มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ศากยวงศ์




ตอนที่ ๑

ศากยวงศ์


เมื่อนับถอยหลังแต่บัดนี้ไปประมาณ ๓,๐๐๐ ปี

ก่อนพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นในโลก หรือก่อนพระพุทธศักราช ๕๐๐ ปีเศษ

ในประเทศอินเดีย ......

มีเมือง ๆ หนึ่ง ตั้งอยู่ข้างทิศเหนือ ไม่ปรากฏชื่อ ใกล้แคว้นสักกะชนบท


พระเจ้าอุกกากะราชเป็นกษัตริย์ปกครอง ..พระองค์มีพระโอรสพระธิดา ๙ พระองค์ คือ

๑. พระเชฏฐภคินี ไม่ปรากฏพระนาม

๒. พระอุกกามุข

๓. พระกรกัณฑุ

๔. พระหัตถินีก

๕. พระสินิปุระ

๖-๗-๘-๙ พระกนิฏฐภคินี ไม่ปรากฏพระนาม



พระโอรสและพระธิดาทั้ง ๙ พระองค์นี้

ประสูติแต่พระมเหสีเก่า ครั้นพระมเหสีเก่าทิวงคตแล้ว

พระเจ้าอุกกากะราช ทรงมีพระมเหสีใหม่

ได้พระโอรสซึ่งประสูติแต่พระมเหสีนี้ ๑ พระองค์

มีพระราชประสงค์จะพระราชทานราชสมบัติแก่พระโอรสองค์น้อยนี้

ซึ่งพระมเหสีผู้โปรดปรานทูลขอให้ จึงรับสั่งให้พระโอรสและพระธิดาทั้ง ๙

ซึ่งมีพระอุกกามุขราชกุมารเป็นหัวหน้า

ยกจาตุรงคเสนาพร้อมด้วยช่างทุกหมู่ ตลอดกสิกร สัตว์พาหนะและปศุสัตว์ทุกประเภท

ยกไปสร้างพระนครใหม่ อยู่ที่ดงไม้สักกะ ใกล้ภูเขาหิมพาน

อันเป็นชัยมงคลสถานที่อยู่ของกบิลดาบส



ครั้นได้สร้างพระนครแล้ว

จึงขนานนามพระนครนี้ว่า
กบิลพัสดุ์

โดยอาศัยชื่อของกบิลดาบส เจ้าของถิ่นเดิมเป็นนิมิต

ภายหลังกษัตริย์ทั้ง ๔ พระองค์นั้น เกรงจะเสื่อมเสียขัตติยวงศ์

หากจะไปอภิเษกสมรสด้วยกษัตริย์อื่น

ด้วยพระโอรสที่เกิดมาจะไม่เป็นอุภโตสุชาติ คือ

เกิดจากมารดาและบิดาดีไม่พร้อมทั้งสองฝ่าย ดีเฉพาะบิดาฝ่ายเดียว

จึงได้อภิเษกสมรสด้วยเจ้าหญิงทั้ง ๔ ผู้เป็นกนิฏฐภคินี

ยกขึ้นเป็นอัครมเหสีสืบราชสันตติวงศ์



ต่อมาพระเจ้าอุกกากะราช

ทรงตรัสถามข่าวถึงพระโอรสและพระธิดาด้วยความเป็นห่วง

อำมาตย์ได้กราบทูลพฤติการณ์ของพระโอรสทั้งหลายให้ทรงทราบ

พระองค์ทรงได้ปราโมทย์ ตรัสสรรเสริญพระโอรสทั้งหลายว่า

เป็นผู้สามารถดี ด้วยคำว่า
สักกะ แปลว่า อาจ

ด้วยพระวาจานี้ได้ถือเป็นมงคลนิมิตของกษัตริย์นครกบิลพัสดุ์ว่า
ศากยะ

ดังนั้นกษัตริย์วงศ์นี้ จึงมีนามว่า ศากยวงศ์ ดำรงขัตติยสกุลสืบมา

โดย ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2546 , 16:59:05 น.] ( IP = 210.1.50.113 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ฝ่ายพระเชฏฐภคินี เจ้าหญิงผู้พี่นั้น

ได้อภิเษกสมสู่ด้วยพระเจ้ากรุงเทวทหะ ตั้งวงศ์กษัตริย์อีกวงศ์หนึ่ง

เรียกว่า
โกลิยวงศ์ ดำรงขัตติยสกุลสืบมา


กษัตริย์ศากยสกุลในพระนครกบิลพัสดุ์

สืบเชื้อสายจำเนียรกาลลงมาโดยลำดับ ถึงพระเจ้าชยเสนะ ทรงครองราชย์

พระองค์ทรงมีพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง พระนามว่า สีหหนุ

พระราชบุตรีพระองค์หนึ่ง พระนามว่า ยโสธรา

ครั้นพระเจ้าชยเสนะทิวงคตแล้ว สีหหนุกุมารผู้เป็นรัชทายาท

ก็ทรงสืบศากยวงศ์ ได้ทรงขอพระนางกาญจนาพระกนิฏฐภคินีของพระเจ้าอัญชนะ

กษัตริย์แห่งนครเทวทหะ มาเป็นพระมเหสี มีพระราชบุตรพระราชบุตรี

แต่พระนางกาญจนาเทวี ๗ พระองค์ เป็นชาย ๕ พระองค์ คือ สุทโธทนะ ๑

สุกโกทนะ ๑ อมิโตทนะ ๑ โธโตทนะ ๑ ฆมิโตทนะ ๑
เป็นหญิง ๒ พระองค์ คือ

ปมิตา ๑ อมิตา ๑




พระเจ้าอัญชนะกษัตริย์แห่งนครเทวทหะ

ก็ได้ทูลขอพระนางยโสธรา พระกนิฏฐภคินี ของพระเจ้าสีหหนุไปเป็นมเหสี

มีพระราชบุตรพระราชบุตรี ๔ พระองค์ เป็นชาย ๒ พระองค์ คือ

สุปปพุทธะ ๑ ทัณฑปาณิ ๑ เป็นหญิง ๒ พระองค์ คือ มายา ๑

ปชาบดี ๑
พระองค์หลังนี้เรียกว่า โคตมี บ้าง




ต่อมาพระเจ้าสีหหนุได้ทูลขอ พระนางมายา

พระราชธิดาของพระเจ้าอัญชนะแห่งเทวทหะนคร

ให้เป็นพระชายาของ
พระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบุตรองค์ใหญ่

ทรงประกอบพระราชพิธีมงคลอภิเษกสมรสในงานครั้งนี้เป็นการใหญ่ ณ ปราสาทโกกนุท

ที่อโศกอุทยาน พระนครเทวทหะ

ครั้นพระเจ้าสีหหนุทิวงคตแล้ว สุทโธทนะราชกุมาร

ก็ได้ขึ้นครองราชสมบัติสืบศากยวงศ์ต่อมา


โดย ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2546 , 17:00:22 น.] ( IP = 210.1.50.113 : : )


  สลักธรรม 2

ตอนที่ ๒

พระบรมโพธิสัตว์เจ้า



ในกาลนั้น พระบรมโพธิสัตว์เจ้าบังเกิดเป็น สันตุสิตเทวราช

เสวยทิพยสมบัติอยู่ในรัตนวิมานสวรรค์ชั้นดุสิตเทวโลก


ครั้งนั้น ....

ท้าวมหาพรหมและเทวราชในสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้นฟ้า

ชวนกันไปเฝ้ากราบทูลอาราธนาพระบรมโพธิสัตว์เจ้า

จุติลงไปบังเกิดเป็นมนุษย์ในมนุษยโลก

เพื่อจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้า

แสดงธรรมสั่งสอนประชากรให้รู้ธรรมและประพฤติธรรม

สมดังที่พระองค์ได้บำเพ็ญบารมีตั้งพระทัยไว้แต่แรก



พระบรมโพธิสัตว์เจ้า ยังมิได้รับอาราธนาของทวยเทพทั้งหลายก่อน

ทรงพิจารณาดู ปัญจมหาวิโลกนะ ๕ ประการ คือ

๑. กาล ๒. ประเทศ ๓. ตระกูล ๔. มารดา ๕. อายุ

เห็นว่าอยู่ในสถานที่ควรจะเสด็จจุติลงได้ ด้วยจะสำเร็จดังมโนปณิธานที่ทรงตั้งไว้

จึงได้ทรงรับคำทูลเชิญของมวลเทพนิกร



เมื่อพระบรมโพธิสัตว์เจ้า

ส่งเทพเจ้าทั้งหลายกลับคืนนิวาสถานของตน ๆ แล้ว

เสด็จแวดล้อมไปด้วยเทพบริวาร ไปสู่นันทวันอุทยาน อันมีในดุสิตเทวโลก

เสด็จประภาสรื่นรมณ์อยู่ในทิพย์อุทยานนั้น

ครั้นได้เวลาอันสมควร

ก็เสด็จจุติลงมาปฏิสนธิในครรภ์ของ
พระนางเจ้ามายาราชเทวี

อัครมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ ณ พระนครกบิลพัสดุ์

ในวันเพ็ญ เดือน ๘ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี

โดย ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2546 , 17:36:16 น.] ( IP = 210.1.50.113 : : )


  สลักธรรม 3

ในราตรีกาลวันอาสาฬหปุรณมี เพ็ญเดือน ๘ นั้น

พระนางเจ้ามายาราชเทวีทรงอธิฐานสมาทานอุโบสถศีล

เสด็จบรรทมบนพระแท่นที่ ในเวลารุ่งสุริยรังษีปัจจุบันสมัย

ทรงพระสุบินนิมิตว่า...


" ท้าวจาตุมหาราชทั้ง ๔ มายกพระองค์ไปพร้อมกับพระแท่นที่ผทม

เอาไปวางไว้บนแผ่นมโนศิลา ภายใต้ต้นรังใหญ่

แล้วมีนางเทพธิดามาทูลเชิญให้เสด็จไปสรงน้ำในสระอโนดาษ

ชำระล้างมลทินแห่งมนุษย์แล้ว ทรงผลัดด้วยผ้าทิพย์

ลูบไล้ด้วยเครื่องหอมอันเป็นทิพย์ ทั้งประดับด้วยทิพย์บุบผาชาติ

ใกล้ภูเขาเงินภูเขาทอง แล้วเชิญเสด็จให้เข้าผทมในวิมานทอง

บ่ายพระเศียรไปยังปราจีนทิศ (ตะวันออก)


ขณะนั้นมีเศวตกุญชร ช้างเผือกเชือกหนึ่ง

ชูงวงจับดอกปุณฑริกปทุมชาติ (บัวขาว) เพิ่งแย้มบาน กลิ่นหอมฟุ้งตระหลบ

ลงจากภูเขาทองด้านอุตตรทิศ ร้องก้องโกญจนาทเดินเข้าไปในวิมาน

ทำปทักษิณเวียนพระแท่นที่ผทมได้ ๓ รอบ

แล้วปรากฏเสมือนเข้าไปสู่พระอุทรทางเบื้องขวาของพระราชเทวี"



ก็พอดีพระนางเจ้าเสด็จตื่นบรรทม

ขณะนั้นก็พลันบังเกิดกัมปนาทแผ่นดินไหว

มีรัศมีสว่างไปทั่วโลกธาตุ เป็นบุพพนิมิตโดยธรรมนิยม

ในเวลาพระบรมโพธิสัตว์เจ้าเสด็จลงปฏิสนธิในพระครรภ์พระนางเจ้ามายาราชเทวี



ครั้นเวลารุ่งเช้า

พระนางเจ้ามายาราชเทวี จึงกราบทูลเรื่องพระสุบินนิมิตเมื่อราตรีแก่พระราชสามี

พระเจ้าสุทโธทนะมหาราช จึงรับสั่งให้เชิญพราหมณ์ปาโมกข์โหราจารย์เข้ามาเฝ้า

แล้วทรงเล่าเรื่องพระสุบินของพระราชเทวีให้ทำนาย

พราหมณ์ทั้งหลายก็ทูลพยากรณ์ว่า พระสุบินของพระราชเทวี

เป็นมงคลนิมิตปรากฏ พระองค์จะได้พระปิโยรส

เป็นอัครบุรุษมนุษย์ชายชาติเชื้ออาชาไนย

มีบุญญาธิการยิ่งใหญ่ในโลกสันนิวาส

เป็นที่พึ่งของประชาชาติไม่มีผู้ใดเสมอ



พระเจ้าสุทโธทนะได้ทรงสดับก็ทรงโสมนัส

โปรดประทานการบริหารพระครรภ์พระราชเทวีเป็นอย่างดี

ให้สนมอยู่ประจำที่คอยอภิบาลอยู่ตลอดเวลา

โดย ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2546 , 17:44:20 น.] ( IP = 210.1.50.113 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อพระนางเจ้ามายาราชเทวีทรงพระครรภ์อยู่ถ้วนทศมาส ๑๐ เดือนบริบูรณ์แล้ว

มีพระทัยปราถนาจะเสด็จไปเมืองเทวทหะนคร อันเป็นชาติภูมิของพระองค์

จึงกราบทูลลาพระเจ้าสุทโธทนะพระราชสามี

ครั้นได้รับพระราชทานอนุมัติแล้ว ก็เสด็จโดยราชยานสีวิกามาศ (วอทอง)

แวดล้อมด้วยเสนามาตย์ราชบริพาร ตามเสด็จถวายอารักขาเป็นอย่างดี

ในวันวิสาขะปุณณมี เพ็ญเดือน ๖ ออกจากพระนครในเวลาเช้า

เสด็จไปตามมรรคาโดยสวัสดี ตราบเท่าบรรลุถึง
ลุมพินีสถาน

อันตั้งอยู่ในระหว่างพระนครทั้งสอง คือ พระนครกบิลพัสดุ์และพระนครเทวทหะ

เป็นรมณียสถาน บริบูรณ์ด้วยรุกขบุบผาผลาชาติ

กำลังผลิตดอกออกผล หอมฟุ้งขจรจบในบริเวณนั้น



พระนางเจ้ามีพระทัยปรารถนาจะเสด็จประพาส

จึงอำมาตย์ทั้งหลายก็เชิญเสด็จแวะจากมรรคา เสด็จเข้าสู่ลุมพินีวัน

เสด็จลงจากราชยานสีวิกามาศ

แวดล้อมด้วยพระพี่เลี้ยงและนารีราชบริวารเป็นอันมาก

เสด็จดำเนินไปถึงร่มไม้สาละพฤกษ์

ทรงยกพระหัตถ์เหนี่ยวกิ่งสาละซึ่งอ่อนน้อมค้อมลงมา

ขณะนั้นก็ประจวบลมกัมมัชวาตหวั่นไหวประชวรพระครรภ์ ใกล้ประสูติ

เจ้าพนักงานทั้งหลายก็รีบจัดสถานที่ผูกม่านแวดวงเข้ากับภายใต้ร่มไม้สาละถวายเท่าที่พอจะทำได้

แล้วก็ชวนกันออกมาภายนอก

เทพยดาในหมื่นจักรวาลมาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นั้น



พระนางเจ้ามายาเทวี ทรงนุ่งโกสัยพัสตร์ขจิตด้วยทอง

ทรงห่มทุกุลพัสตร์คลุมพระองค์ลงไปถึงหลังพระบาท

ประทับยืนผันพระปฤษฏางค์พิงเข้ากับลำต้นมงคลสาละพฤกษ์

พระหัตถ์ขวาเหนี่ยวกิ่งสาละ ทอดพระเนตรไปยังปราจีนทิศ


ในกาลนั้น เป็นมหามงคลหุติฤกษ์

พระบรมโพธิสัตว์เจ้าประสูติจากมาตุคัพโภทร

ท้าวสุธาวาสมหาพรหมทั้ง ๔ พระองค์ ก็ทรงถือข่ายทองรองรับพระกายไว้

ในที่เฉพาะพระพักตร์พระราชเทวี แล้วกล่าวว่า


พระแม่เจ้าจงทรงโสมนัสเถิด

พระราชโอรสที่ประสูตินี้ มีมเหศักดาอานุภาพยิ่งนัก


ขณะนั้นท่ออุทกธาราทั้งสองก็ไหลหลั่งลงมาจากอากาศ

ท่อธารหนึ่งเป็นน้ำร้อน ท่อธารหนึ่งเป็นน้ำเย็น

ตกลงมาโสรจสรงพระกายพระกุมารกับพระราชมารดา



ลำดับนั้นท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ พระองค์

ก็ทรงรับพระราชกุมารไปจากพระหัตถ์ท้าวมหาพรหม

โดยรองรับพระองค์ด้วยอชินจัมมาชาติ อันมีสุขสัมผัส

ซึ่งสมมุติว่าเป็นมงคลในโลก

ต่อจากนั้น นางนมทั้งหลายจึงรองรับพระองค์ด้วยผ้าทุกุลพัสตร์จากพระหัตถ์ท้าวจตุโลกบาล


และขณะนั้นพระราชกุมาร ก็เสด็จอุฏฐาการลงจากมือนางนมทั้งหลาย

เสด็จเหยียบยืนยังพื้นภูมิภาค ด้วยพระบาททั้งสองเสมอเป็นอันดี
>

ท้าวมหาพรหมก็ทรงเปรมปรีย์ ทรงทิพย์เศวตฉัตรกลางกั้น

กันละอองมิให้มาถูกต้องพระยุคลบาท

ท้าวสยามเทวราช ทรงซึ่งทิพย์วาลวิชนีอันวิจิตร

เทพบุตรที่มีมหิทธิฤทธิ์องค์หนึ่ง ถือพระขรรค์อันขจิตด้วยแก้ว ๗ ประการ

เทพบุตรองค์หนึ่งยืนประดิษฐานถือฉลองพระบาทชาตรูปมัยทั้งคู่

เทพบุตรองค์หนึ่งยืนเชิดชูทิพยมหามงกุฏ

ล้วนเป็นเกียรติแก่พระกุมาร ซึ่งเพียบพร้อมด้วยเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ทั้ง ๕

ปรากฏแก่นัยน์ตาของมวลมนุษย์

แต่เทพยดาทั้งหลายที่ถือนั้นมิได้เห็นปรากฏ



ดอกแก้ว

>

โดย ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2546 , 17:59:20 น.] ( IP = 210.1.50.113 : : )


  สลักธรรม 5

นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ทราบมาก่อนค่ะ และขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ

โดย หมออุ๊ [28 ก.พ. 2546 , 18:00:26 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ
ที่ได้นำเรื่องศากยวงศ์ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่พึ่งทราบค่ะ

โดย เซิ่น [28 ก.พ. 2546 , 23:39:40 น.] ( IP = 203.170.141.97 : : )


  สลักธรรม 7



ขอบคุณพี่ดอกแก้วค่ะ เป็นเรื่องที่ไม่เคยอ่านที่ใดมาก่อนโดยเฉพาะในส่วนที่มาของศากยวงศ์ และ โกลิยวงศ์ อีกทั้งภาษาที่ใช้ในการนำเสนอก็ไพเราะ งดงามยิ่งค่ะ



โดย ทวีพร [1 มี.ค. 2546 , 19:18:17 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.136.201 )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ

ได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของพระศากยวงศ์

และปีติโสมนัสในบุญญาภินิหารของพระบรมโพธิสัตว์เจ้า ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีอย่างเปี่ยมล้น

สำนวนภาษาไพเราะ งดงาม น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งค่ะ

โดย ธัญธร [1 มี.ค. 2546 , 21:29:05 น.] ( IP = 203.113.71.172 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณค่ะ
เรื่องที่น่ารู้

โดย ดอกสารภี [3 มี.ค. 2546 , 10:39:55 น.] ( IP = 202.28.25.183 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org