มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


โกณทัญญพราหมณ์ถวายพนากรณ์




ตอนที่ ๑ - ๒ - ๓ และ ๔ ค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2586


ตอนที่ ๕

โกณทัญญพราหมณ์ยกนิ้วมือเดียวพยากรณ์-ถวายพระนาม



ครั้นถึงวันเป็นคำรบ ๕ นับแต่พระกุมารประสูติมา

พระเจ้าสุทโธทนะราชจึงโปรดให้ทำพระราชพิธีโสรจสรงองค์พระกุมารในสระโบกขรณี

เพื่อถวายพระนามตามขัตติยราชประเพณี

โปรดให้ตกแต่งพระราชนิเวศน์ ประพรมด้วยจตุรสุคนธชาติ

และได้โปรยปรายซึ่งบุบผาชาติ มีข้าวตอกเป็นคำรพ ๕

ปูลาดอาสนะอันขจิตด้วยเงินทองและแก้ว

ตกแต่งข้าวปายาสอันประณีต ให้ประชุมกษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี

และเสนามุขอำมาต์ย ทั้งปวงพร้อมกันในพระราชนิเวศน์

รับสั่งให้เชิญพระราชโอรสอันประดับด้วยราชประสาธนาภรณ์อันวิจิตร

มาสู่มหามณฑลสันนิบาต


แล้วเชิญพราหมณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญในไตรเพท ๑๐๘ คน

ให้เลือกสรรเอาพราหมณ์ ๘ คน ผู้ทรงคุณวิทยาประเสริฐกว่าพราหมณ์ทั้งหมดนั้น

ให้นั่งเหนืออาสนะอันสูง แล้วให้เชิญพระราชโอรสไปยังที่ประชุมพราหมณ์ ๘ คนนั้น

เพื่อพิจารณาพระลักษณะพยากรณ์



พราหมณ์ ๘ คนนั้น มีนามว่า รามพราหมณ์ ๑ ลักษณะพราหมณ์ ๑

ยัญญพราหมณ์ ๑ ธุชพราหมณ์ ๑ โภชพราหมณ์ ๑ สุทัตตพราหมณ์ ๑

สุยามพราหมณ์ ๑ โกณทัญญพราหมณ์ ๑

ใน ๗ คนข้างต้น เว้นโกณทัญญพราหมณ์เสีย

พิจารณาเห็นพระลักษณะพระกุมารบริบูรณ์ จึงยกนิ้วมือขึ้น ๒ นิ้ว

ทูลเป็นสัญลักษณ์ทำนายมีคติ ๒ ประการว่า


์พระราชกุมารนี้ ผิว่าสถิตอยู่ในฆราวาส จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์

ผิว่าออกบรรพชาจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

แต่โกณทัญญพราหมณ์ผู้เดียว

ผู้มีอายุน้อย หนุ่มกว่าพราหมณ์ทั้ง ๗ คนนั้นได้พิจารณาเห็นแท้แน่แก่ใจว่า

พระราชกุมารจะต้องได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแม่นมั่น

จึงได้ยกนิ้วมือเดียว เป็นสัญลักษณ์พยากรณ์เป็นคติเดียวว่า


พระราชกุมารบริบูรณ์ด้วยพระมหาบุรุษพุทธลักษณ์โดยส่วนเดียว

จะอยู่ครองฆราวาสวิสัยมิได้ จะเสด็จออกบรรพชา

และตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยแท้....


และได้พร้อมกันถวายพระนามพระกุมาร ตามคุณพิเศษที่ปรากฏ

เพราะพระกุมารมีพระรัศมีโอภาสงามแผ่สร้านออกจากพระสรีระกายเป็นปกติ

จึงถวายพระนามว่า อังคีรส และเพราะพระกุมารต้องพระประสงค์สิ่งอันใด

สิ่งอันนั้นจะต้องพลันได้ดังพระประสงค์ จึงได้ถวายพระนามว่า สิทธัตถะ

แต่มหาชนนิยมเรียกตามพระโคตรว่า โคตมะ


(โดยเฉพาะคนไทยเราแต่ก่อนนิยมเรียกว่า สิทธารถ อ่านว่า สิทธาด )


ในวันนั้น บรรดาขัตติยวงศ์ศากยราชทั้งหมด

มีความปีติโสมนัสยิ่งนัก ต่างได้ทูลถวายราชบุตรองค์ละองค์ ๆ

สิ้นด้วยกัน เป็นราชบริพารของพระราชกุมาร

ฝ่ายพราหมณ์ ๗ คนที่ถวายพยากรณ์พระกุมารว่า มีคติเป็น ๒ นั้น

เมื่อกลับไปถึงเคหะสถานแล้ว ต่างเรียกบุตรของตนมาสั่งว่า


พระราชโอรสของพระมหากษัตริย์มีบุญญาธิการยิ่งนัก

แต่บิดาชราแล้ว จะได้อยู่ทันเห็นพระองค์หรือไม่ก็มิรู้

หากพระกุมารจะเสด็จออกบรรพชาแล้วไซร้

จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นมั่นคง

เจ้าทั้งหลายจงออกบวชในพระพุทธศาสนาเถิด



โดย ดอกแก้ว [3 มี.ค. 2546 , 00:24:59 น.] ( IP = 203.146.239.17 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ตอนที่ ๖

พระนางเจ้ามายาเสด็จทิวงคต-พระกุมารเจริญอานาปานสติกัมมัฏฐาน



ส่วนพระนางมายาเทวี

เมื่อประสูติพระบรมโพธิสัตว์เจ้าล่วงไปได้ ๗ วัน ก็เสด็จทิวงคต

ไปบังเกิดเป็นเทพธิดา สถิตในดุสิตเทวโลก ตามประเพณีพระพุทธมารดา

พระเจ้าสุทโธทนะจึงได้มอบการบำรุงรักษาพระสิทธัตถะกุมาร

ให้เป็นภาระแก่พระนางปชาบดี โคตมี พระเจ้าน้า ซึ่งก็เป็นพระมเหษีของพระองค์ด้วย

แม้พระนางปชาบดี โคตมี ก็ทรงมีพระเมตตารักใคร่พระกุมารเป็นที่ยิ่ง

เอาพระทัยใส่ทำนุบำรุงพระกุมารเป็นอย่างดี

แม้ต่อมาพระนางเจ้าจะทรงมีพระโอรสถึง ๒ พระองค์ คือ นันทกุมาร และรูปนันทากุมารี

ก็ทรงมอบภาระให้แก่พี่เลี้ยงนางนมบำรุงรักษา

ส่วนพระนางเจ้าทรงเป็นธุระบำรุงพระสิทธัตถะกุมารด้วยพระองค์เอง


ต่อมาวันหนึ่ง เป็นวันพระราชพิธีวัปปมงคล งานแรกนาขวัญ

พระเจ้าสุทโธทนะเสด็จไปทรงแรกนาขวัญ ในงานพระราชพิธีนั้น

ก็โปรดเกล้าให้เชิญพระกุมารไปในงานพระราชพิธีนั้นด้วย
ครั้นเสด็จถึงภูมิสถานที่แรกนาขวัญ

ก็โปรดให้จัดร่มไม้หว้า ซึ่งหนาแน่นด้วยกิ่งใบ อันอยู่ใกล้สถานที่นั้น

เป็นที่ประทับของพระกุมาร โดยแวดวงด้วยม่านอันงามวิจิตร


ครั้นถึงเวลาพระเจ้าสุทโธทนะ ทรงไถแรกนา

บรรดาพระพี่เลี้ยงนางนมที่เฝ้าถวายบำรุงรักษาพระกุมาร

พากันหลีกออกมาดูพิธีนั้นเสียหมด

คงปล่อยให้พระกุมารประทับ ณ ภายใต้ร่มไม้หว้าพระองค์เดียว


เมื่อพระกุมารเสด็จอยู่พระองค์เดียว ได้ความสงัดเป็นสุข

ก็ทรงนั่งขัดสมาธิเจริญอานาปานสติกัมมัฏฐาน ยังปฐมฌานให้บังเกิด

ในเวลานั้นเป็นเวลาบ่าย

เงาแห่งต้นไม้ทั้งหลาย ย่อมชายไปตามแสงตะวันทั้งสิ้น

แต่เงาไม้หว้านั้นดำรงทรงรูปปรากฏเป็นปริมณฑลตรงอยู่ดุจเวลาตะวันเที่ยง เป็นมหัศจรรย์

เมื่อนางนมพี่เลี้ยงทั้งหลายกลับมาเห็นปาฏิหาริย์ดังนั้นก็พลันพิศวง

จึงรีบไปกราบทูลพระเจ้าสุทโธทนะราช ๆ ได้ทรงสดับก็เสด็จมาโดยเร็ว


ครั้นได้ทอดพระเนตรเห็นปาฏิหาริย์เป็นมหัศจรรย์เช่นนั้น

ก็ยกพระหัตถ์ถวายอภิวันทนาการ ออกพระโอฐดำรัสว่า


เมื่อวันเชิญมาให้ถวายนมัสการพระกาฬเทวิลดาบส

ก็ทรงทำปาฏิหาริย์ขึ้นไปยืนบนชฏาพระดาบส อาตมะก็ประณตครั้งหนึ่งแล้ว

และครั้งนี้อาตมะก็ถวายอัญชลีเป็นวาระที่สอง


ตรัสแล้วให้เชิญพระกุมารเสด็จคืนเข้าพระนคร ด้วยความเบิกบานพระทัย


ครั้นจำเนียรกาลมา

พระสิทธัตถกุมารเจริญพระชนมพรรษาได้ ๗ ขวบ

พระราชบิดาจึงโปรดให้ขุดสระโบกขรณี ๓ สระ ปลูกปทุมบัวหลวงสระ ๑

ปลูกปุณฑริกบัวขาวสระ ๑ ปลูกอุบลบัวขาบสระ ๑

จัดให้มีเรือพายพร้อมสรรพ เพื่อให้พระกุมารและบริวารน้อย ๆ

ทรงเล่นเป็นที่สำราญพระทัย กับทรงจัดเครื่องทรง คือจันทน์สำหรับทา

ผ้าโผกพระเศียร ฉลองพระองค์ ผ้าทรงสะพัก พระภูษา

ล้วนเป็นของมาแต่แคว้นกาสี ซึ่งนิยมว่าเป็นของประณีต ของดีในเวลานั้นทั้งสิ้น

มีคนคอยกั้นเศวตฉัตร (คือพระกลดขาวซึ่งนับว่าเป็นของสูง) ทั้งกลางวันกลางคืน

เพื่อจะมิให้เย็นร้อนธุลีละออง แดด น้ำค้าง มาถูกต้องพระกายได้


เมื่อพระสิทธัตถะกุมารมีพระชนม์เจริญ ควรจะศึกษาศิลปวิทยาได้แล้ว

พระราชบิดาจึงทรงพาไปมอบไว้ในสำนักครูวิศวามิตร

พระกุมารทรงเรียนได้ว่องไว จนสิ้นความรู้ของอาจารย์สิ้นเชิง

ต่อมาได้ทรงแสดงศิลปธนู ซึ่งถือว่าเป็นวิชาสำคัญสำหรับกษัตริย์

ในท่ามกลางขัตติยวงศ์ศากยราช และเสนามุขอำมาตย์

แสดงความแกล้วกล้าสามารถเป็นเยี่ยม ไม่มีผู้ใดเทียมถึงให้ปรากฏเป็นอัศจรรย์


ครั้นพระกุมารมีพระชันษาได้ ๑๖ ปี ควรมีพระเทวีได้แล้ว

พระราชบิดาตรัสสั่งให้สร้างปราสาท ๓ หลัง คือ วัมยปราสาท ๑

สุรัมยปราสาท ๑ สุภปราสาท ๑

เพื่อเป็นที่เสด็จประทับอยู่ของพระราชโอรสใน ๓ ฤดูกาล คือ

ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูฝน ตกแต่งปราสาท ๓หลังนั้นงดงามสมพระเกียรติ เป็นที่สบายในฤดูนั้น ๆ

แล้วตรัสขอ พระนางยโสธรา แต่นิยมเรียกว่า พระนางพิมพา

พระราชบุตรีของพระเจ้าสุปปพุทธะ ในเทวทหนคร

อันประสูติแต่พระนางอมิตา พระกนิฏฐภคินีของพระองค์ มาอภิเษกเป็นพระชายา


พระสิทธัตถะกุมารเสด็จอยู่บนปราสาททั้ง ๓ หลังนั้น

ตามฤดูทั้ง ๓ บำเรอด้วยดนตรีล้วน แต่สตรีประโคมขับ ไม่มีบุรุษเจือปน

เสวยสุขสมบัติทั้งกลางวันกลางคืน จนพระชนม์ได้ ๒๙ ปี

มีพระโอรสประสูติแต่นางยโสธราพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า ราหุลกุมาร




โดย ดอกแก้ว [3 มี.ค. 2546 , 00:27:48 น.] ( IP = 203.146.239.17 : : )


  สลักธรรม 2


เสาร์-อาทิตย์ ได้ฟังเรื่องราวอันเกิดจากสัพพัญญุตาญาณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า..


วันจันทร์... ก็ยังสามารถประคองใจให้มีความเลื่อมใส และเบิกบานใจได้ ..ด้วยการได้อ่านพุทธประวัตินี้


ต้องกราบขอบพระคุณอาจารย์"ดอกแก้ว"มากค่ะ ที่ทำให้เกิดกุศลจิตตั้งแต่เช้าวันนี้

โดย วยุรี [3 มี.ค. 2546 , 06:35:28 น.] ( IP = 203.113.39.8 : : )


  สลักธรรม 3


ขอขอบคุณน้องๆมากเลย

ที่ส่งเสริมคุณค่าทางใจ ให้เราท่านได้ทราบว่า

พระศาสดาสัมมาสัพุทธเจ้าพระองค์ท่านนั้น

ประเสริฐสุดจะหาใดเทียมเทียบไม่มีเลยครับ

ขอบคุณมากครับ ที่ลงให้อ่านขอให้บุญคุ้ม

ครองนะครับ.

โดย ฮิเดชิ ( 秀志) [3 มี.ค. 2546 , 08:48:05 น.] ( IP = 203.107.205.84 : : )


  สลักธรรม 4

มาติดตามต่อ ระหว่างศึกษาก็ใช่ว่าอ่านแบบธรรมดานะคะ ยังทำแผนผังของราชวงศ์อีกด้วย ก็เริ่มต้นจาก พระเจ้าอุกกากะราช ตอนนี้มาถึงพระราหุลแล้วละค่ะ
แต่ที่รู้สึกพิเศษ เห็นทีตั้งแต่พระราชโอรสประสูติเลยละคะ ทำให้นึกถึงพระบารมีอันยิ่งใหญ่จริงๆค่ะ ต้องขอบพระคุณคุณพี่ดอกแก้วเป็นที่สุดนะคะ ประโยชน์เช่นนี้หาได้ยากจริงๆ แล้วจะติดตามพระบารมีธรรมอันหาประมาณมิได้ของพระองค์ต่อนะคะ

คืนนี้คงหลับฝันดีแน่เลยค่ะ

โดย หมออุ๊ [3 มี.ค. 2546 , 20:44:14 น.] ( IP = 203.113.38.6 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณค่ะ
จิตเป็นกุศลเพราะได้อ่านผู้ที่มีบุญญาธิการยิ่ง
ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

โดย เซิ่น [3 มี.ค. 2546 , 23:22:17 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.148.211 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org