มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระกุมารดำรัสอาภิสวาจา




ตอนที่ ๑ และ ๒ ค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2577




ตอนที่ ๓

พระกุมารดำรัสอาภิสวาจา ... สหชาติที่บังเกิดร่วมกัน


ครั้นพระกุมารทอดพระเนตรไปยังปราจีนทิศ

เห็นเทพยดามนุษย์เป็นอันมาก มาสโมสรสันนิบาตในลานอันเดียวกัน

และเทพยดาทั้งปวงนั้นทำสักการะบูชาด้วยบุบผาชาติต่าง ๆ ตั้งไว้บนเศียรเกล้า แล้วกล่าวว่า


ข้าแต่พระกุมาร ......

พระองค์เป็นผู้ประเสริฐสุด จะหาบุคคลในโลกนี้เสมอด้วยพระองค์มิได้


ครั้นแล้วพระกุมารเจ้าก็บ่ายพระพักตร์ไปทางทิศอุตตรทิศ

เสด็จย่างพระบาทไปบนพื้นแผ่นทอง อันท้าวจตุโลกบาลถือรองรับไว้ได้ ๗ ก้าว

แล้วทรงหยุดประทับยืนบนทิพยปทุมบุบผาชาติ อันมีกลีบได้ ๑๐๐ กลีบ

ทรงเปล่งพระสุรเสียงอันไพเราะดุจเสียงท้าวมหาพรหม

ดำรัสอาภิสวาจาด้วยพระคาถาว่า


อคฺโคหมสฺมิ โลกสฺส เชฏฺโฐ เสฏฺโฐ หมสฺมิ

อยนฺติมา เม ชาติ นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว ฯ


ความว่า ในโลกนี้ เราเป็นยอด เป็นผู้เจริญที่สุด

เป็นผู้ประเสริฐที่สุด การเกิดของเรานี้เป็นครั้งสุดท้าย ภพใหม่ต่อไปไม่มี




ขณะนั้น โลกธาตุก็บังเกิดมหัศจรรย์หวั่นไหว

รัศมีพระอาทิตย์ก็อ่อนมิได้ร้อนเย็นสบาย

มหาเมฆก็ตั้งขึ้นในทิศทั้งหลาย ยังวัสโสทกให้ตกลงในที่นั้น ๆ โดยรอบ

ทิศานุทิศทั้งหลายก็โอภาสสว่างยิ่งนัก

ทั้งสรรพบุพพนิมิตปาฏิหาริย์ต่าง ๆ ก็ปรากฏมี

ดุจการเมื่อเสด็จลงปฏิสนธิในพระครรภ์นั้น


และในวันพระกุมารประสูตรนั้น

มีมนุษย์และสัตว์ กับสิ่งซึ่งเป็นสหชาติมงคลบังเกิดร่วมกันวันทันสมัยถึง ๗ คือ


พระนางพิมพา ๑ พระอานนท์ ผู้เป็นราชโอรสพระเจ้าอมิโตทนะ พระเจ้าอา ๑

กัณฐกอัสวราช ม้าพระที่นั่ง ๑ ไม้มหาโพธิ์ ๑

กับขุมทอง ๔ ขุม คือ ขุมทองสังขนิธี ขุมทองเอลนิธี ขุมทองอุบลนิธี ขุมทองปุณฑริกนิธี


ครั้นกษัตริย์ศากยราชทั้งสองพระนครทรงทราบข่าวสารพระกุมารประสูติ

ก็ทรงปีติโสมนัสเป็นที่ยิ่ง

จึงเสด็จมาอันเชิญพระราชกุมารพร้อมด้วยพระชนนี

แวดล้อมด้วยมหันตราชบริวาร กึกก้องด้วยดุริยะประโคมขาน

แห่เสด็จคืนเข้าพระนครกบิลพัสดุ์

พระเจ้าสุทโธทนะรับสั่งให้จัดพี่เลี้ยง นางนม

พร้อมด้วยเครื่องสูงแบบกษัตริย์ บำรุงพระราชกุมาร

กับจัดแพทย์หลวงถวายการบริหารพระราชเทวี

พระราชชนนีของพระกุมารเป็นอย่างดี



โดย ดอกแก้ว [2 มี.ค. 2546 , 07:27:11 น.] ( IP = 203.146.239.21 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ตอนที่ ๔

อสิตะดาบสเข้าเฝ้าเยี่ยมและถวายพยากรณ์


ครั้งนั้นมีดาบสองค์หนึ่งมีนามว่า กาฬเทวิล แต่มหาชนเรียกว่า อสิตะ

ได้สมาบัติ ๘ มีฤทธิ์มาก เป็นกุลุปกาจารย์ของพระเจ้าสุทโธทนะ

ได้ทราบข่าวจากเทพยดาว่า พระเจ้าสุทโธทนะได้พระราชโอรส

จึงได้เดินทางเข้าไปยังกบิลพัสดุ์นคร เข้าเฝ้าพระเจ้าสุทโธทนะในพระราชนิเวศน์

ถวายพระพรถามข่าวถึงการประสูติของพระราชโอรส

พระเจ้าสุทโธทนะทรงปีติปราโมทย์

รับสั่งให้เชิญพระโอรสมาถวายเพื่อนมัสการท่านอสิตะดาบส

แต่พระบาททั้งสองของพระโอรสกลับขึ้นไปปรากฏบนเศียรเกล้าของอสิตะดาบสเป็นอัศจรรย์


พระดาบสเห็นดังนั้น ก็สะดุ้งตกใจ

ครั้นพิจารณาดูลักษณะของพระกุมาร ก็ทราบชัดด้วยปัญญาญาณ

มีน้ำใจเบิกบาน หัวเราะออกมาได้ด้วยความปีติโสมนัส

ประนมหัตถ์ถวายอภิวาทแทบพระยุคคลบาทของพระกุมาร


และแล้วอสิตะดาบสกลับได้คิด

เกิดโทมนัสจิตร้องไห้เสียใจในวาสนาอาภัพของตน



พระเจ้าสุทโธทนะได้ทอดพระเนตรเห็นอาการของท่านอาจารย์พิกล

ก็แปลกพระทัย เดิมก็ทรงปีติเลื่อมใสในการอภิวาทของท่านอสิตะดาบสว่า

อภินิหารของพระปิโยรสนั้นยิ่งใหญ่ประดุจท้าวมหาพรหม

จึงทำให้ท่านอาจารย์มีจิตนิยมชมชื่นอัญชลี

ครั้นเห็นท่านอสิตะดาบสคลายความยินดีโศกาอาดูร ก็ประหลาดพระทัยสงสัย

รับสั่งถามถึงเหตุแห่งการร้องไห้ และการหัวเราะ เฉพาะหน้า

อสิตะดาบสก็ถวายพระพรพรรณนาถึงมูลเหตุว่า


เพราะอาตมาพิจารณาเห็นเป็นมหัศจรรย์

พระกุมารนี้มีพระลักษณะพระโพธิสัตว์เจ้าบริบรูณ์

จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าโดยแท้

และจะเปิดโลกนี้ให้กระจ่างสว่างไสวด้วยพระกระแสแห่งธรรมเทศนา

เป็นคุณที่น่าโสมนัสยิ่งนัก

แต่เมื่ออาตมานึกถึงอายุสังขารของอาตมาซึ่งชราเช่นนี้แล้ว

คงจะอยู่ไปไม่ทันเวลาของพระกุมารจะได้ตรัสรู้เป็นพระบรมครูสั่งสอน

จึงได้วิปฏิสารโศกเศร้า เสียใจที่มีอายุไม่ทันได้สดับรับพระธรรมเทศนา

อาตมาจึงได้ร้องไห้



ครั้นอสิตะดาบทถวายพระพรแล้ว

ก็ทูลลากลับไปบ้านน้องสาว นำข่าวอันนี้ไปบอกนาลกะมานพ ผู้หลานชาย

และกำชับให้พยายามออกบวชตามพระกุมารในกาลเมื่อหน้าโน้นเถิด


โดย ดอกแก้ว [2 มี.ค. 2546 , 07:30:24 น.] ( IP = 203.146.239.21 : : )


  สลักธรรม 2


อ่านกระทู้ 2590 แล้ว
จึงย้อนกลับมาอ่านกระทู้นี้ค่ะ...อนุโมทนานะคะ

โดย วยุรี [3 มี.ค. 2546 , 07:37:48 น.] ( IP = 203.113.39.9 : : )


  สลักธรรม 3

อนุโมทนาค่ะพี่ดอกแก้ว

โดย เล็ก [3 มี.ค. 2546 , 13:13:57 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )


  สลักธรรม 4

พลาดไม่ได้เลยละค่ะ นับตั้งแต่ย้อนความทรงจำเกี่ยวกับที่มาของราชวงศ์ศากยวงศ์ที่ผ่านมา มาถึงตอนนี้
น่าศึกษามากเลยค่ะ จะติดตามต่อนะคะ
ขอบพระคุณค่ะ

โดย หมออุ๊ [3 มี.ค. 2546 , 20:24:39 น.] ( IP = 203.113.38.6 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ
ที่ได้นำพระดำรัสอาภิสวาจา ซึ่งหมายถึง
ผู้ประเสริฐที่สุดได้อุบัติขึ้นในโลกแล้ว

โดย เซิ่น [3 มี.ค. 2546 , 23:06:35 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.148.211 )


  สลักธรรม 6

.

โดย 123 [4 มี.ค. 2546 , 14:01:02 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org