มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมหัศจรรย์ของจิต...






ความมหัศจรรย์ของจิต
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร



ป.….นรก – สวรรค์จริงๆ เล่าขอรับ มีหรือไม่ ถ้ามีมันอยู่ที่ไหน รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร


ล. อ๋อ มีแน่… พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนว่า นรก สวรรค์ ในโลกนี้ก็มี ในโลกอื่นก็มี
แต่ที่ตั้งอยู่ของสวรรค์แ ละนรกที่แท้จริงมิได้อยู่ในโลกนี้


ป. โลกอื่นไหนกันขอรับ


ล. ลุงได้เคยกล่าวให้หลานฟังแล้วว่า

จักรวาลนั้นประกอบไปด้วยโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาว
ซึ่งต่างก็โคจรไปตามวิถี ที่เรียกว่า สุริยจักรวาล ….สุริยจักรวาลนั้น…ยังมีที่ตาไม่เห็นอีกมากมายนับจำนวนไม่ถ้วนเลย


ความมากมายของจักรวาลนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงสอนไว้ว่ามีเป็นอันมาก ซึ่งแสดงถึงว่าเฉพาะดวงอาทิตย์เท่านั้นก็จะมีจนคาดคะเนจำนวนไม่ได้เลย


ความจริงลุงก็ได้กล่าวให้หลานฟังมาบ้างแล้ว ตัวนรกสวรรค์ก็อยู่ในโลกอื่นนอกไปจากโลกของเรานี้ เมื่อหลานได้เรียนไปมากอีกสักหน่อยก็จะได้ทราบความพิสดารของนรกสวรรค์ว่ามีอะไรบ้าง รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน


เรื่องของนรก สวรรค์ อย่างพิสดารอยู่ในปริจเฉทที่ ๕ แต่นี่ปริจเฉท ๑ หลานก็ยังไม่ได้เรียน
ดังนั้น ก็ยังจะเอาความละเอียดไม่ได้
แต่อย่างไรก็ดี ลุงก็จะขอเทียบเคียงพอให้ได้เห็นบ้าง


ตากับหูของเรานี้ทำงานได้ ก็อยู่ในขอบเขตจำกัด รัศมีสีม่วงของแสงอาทิตย์เราก็ไม่สามารถจะเห็นได้
หูก็เช่นเดียวกัน เสียงที่มีความถี่น้อยเกินไป หรือมากเกินกว่า ๒๕,๐๐๐ เราก็ไม่ได้ยิน
ถ้าเช่นนั้นเราจะเอาหูเอาตาเป็นเครื่องวัดความจริงเท่านั้นหรือ
ยังมีความรู้ที่พ้นจากตาและหูของมนุษย์อีกมากมายนักที่มนุษย์ยังมิได้เรียนรู้และที่ยังเข้าไม่ถึง

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [27 ก.พ. 2546 , 06:15:56 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


ในพุทธภาษิตติกนิบาตอังคุตตรนิกาย..
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า... ยังมีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวอีกมากมาย อันจะนับจำนวนหาได้ไม่
พระองค์ได้ทรงแสดงในที่หลายแห่งด้วยกันว่า มีมนุษย์และสัตว์ในโลกอื่นๆ อีกเป็นอันมาก


เวลานี้นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้กล้องที่ดีที่สุดอันโลกของเรานี้มีส่องดูแล้ว และสันนิษฐานว่ามีมนุษย์ และสัตว์อยู่ในดาวนพเคราะห์ดวงอื่น

ลุงเห็นเป็นการสมควรที่จะกล่าวถึงเรื่องนี้ ซึ่งทางวิทยาศาสตร์ค้นคว้ามาได้ เพื่อให้หลานได้พิเคราะห์ดูด้วย


ในคืนข้างแรม เดือนมืด ที่ปราศจากเมฆหมอก อากาศแจ่มใส ขอให้หลานมองดูขึ้นไปบนท้องฟ้า
หลานก็จะเห็นดวงดาวระยิบระยับเต็มไปทั่วท้องฟ้า
เสมือนเราเอาผ้ากำมะหยี่ดำมหึมาขึ้นไปครอบคลุมไว้ แล้วเอาไฟฟ้าดวงเล็กดวงใหญ่ขึ้นไปประดับประดาเสียจนเต็ม


แต่ความจริงนั้น ดาวแต่ละดวงอยู่ห่างกันลิบลับ สูงต่ำกว่ากันจนเราไม่อาจคาดคะเนได้ และถ้าจะคิดกันจริงๆ บางดวงก็ห่างกันเป็นร้อยเป็นพันปีแสง
การที่เรามองดูแต่ไกลจึงได้เห็นไปว่า ดาวทั้งหลายก็อยู่ในระดับเดียวกัน


ถ้าหลานสังเกตดูให้ดี หลานก็จะเห็นไปว่า มีควันขาวๆ ลอยคว้างเป็นทางยาวเหยียดจากด้านหนึ่งของฟากฟ้า แล้วไปจรดอีกด้านหนึ่ง
ที่เห็นเป็นควันนี้ คือทางช้างเผือก (Milky Way) นั้นเอง เต็มไปด้วยดวงดาวใหญ่น้อยทั่วไปหมด สุดที่จะนับ จนดูคล้ายกับควันไฟ


ภายในวงช้างเผือกนี้ มีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โลก และดวงดาวต่างๆ ประมาณหลายแสนล้านดวง
และขอให้หลานลองคำนวณดูว่ามากมายสักเท่าใด เพราะภายในวงช้างเผือกดังกล่าวแล้วนั้นมีอยู่ไม่ต่ำกว่า ๔ – ๕ แสนดวง

ทั้งนี้เพียงเท่าที่กล้องที่ดีที่สุดของเราในปัจจุบันนี้ ส่องดูมองเห็นเท่านั้น
ดาวซึ่งเห็นได้เหล่านี้กำลังส่องแสงระยิบระยับ แต่ที่มองไม่เห็น คือดาวที่ดับแล้ว ยังมีมากกว่านี้ไม่ต่ำกว่า ๑๐ เท่า


ในบรรดาดาวต่างๆ นั้น นักดาราศาสตร์แบ่งออกเป็น ๒ พวก คือดาวฤกษ์และดาวพระเคราะห์


ดาวฤกษ์ (Stars) เป็นดาวดวงใหญ่ที่สุด มีความร้อนจัดมากที่สุด มีแสงสว่างมากที่สุด เราจึงเห็นแสงอยู่ยิบๆ ทั้งนี้ก็เพราะอยู่ไกลมาก และพระอาทิตย์ที่เราเห็นอยู่ทุกเวลากลางวันนั้น ก็ไม่ใช่อื่นไกล ได้แก่ดาวฤกษ์นั่นเอง แต่ว่าอยู่ใกล้โลกมาก คือห่างจากโลกเพียง ๙๓,๐๐๐,๐๐๐ ไมล์เท่านั้น ดาวฤกษ์หรือดวงอาทิตย์นี้
เท่าที่นักดาราศาสตร์ตรวจตราดูแล้ว มีจำนวนหลายพันล้านดวง
บางดวงมีแสงสว่างมากกว่าดวงอาทิตย์ที่ประจำโลกของเราตั้งหมื่นตั้งแสนเท่า เช่นดาวที่มีชื่อว่า คาโนบัส (Canobus) เป็นต้น

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [27 ก.พ. 2546 , 06:32:23 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )


  สลักธรรม 2


ดาวเคราะห์ (Planets) เป็นดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง แต่การที่เราเห็นแสงสว่างได้นั้น เป็นแสงของดวงอาทิตย์ที่สะท้อนออกมา
ดาวพระเคราะห์เป็นบริวารของดาวฤกษ์ หรือดวงอาทิตย์
ดาวพระเคราะห์ที่เรารู้จักดี เพราะอยู่ใกล้โลกของเรามีอยู่ ๙ ดวง คือ พระพุธ พระศุกร์ โลก พระอังคาร พระพฤหัสบดี พระเสาร์ มฤตยู เนปจูน พระยม และดาวบริวารที่อยู่ห่างไกลอีกเป็นพันๆ ดวง


ในที่นี้ลุงจะขอกล่าวอย่างย่อๆ สัก ๒ ดวง เท่านั้น


จากกล้องโทรทัศน์ขนาดยักษ์ คือ ๒๐๐ นิ้ว ที่ภูเขาปาโลมาร์ ในอเมริกา เราได้เห็นดาวอังคาร (Mass) มีเป็นทางสีเขียว แสดงว่ามีต้นไม้อยู่ทั่วไป จะเห็นที่ขั้วเป็นจุดขาวแสดงว่ามีหิมะปกคลุมอยู่ จะเห็นเป็นทางตรงผ่านกันไปมา แสดงว่ามีคลอง
ดร. เปอร์ซิวาลโลเวลล์ ให้เหตุผลว่ามีคลอง ซึ่งกระทำโดยฝีมือของวิศวกรชาวโลกพระอังคารผู้มีปัญญา
เพราะถ้าเกิดขึ้นตามธรรมชาติแล้ว มันจะเป็นเช่นนั้นไม่ได้
และที่ดาวอังคารนี้มีพระจันทร์เป็นบริวารอยู่ ๒ ดวง ดาวพระอังคารอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ ๑๔๑,๐๐๐,๐๐๐ ไมล์


ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ ๓๘๓,๐๐๐,๐๐๐ ไมล์
ใหญ่กว่าโลกของเราประมาณ ๑๑ เท่า หมุนรอบดวงอาทิตย์เป็นเวลา ๑๑.๘๖ ปี หมุนรอบตัวเองในเวลาราว ๑๐ ช.ม.
ดาวพฤหัสบดีมีพระจันทร์เป็นบริวารอยู่ ๑๑ ดวง


โลกของเรานี้ก็เป็นดาวพระเคราะห์ดวงหนึ่ง หลานไม่เห็นหรือว่า ในดาวพระเคราะห์ดวงนี้ มีสิ่งต่างๆ มากมายน่าพิศวงมากเพียงใด


ในจำนวนพืชก็มีแปลกๆ พิสดารอย่างที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ และไม่เข้าใจอะไรเลย แม้ว่ามันจะไม่มีจิตใจ มันก็ทำให้มนุษย์ต้องหัวหมุนและพากันพิศวงงงงวยไปตามกัน
พืชบางชนิด เช่นต้นอ้อย สามารถกลั่นกรองธาตุน้ำตาลจากในดิน……
พืชบางชนิดอุตส่าห์ปรุงความเปรี้ยวเอามาเก็บไว้ที่ผล เช่นมะนาว…
พืชบางชนิดได้เอาสีที่มีอยู่ตามธรรมชาติขึ้นมาระบายไว้ที่ใบ ที่ผล อย่างวิจิตรพิสดาร มีเขียว ขาว แดง เหลือง ดำ มิหนำซ้ำบางทียังสอดหรือสลับสีให้กลมกลืนกันได้อย่างพิศวง เย้ยจิตรกรผู้มีฝีมือเยี่ยมยอดของโลกให้ได้อาย
พืชบางชนิดเป็นอาหารและยารักษาโรคที่เป็นประโยชน์แก่มนุษย์เหลือหลาย แต่บางชนิดก็เป็นยาพิษที่สามารถ
ทำให้สัตว์ใหญ่ เช่นช้าง ถึงแก่ความตายได้ …..

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [27 ก.พ. 2546 , 06:34:55 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )


  สลักธรรม 3


ภาพปลาอมลูก



ในจำพวกสัตว์ ธรรมชาติก็สร้างสรรค์เสียจนมากมายจนนับไม่ถ้วน
บ้างก็อยู่ในน้ำอยู่บนบก อยู่ใต้ดิน ลอยอยู่ในอากาศได้นานๆ
สัตว์บางอย่างมีรูหายใจได้ทางร่างกาย เช่น
ตั๊กแตน
ปลาบางชนิดฟักไข่ได้ในปากโดยอมไว้ตั้ง ๕๐๐ – ๖๐๐ ฟอง
และบางชนิดทำไฟฟ้าขึ้นเองได้ที่หัวของมัน ทำให้คนหรือสัตว์ที่ถูกต้องถึงแก่ความตายได้
…มนุษย์อุตริบางคนยังอุตส่าห์ทดลองต่อสายไฟมาจุดยังหลอดให้แสงสว่างได้
….
….สัตว์บางชนิดมีรูปร่างใหญ่โตมาก เช่น ช้าง และปลาวาฬ แต่สัตว์บางชนิดมีอินทรีย์ที่เล็กยิ่ง ต้องขยายด้วยกล้องจุลทัศน์โตขึ้นเป็นพันๆ เท่าที่จะเห็นได้ และบางทีก็ไม่เห็นเสียเลย เช่น ไวรัส (Virus)

……

ตามตัวอย่างอันมีอยู่ในโลกนี้ ได้ยกเอามาให้หลานเห็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ความจริงยังมีที่แปลกประหลาดกว่านี้อีกนับไม่ถ้วนที่มนุษย์ศึกษาเข้าไปยังไม่ถึง ....

.....

โลกของเรานี้ก็คือดาวพระเคราะห์ดวงหนึ่ง
ดาวพระเคราะห์ดวงอื่นๆ ที่อยู่บนเวหาอันเหลือที่จะนับได้ เราไม่สามารถคาดคะเนหรืออนุมานให้ใกล้ชิดได้ว่ามีอยู่กี่หมื่นกี่แสนล้านดวงนั้น จะไม่มีพืช, สัตว์ และมนุษย์ เช่นในโลกเรานี้หรือ

จะมีพืช, สัตว์ และมนุษย์เฉพาะแต่ในโลกของเรานี้เท่านั้นหรือ
และระยะทางจากดาวดวงหนึ่งไปยังอีกดวงหนึ่ง มิใช่เป็นหนทางใกล้ๆ


ในทางดาราศาสตร์ใช้หน่วยวัดระยะเป็นปีแสง (Light year)
๑ ปีแสงก็คือระยะของหนทางที่แสงสว่างต้องเดินไป แสงมีความเร็วในวินาทีหนึ่งถึง ๓๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร หรือ ๑๘๖,๐๐๐ ไมล์
ฉะนั้น ใน ๑ ปีแสงก็ไปได้ไกลเท่ากับ ๕.๘๘ ล้านล้านไมล์
หลานลองคิดดู ระยะทางจากดาวดวงหนึ่งไปยังอีกดวงหนึ่งนั้น แสงต้องเดินทางเป็นเวลาตั้งหลายสิบปีจึงจะถึงเช่นนี้ ในที่เช่นนั้นจะไม่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งถ้ามนุษย์ได้เห็นเข้าแล้วก็จะเห็นเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์สักเพียงใด


พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนเรื่องภูมิ คือที่เกิดของสัตว์ทั้งหลายไว้ทั่วสากลโลกนี้ถึง ๓๑ ภูมิ
แต่มนุษย์บนผิวโลกนี้รู้จักเพียง ๒ ภูมิ
คือมนุษย์และสัตว์เดรัจฉานเท่านั้น
เหลืออีก ๒๙ ภูมิหาได้รู้จักไม่
แม้ผีและเปรตอันมีการละเอียดที่ตาของเราสัมผัสไม่ได้อันเกิดอยู่ในโลกนี้ก็มี


พระพุทธศาสนามิได้สอนว่ามีพระพรหมหรือพระผู้เป็นเจ้าซึ่งอยู่บนสรวงสวรรค์ มาดลบันดาลให้มนุษย์ที่ทำบุญทำบาป ผิดพระประสงค์ของพระองค์ไปอยู่ในเมืองสวรรค์หรือเมืองนรก


หากแต่การอยู่ในเมืองสวรรค์หรือเมืองนรกนั้นเป็นไปตามอำนาจของกรรม เป็นไปตามอำนาจของเหตุปัจจัย ไม่มีใครมาบันดาลได้ เหมือนไฟฟ้าที่วิ่งอยู่ในอากาศ ย่อมไปที่โน่นมาที่นี่ตามเหตุปัจจัย


ถ้าหลานได้ศึกษาธรรมะชั้นสูง คือพระอภิธรรม หรือปรมัตถธรรมนี้จนเข้าใจในเรื่องจิตใจเป็นอย่างดี รู้หน้าที่และความสามารถของจิตเจตสิก และรูปเป็นอย่างดีแล้ว ....
ความสงสัยเรื่องของนรกสวรรค์ก็จะน้อยเข้า


ลุงกล่าวมาถึงเพียงนี้มีแง่มุมที่หลานน่าจะถามเรื่องตายแล้วเกิดอีก แต่สำหรับเวลานี้ขอหลานอย่าเพิ่งถามถึงเรื่องตายแล้วไปเกิดได้อย่างไรเลย ขอให้เป็นในภายหลังเถิด

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [27 ก.พ. 2546 , 06:43:43 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )


  สลักธรรม 4

ภาพไวรัสที่เข้าโจมตีทำลายเซลล์ของผู้ป่วย ด้วยการแพร่พันธุ์จำนวนมาก



ในสมัยโบราณ เมื่อคนเป็นอันมากล้มตายก่อนกองด้วยโรคอหิวาต์
คนในสมัยนั้นพากันพูดว่าเป็นโรคห่า อันหมายถึงว่าผีชนิดหนึ่งมาทำให้ตาย
ในเวลานั้นถ้าใครจะมาพูดว่าเป็นตัวเชื้อโรคที่เล็กที่สุด ต้องใช้กล้องขยายตั้ง ๒,๐๐๐ เท่า จึงจะมองเห็น คนในสมัยนั้นคงจะพากันขบขัน


ยิ่งถ้าใครมาพูดว่ายังมีเชื้อโรคที่ยิ่งเล็กไปกว่านั้นโดยส่องดูด้วยกล้องแล้วก็ยังมองไม่เห็น คือไวรัส (Virus)
ก็เห็นท่าทีจะถูกหาว่าเป็นบ้าแน่นอน
แต่ปัจจุบันนี้ เมื่อบุคคลทั้งหลายมีความเข้าใจเรื่องเชื้อโรคธรรมดาอันส่องกล้องดูเห็นได้แล้ว จึงอนุมานเข้าไปเชื่อเรื่องไวรัส ทั้งๆ ที่มองไม่เห็นโดยไม่กังขาเลย


ด้วยเหตุดังที่ได้กล่าวมานี้ ขอให้หลานจงเข้ามาดู จงเข้ามาศึกษา และเข้ามาพิสูจน์เชื้อโรคธรรมดา ที่ขยายได้ ๒,๐๐๐ เท่า จากพระอภิธรรมเสียก่อนเถิด


ลุงแน่ใจว่าพระอภิธรรมจะทำให้หลานตื่นตระหนก
พระอภิธรรมจะทำให้หลานต้องกราบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพิ่มขึ้นมาอีกมากครั้ง


เพราะสิ่งเร้นลับในเรื่องของชีวิตอีกมากมายก่ายกอง
อันเราไม่เคยรู้, ไม่เคยเห็น, ไม่เคยคิด, ไม่เคยเชื่อมาก่อนเลยนั้น เมื่อได้ศึกษาจนมีความเข้าใจแล้ว ก็ได้ถูกเราเองพิสูจน์ได้ในเวลานั้นเองเป็นอันมาก


พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนอะไร ก็ประกอบด้วยเหตุผล หลักฐาน ข้อเท็จจริง พร้อมด้วยบทพิสูจน์
พระองค์ทรงสอนว่าตัวนรกสวรรค์จริงๆ มีอยู่อีกโลกหนึ่งต่างหาก เวลานี้จรวดก็ยังขึ้นไปไม่ถึง เรดาห์ก็ยังไม่สามารถจะใช้การได้ตามต้องการ


เหตุนี้ลุงจึงหมดปัญญาที่จะแสดงนรกสวรรค์ให้ประจักษ์แก่สายตาของหลานได้
แต่ถ้าหลานมีเจตนาอันแรงกล้า หรือปรารถนาที่จะเห็นจริงๆ แล้วก็จะเห็นได้เหมือนกัน
หลานจะต้องปฏิบัติตามหลักการที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางเอาไว้ คือการทำสมาธิจนได้ฌานขึ้นไปเป็นขั้นๆ จนได้อภิญญา
ซึ่งในวันหนึ่งข้างหน้า ถ้าหลานศึกษาแล้วหลานก็จะได้ทราบว่าทำฌาน ทำอภิญญาได้อย่างไร เป็นทางหนึ่งที่จะพิสูจน์เรื่องนรกเรื่องสวรรค์ให้ประจักษ์แก่ใจของหลานเองได้จริงๆ …..


…. โลกของเรานี้เราก็ถือว่าใหญ่โต แต่ถ้าจะเปรียบเทียบกับสากลจักรวาลแล้ว ก็เท่ากับน้ำหยดหนึ่งในมหาสมุทร

….เหตุนี้ หลานเอ๋ย จงอย่าประมาท


ความรู้สมัยใหม่ที่เราได้รับอยู่ในเวลานี้ คือในเรื่องรูปหรือวัตถุที่ทางวิทยาศาสตร์คิดหรือผลิตขึ้นได้ อันเราถือว่าวิเศษก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็เหมือนหิ่งห้อยกับแสงอาทิตย์


เพราะวิชาการทางโลกเรียนรู้แต่ในเรื่องของผู้อื่น สิ่งอื่น เรื่องอื่น
เรียนรู้เพื่อก่อให้เกิดความยึดมั่นในตัวตนยิ่งขึ้น และเป็นการเรียนรู้แต่ในสิ่งที่ไม่เที่ยง ทั้งหมุนเวียนอยู่ในวัฏฏะอันเป็นความทุกข์


สำหรับหลักธรรมนั้นเป็นการเรียนเรื่องของตัวเอง เพื่อคลายความยึดมั่นถือมั่นในตนเอง
เป็นการเรียนรู้เพื่อหาความเที่ยงแท้แน่นอนและหยุดความหมุนเวียน คือ วัฏฏะซึ่งจะเป็นความสุขตลอดนิรันดร


ผู้ใดได้ศึกษาหรือปฏิบัติแล้ว ก็จะไม่เสียทีที่จะเกิดมาพบระพุทธศาสนาแล้วชาติหนึ่ง …

โดย นำเสนอโดย... วยุรี [27 ก.พ. 2546 , 06:51:06 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )


  สลักธรรม 5



ขอเชิญทุกท่านศึกษาหาความรู้ อันเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าในพระอภิธรรมปิฎกได้

จากหนังสือ
ความมหัศจรรย์ของจิต
(พิมพ์ครั้งที่ ๑๒)

โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ซึ่งวางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วๆ ไป


โดย นำเสนอโดย... วยุรี [27 ก.พ. 2546 , 06:59:34 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )


  สลักธรรม 6


ขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณวยุรีอย่างยิ่ง

ที่เพียรพยายามรักษาพระสัจธรรม

ด้วยการชี้แนะหนังสือที่มีคุณค่าทางวิชาการ

อันเกิดจากคำสอนที่ตรงต่อพระพุทธพจน์

ของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกรูครับผม

โดย เทพธรรม [27 ก.พ. 2546 , 07:29:55 น.] ( IP = 203.107.205.88 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณค่ะอาจารย์วยุรี ที่นำเสนอทั้งสาระธรรมและนำภาพมาประกอบให้มีความเข้าใจได้มากขึ้น เพราะสมัยนี้เป็นสมัยของวิทยาศาสตร์.... ภาพตัวอย่างก็ต้องมีความชัดเจนและเชื่อถือได้
ที่สำคัญก็คือ หนังสืออันเป็นผลงานของท่านพระอาจารย์บุญมีนี้ แม้จะเขียนไว้นานแล้ว ก็ไม่เสื่อมคุณค่าและองค์ความรู้เลยนะคะ
อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [28 ก.พ. 2546 , 08:56:13 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 8

ขอร่วมอนุโมทนาเช่นกันครับ

โดย อาจารย์ประพันธ์ - [28 ก.พ. 2546 , 10:21:29 น.] ( IP = 161.200.255.163 : : 161.200.63.249 )


  สลักธรรม 9

ขออนุโมทนากับอาจารย์วยุรีเจ้าค่ะ ภาพประกอบสื่อเนื้อหาดีจังเลย ขอบพระคุณค่ะ

โดย น้องถ้วย [28 ก.พ. 2546 , 10:28:06 น.] ( IP = 203.107.212.251 : : )


  สลักธรรม 10

ขอร่วมอนุโมทนาบุญกับความพยายามค้นคว้าสาระความรู้ชัด แจ้ง นำเสนอต่อท่านผู้ใฝ่รู้ทาง Net. อีกทั้งองค์ประกอบมีความสวยงามยิ่ง วันนี้เพิ่งเปิด Mail ดูในรอบร่วม ๒ เดือน ไม่ค่อยได้เปิด Mail เลย
ขออนุโมทนาและขอเป็นกำลังใจแก่ทุกคน ด้วยน่ะ

โดย หลวงปู่แอ๊ว - [7 มี.ค. 2546 , 01:37:54 น.] ( IP = 203.107.208.12 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org