| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ศากยวงศ์
สลักธรรม 1
ฝ่ายพระเชฏฐภคินี เจ้าหญิงผู้พี่นั้น
ได้อภิเษกสมสู่ด้วยพระเจ้ากรุงเทวทหะ ตั้งวงศ์กษัตริย์อีกวงศ์หนึ่ง
เรียกว่า โกลิยวงศ์ ดำรงขัตติยสกุลสืบมา
กษัตริย์ศากยสกุลในพระนครกบิลพัสดุ์
สืบเชื้อสายจำเนียรกาลลงมาโดยลำดับ ถึงพระเจ้าชยเสนะ ทรงครองราชย์
พระองค์ทรงมีพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง พระนามว่า สีหหนุ
พระราชบุตรีพระองค์หนึ่ง พระนามว่า ยโสธรา
ครั้นพระเจ้าชยเสนะทิวงคตแล้ว สีหหนุกุมารผู้เป็นรัชทายาท
ก็ทรงสืบศากยวงศ์ ได้ทรงขอพระนางกาญจนาพระกนิฏฐภคินีของพระเจ้าอัญชนะ
กษัตริย์แห่งนครเทวทหะ มาเป็นพระมเหสี มีพระราชบุตรพระราชบุตรี
แต่พระนางกาญจนาเทวี ๗ พระองค์ เป็นชาย ๕ พระองค์ คือ สุทโธทนะ ๑
สุกโกทนะ ๑ อมิโตทนะ ๑ โธโตทนะ ๑ ฆมิโตทนะ ๑ เป็นหญิง ๒ พระองค์ คือ
ปมิตา ๑ อมิตา ๑
พระเจ้าอัญชนะกษัตริย์แห่งนครเทวทหะ
ก็ได้ทูลขอพระนางยโสธรา พระกนิฏฐภคินี ของพระเจ้าสีหหนุไปเป็นมเหสี
มีพระราชบุตรพระราชบุตรี ๔ พระองค์ เป็นชาย ๒ พระองค์ คือ
สุปปพุทธะ ๑ ทัณฑปาณิ ๑ เป็นหญิง ๒ พระองค์ คือ มายา ๑
ปชาบดี ๑ พระองค์หลังนี้เรียกว่า โคตมี บ้าง
ต่อมาพระเจ้าสีหหนุได้ทูลขอ พระนางมายา
พระราชธิดาของพระเจ้าอัญชนะแห่งเทวทหะนคร
ให้เป็นพระชายาของ พระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบุตรองค์ใหญ่
ทรงประกอบพระราชพิธีมงคลอภิเษกสมรสในงานครั้งนี้เป็นการใหญ่ ณ ปราสาทโกกนุท
ที่อโศกอุทยาน พระนครเทวทหะ
ครั้นพระเจ้าสีหหนุทิวงคตแล้ว สุทโธทนะราชกุมาร
ก็ได้ขึ้นครองราชสมบัติสืบศากยวงศ์ต่อมา
โดย ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2546 , 17:00:22 น.] ( IP = 210.1.50.113 : : )
สลักธรรม 2ตอนที่ ๒
พระบรมโพธิสัตว์เจ้า
ในกาลนั้น พระบรมโพธิสัตว์เจ้าบังเกิดเป็น สันตุสิตเทวราช
เสวยทิพยสมบัติอยู่ในรัตนวิมานสวรรค์ชั้นดุสิตเทวโลก
ครั้งนั้น ....
ท้าวมหาพรหมและเทวราชในสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้นฟ้า
ชวนกันไปเฝ้ากราบทูลอาราธนาพระบรมโพธิสัตว์เจ้า
จุติลงไปบังเกิดเป็นมนุษย์ในมนุษยโลก
เพื่อจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้า
แสดงธรรมสั่งสอนประชากรให้รู้ธรรมและประพฤติธรรม
สมดังที่พระองค์ได้บำเพ็ญบารมีตั้งพระทัยไว้แต่แรก
พระบรมโพธิสัตว์เจ้า ยังมิได้รับอาราธนาของทวยเทพทั้งหลายก่อน
ทรงพิจารณาดู ปัญจมหาวิโลกนะ ๕ ประการ คือ
๑. กาล ๒. ประเทศ ๓. ตระกูล ๔. มารดา ๕. อายุ
เห็นว่าอยู่ในสถานที่ควรจะเสด็จจุติลงได้ ด้วยจะสำเร็จดังมโนปณิธานที่ทรงตั้งไว้
จึงได้ทรงรับคำทูลเชิญของมวลเทพนิกร
เมื่อพระบรมโพธิสัตว์เจ้า
ส่งเทพเจ้าทั้งหลายกลับคืนนิวาสถานของตน ๆ แล้ว
เสด็จแวดล้อมไปด้วยเทพบริวาร ไปสู่นันทวันอุทยาน อันมีในดุสิตเทวโลก
เสด็จประภาสรื่นรมณ์อยู่ในทิพย์อุทยานนั้น
ครั้นได้เวลาอันสมควร
ก็เสด็จจุติลงมาปฏิสนธิในครรภ์ของ พระนางเจ้ามายาราชเทวี
อัครมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ ณ พระนครกบิลพัสดุ์
ในวันเพ็ญ เดือน ๘ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี
โดย ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2546 , 17:36:16 น.] ( IP = 210.1.50.113 : : )
สลักธรรม 3
ในราตรีกาลวันอาสาฬหปุรณมี เพ็ญเดือน ๘ นั้น
พระนางเจ้ามายาราชเทวีทรงอธิฐานสมาทานอุโบสถศีล
เสด็จบรรทมบนพระแท่นที่ ในเวลารุ่งสุริยรังษีปัจจุบันสมัย
ทรงพระสุบินนิมิตว่า...
" ท้าวจาตุมหาราชทั้ง ๔ มายกพระองค์ไปพร้อมกับพระแท่นที่ผทม
เอาไปวางไว้บนแผ่นมโนศิลา ภายใต้ต้นรังใหญ่
แล้วมีนางเทพธิดามาทูลเชิญให้เสด็จไปสรงน้ำในสระอโนดาษ
ชำระล้างมลทินแห่งมนุษย์แล้ว ทรงผลัดด้วยผ้าทิพย์
ลูบไล้ด้วยเครื่องหอมอันเป็นทิพย์ ทั้งประดับด้วยทิพย์บุบผาชาติ
ใกล้ภูเขาเงินภูเขาทอง แล้วเชิญเสด็จให้เข้าผทมในวิมานทอง
บ่ายพระเศียรไปยังปราจีนทิศ (ตะวันออก)
ขณะนั้นมีเศวตกุญชร ช้างเผือกเชือกหนึ่ง
ชูงวงจับดอกปุณฑริกปทุมชาติ (บัวขาว) เพิ่งแย้มบาน กลิ่นหอมฟุ้งตระหลบ
ลงจากภูเขาทองด้านอุตตรทิศ ร้องก้องโกญจนาทเดินเข้าไปในวิมาน
ทำปทักษิณเวียนพระแท่นที่ผทมได้ ๓ รอบ
แล้วปรากฏเสมือนเข้าไปสู่พระอุทรทางเบื้องขวาของพระราชเทวี"
ก็พอดีพระนางเจ้าเสด็จตื่นบรรทม
ขณะนั้นก็พลันบังเกิดกัมปนาทแผ่นดินไหว
มีรัศมีสว่างไปทั่วโลกธาตุ เป็นบุพพนิมิตโดยธรรมนิยม
ในเวลาพระบรมโพธิสัตว์เจ้าเสด็จลงปฏิสนธิในพระครรภ์พระนางเจ้ามายาราชเทวี
ครั้นเวลารุ่งเช้า
พระนางเจ้ามายาราชเทวี จึงกราบทูลเรื่องพระสุบินนิมิตเมื่อราตรีแก่พระราชสามี
พระเจ้าสุทโธทนะมหาราช จึงรับสั่งให้เชิญพราหมณ์ปาโมกข์โหราจารย์เข้ามาเฝ้า
แล้วทรงเล่าเรื่องพระสุบินของพระราชเทวีให้ทำนาย
พราหมณ์ทั้งหลายก็ทูลพยากรณ์ว่า พระสุบินของพระราชเทวี
เป็นมงคลนิมิตปรากฏ พระองค์จะได้พระปิโยรส
เป็นอัครบุรุษมนุษย์ชายชาติเชื้ออาชาไนย
มีบุญญาธิการยิ่งใหญ่ในโลกสันนิวาส
เป็นที่พึ่งของประชาชาติไม่มีผู้ใดเสมอ
พระเจ้าสุทโธทนะได้ทรงสดับก็ทรงโสมนัส
โปรดประทานการบริหารพระครรภ์พระราชเทวีเป็นอย่างดี
ให้สนมอยู่ประจำที่คอยอภิบาลอยู่ตลอดเวลาโดย ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2546 , 17:44:20 น.] ( IP = 210.1.50.113 : : )
สลักธรรม 4
เมื่อพระนางเจ้ามายาราชเทวีทรงพระครรภ์อยู่ถ้วนทศมาส ๑๐ เดือนบริบูรณ์แล้ว
มีพระทัยปราถนาจะเสด็จไปเมืองเทวทหะนคร อันเป็นชาติภูมิของพระองค์
จึงกราบทูลลาพระเจ้าสุทโธทนะพระราชสามี
ครั้นได้รับพระราชทานอนุมัติแล้ว ก็เสด็จโดยราชยานสีวิกามาศ (วอทอง)
แวดล้อมด้วยเสนามาตย์ราชบริพาร ตามเสด็จถวายอารักขาเป็นอย่างดี
ในวันวิสาขะปุณณมี เพ็ญเดือน ๖ ออกจากพระนครในเวลาเช้า
เสด็จไปตามมรรคาโดยสวัสดี ตราบเท่าบรรลุถึงลุมพินีสถาน
อันตั้งอยู่ในระหว่างพระนครทั้งสอง คือ พระนครกบิลพัสดุ์และพระนครเทวทหะ
เป็นรมณียสถาน บริบูรณ์ด้วยรุกขบุบผาผลาชาติ
กำลังผลิตดอกออกผล หอมฟุ้งขจรจบในบริเวณนั้น
พระนางเจ้ามีพระทัยปรารถนาจะเสด็จประพาส
จึงอำมาตย์ทั้งหลายก็เชิญเสด็จแวะจากมรรคา เสด็จเข้าสู่ลุมพินีวัน
เสด็จลงจากราชยานสีวิกามาศ
แวดล้อมด้วยพระพี่เลี้ยงและนารีราชบริวารเป็นอันมาก
เสด็จดำเนินไปถึงร่มไม้สาละพฤกษ์
ทรงยกพระหัตถ์เหนี่ยวกิ่งสาละซึ่งอ่อนน้อมค้อมลงมา
ขณะนั้นก็ประจวบลมกัมมัชวาตหวั่นไหวประชวรพระครรภ์ ใกล้ประสูติ
เจ้าพนักงานทั้งหลายก็รีบจัดสถานที่ผูกม่านแวดวงเข้ากับภายใต้ร่มไม้สาละถวายเท่าที่พอจะทำได้
แล้วก็ชวนกันออกมาภายนอก
เทพยดาในหมื่นจักรวาลมาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นั้น
พระนางเจ้ามายาเทวี ทรงนุ่งโกสัยพัสตร์ขจิตด้วยทอง
ทรงห่มทุกุลพัสตร์คลุมพระองค์ลงไปถึงหลังพระบาท
ประทับยืนผันพระปฤษฏางค์พิงเข้ากับลำต้นมงคลสาละพฤกษ์
พระหัตถ์ขวาเหนี่ยวกิ่งสาละ ทอดพระเนตรไปยังปราจีนทิศ
ในกาลนั้น เป็นมหามงคลหุติฤกษ์
พระบรมโพธิสัตว์เจ้าประสูติจากมาตุคัพโภทร
ท้าวสุธาวาสมหาพรหมทั้ง ๔ พระองค์ ก็ทรงถือข่ายทองรองรับพระกายไว้
ในที่เฉพาะพระพักตร์พระราชเทวี แล้วกล่าวว่า
พระแม่เจ้าจงทรงโสมนัสเถิด
พระราชโอรสที่ประสูตินี้ มีมเหศักดาอานุภาพยิ่งนัก
ขณะนั้นท่ออุทกธาราทั้งสองก็ไหลหลั่งลงมาจากอากาศ
ท่อธารหนึ่งเป็นน้ำร้อน ท่อธารหนึ่งเป็นน้ำเย็น
ตกลงมาโสรจสรงพระกายพระกุมารกับพระราชมารดา
ลำดับนั้นท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ พระองค์
ก็ทรงรับพระราชกุมารไปจากพระหัตถ์ท้าวมหาพรหม
โดยรองรับพระองค์ด้วยอชินจัมมาชาติ อันมีสุขสัมผัส
ซึ่งสมมุติว่าเป็นมงคลในโลก
ต่อจากนั้น นางนมทั้งหลายจึงรองรับพระองค์ด้วยผ้าทุกุลพัสตร์จากพระหัตถ์ท้าวจตุโลกบาล
และขณะนั้นพระราชกุมาร ก็เสด็จอุฏฐาการลงจากมือนางนมทั้งหลาย
เสด็จเหยียบยืนยังพื้นภูมิภาค ด้วยพระบาททั้งสองเสมอเป็นอันดี >
ท้าวมหาพรหมก็ทรงเปรมปรีย์ ทรงทิพย์เศวตฉัตรกลางกั้น
กันละอองมิให้มาถูกต้องพระยุคลบาท
ท้าวสยามเทวราช ทรงซึ่งทิพย์วาลวิชนีอันวิจิตร
เทพบุตรที่มีมหิทธิฤทธิ์องค์หนึ่ง ถือพระขรรค์อันขจิตด้วยแก้ว ๗ ประการ
เทพบุตรองค์หนึ่งยืนประดิษฐานถือฉลองพระบาทชาตรูปมัยทั้งคู่
เทพบุตรองค์หนึ่งยืนเชิดชูทิพยมหามงกุฏ
ล้วนเป็นเกียรติแก่พระกุมาร ซึ่งเพียบพร้อมด้วยเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ทั้ง ๕
ปรากฏแก่นัยน์ตาของมวลมนุษย์
แต่เทพยดาทั้งหลายที่ถือนั้นมิได้เห็นปรากฏ
ดอกแก้ว
>โดย ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2546 , 17:59:20 น.] ( IP = 210.1.50.113 : : )
สลักธรรม 5
นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ทราบมาก่อนค่ะ และขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
โดย หมออุ๊ [28 ก.พ. 2546 , 18:00:26 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )
สลักธรรม 6
กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ
ที่ได้นำเรื่องศากยวงศ์ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่พึ่งทราบค่ะโดย เซิ่น [28 ก.พ. 2546 , 23:39:40 น.] ( IP = 203.170.141.97 : : )
สลักธรรม 7
![]()
ขอบคุณพี่ดอกแก้วค่ะ เป็นเรื่องที่ไม่เคยอ่านที่ใดมาก่อนโดยเฉพาะในส่วนที่มาของศากยวงศ์ และ โกลิยวงศ์ อีกทั้งภาษาที่ใช้ในการนำเสนอก็ไพเราะ งดงามยิ่งค่ะ
![]()
โดย ทวีพร [1 มี.ค. 2546 , 19:18:17 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.136.201 )
สลักธรรม 8
กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ
ได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของพระศากยวงศ์
และปีติโสมนัสในบุญญาภินิหารของพระบรมโพธิสัตว์เจ้า ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีอย่างเปี่ยมล้น
สำนวนภาษาไพเราะ งดงาม น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งค่ะโดย ธัญธร [1 มี.ค. 2546 , 21:29:05 น.] ( IP = 203.113.71.172 : : )
สลักธรรม 9ขอบพระคุณค่ะ
เรื่องที่น่ารู้โดย ดอกสารภี [3 มี.ค. 2546 , 10:39:55 น.] ( IP = 202.28.25.183 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |