| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ท่านห้ามฆ่า ...ทำไมท่านกิน ?
ขอเหตุผล...
่ท่านห้ามฆ่าสัตว์... แต่ ...ทำไมไม่ห้ามกิน ?โดย ทางผ่าน [1 มี.ค. 2546 , 09:03:58 น.] ( IP = 203.156.13.211 : : )
สลักธรรม 1
ความประสงค์จงใจในการฆ่า
ทำให้สัตว์มีชีวาต้องอาสัญ
ฆ่าด้วยกายวาจาฆ่าเหมือนกัน
อาการนั้นเรียกฆ่าสัตว์บัญญัตินาม
การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมีองค์ห้า
หนึ่งปาณาชีวิตไม่ปลิดหนี
สองรู้ว่าสัตว์นี้มีชีวี
สามคิดตีเตะฟันให้บรรลัย
สี่ลงมือประหารให้ฉิบหาย
ห้าสัตว์ตายเพราะถูกฆ่าชีวาขัย
การประหารเช่นนี้ที่ทำไป
จัดเข้าในการฆ่าสัตว์ชัดแน่เอย
ส่วนการกินอาหารคาวหวานนั้น
อยู่ที่การเสกสรรขยันหา
โลภะมากเรื่องมากยากพรรณา
ไม่เกี่ยวข้องกับปาณาสักนิดเดียว
แต่ถ้าถามปาบไหมนั้นไม่แปลก
ย่อมจำแนกตามกิเลสเหตุทั้งหลาย
ถ้าไม่ครบองค์ห้าดั่งบรรยาย
ไม่ควรคิดมากมายสหายเอย![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณรชิต [1 มี.ค. 2546 , 22:48:44 น.] ( IP = 203.107.202.70 : : )
สลักธรรม 2ศีลห้าในพุทธศาสนา ไม่มีคำว่า "ห้าม" มีแต่คำว่า "เวรมณี" (งดเว้น) และคำว่างดเว้นนี่เอง มันเกิดมากจากความตั้งใจ(จงใจ,เจตนา)ของบุคคล
ปาณาติปาตา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ แม้จะไม่มีการสมาทาน ก็ต้องเกิดมาจากความรู้ความเข้าใจที่จะงดเว้น ไม่มีสิ่งใดที่จะไปห้ามกรรม (การกระทำ)ของมนุษย์ได้ มีแต่ความรู้ความเข้าใจ เมตตา กรุณา วิรตี เจตนาที่จะงดเว้นนี้ เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นจึงไม่มีศัพท์บัญญัติที่แปลว่า "ห้าม" มีแต่เมตตา กรุณา วิรตี เป็นต้นที่จะทำไม่ให้เกิดการฆ่า
ส่วนการกิน ที่เต็มไปด้วยตัณหา ยินดีพอใจติดใจในรส ก็มีผลในชีวิตและการปฏิบัติธรรมเช่นกัน ไม่มีใครถึงนิพพานได้ในเมื่อจิตยังอยากและติดอยู่ในรส ซึ่งเป็นกามอารมณ์อย่างหนึ่ง แต่เมื่อมีความเข้าใจพิจารณาได้ ประดุจดังในบทสวด อภิณหปัจจเวกขณะ (ปฏิสังขา โย ฯลฯ ) เป็นต้นแล้วละก็ ย่อมไม่มีพิษภัยในเพราะการกิน เหมือนพุทธพจน์ที่ว่า "ยาพิษย่อมไม่อาจแทรกซึมมือของคนที่ไม่มีแผลซึ่งจับยาพิษอยู่"โดย อาคันตุกะ [3 มี.ค. 2546 , 16:34:52 น.] ( IP = 203.118.80.204 : : )
สลักธรรม 3
หั ว ข้ อ เ รื่ อ ง ที่ ๑ : ห้ามฆ่า แต่ไม่ห้ามกิน
โ ด ย : พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์
ปัญหาเกี่ยวกับศีลข้อที่ ๑ ยังมีให้สงสัยอีกประเด็นหนึ่ง นั่นก็คือปัญหาเรื่องการกินเนื้อสัตว์บางคน คงคิดว่า ในเมื่อพระพุทธเจ้าทรงห้ามฆ่าสัตว์แล้ว ทำไมจึงไม่ทรงห้ามการกินเนื้อสัตว์เสียด้วยจะมิเข้าทำนองที่ว่า ปากว่าตาขยิบรึ ?ปัญหาตรงนี้น่าสนใจมาก โดยเฉพาะในกลุ่มของพวกที่ทานเนื้อ กับพวกทานมังสวิรัติ มักจะมีปัญหาโต้แย้งกันอยู่เสมอ
เราลองมาทำใจให้เป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แล้วฟังเหตุผลดูซิว่า ทำไมห้ามฆ่า จึงไม่ห้ามกิน ?ผู้ที่จะให้เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็คือ อดีตอนุศาสนาจารย์ แห่งกองทัพบก
พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ ท่านให้เหตุผลไว้อย่างนี้ครับการที่พระพุทธเจ้าห้ามฆ่า แต่ไม่ห้ามกินนั้น เพราะการกระทำทั้ง ๒ อย่าง มีเหตุ และ ผลไม่เหมือนกัน การฆ่านั้นจิตของผู้ฆ่าจะต้องตกอยู่ในอำนาจของกิเลส อย่างหนึ่งอย่างใด ถ้าไม่โลภก็โกรธ ไม่โกรธก็หลง จึงจะฆ่าได้ ถ้าจิตเป็นอิสระแก่ตัว คือไม่มีอาการดังกล่าวครอบงำ คนเราจะไม่ฆ่าสัตว์ การฆ่าทุกครั้ง จะต้องกระทำในขณะจิตผิดปกติ เสมอ ฉะนั้นการฆ่าแต่ละครั้งจึงมีผล ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางจิตของผู้ฆ่า หมายความว่า การฆ่าทำให้จิตทรุดต่ำลงทุกครั้ง จะแคล้วคลาดไปไม่ได้เลยเพราะฉะนั้น ท่านจึงห้ามฆ่า
ทีนี้การกินไม่เป็นอย่างนั้น จิตไม่ต้องโลภ ไม่ต้องโกรธ และไม่ต้องหลง ก็กินได้ และเนื้อสัตว์ที่ปราศจากชีวิตแล้ว เขาแล่มาขาย จำหน่ายจ่ายแจกกันมาเป็นทอดๆ ย่อมมีสภาพเป็นเพียงวัตถุชิ้นหนึ่งจะทิ้งก็เน่าจะกิน ก็อิ่ม ไม่มีเชื้อบาปเชื้อกรรมติดอยู่ในเนื้อนั้นเลย พระพุทธองค์ จึงไม่ทรงห้ามการกินเนื้อสัตว์ ชัดเจนใช่ไหมครับ สำหรับคำชี้แจงเรื่อง
ห้ามฆ่า แต่ ทำไมไม่ห้ามกิน ?
โดย ทางผ่าน [4 มี.ค. 2546 , 07:57:15 น.] ( IP = 203.156.9.176 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |