| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความฝันกับนิมิตต่างกันอย่างไร?
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 11จริงหรือไม่ครับ? จิตใต้สำนึกมนุษย์ นั้นเป็นจิตเดิมแท้ของมนุษย์
....ไม่จริง.....ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น.....
แต่เพราะจิตมีสำนึก จึงทำให้เรารู้จักกิเลสทั้งหลาย
...ไม่แน่....(มีโอกาสเพียง ๕ % )...
แต่ถ้าเปลี่ยนคำว่า จิตมีสำนึก เป็นคำว่า จิตที่มีสติสัมปชัญญะและความเพียร ในขณะปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามพุทธบัญญัติ จึงทำให้เรารู้จักกิเลสทั้งหลาย เช่นนี้
....มีโอกาสเป็นไปได้ ๙๕ %....
และเพราะจิตมีสำนึกหรือไม่ที่ดับกิเลส เพื่อ กลับไปเป็นจิตเดิมแท้หรือจิตใต้สำนึกอีกครั้ง?
....ไม่ใช่.....ในชีวิตประจำวันของเรา มิใช่ว่าจะเกิดจิตสำนึกได้ตลอดเวลา ขณะจิตขึ้นวิถีเท่านั้น จึงชื่อว่าจิตสำนึก จิตสำนึกมีอยู่มากมาย ทำให้เราสามารถทำงานเลี้ยงชีพ โต้ตอบ นึกคิดในเหตุผลได้ เกิดทั้งในขณะทำดีก็ได้ ขณะทำชั่วก็ได้
ขออนุญาตเปลี่ยนคำว่าจิตมีสำนึก เป็นคำว่าการมีสติ-สัมปชัญญะ-ความเพียรที่เกิดร่วมกับมหากุศลญาณสัมปยุตจิต จึงจะระลึกได้ แยกแยะได้ว่าสภาพธรรมใดเป็นกิเลส หรือสภาพธรรมใดเป็นกุศล และสิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริงหรือไม่
กิเลสเป็นตัวปรุงแต่งจิตประเภทหนึ่ง (ในอกุศลสังคหะ ๙ กอง) กิเลสมี ๑๐ อย่าง เกิดร่วมกับอกุศลจิต อกุศลจิตนั้นเศร้าหมองไปด้วยอำนาจ ลักขณาทิจตุกะของกิเลสแต่ละตัว กิเลสเองนอกจากตัวเองเศร้าหมองแล้ว ยังทำจิตให้เศร้าหมองด้วย และเป็นอารมณ์แห่งความเศร้าหมองได้ด้วย
การดับของกิเลสมี ๒ ลักษณะ คือดับแบบกำเริบได้ และดับแบบไม่กำเริบอีกเลย
ทาน ศีล ภาวนา(บางอย่าง) ช่วยดับกิเลสได้ชั่วคราวในขณะทำ หลังทำแล้วกิเลสกำเริบได้ตามสมควร
ผู้ปฏิบัติจนผ่านวิปัสสนาญาณทั้ง ๑๖ ขั้น จึงจะดับกิเลสบางตัวได้เด็ดขาด โดยกิเลสนั้นไม่กำเริบอีกเลย เช่น ความสงสัยในคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่ามีจริงไหม บาป-บุญมีจริงไหม เป็นต้น เช่นนี้ไม่สงสัยอีกแล้ว เชื่อแน่ว่ามีจริง ๑๐๐ %
มัคคะจิตเท่านั้นที่ดับกิเลสแบบไม่กำเริบอีก การดับกิเลสมิใช่เพื่อการกลับไปเป็นจิตเดิมแท้หรือจิตใต้สำนึก แต่มีจุดประสงค์เพื่อความไม่เกิดของชีวิต (ไม่ต้องมีทั้งจิตและกายอันเป็นที่ตั้งของทุกข์นั่นเอง)เพราะกิเลสทำให้มีชีวิต การมีชีวิตเป็นทุกข์ใหญ่หลวง ความไม่มีชีวิตคือไม่เกิดในภพภูมิใด ๆ เลยใน ๓๑ ภูมิ เป็นสันติสุขยิ่งนัก
โดย มาลี [24 ก.พ. 2546 , 15:10:26 น.] ( IP = 203.107.210.34 : : )
สลักธรรม 12หรือว่า..เป็นความสับสนกันของจิตใต้สำนึก กับ จิตไร้สำนึก
(subconciousness vs unconciousness)
ตัวจิตเองเกิด-ดับตามปัจจัยที่เหมาะสม ไม่สับสนกันหรอกนะคะ ที่สับสนคือความคิดของเรามากกว่า การไม่เข้าใจสภาพธรรมทั้งในตน และในผู้อื่นอย่างแท้จริง จึงสับสน สงสัย มีปัญญาอยู่บ้างก็ไม่แหลมพอที่ใช้ตัดสินสภาพธรรมที่เกิดขึ้นจากปัจจัยเหล่านั้น~
ในกรณีที่พระอรหันต์ไม่มีความฝันเหมือนคนทั่วไปนั้น .......ไม่นอนหลับเยี่ยง พระอรหันต์หรือครับ?
การที่พระอรหันต์ไม่ฝันแล้ว เพราะสติของท่านมีปกติครองใจอยู่ กิเลสไม่อาจรบกวนจิตให้ไข้วเขวได้ เป็นการหลับด้วยกระแสภวังค์ที่เกิด-ดับอย่างต่อเนื่อง ไม่ถึงการขึ้นวิถี แม้วิถีฝันก็ไม่มี
ปุถุชนและพระอริยบุคคลเบื้องต่ำ ๓ มิได้มีสติคุ้มครองใจอยู่เป็นปกติเหมือนพระอรหันต์ จึงยังฝันได้ เพราะยังมีกิเลสอุปการะอยู่ ด้วยอำนาจอารัมมณบ้าง เหตุบ้าง เป็นที่อาศัยให้บ้างเป็นต้น กระแสภวังค์มิได้ต่อเนื่องกันตลอด แต่เป็นการเกิด-ดับของกระแสภวังค์ สลับกับการเกิด-ดับขึ้นวิถีของจิต(วิถีฝัน)![]()
![]()
โดย มาลี [24 ก.พ. 2546 , 15:19:58 น.] ( IP = 203.107.210.34 : : )
สลักธรรม 13สาธุ...
ชอชอบคุณ..คุณมาลีอย่างยิ่ง
ครับโดย ผ่านมาอีก [26 ก.พ. 2546 , 17:47:34 น.] ( IP = 161.200.255.163 : : 161.200.130.67 ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |