ท่านไม่รู้จักพระบวรพุทธศาสนา ไม่เห็นคุณค่า ไม่มีศรัทธาเคารพเลื่อมใสในพระธรรมคำสั่งสอน เราก้จะเห็นหรือมีทิฐิไปตามวงศ์ คือจักไม่ปลงใจเชื่อ ไม่เห็นคุณค่า อาจมองพระพุทธสาสนาในแง่ที่ไม่ถูกต้องก็ได้ เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ถึงแม้ชีวิตของเราจะได้รับความสมบูรณ์พูลสุขอย่างไร ก็นับเข้าในจำพวกอับโชค เกิดมาในโลกกับเขาครั้งหนึ่ง แต่หาแก่นสารไม่ได้ เกิดมาตายเปล่าอีกเหมือนกัน สภาพการณ์เช่นนี้เรียกว่าวิบัติตระกูล เพราะไปเกิดผิดตระกูล จึงต้องโชคร้ายนักหนา จัดว่าเป็นมหาวิบัติประการที่สี่
5.วิบัติอุปธิ
วิบัติอุปธินี้หมายถึงการวิบัติในทางกาย หมายความว่า ถึงแม้เราจะได้มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติ และทรงประกาศพระศาสนาให้ตั้งมั่นอยู่ดังในปัจจุบันนี่แล้ว และเราก็ได้มีโอกาสเกิดมาในตระกูลที่เป็นสัมมาทิฐิ เคารพเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอยู่แล้วก็ตาม แต่ตัวเราเองกลับเป็นคนอาภัพวาสนาเป็นคนอุปธิวิบัติ คือร่างกายไม่สมประกอบเหมือนคนธรรมดาสามัญทั้งหลาย กลายเป็นบ้า เป็นใบ้ ตาบอด หูหนวก เสียจริตไปเสียเช่นนี้ ก็ไม่สามารถที่จะมีปัญญามองเห็นคุณค่าของพระศาสนาได้ ไม่มีโอกาสที่จะรู้ว่าศาสนาธรรมคำสอนของพระองค์ทรงไว้ซึ่งความประเสริฐล้ำเลิศอย่างไร สภาพการณ์เช่นนี้เรียกว่าอุปธิวิบัติ เพราะความวิปริตแห่งกายตน จัดว่าเป็นมหาวิบัติประการที่ห้า
6.วิบัติทิฐิ
วิบัติทิฎฐิ ได้แก่วิบัติแห่งทิฎฐิแห่งตน หมายความว่าถึงแม้จะได้มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นบนโลก และตัวเราก็พ้นจากวิบัตินานาได้มีโอกาสเกิดในตระกูลสัมมาทิฎฐิ มีอุปธิร่างกายเป็นปรกติ มิใช่เป็นคนหูหนวก ตาบอด เป็นใบ้แต่อย่างใดเลย แต่ตัวเราเองกลับกลายเป็นคนมีทิฎฐิวิบัติ คือมีความเห็นผิด มักบูชาความคิดความเห็นของตนอันไม่ถูกต้อง จะเป็นพราะว่าไปซ่องเสพสมคมกับมิจฉาทิฎฐิเข้า หรือว่าจะเป็นเพราะเหตุอื่นใดก็ตาม แล้วก็มีอันเป็นเกิดความคิดเห็นวิปริตไปโดยนัยว่า
"สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่มี! พระธรรมที่พร่ำสอนกันก็ไม่เป็นนิยยานิกธรรม นำสัตว์ให้พ้นทุกข์ไม่ได้ แม้อริยสงฆ์นั้นไซร้ ก็หาได้มีคุณวิเศษยิ่งไปกว่าตัวเราไม่ มรรคผล นิพพาน บุญบาป เป็นสภาพที่เพ้อฝันว่ากันไปอย่างนั้นเอง ความจริงหามีไม่ คำสอนในศาสนาไม่มีคุณค่าควรแก่การปฎิบัติตาม!"
เกิดความเห็นไม่เข้าท่าทำนองนี้ ก็เลยไม่ศรัทธาจิตคิดเลื่อมใส ไม่มีโอกาสได้ปฎิบัติตามกระแสพระพุทธฎีกาอันหาได้ยากในโลก เมื่อไม่ปฎิบัติตาม ก็ย่อมไม่ได้พบความวิเศษของพระศาสนา เพราะมีทิฎฐิดื้อรั้นยิ่งนัก สภาพการณ์เช่นที่ว่านี้เรียกว่าวิบัติทิฎฐิ เพราะความเห็นผิดแห่งตน จัดเป็นมหาวิบัติอย่างสุดท้าย
วิบัติทั้งหกประการนี้เป็นความเชื่อของชาวพุทธที่ว่าเป็นมหาวิบัติยิ่งกว่าวิบติใดๆ ชาวพุทธเราทั้งหลายน่าจะย้อนกลับมาคิดกัน ว่า ตัวเราเองนี้นับว่าเกิดมาประสบโชคขนาดไหนแล้วด้วยว่าเกิดมาก็ได้พบพระพุทธศาสนา ซ้ำยังได้เป็นมนุษย์อันอยู่ในสภาพที่เอื้อต่อการปฎิบัติธรรม หากเรายังมีใจคิดประมาทอยู่อีกก็นับว่าเราได้ทิ้งโชคที่มาอยู่ตรงหน้าไปเสีย นับว่าเป็นที่น่าเสียดายเป้นอย่างยิ่ง เพราะกาลที่จะมีพระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นมาในโลกนั้นยากนักหนา เหลือเกิน และฝากสาธุชนคนดีทั้งหลายโปรดพิทักษ์สัจจธรรมให้ดำรงคงอยู่เป็นมรดกอันล้ำค่าแก่ปัจฉิมชนคนรุ่นหลังให้เขาทั้งหลายได้มีโอกาสไดสัมผัสดื่มด่ำรสแห่งพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งหารสใดเสมอเหมือนไม่

โดย อาศรมบำเพ็ญบุญบารมี [4 ก.ย. 2544 , 09:11:59 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 3

อนุโมทนาค่ะ

โดย พยาบาลอุ๊ [4 ก.ย. 2544 , 13:16:19 น.] ( IP = unknown : : unknown )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org