มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระสิทธัตถะกุมารทอดพระเนตรเทวทูต




ตอนที่ ๑ - ๖ ค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2590

ตอนที่ ๗

พระสิทธัตถะกุมารทอดพระเนตรเทวทูต



พระสิทธัตถะบริบูรณ์ด้วยความสุขตั้งแต่ทรงพระเยาว์

จนทรงพระเจริญวัยเห็นปานนี้ ก็เพราะเป็นพระราชโอรสสุขุมาลชาติ

ยิ่งพระราชบิดาและพระญาติวงศ์ ได้ทรงฟังคำทำนายของ

อสิตดาบส และพราหมณ์ทั้ง ๘ นาย ว่ามีคติเป็นสอง

คือจะต้องประสบอย่างใดอย่างหนึ่ง

ถ้าอยู่ครองสมบัติ จักได้เป็น
พระเจ้าจักรพรรดิ์

ถ้าออกบรรพชาจะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นศาสดาเอกในโลก

ก็จำเป็นอยู่เองที่พระองค์จะปรารถนาให้พระกุมารอยู่ครองสมบัติ

มากกว่าที่จะยอมให้ออกบรรพชา

จึงต้องคิดอุบายรักษาผูกพันพระกุมารไว้ให้เพลินเพลินในกามสุขอย่างนี้



วันหนึ่ง ......

พระสิทธัตถะเสด็จประพาสพระราชอุทยานโดยรถพระที่นั่ง

ได้ทอดพระเนตรเห็นเทวทูตทั้ง ๔ คือ

คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ

ซึ่งเทพยดานิรมิตให้ทอดพระเนตรในระยะทาง

ทรงเบื่อหน่ายในกามสุข ตั้งต้นแต่ได้ทรงเห็นคนแก่ เป็นลำดับไป

ทรงหยั่งเห็นความแก่ ความเจ็บ ความตาย ครอบงำมหาชนอยู่

ทุกคนไม่ล่วงพ้นไปได้ เป็นอย่างนั้น

เพราะโทษที่ได้ฟังคำสอนของนักปราชญ์ เห็นผู้อื่นแก่ เจ็บ ตาย ย่อมเบื่อหน่ายเกลียดชัง

ไม่คิดถึงตัวว่าจะต้องเป็นเหมือนอย่างนั้นบ้าง เมาอยู่ในวัยในความไม่มีโรค และในชีวิต

เหมือนหนึ่งเป็นคนจะไม่ต้องแก่ เจ็บ ตาย มีแต่ขวนขวายหาของอันมีสภาวะเช่นนั้น

ไม่คิดอุบายเครื่องพ้นบ้างเลย

ถึงพระองค์ก็มีอย่างนั้นเป็นธรรม

แต่จะเกลียดเบื่อหน่ายเหมือนอย่างเขา ไม่สมควรแก่พระองค์เลย



เมื่อทรงดำริอย่างนี้แล้ว

ก็ทรงบรรเทาความเมา ๓ ประการ คือ

เมาในวัย เมาในความไม่มีโรค และเมาในชีวิต

กับทั้งความเพลิดเพลินในกามสมบัติเสียได้

จึงทรงดำริต่อไปว่า


ธรรมดาสภาวะทั้งปวง ย่อมมีของที่เป็นข้าศึกแก่กัน

เช่นมีร้อน ก็มีเย็นแก้ มีมืด ก็มีสว่างแก้

บางทีจะมีอุบายแก้ทุกข์ ๓ อย่างนั้นได้บ้างกระมัง

ก็แต่ว่า....

การที่จะแสวงหาอุบายแก้ทุกข ์ ๓ อย่างนั้น

เป็นการยากอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ยังอยู่ในฆราวาสวิสัย

จะแสวงหาไม่ได้ เพราะฆราวาสนี้เป็นที่คับแคบนัก

และเป็นที่ตั้งแห่งอารมณ์อันทำใจให้เศร้าหมอง เหตุความรัก ความชัง ความหลง

ดุจเป็นทางมาแห่งธุลี

บรรพชาเป็นช่องว่าง พอเป็นที่แสวงหาอุบายนั้นได้


ทรงดำริอย่างนี้แล้ว

ก็มีพระอัธยาศัยน้อมไปในบรรพชา ไม่ยินดีในฆราวาสสมบัติ

ครั้นทรงแน่พระทัยว่า เป็นอุบายให้แสวงหาธรรมเป็นเครื่องพ้นได้เช่นนั้น ก็ทรงโสมนัส

เสด็จกลับพระราชวังในเวลาเย็น ด้วยพระเกียรติยศอันสูง

เสด็จขึ้นประทับที่มุขปราสาทชั้นบน

โดย ดอกแก้ว [4 มี.ค. 2546 , 13:39:47 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ตอนที่ ๘

พระสิทธัตถะกุมารทรงสดับคุณบทพระนิพพาน



ขณะนั้น นากีสาโคตมี ราชกัญญาแห่งศากยราช

ได้ทอดพระเนตรเห็นพระสิทธัตถะ ทรงมีพระทัยปฏิพัทธ

ได้ตรัสคาถาสรรเสริญพระคุณสมบัติของพระกุมารด้วยสุรเสียงอันไพเราะว่า


นิพ.พุตา นูน สา มาตา นิพ.พุโต นูน โส ปิตา

นิพ.พุตา นูน สา นารี ยส.สายํ อีทิโส ปติ


ความว่า หญิงใด เป็นมารดาของพระกุมารนี้ หญิงนั้นดับทุกข์ได้

ชายใดเป็นบิดาของพระกุมารนี้ ชายนั้นดับทุกข์ได้

พระกุมารนี้เป็นสามีของนางใด นางนั้นก็ดับทุกข์ได้


พระสิทธัตถะทรงสดับคาถานั้น

ทรงเลื่อมใส พอพระทัยในคำว่า
นิพ.พุตา ความดับทุกข์

ซึ่งมีความหมายไกลออกไปถึงพระนิพพาน ธรรมเครื่องดับทุกข์ทั้งมวล

ทรงดำริว่า พระน้องนางผู้นี้ ให้เราได้สดับคุณบทแห่งพระนิพพานครั้งนี้ ชอบยิ่งแล้ว

จึงทรงถอดสร้อยมุกข์ซึ่งมีค่ายิ่งจากพระศอ

พระราชทานรางวัลแก่พระนางกีสาโคตมีด้วยทรงปิติยินดี

ผดุงน้ำพระทัยให้พระองค์น้อมไปในการเสด็จออกบรรพชายิ่งขึ้น

แต่ตรงข้ามจากความรู้สึกของพระนางกีสาโคตมี

ซึ่งมีความรู้สึกในศัพท์ว่า
นิพ.พุตา ต่ำ ๆ เพียงดับทุกข์ยาก

ไม่ต้องเดือดร้อน สำหรับคนครองเรือน

ยิ่งได้รับพระราชทานสร้อยมุกข์ ก็กลับเพิ่มความปฏิพัทธในพระกุมารยิ่งขึ้น

คิดว่าพระกุมารคงจักพอพระทัยปฏิพัทธในพระนาง

และแล้วก็คิดไกลออกไปตามวิสัยของคนมีความรัก

โดย ดอกแก้ว [4 มี.ค. 2546 , 13:42:57 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

ตอนที่ ๙

พระสิทธัตถะกุมารเสด็จหนีออกบรรพชา



ครั้นพระสิทธัตถะทรงน้อมพระทัยเสด็จออกบรรพชาเช่นนั้น

ก็ทรงเห็นมีทางเดียว คือ เสด็จหนีออกจากพระนคร

ตัดความอาลัย ความเยื่อใย ในราชสมบัติ พระชายา และพระโอรส

กับทั้งพระประยูรญาติ ตลอดราชบริพารทั้งสิ้น

ด้วยหากจะทูลพระราชบิดา ก็คงจะถูกทัดทาน

ยิ่งมวลพระประยูรญาติทราบเรื่อง ก็จะรุมกันห้ามปราม

การเสด็จออกซึ่งหน้า ไม่เป็นผลสำเร็จได้



เมื่อทรงตั้งพระทัยเสด็จหนีเช่นนั้นแล้ว

ในเวลาราตรีนั้น เสด็จบรรทมแต่หัวค่ำ

ไม่ทรงใยดีในการขับประโคมด้วยดุริยางค์ดนตรีของพวกราชกัญญาทั้งหลาย

ที่ประจงจัดถวายบำรุงบำเรอทุกประการ

เมื่อพระสิทธัตถะทรงตื่นบรรทมในเวลาดึกสงัดแห่งราตรีนั้น

ได้ทอดพระเนตรเห็นนางบำเรอฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรีเหล่านั้น

นอนหลับอยู่เกลื่อนภายในปราสาท ซึ่งสร้างด้วยแสงประทีป

บางนางอ้าปาก กัดฟัน น้ำลายไหล บางนางผ้านุ่งหลุด

บางนางกอดพิณ บางนางก่ายเปิงมาง บางนางบ่น ละเมอ นอนกลิ้งกลับไปมา

ปรากฏแก่พระสิทธัตถะ ดุจซากศพ อันทิ้งอยู่ในป่าช้าผีดิบ

ปราสาทอันงามวิจิตรแต่ไหนแต่ไรมา ได้กลายเป็นป่าช้า ปรากฎแก่พระสิทธัตถะในขณะนั้น


เป็นการเพิ่มกำลังความดำริในการออกบรรพชาในเวลาย่ำค่ำเพิ่มขึ้นอีก

ทรงเห็นบรรพชาเป็นทางที่ห่างอารมณ์อันล่อให้หลงและมัวเมา

เป็นช่องที่จะบำเพ็ญปฏิบัติ เป็นประโยชน์ตนและผู้อื่น ทำชีวิตให้มีผลไม่เป็นหมัน

ทรงตกลงพระทัยเช่นนี้ ก็เตรียมแต่งพระองค์ทรงพระขรรค์

รับสั่งเรียกนายฉันนะ อำมาตย์ ให้เตรียมผูกม้ากัณฐกะ เพื่อเสด็จออกในราตรีนั้น



ครั้นตรัสสั่งแล้วก็เสด็จไปยังปราสาทพระนางพิมพาเทวี

เพื่อทอดพระเนตรราหุลกุมาร พระโอรสพระองค์เดียวของพระองค์

เผยพระทวารห้องบรรทมของพระนางพิมพาเทวี

เห็นพระนางบรรทมหลับสนิท พระกรกอดโอรสอยู่

ทรงดำริจะอุ้มพระโอรสขึ้นชมเชยเป็นครั้งสุดท้าย

ก็เกรงว่าพระนางพิมพาจะทรงตื่นบรรทม

เป็นอุปสรรคขัดขวางการเสด็จออกบรรพชา

จึงตัดพระทัยระงับความเสน่หาในพระโอรส

เสด็จออกจากห้องเสด็จลงจากปราสาท

พบนายฉันนะเตรียมม้าพระที่นั่งไว้พร้อมดีแล้ว

ก็เสด็จขึ้นประทับม้ากัณฐกะ มีนายฉันนะตามเสด็จหนึ่งคน

เสด็จออกจากพระนครในราตรีกาล ซึ่งเทพยดาบรรดาลเปิดทวารพระนครไว้ให้เสด็จโดยสวัสดี



เมื่อเสด็จข้ามพระนครไปแล้ว

ขณะนั้นพญามารวัสวดี ผู้มีจิตบาป

เห็นพระสิทธัตถะสละราชสมบัติ เสด็จออกจากพระนคร เพื่อบรรพชา

จะล่วงพ้นบ่วงของอาตมาซึ่งดักไว้

จึงรีบเหาะมาประดิษฐานลอยอยู่ในอากาศ

ยกพระหัตถ์ขึ้นร้องห้ามว่า


ดูกร พระสิทธัตถะ ท่านอย่ารีบร้อนออกบรรพชาเสียก่อนเลย

ยังอีก ๗ วันเท่านั้น ทิพยรัตนจักรก็จะปรากฏแก่ท่าน

แล้วท่านก็จะได้เป็นองค์บรมจักรพรรดิ์ เสวยสมบัติเป็นอิสราธิบดี

มีทวีใหญ่ทั้ง ๔ เป็นขอบเขต ขอท่านจงนิวัตนาการกลับคืนเข้าพระนครเถิด


พระสิทธัตถะจึงตรัสว่า

ดูกรพญามาร

แม้เราก็ทราบแล้วว่า ทิพยรัตน

จักรจะเกิดขึ้นแก่เรา แต่เราก็มิได้มีความต้องการด้วยสมบัติบรมจักรพรรดิ์นั้น

เพราะแม้สมบัติบรมจักรพรรดิ์นั้น ก็ตกอยู่ในอำนาจไตรลักษณ์

ไม่อาจนำผู้เสวยให้พ้นทุกข์ได้

ท่านจงหลีกไปเถิด


เมื่อทรงขับพญามารให้ถอยไปแล้ว

ก็ทรงขับม้ากัณฐกะราช ชาติมโนมัยไปจากที่นั้น

บ่ายหน้าสู่มรรคา เพื่อข้ามให้พ้นเขตราชเสมาแห่งกบิลพัสดุ์บุรี

เหล่าเทพยดาก็ปลาบปลื้มยินดี บูชาด้วยบุบผามาลัยมากกว่ามาก

บ้างก็ติดตามห้อมล้อมถวายการรักษาพระมหาบุรุษเจ้าตลอดไป

โดย ดอกแก้ว [4 มี.ค. 2546 , 13:49:15 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

บารมีธรรมที่พระองค์ได้เพียรสร้างมามากนั้น
จึงทำให้ไม่มีความต้องการสมบัติบรมจักรพรรดิ์
เพราะก็ตกอยู่ในอำนาจพระไตรลักษณ์
ไม่อาจนำผู้เสวยให้พ้นทุกข์ได้

โดย เซิ่น [4 มี.ค. 2546 , 23:27:41 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.156.240 )


  สลักธรรม 4

อ่านแล้วได้ความสำนึกแห่งพุทธคุณที่ทรง
สร้างสมอบรมมานานกาลแม้แต่ทรงเยาว์
สาธุกับอาจารย์ที่ให้ความอนุเคราะห์

โดย เณรวัส [5 มี.ค. 2546 , 07:15:20 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 5

ขอนอบน้อมสักการะแห่งพระบารมีทั้งปวงของสมเด็จพระชินวรสัมมาสัมพุทธเจ้าค่ะ
อนุโมทนาค่ะ

โดย หมออุ๊ [6 มี.ค. 2546 , 18:01:17 น.] ( IP = 203.113.38.6 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org