มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เชิญสู่มิติแห่งบุพจริยา....(จบครับ)




ตอนที่แล้วอ่านที่นี่ครับ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2567



.... ในการที่แผ่นดินหวั่นไหวนี้ ท่านทั้งหลายจงเบาใจ อย่ากลัวเลย

วันนี้ เราพยากรณ์ผู้ใดว่า จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ผู้นั้นพิจารณาเห็นธรรมที่พระพิชิตมารทรงเสพมาก่อน

เมื่อผู้นั้นพิจารณาธรรมอันเป็นพุทธภูมิโดยไม่เหลือ

เพราะเหตุนั้น ปฐพีในหมื่นโลกธาตุพร้อมทั้งในเทวโลก จึงหวั่นไหว




ขณะนั้น มหาชนได้ฟังพระพุทธดำรัสแล้วเย็นใจ

ทุกคนพากันมาหาเราแล้ว ก็กราบไหว้อีก

ในกาลนั้น เรายึดพระพุทธคุณ ทำใจให้มั่นคง ถวายนมัสการพระพุทธทีปังกรแล้ว ลุกจากอาสนะ

ขณะเมื่อเราลุกขึ้นจากอาสนะ ทวยเทพและหมู่มนุษย์ ก็พากันเอาดอกไม้ทิพย์และดอกไม้มนุษย์โปรยปรายลง

อนึ่ง ทวยเทพและหมู่มนุษย์นั้น ต่างก็อวยชัยให้พรสวัสดีว่า

ท่านปรารถนาภูมิอันใหญ่หลวง ขอให้ท่านได้ภูมินั้นตามปรารถนาเถิด

เสนียดทั้งปวงจงอย่ามี ความโศกและโรคจงอย่ามี อันตรายจงอย่ามีแก่ท่าน

ขอให้ท่านได้บรรลุโพธิญาณอันอุดมเร็วพลัน

ข้าแต่ท่านผู้มีเพียรใหญ่

ท่านย่อมบานด้วยพุทธญาณ เปรียบเหมือนไม้ดอกย่อมมีดอกบานในฤดูที่มาถึง ฉะนั้น

ข้าแต่ท่านผู้มีเพียรใหญ่

ขอให้ท่านจงบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ ดังพระสัมพุทธเจ้าเหล่าใดเหล่าหนึ่งทรงบำเพ็ญฉะนั้นเถิด

ข้าแต่ท่านผู้มีเพียรใหญ่

ขอให้ท่านจงตรัสรู้ที่โพธิพฤกษ์ เหมือนหนึ่งพระสัมพุทธเจ้าเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ตรัสรู้ที่โพธิมณฑลเถิด

ข้าแต่ท่านผู้มีเพียรใหญ่

ขอให้ท่านจงประกาศธรรมจักร อย่างพระสัมพุทธเจ้าเหล่าใดเหล่าหนึ่งทรงประกาศ ฉะนั้นเถิด

ขอให้ท่านมีใจเต็มเปี่ยม รุ่งเรืองในหมื่นจักวาล เช่นพระจันทร์เต็มดวง ส่องแสงสว่างในวันเพ็ญ ฉะนั้นเถิด

ขอให้ท่านพ้นจากโลก รุ่งเรืองด้วยศิริดังพระอาทิตย์พ้นจากราหูแผดแสงสว่างจ้า ฉะนั้นเถิด

โลกพร้อมด้วยเทวโลก มาประชุมกันในสำนักของท่าน

เปรียบเหมือนแม่น้ำทุกสายย่อมไหลมารวมลงยังทะเลหลวง ฉะนั้น



ในกาลนั้น สุเมธดาบสนั้น อันทวยเทพและหมู่มนุษย์เหล่านั้น ชมเชย สรรเสริญแล้ว

สมาทานธรรม ๑๐ ประการ

เมื่อจะบำเพ็ญธรรมเหล่านั้นให้บริบูรณ์ จึงเข้าป่าใหญ่.

โดย เทพธรรม [27 ก.พ. 2546 , 15:32:41 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ในกาลนั้น มหาชนเหล่านั้น นิมนต์พระศาสดาพระนามว่า ทีปังกรผู้เป็นนายกของโลก

พร้อมด้วยหมู่ภิกษุสงฆ์ ให้เสวยแล้ว ได้ถือเป็นสรณะ

พระตถาคตผู้นราสภ ทรงยังใครๆ ให้ตั้งอยู่ในสรณคมน์

ทรงยังใครๆ ให้ตั้งอยู่ในเบญจศีล

ทรงยังใครๆ ให้ตั้งอยู่ในศีล ๑๐ ทรง

ประทานสามัญผล คือ ผล ๔ อันสูงสุดให้แก่ใคร

ทรงประทานธรรมอันไม่มีธรรมอื่นเสมอ คือปฏิสัมภิทาให้แก่ใคร

ทรงประทานสมาบัติ อันประเสริฐ ๘ ให้แก่ใคร

ทรงประทานวิชชา ๓ อภิญญา ๖ ให้แก่ใคร

มหามุนีย่อมตรัสสอนหมู่ชน ด้วยธรรมเครื่องประกอบนั้น

พระศาสนาของพระโลกนาถ แผ่ไปกว้างขวางด้วยธรรมนั้น




พระศาสดาทรงพระนามว่า ทีปังกร มีพระหนุใหญ่ และพระกายงาม

ทรงช่วยให้คนหมู่มากข้ามไป ทรงเปลื้องให้พ้นทุคติ

พระมหามุนีทรงเห็นคนที่ควรให้ตรัสรู้ได้แม้ในแสนโยชน์

ก็เสด็จไปชั่วขณะเดียว ทรงยังผู้นั้นให้ตรัสรู้ ในธรรมาภิสมัย

ครั้งที่ ๑ พระพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก ทรงยังชนให้ตรัสรู้ร้อยโกฏิ

ครั้งที่ ๒ เก้าสิบโกฏิ

และธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่ทวยเทพเก้าหมื่นโกฏิ




ในเมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมในเทพพิภพ

พระพุทธทีปังกรบรมศาสดาทรงประชุมพระสาวก ๓ ครั้ง

การประชุมครั้งที่ ๑ มีพระสาวกแสนโกฏิ เมื่อพระพิชิตมาร ประทับอยู่ในที่วิเวก ที่ยอดเขานารทะ

อีกพระขีณาสพผู้ปราศจากมลทินร้อยโกฏิมาประชุมกัน สมัยใด

พระมหามุนีมหาวีรเจ้า ทรงปวารณาพรรษาพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เก้าหมื่นโกฏิ ที่ยอดเขาสุทัสนะ สมัยนั้น

เราเป็นชฎิลผู้มีตบะอันรุ่งเรือง รู้จบอภิญญา ๕ เหาะไปในอากาศได้

ธรรมาภิสมัยได้มีแก่เทวดาและมนุษย์สองแสน

ธรรมาภิสมัยในครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ คณนานับมิได้

ในกาลนั้น พระศาสนาของพระผู้มีพระภาคทีปังกรแผ่ไพศาล มีคนมาก เจริญแพร่หลายบริสุทธิ์สะอาด

ภิกษุสงฆ์สี่แสน ล้วนได้อภิญญา ๖ มี ฤทธิ์มาก แวดล้อมพระผู้มีพระภาคทีปังกร ผู้ทรงรู้แจ้งโลกในกาลทั้งปวง

สมัยนั้นชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ไม่ได้บรรลุอรหัตเป็นพระเสขะ ละภพมนุษย์ไป

ชนเหล่านั้นย่อมถูกครหา

พระศาสนาแพร่หลาย งดงามด้วยพระอรหันตขีณาสพ ผู้คงที่ ปราศจากมลทิน ในกาลทั้งปวง




พระนครชื่อ รัมมวดี

พระชนกนาถของพระทีปังกรบรมศาสดาเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงพระนามว่าสุเทพ

พระชนนีทรงพระนามว่า สุเมธา

พระพิชิตมารทรงครอบครองอาคารสถานอยู่หมื่นปี

ทรงมีฝูงหงส์ นกกะเรียน นกยูงมากมาย มีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท

มีนางสนมนารีกำนัลใน ๓ แสน ล้วนประดับประดาสวยงาม

พระมเหสีพระนามว่าปทุมา พระราชโอรสพระนามว่าอุสภขันธกุมาร

พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการแล้ว เสด็จออกผนวชด้วยคชสารยานพระที่นั่งต้น

ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม

ครั้นทรงประพฤติปธานจริยาแล้ว ก็ได้ตรัสรู้พระสัมโพธิญาณ

พระมหามุนีทีปังการ มหาวีรชินเจ้าอันพรหมทูลอาราธนาแล้ว

ทรงประกาศพระธรรมจักร แล้วประทับอยู่ในนันทารามประทับนั่งที่ควงไม้ซึก

ทรงปราบปรามเดียรถีย์ ทรงมีพระสุมงคลเถระ และพระติสสเถระเป็นพระอัครสาวก

มีพระเถระชื่อว่าสาคตะเป็นอุปัฏฐาก

มีพระนันทาเถรี และพระสุนันทาเถรี เป็นพระอัครสาวิกา

ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์ มหาชนเรียกว่า ปิปผลิ

ทรงมีอุบาสกชื่อ ตปุสสะ และภัลลิกะ เป็นอัครอุปัฏฐาก

นางสิริมา และ นางโสณา เป็นอุปัฏฐายิกา



พระมหามุนีทีปังกร สูง ๘๐ ศอก ทรงงดงามดังไม้ประจำทวีป เหมือนพญารังกำลังดอกบาน

พระองค์มีพระรัศมีแผ่ซ่านออก ๑๐ โยชน์ โดยรอบ

พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง มีพระชนมายุแสนปี

ทรงดำรงอยู่นานเพียงนั้น ทรงประกาศสัทธรรมให้รุ่งเรือง ช่วยบุคคลให้พ้นวัฏสงสารไปเป็นอันมาก

พระองค์เองทรงรุ่งเรืองดังกองไฟ แล้วเสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก พระฤทธิ์ ยศ บริวาร

และจักรรัตนะที่พระยุคลบาท หายไปหมดทุกอย่าง สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ

พระทีปังกรชินศาสดา เสด็จนิพพาน ณ นันทาราม

พระสถูปของพระองค์ที่นันทารามนั้น สูง ๓๖ โยชน์

พระสถูปบรรจุบาตร จีวร และบริขารและเครื่องบริโภคของพระองค์

ควงไม้โพธิพฤกษ์ในกาลนั้นสูง ๓ โยชน์..


จบแล้วครับ

โดย เทพธรรม [27 ก.พ. 2546 , 15:38:36 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

กราบขอบพระคุณท่านเทพธรรมค่ะ
มาติดตามตอนจบก่อนใครเลยค่ะ
ได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติของพระมหามุนีทีปังกรอย่างละเอียดด้วยค่ะ
อ่านแล้วก็ให้สงสัยเป็นกำลัง ว่าทำไมมนุษย์ในยุคของพระพุทธทีปังกร จึงมีอายุขัยยืนยาวเป็นแสนปี และมีรูปร่างกายที่สูงใหญ่มากถึง ๘๐ศอก นึกภาพไม่ออกเลยค่ะ คงจะมีร่างกายที่ประณีตจนเกือบจะเป็นทิพย์แล้วกระมังคะ
หมู่ชนในสมัยนั้นที่ได้บรรลุพระโพธิญาณก็ช่างมากมายเหลือเกิน มนุษย์ที่มาเกิดในสมัยนั้นคงจะมีบุญมากนะคะ
และเท่าที่ทราบ พระพุทธเจ้าที่มาตรัสรู้ส่วนใหญ่ มักจะมีอายุขัยหลายหมื่นปี และพระวรกายสูงใหญ่มากทั้งนั้นเลยค่ะ ซึ่งแตกต่างจากสมัยพระสมณโคดม ที่มีอายุขัย ๑๐๐ ปี และมีพระอรหันต์ขีณาสพที่มาประชุมในวันเพ็ญมาฆะฤกษ์ ๑๒๕๐ รูป ถ้าเปรียบกับยุคพระพุทธทีปังกรแล้วมีถึงร้อยโกฎิ
จึงขอยกเอาความในใจที่เคยคิดนี้ เพื่อให้ท่านช่วยวิสัชชนา เพื่อเป็นความรู้ต่อไปค่ะ

โดย ธัญธร [27 ก.พ. 2546 , 23:00:46 น.] ( IP = 203.113.71.169 : : )


  สลักธรรม 3

กราบขอบพระคุณท่านเทพธรรมค่ะ
ที่ได้กรุณานำสิ่งที่เป็นมงคลมาให้ทราบ

การอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า ทำให้เหล่ามนุษย์และเทวดาจำนวนมาก สามารถตรัสรู้ตามพระองค์ เป็นสมัยที่งดงามด้วยพระอรหันตขีณาสพ

โดย เซิ่น [27 ก.พ. 2546 , 23:46:38 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 202.183.157.119 )


  สลักธรรม 4

กราบขอบพระคุณค่ะท่านเทพธรรม
มาติดตามอ่านมงคลแก่ชีวิตให้ต่อเนื่องค่ะ และรู้สึกถึงความร่มเย็นแห่งสมัยนั้นจริงๆเลยละค่ะ เป็นธรรมาภิสมัย ไพเราะเหลือเกิน การประชุมในครั้งนั้นมีถึง 3 ครั้งเชียวนะคะ คงมีบุคคลที่เป็นพระขีณาสพที่นับประมาณไม่ได้ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าในช่วงเวลานั้นเรามัวทำอะไรกันอยู่ ...

โดย หมออุ๊ [28 ก.พ. 2546 , 17:39:07 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )


  สลักธรรม 5



ข้าพเจ้าขออภิวาท พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น..


กราบขอบพระคุณท่านเทพธรรมค่ะ
ที่นำเรื่องราวเกี่ยวกับบุพจริยา ...มาให้อ่าน
มีความรู้สึกที่ดีเกิดขึ้นในจิตใจอย่างมากมาย

โดย วยุรี [1 มี.ค. 2546 , 05:53:12 น.] ( IP = 203.113.38.9 : : )


  สลักธรรม 6

.....ขอบพระคุณท่านเทพธรรมมากๆเลยค่ะ......นับเป็นมงคลชีวิต....ที่ได้มีโอกาสอ่านเรื่องบุพจริยานี้......

โดย ทวีพร [1 มี.ค. 2546 , 19:38:41 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.136.201 )


  สลักธรรม 7

มาขยายความเพิ่มเติมจากข้อความในสลักธรรม 2 ค่ะ
ที่ได้กล่าวไปเช่นนั้น เพราะได้เคยอ่านจากหนังสือ "พระพุทธเจ้า ๒๕ พระองค์" ได้ตั้งข้อสังเกตุว่า พระพุทธเจ้า ๒๔ พระองค์ มีพระชนมายุตั้งแต่ สองหมื่นปี จนถึงแสนปี มีพระวรกายสูง ๒๐ ศอก จนถึง ๑๖๐ ศอก จึงได้เกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นมาในใจขณะที่อ่าน
เมื่อท่านอาจารย์เทพธรรมนำเรื่องพระพุทธเจ้าทีปังกรมาลง ก็เลยขอถือโอกาสแสดงความคิดเห็น และเรียนถามถึงเหตุผลที่สมัยพระโคตมสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความแตกต่างจากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆในเรื่องพระชนมายุ และพระวรกาย
จริงอยู่เรื่องนี้อาจจะไม่สำคัญ พระธรรมที่พระองค์ตรัสรู้และนำมาสั่งสอนเวไนยสัตว์ต่างหาก ที่มีความสำคัญ และไม่ได้มีความแตกต่างกันเลย
แต่นี่ก็เป็นเพียงข้อสังเกตุเล็กๆที่นำมาสนทนาธรรม ไม่ได้มีเจตนาเป็นอื่นเลยค่ะ
และต้องขออภัยค่ะ ที่การใช้ภาษาไม่สละสลวย
ข้อความดังกล่าวอาจจะเป็นการมิสมควร ในมุมมองที่ต่างกันค่ะ

โดย ธัญธร [2 มี.ค. 2546 , 23:03:28 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org