มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมะจากห้องเสือพิทักษ์ 8 ก.พ. 46 ตอนที่ 2




......

.....อาทีนวญาณ ญาณที่ 7 คือญาณที่เห็นโทษทุกข์ของรูปนาม รูปนามที่เป็นอารมณ์หายไปทีละนิดๆ อารมณ์เล็ก อารมณ์น้อยที่เป็นอารมณ์อยู่ อิริยาบถย่อย หรือรูปนามที่ไม่ได้เป็นอธิบดีอารมณ์ดับหายไป รูปนามที่มีอยู่ เริ่มสลัวไม่ชัดเจน ว่ามีรูปก็ไม่ใช่ ว่าไม่มีก็ไม่ใช่ เคยมีแต่บัดนี้ไม่มี นามว่ามีก็ไม่ใช่ ไม่มีก็ไม่ใช่

ฉะนั้น ญาณนี้ ปัญญาเห็นทุกข์ก็คือ รูปนามไม่ดี น่าเบื่อหน่าย เป็นปฏิกูล เป็นรังของโรคนานาชนิด รูปเป็นรังของโรค นามก็เป็นรังของโรคกิเลสนานาชนิด มีกิเลส 10 เป็นต้น

.....ในอาทีนวญาณนี้ รูปนามปรากฏเร็วมาก เพราะว่ามันสลัวจึงมองไม่ชัด แต่มันมีอยู่ตลอดเวลา แต่ให้สลัวอย่างไรก็เห็นชัดอยู่อย่างนั้นแหละ การคลายตัวของฆนสัญญา สันตติ เริ่มกระจาย ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เหมือนพยับแดด แต่ก็ทันทุกละอองไอน้ำของพยับแดด บังคับบัญชาไม่ได้ ทนอยู่ในสภาพเดิมก็ไม่ได้ จะกำหนดทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็ไม่เห็นมีอะไรดีเลย มีแต่ความดับไป

ความรู้สึกในขณะนี้ เกิดความรู้สึกชัดในอดีตที่ผ่านมา ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า ใครกลัวมากก็ยาว กลัวน้อยก็สั้น ตอนนี้จะนึกถึงความชัดแห่งความน่ากลัวนั้นได้ รูปนามชัดที่น่ากลัว ญาณนี้ อารมณ์ รูป นาม ที่เป็นหายนะจะลางหมด แต่เห็น ความรู้สึกเกิดขึ้นว่า ปัจจุบันนี้รู้สึกว่าไม่ชัดเหมือนวันก่อนคล้ายๆ ว่า ไม่ชัด มีความหวาดผวา ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดหนอง อสุภะทั้งสิ้น เห็นว่าไม่มีอะไรน่าพิสมัย เห็นโทษของรูปนามที่กำหนดอยู่นั้นมากมาย เห็นซ้ำๆ อยู่ว่ามีทุกข์โทษ ต่างต่างนานา สติจะตั้งดิ่งลงไป แต่ในอารมณ์ที่ไม่ดี ไม่สวย ไม่งาม อะไรที่ปรากฏขึ้น จะชัดหรือไม่ชัด แต่ผู้รู้รู้ชัดว่าไม่ดีทั้งสิ้น

ความรู้สึกเท่าทันว่า ตัวเองนั้นเคยยึดว่ารูปนามเป็นของน่าชอบ เคยติดใจใหลหลงมา ก็เพราะเมื่อก่อนไม่รู้จริง ประกาศแก่ใจตนเลยว่า นั่นคือความวิปลาสทั้งหลาย ประกาศแก่ตนจนร่างกายกระเพื่อมยิ่งกว่าผลาปีติ ใจจะเหมือนลูกตุ้มที่แกว่งแรงขึ้น

ความรู้สึกขณะนั้นเหมือนแสงสว่างของชีวิตปรากฏขึ้น ไม่ใช่โอภาส ตาสว่างขึ้นแล้ว ดวงตาธรรมปรากฏเนื่องจากการเจริญวิปัสสนา ไม่ใช่อย่างอื่นเลย ความปรากฏนี้เห็นว่า สิ่งใดน่ากลัว สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ นั่นแหละ เป็นอามิส คือเหยื่อล่อให้หลงติด ดังนั้น สิ่งเหล่านั้นๆ เป็นทุกข์และโทษทั้งสิ้น โดยความเข้าใจถูกว่า 31 ภูมิ ไม่มีที่ต้านทานเลย ความน่ากลัวนี้ ไม่มีที่ซ่อนเร้น ไม่มีที่พำนักเลย เพราะทุกสิ่งที่ปรากฏอยู่ ไม่ว่าที่ไหนย่อมเป็นไปสู่ความฉิบหายหมด ภพทั้งสามปรากฏขึ้นด้วยอำนาจญาณปัญญา เหมือนหลุมถ่านเพลิงที่เต็มไปด้วยถ่าน แต่ปราศจากเปลว แต่ถ่านระอุอยู่

มหาภูตรูป 4 เหมือนอสรพิษที่ร้ายกาจมาก แว้งกัด อุปมา กายเป็นทาส ใจเป็นราชา ใจรู้แต่ถูกครอบด้วยความวิปลาส หลงดูแลเอาใจใส่สารพัดกับรูปแต่แว้งกัดคือแตกดับ เสื่อม

ขันธ์ทั้งห้าเหมือนเพชฌฆาตผู้เงื้อดาบจะตัดคอ

มหาภูตเหมือนงูพิษ

อายตนะภายใน 6 เหมือนบ้านร้าง

อายตนะนอกเหมือนโจรใจบาปที่มาปล้นชีวิต

วิญญาณฐีติ 7 สัตตาวาส 9 เป็นเหมือนถูกไฟ 11 กอง ติดทั่วตัว กำลังลุกโชติช่วงอยู่

สังขารทั้งปวงที่เคยมีอยู่ ปรากฏคล้ายๆ ฝี โรคภัย ลูกศร หรือความอาพาธ ฝีที่จวนจะแตกปรากฏกองแห่งทุกข์โทษภัย


จิตที่เคยแช่มชื่นด้วยกิเลสไม่เหลือ หมดรสในกิเลสเหมือนยืนอยู่ลำพังในป่ารกชัฏ จนปรากฏขึ้นเองต่อผู้ปฏิบัติทุกคนว่าป่ารกชัฏเป็นอย่างไร

ไม่ว่าชีวิตหรืออารมณ์จะตั้งอยู่ในที่น่ารื่นรมย์ อารมณ์เหล่านั้นย่อมเป็นเสมือนสัตว์ร้ายนานาประการ โพรงช่องว่างในประสาทตา หูก็ดี เหมือนโพรงที่มีเสือ น้ำที่มีจระเข้ ไม่กล้าเข้าไป มีข้าศึกคอยเงื้อดาบ โภชนาการที่เคยกินว่าอร่อย เหมือนยาพิษ ทางของชีวิตที่ต้องแล่นต่อไป เหมือนมีโจรอยู่ข้างหน้า หนีไม่ได้เขาจะต้องปล้นชีวิตไป แต่ละวันๆ เอารูปนามไปโดยไม่เหลือ เรือนกายเหมือนไฟไหม้ เรือนใจประดุจยืนอยู่ในสมรภูมิที่ถูกยิงอยู่ผู้เดียว ซึ่งมีกองทัพโจรแห่งกิเลสทั้ง 10 พร้อมอยู่แล้วที่จะลั่นกระสุน ยิงมาสู่ตนผู้เดียว ผู้ปฏิบัติจะรู้สึกถึงโทษภัยของรูปนามเพียงอย่างเดียว เหมือนบุรุษที่อาศัยป่ารกชัฏ มีสัตว์ร้ายมากมาย ย่อมกลัว ขนลุกชูชัน เป็นทุกข์โทษภัยโดยรอบตัว แต่ไม่ได้ชูชันอย่างผลาปีติ แต่เป็นความกลัวหวาดเสียวในวัฏฏะ ทำให้ขนพองสยองเกล้า จนเป็นเหตุให้เกิดอารมณ์อันกลืนกลมผสมกับปัญญา แจ้งแก่ใจสลดจิตแล้ว เปลี่ยนวิถีชีวิต นิพพิทาญาณเกิด

......

โดย ทวีพร.....นำมาเสนอ [25 ก.พ. 2546 , 13:30:18 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


.



ขอบคุณมากๆเลยครับที่ช่วยให้เกิดปิติอีกครั้ง
ที่ได้รับรสจากพระธรรม
หลังจากได้ฟังบรรยายมา
แล้วก็มีโอกาสอ่านช้าๆแบบตั้วมั่น
รู้สึกว่าอำนาจญาณปัญญามีอำนาจน่าอัศจรรย์จริงๆนะครับผม


โดย พี่เณร [25 ก.พ. 2546 , 15:12:19 น.] ( IP = 203.107.204.125 : : )


  สลักธรรม 2

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ทวีพร...
จะกลับมาอ่านซ้ำอีกค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [25 ก.พ. 2546 , 16:14:33 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบคุณมากค่ะ
ทำให้ได้มีโอกาสทบทวนอำนาจของญาณปัญญาค่ะ

โดย เซิ่น [25 ก.พ. 2546 , 23:01:50 น.] ( IP = 202.183.228.70 : : 203.170.154.107 )


  สลักธรรม 4

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ทวีพร
จะกลับมาทบทวนซ้ำอีกค่ะ`

โดย อัญชลี [26 ก.พ. 2546 , 11:56:29 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 5

มาติดตามญาณปัญญาต่อค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์ทวีพรมากค่ะ ที่นำเสนอลักษณะความเป็นไปของญาณปัญญาที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด
อำนาจของญาณปัญญาช่างน่าอัศจรรย์อย่างที่พี่เณรกล่าวจริงๆค่ะ

โดย ธัญธร [26 ก.พ. 2546 , 20:57:18 น.] ( IP = 203.113.71.168 : : )


  สลักธรรม 6



ขอบพระคุณอาจารย์ทวีพร มากค่ะ
ที่ทำให้ได้มีโอกาสทนทวนเรื่องนี้..อีก

โดย วยุรี [27 ก.พ. 2546 , 07:51:40 น.] ( IP = 203.113.39.8 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org