| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ธรรมะจากห้องเสือพิทักษ์ 8 ก.พ.46 ตอนที่ 3
สลักธรรม 1
![]()
แม้กระทั่งอาหารการกิน ทานได้น้อยลง แต่อยู่ได้อย่างบริบูรณ์ คือ ธรรมรสเลี้ยง กินแบบคำข้าวและคำน้ำ กินเป็นคำข้าวและคำน้ำ กินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่อกินแล้ว กินเป็นคำๆ รู้เป็นคำๆ ดับเป็นคำๆ เป็นยาพิษทุกคำ ทุกอย่างต้องทำ ต้องเคี้ยว ต้องกลืน รู้สึกทุกระยะของความเคลื่อนไหวในอารมณ์ แล้วก็ดับ
อยากจะอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่อยากให้ใครมายุ่งเกี่ยว จิตนั้นยอมรับว่าสันโดษดี อาหารน้อย พูดน้อย นอนน้อย ลาภยศสรรเสริญที่เคยต้องการเมื่อก่อนโน้น จะเห็นว่าไม่เห็นมีอะไรน่ายินดีเลย เกิดความเบื่อหน่าย เห็นคำว่าคน ก็เกิดความเสื่อมในคน ไม่ว่าทุกชาติ ศาสนา จะเป็นหญิง เป็นชาย เป็นพระ ไม่มีความแตกต่างกันเลย มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เช่นเดียวกัน กับอารมณ์ที่เห็น วรรณะ ผิวพรรณ เพศ วัย การศึกษา ล้วนไร้สาระทั้งสิ้น ไม่ทะเยอทะยานใดๆ แล้ว เกิดความเบื่อหน่ายไปทุกอย่าง
เพราะจิตนั้นมุ่งเห็นว่าถ้าถึงพระนิพพานเป็นสุขแน่อย่างเดียว ใจจึงน้อมไปโน้มไป เอื้อมไปสู่พระนิพพานอย่างเดียว จะกำหนดอารมณ์ทีไรก็เอือมระอา หมดความรู้สึกรื่นเริง เบิกบาน ไม่ละการกำหนดด้วย คงมั่นกำหนดต่อไป ไม่มีความยินดีพอใจเหลืออยู่เลย รู้สึกเบื่อหน่ายกับรูปนามนี้ ไม่พอใจที่จะเดินไปหาใคร คบใคร เพราะจิตนั้นมีความรู้สึกว่า สยดสยอง เข้าไปใกล้ใคร จิตรู้เลยว่าเหมือนเข้าใกล้คนจัณฑาล ไม่พอใจจะเข้าใกล้
พอใจและยินดี ฉันทะเพ่งเล็งแต่อนุปัสสนาทั้ง 7 ปรากฏขึ้น นอกนั้นเห็นเป็นจัณฑาลไม่งามทั้งสิ้น อนุปัสสนาทั้ง 7 คือ
1. อนิจจานุปัสสนา
2. ทุกขานุปัสสนา
3. อนัตตานุปัสสนา
4. นิพพิทานุปัสสนา
5. วิราคะนุปัสสนา
6. นิโรธานุปัสสนา
7. ปฏินิสัคคานุปัสสนา
และกำหนดอยู่ใน 7 อย่างนี้ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น หมดความยินดีในภพทั้งสาม หมดความยินดีในรูปนาม เตรียมถีบทิ้งแล้ว ยินดีในสันติบท คือ พระนิพพานเท่านั้น เพราะเห็นว่า ในโลกนี้ ล้วนไม่น่าอยู่ ไม่น่าพอใจ เป็นเหตุให้เบื่อหน่ายโลกยิ่งนัก เบื่อหน่ายต่อการเวียนว่ายตายเกิด แม้กระทั่ง เกิดความเบื่อหน่ายต่อการปฏิบัติวิปัสสนา ตรงนี้บางคนคิดจะเลิกปฏิบัติ เพราะเห็นแต่สิ่งอย่างนี้ คือจะข้ามโคตรแล้ว จึงมีอะไรมาเป็นอุปสรรคมากมาย แต่ก็ไม่มีใครเลิกปฏิบัติได้เลย จะแล่นไปแล้ว
ภยญาณ อาทีนวญาณ นิพพิทาญาณ 3 ญาณนี้ ผู้ปฏิบัติถ้าถูกสอบอารมณ์ อาจจะบอกได้ถูกต้องครบถ้วน 3 ญาณก็มี บางท่านก็บอกได้เพียง 2 หรือ 1 ญาณ เพราะชัดเจนอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งคล้ายคลึงกันมาก
โดย ทวีพร....นำมาเสนอ [2 มี.ค. 2546 , 21:47:28 น.] ( IP = 203.144.181.250 : : )
สลักธรรม 2
![]()
มุญจิตุกัมมยตาญาณ คือ พระญาณอันเป็นปัญญาที่ยิ่งใหญ่ ที่เห็นนามรูปเป็นทุกข์ เป็นโทษ เกิดความเบื่อหน่าย อยากออก อยากหนี อยากหลุด อยากพ้นไปจากรูปนามนั้น เป็นพระญาณที่ทรงอำนาจ โลกนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ามหาภูต และการมีจิตที่ต้องรู้รูปนามอยู่
ผู้ปฏิบัติเมื่อถึงญาณนี้ เหมือนหนอนไต่ตามตัว บุ้งตัวโตๆ ไต่ตามหน้าตา เนื้อตัว บางครั้งถึงกับสลัดผ้า สลัดจีวร ตรงนี้จะกำหนด ยืน เดิน นั่ง นอน กำหนดได้ไม่ดี ใจคอหงุดหงิด เบื่อๆ อยากหยุด คล้ายๆ โกสัชชะจะเกิดแต่ไม่เกิด อยากออก อยากหนี อยากเลิก แล้วก็ไม่อยากจะทำ เพราะความไร้ประโยชน์ทุกอย่าง ไม่เห็นประโยชน์ที่จะทำอะไร บางท่านหงุดหงิดถึงขนาดที่อาจารย์ต้องมาหา เพราะตัวเองคิดว่าตัวเองหมดบุญวาสนา อยู่ไม่ได้ ยิ่งกว่าร้อนผ้าเหลือง เตรียมเก็บกลดกลับบ้าน
ท่านจึงใช้คำว่า ญาณนี้แหละ ว่า ญาณม้วนเสื่อ เพราะเป็นอาการของปฏิจจสมุปบาทเกิดขึ้นแก่ผู้ปฏิบัติ แต่ผู้ปฏิบัติรู้ไม่ทันจึงเข้าใจผิดไปว่าตัวเองหมดบุญวาสนา อาจารย์จะต้องมาชี้แจงให้เข้าใจ ปลูกฝังศรัทธาให้ผู้ปฏิบัติเพิ่มขึ้น เพราะเวลาเวทนามารบกวน เวทนาจะขาดหายไปเป็นชิ้นๆ ท่อนๆ ไป เวทนาไม่มากแล้วสำหรับโยคาวจรนั้น ครูอาจารย์ก็จะมาหยิบเอาเวทนานั้นออกให้ เช่น รู้สึกคันยุบยิบ มีอะไรมาไต่ ก็เหมือนเอาแดดมาส่องให้ คือเอาปัญญามาให้คือมาแนะนำให้ หรือผู้ที่มีโพธิวาสนา สิ่งเหล่านี้ก็จะมาอุดหนุนให้แก้ปัญหาได้ แสงแห่งโลกุตตร ความเย็นสัมผัสใหม่ เริ่มเข้ามา แต่ความปรากฏขึ้นของอารมณ์ก็พบแต่ความเสื่อมอยู่เสมอ
ในญาณนี้ยังต้องเผชิญกับจิตที่ไม่แน่นอน และเวทนาที่หมั่นเข้ามาแทรก จิตที่จะถอยออกเพราะคิดว่าหมดวาสนา ก็อยากจะพ้นไปมากขึ้นๆ รุนแรงมากขึ้นๆ (เวทนากล้า จิตหลุกหลิก อารมณ์เกิดดับ) เป็นลำดับ เพราะ รูปนามเป็นที่ปรากฏแห่งอารมณ์เช่นนั้น จึงอยากไปให้พ้น เพราะทรมาน รูป-นามนี้ทรมานเหลือเกิน เห็นแต่ดับ อยากพบธรรมะที่ไม่เสื่อม(นอกนั้นเสื่อมหมด) และไม่มีทุกข์มาคอยก่อกวนซึ่งก็คือพระนิพพาน ความอยากพ้นนี้ไม่เคยได้คิดคำนึงมาก่อนเลยว่าจะเกิดความรู้สึกนี้ขึ้น เพราะในอดีตไม่มีบุคคลใดเคยผจญกับความเสื่อม เวทนาอันเป็นสังขารทุกข์ชัดๆ ขนาดนี้ เมื่อผจญแล้วจึงทำให้จิตของผู้ปฏิบัติเริ่มน้อมไปพระนิพพานทันที การน้อมไปของจิตขณะนั้น เป็นจิตที่ปรารถนาพระนิพพานอย่างจริงๆ จังๆ แล้ว ไม่ได้เป็นจิตที่ปรารถนาโดยอธิษฐาน (ขอถึงซึ่ง) แต่จะก้าวไปแล้วอย่างจริงๆ จังๆ
เหมือนปลาดิ้นตอนติดร่างแห ดิ้นแบบอยากหลุดจากแหจริงๆ เหมือนกบที่ถูกงูคาบแล้วยังไม่ตาย เหมือนช้างติดหล่ม เหมือนเหล็กแหลมทิ่มอยู่จะทะลุหัวใจ อยากถอนออก เหมือนผู้ปฏิบัติที่ต้องการถอนออกจากการมีรูปมีนาม เหมือนเปลวไฟบนหัวที่มีมาตลอดชีวิต ที่แบกมาตลอด อยากจะหนี จะพ้นจากไฟนั้น เหมือนพญานาคที่ตกอยู่ในปากครุฑ อยากออกมาฉันใด ไม่มีความอาลัยใยดีสักนิดเดียวในรูปในนามนั้น
ผู้ปฏิบัติจะมีจิตใจผ่องแผ้วขึ้น บริสุทธิ์ขึ้นจากความใคร่ในภพทั้งสาม อยากจะออกไปจากภูมิ 31 เพราะไม่ต้องการให้รูปนามปรากฏขึ้นอีกเลย เท่ากับปฏิเสธ 31 ภูมิ และมีความเชื่อน้อมอย่างจริงๆ จังๆ ว่า พระนิพพานมีจริง และพระนิพพานเท่านั้น สุขจริง ไม่มีทางเลือก เลือกไม่ได้แล้ว มีพระนิพพานเท่านั้นที่ก้าวได้ จึงเป็นเหตุให้ปัญญาก้าวสู่ปฏิสังขารญาณ ปัญญาที่ย้อนกลับไปหาทางหลุดพ้นอย่างจริงจัง จิตสู้ตาย ไม่ยอมท้อถอยต่อการปฏิบัติเพื่อพระนิพพานเท่านั้น ได้ 9 ญาณแล้ว ผู้ปฏิบัติจะขะมักเขม้นปฏิบัติอย่างมาก
โดย ทวีพร....นำมาเสนอ [2 มี.ค. 2546 , 21:59:29 น.] ( IP = 203.144.181.250 : : )
สลักธรรม 3
โอโห!!!!ยอดเยี่ยมเลยครับผม
ขอบอกว่าดีใจมากๆๆๆเลยครับขอบอก
และพร้อมกับการดูไปใจก็อนุโมทนาไปด้วยครับ
สุดปลื้มครับผม
![]()
โดย เทพธรรม [3 มี.ค. 2546 , 05:23:14 น.] ( IP = 203.107.205.33 : : )
สลักธรรม 4
ขออนุโมทนาอาจารย์ทวีพรค่ะ
ตอนนี้คิดว่า..อาจารย์จะเป็นที่พึ่งของพี่ๆ น้องๆ เกือบทุกคน (ที่เป็นแหน...เรื่องใหม่มา เรื่องเก่าหาย เผลอๆ หายทั้งเรื่องใหม่ด้วย)
ฉะนั้น...พอเห็นหัวข้อ ธรรมะจากห้องเสือพิทักษ์ ดความยินดีก็เกิดขึ้นในทันที..จิตดวงใหนนะนี่
...ก็ขอขอบพระคุณมากๆ ค่ะ
โดย วยุรี [3 มี.ค. 2546 , 06:45:23 น.] ( IP = 203.113.39.8 : : )
สลักธรรม 5
ขอบพระคุณมากค่ะอาจารย์ทวีพร
ได้มาทบทวนความรู้อันประเสริฐด้วยความสงบไม่เร่งรีบ อีกครั้งหนึ่ง.... นับเป็นโอกาสดีที่ได้ต้อนรับเช้าวันนี้ด้วยความเป็นมงคลยิ่งค่ะ...
อนุโมทนาค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [3 มี.ค. 2546 , 08:04:46 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )
สลักธรรม 6
![]()
ขอบคุณและอนุโมทนากับอาจารย์ทวีพรมากค่ะ ทำให้ได้ทบทวนในเรื่องที่ดีเยี่ยม ผู้ที่ไม่ได้มาฟังก็สามารถติดตามได้ทุกครั้ง ขอบคุณค่ะ
โดย พี่เล็ก [3 มี.ค. 2546 , 13:08:29 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )
สลักธรรม 7อนุโมทนา อาจารย์ทวีพรเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ที่ได้นำธรรมะอันพิเศษที่สุด นำเสนอสู่ทุกคนค่ะ
บรรยายถึงลักษณะอาการที่เกิดขึ้นของผู้ปฎิบัติที่เข้าสู่ญาณต่างๆ อย่างละเอียด
อำนาจของแต่ละญาณที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวเนื่องกัน และมีกำลังอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความรู้สึกที่ต้องการหนีไปให้พ้นจากรูปนาม ถึงญาณที่ ๙ แล้ว มุญจิตุกัมมยตาญาณ
จะคอยติดตามญาณต่อไปค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะโดย ธัญธร [3 มี.ค. 2546 , 22:04:32 น.] ( IP = 203.113.71.164 : : )
สลักธรรม 8
ขอบพระคุณค่ะ
ทำให้ได้มีการทบทวนว่า...
ผู้ที่ได้นิพพิทาญาณแล้ว จะเบื่อหน่ายด้วยธรรมรส
มีพระนิพพานเท่านั้นประเสริฐที่สุด
ซึ่งจะแตกต่างมากกับผู้ที่เบื่อหน่ายเพราะกิเลส
โดย เซิ่น [3 มี.ค. 2546 , 23:52:44 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.148.211 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |