มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความฝันกับนิมิตต่างกันอย่างไร?




จะพิจารณาทั้งสองอย่างนี้อย่างไร?
เพื่อให้ได้ผลตามหลักธรรมของพระพุทธองค์

การกำหนดรู้ว่ากำลังฝันอยู่ แล้วพยายามตื่นจากภวังค์
เป็นเพราะสติรู้ในจิตใต้สำนึกหรือไม่?
การกำหนดฝันต่อ บางครั้งพอมีเค้าเดิมแต่ไม่ปะติดปะต่อ
เป็นเพราะกิเลสที่อยากยึดไว้ใช่ไหม?

ที่ว่าให้ตามดูนิมิตที่เกิดในสมาธิแล้วจะหายไปเอง
เป็นเพราะไปสร้างนิมิตอื่นต่อไปอีก หรืออย่างไร?

มีใครหยุดการฝันได้ครับ

โดย ผ่านมา [19 ก.พ. 2546 , 10:45:13 น.] ( IP = 161.200.130.216 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

จริงหรือไม่ครับ? จิตใต้สำนึกมนุษย์ นั้นเป็นจิตเดิมแท้ของมนุษย์

....ไม่จริง.....ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น.....

แต่เพราะจิตมีสำนึก จึงทำให้เรารู้จักกิเลสทั้งหลาย

...ไม่แน่....(มีโอกาสเพียง ๕ % )...

แต่ถ้าเปลี่ยนคำว่า จิตมีสำนึก เป็นคำว่า จิตที่มีสติสัมปชัญญะและความเพียร ในขณะปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามพุทธบัญญัติ จึงทำให้เรารู้จักกิเลสทั้งหลาย เช่นนี้

....มีโอกาสเป็นไปได้ ๙๕ %....

และเพราะจิตมีสำนึกหรือไม่ที่ดับกิเลส เพื่อ กลับไปเป็นจิตเดิมแท้หรือจิตใต้สำนึกอีกครั้ง?

....ไม่ใช่.....ในชีวิตประจำวันของเรา มิใช่ว่าจะเกิดจิตสำนึกได้ตลอดเวลา ขณะจิตขึ้นวิถีเท่านั้น จึงชื่อว่าจิตสำนึก จิตสำนึกมีอยู่มากมาย ทำให้เราสามารถทำงานเลี้ยงชีพ โต้ตอบ นึกคิดในเหตุผลได้ เกิดทั้งในขณะทำดีก็ได้ ขณะทำชั่วก็ได้

ขออนุญาตเปลี่ยนคำว่าจิตมีสำนึก เป็นคำว่าการมีสติ-สัมปชัญญะ-ความเพียรที่เกิดร่วมกับมหากุศลญาณสัมปยุตจิต จึงจะระลึกได้ แยกแยะได้ว่าสภาพธรรมใดเป็นกิเลส หรือสภาพธรรมใดเป็นกุศล และสิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริงหรือไม่

กิเลสเป็นตัวปรุงแต่งจิตประเภทหนึ่ง (ในอกุศลสังคหะ ๙ กอง) กิเลสมี ๑๐ อย่าง เกิดร่วมกับอกุศลจิต อกุศลจิตนั้นเศร้าหมองไปด้วยอำนาจ ลักขณาทิจตุกะของกิเลสแต่ละตัว กิเลสเองนอกจากตัวเองเศร้าหมองแล้ว ยังทำจิตให้เศร้าหมองด้วย และเป็นอารมณ์แห่งความเศร้าหมองได้ด้วย

การดับของกิเลสมี ๒ ลักษณะ คือดับแบบกำเริบได้ และดับแบบไม่กำเริบอีกเลย

ทาน ศีล ภาวนา(บางอย่าง) ช่วยดับกิเลสได้ชั่วคราวในขณะทำ หลังทำแล้วกิเลสกำเริบได้ตามสมควร

ผู้ปฏิบัติจนผ่านวิปัสสนาญาณทั้ง ๑๖ ขั้น จึงจะดับกิเลสบางตัวได้เด็ดขาด โดยกิเลสนั้นไม่กำเริบอีกเลย เช่น ความสงสัยในคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่ามีจริงไหม บาป-บุญมีจริงไหม เป็นต้น เช่นนี้ไม่สงสัยอีกแล้ว เชื่อแน่ว่ามีจริง ๑๐๐ %

มัคคะจิตเท่านั้นที่ดับกิเลสแบบไม่กำเริบอีก การดับกิเลสมิใช่เพื่อการกลับไปเป็นจิตเดิมแท้หรือจิตใต้สำนึก แต่มีจุดประสงค์เพื่อความไม่เกิดของชีวิต (ไม่ต้องมีทั้งจิตและกายอันเป็นที่ตั้งของทุกข์นั่นเอง)เพราะกิเลสทำให้มีชีวิต การมีชีวิตเป็นทุกข์ใหญ่หลวง ความไม่มีชีวิตคือไม่เกิดในภพภูมิใด ๆ เลยใน ๓๑ ภูมิ เป็นสันติสุขยิ่งนัก

โดย มาลี [24 ก.พ. 2546 , 15:10:26 น.] ( IP = 203.107.210.34 : : )


  สลักธรรม 12

หรือว่า..เป็นความสับสนกันของจิตใต้สำนึก กับ จิตไร้สำนึก
(subconciousness vs unconciousness)

ตัวจิตเองเกิด-ดับตามปัจจัยที่เหมาะสม ไม่สับสนกันหรอกนะคะ ที่สับสนคือความคิดของเรามากกว่า การไม่เข้าใจสภาพธรรมทั้งในตน และในผู้อื่นอย่างแท้จริง จึงสับสน สงสัย มีปัญญาอยู่บ้างก็ไม่แหลมพอที่ใช้ตัดสินสภาพธรรมที่เกิดขึ้นจากปัจจัยเหล่านั้น~

ในกรณีที่พระอรหันต์ไม่มีความฝันเหมือนคนทั่วไปนั้น .......ไม่นอนหลับเยี่ยง พระอรหันต์หรือครับ?

การที่พระอรหันต์ไม่ฝันแล้ว เพราะสติของท่านมีปกติครองใจอยู่ กิเลสไม่อาจรบกวนจิตให้ไข้วเขวได้ เป็นการหลับด้วยกระแสภวังค์ที่เกิด-ดับอย่างต่อเนื่อง ไม่ถึงการขึ้นวิถี แม้วิถีฝันก็ไม่มี

ปุถุชนและพระอริยบุคคลเบื้องต่ำ ๓ มิได้มีสติคุ้มครองใจอยู่เป็นปกติเหมือนพระอรหันต์ จึงยังฝันได้ เพราะยังมีกิเลสอุปการะอยู่ ด้วยอำนาจอารัมมณบ้าง เหตุบ้าง เป็นที่อาศัยให้บ้างเป็นต้น กระแสภวังค์มิได้ต่อเนื่องกันตลอด แต่เป็นการเกิด-ดับของกระแสภวังค์ สลับกับการเกิด-ดับขึ้นวิถีของจิต(วิถีฝัน)

โดย มาลี [24 ก.พ. 2546 , 15:19:58 น.] ( IP = 203.107.210.34 : : )


  สลักธรรม 13

สาธุ...
ชอชอบคุณ..คุณมาลีอย่างยิ่ง
ครับ

โดย ผ่านมาอีก [26 ก.พ. 2546 , 17:47:34 น.] ( IP = 161.200.255.163 : : 161.200.130.67 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org